แก้ข่าวลวง! 10 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ “โรคซึมเศร้า” ที่คุณต้องเลิกเชื่อตั้งแต่วันนี้ (Myth vs Fact)

“เป็นซึมเศร้าเหรอ? ไปปฏิบัติธรรมสิ เดี๋ยวก็หาย”, “ชีวิตก็ดีอยู่แล้ว จะเครียดทำไม?”

คำพูดเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความใจร้าย แต่อาจเกิดจาก “ความเข้าใจผิด” ครับ โรคซึมเศร้าถูกห่อหุ้มด้วยมายาคติมาช้านาน ทำให้ผู้ป่วยหลายคนไม่กล้าไปหาหมอเพราะกลัวถูกตีตรา วันนี้ จุฬาลักษณ์เภสัช จะขออาสา “ทุบ” 10 ความเชื่อผิดๆ ให้แตกละเอียดด้วยความจริงทางการแพทย์ครับ

Myth 1: โรคซึมเศร้า = ความอ่อนแอ

ความเชื่อ: คนที่เป็นโรคนี้คือคนใจเสาะ ทนงานหนักไม่ได้ รับแรงกดดันไม่ไหว
ความจริง: โรคซึมเศร้าคือ “ความเจ็บป่วยทางชีวภาพ” (Biological Illness) เหมือนกับโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ มันเกิดจากสารเคมีในสมองผิดปกติ ไม่ว่าคุณจะเป็น CEO ที่เก่งกาจ หรือนักกีฬาทีมชาติที่แข็งแกร่ง ก็มีโอกาสป่วยได้เท่ากันครับ

Myth 2: เดี๋ยวก็หายเอง ไม่ต้องรักษาหรอก

ความเชื่อ: ปล่อยไว้เฉยๆ เดี๋ยวอารมณ์ก็ดีขึ้นเอง เหมือนไข้หวัด
ความจริง: หากไม่ได้รับการรักษา อาการมักจะ “เรื้อรังและรุนแรงขึ้น” อาจลุกลามจนกระทบการงาน ความสัมพันธ์ หรือนำไปสู่การจบชีวิต การรักษาที่รวดเร็ว (Early Intervention) จะช่วยให้หายได้ไวกว่ามาก

Myth 3: กินยาแก้ซึมเศร้าแล้วจะ “โง่/เบลอ”

ความเชื่อ: ยาจะไปกดประสาท ทำให้ทำงานไม่ได้ คิดอะไรไม่ออก
ความจริง: ในช่วงแรกอาจมีอาการง่วงบ้าง แต่เมื่อร่างกายปรับตัวได้ ยาจะช่วย “คืนสมาธิและความจำ” ให้กลับมาดีขึ้นด้วยซ้ำ เพราะตัวโรคซึมเศร้าต่างหากที่ทำให้สมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก

Myth 4: คนซึมเศร้าต้อง “ร้องไห้” ตลอดเวลา

ความเชื่อ: ถ้าเห็นเขายิ้มได้ หัวเราะได้ แสดงว่าไม่ได้ป่วยจริง แกล้งทำเรียกร้องความสนใจ
ความจริง: ผู้ป่วยหลายคนมีอาการ “Smiling Depression” (ซึมเศร้าเปื้อนยิ้ม) ภายนอกดูร่าเริงเพื่อกลบเกลื่อนความเจ็บปวด แต่ภายในใจพังทลาย การตัดสินคนจากภายนอกจึงอันตรายมาก

Myth 5: การถามเรื่อง “ฆ่าตัวตาย” จะเป็นการชี้โพรงให้กระรอก

ความเชื่อ: อย่าไปทักเรื่องตายนะ เดี๋ยวเขาทำจริง
ความจริง: การถามด้วยความห่วงใยว่า “ดิ่งจนมีความคิดไม่อยากอยู่บ้างไหม?” ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึก “โล่งใจ” ที่มีคนรับรู้ความทุกข์ และเปิดโอกาสให้เราช่วยเหลือได้ทันท่วงทีครับ

Myth 6: ยาต้านเศร้า คือ “ยาเสพติด”

ความเชื่อ: กินแล้วติด เลิกไม่ได้ ต้องกินเพิ่มโดสไปเรื่อยๆ
ความจริง: ยาต้านเศร้า ไม่ทำให้เสพติด (ไม่ทำให้เกิดความอยากยา) แต่การหยุดยาต้องค่อยๆ ลดตามคำสั่งแพทย์เพื่อป้องกันอาการถอนยาจากการปรับตัวของสมอง ไม่ใช่เพราะติดยาครับ

Myth 7: ผู้ชายไม่เป็นซึมเศร้าหรอก

ความเชื่อ: โรคนี้เป็นโรคของผู้หญิงขี้น้อยใจ
ความจริง: ผู้ชายเป็นซึมเศร้าเยอะมาก แต่อาการมักแสดงออกต่างไป เช่น “เกรี้ยวกราด หงุดหงิด ติดเหล้า หรือบ้างาน” แทนที่จะร้องไห้ ทำให้มักถูกมองข้ามและมีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จสูงกว่าผู้หญิง

Myth 8: ถ้าชีวิตดี มีเงินใช้ ก็ไม่น่าจะซึมเศร้า

ความเชื่อ: มีทุกอย่างแล้ว จะเอาอะไรอีก?
ความจริง: โรคนี้ไม่เลือกชนชั้นครับ สารเคมีในสมองสามารถรวนได้แม้คุณจะรวยล้นฟ้า ความทุกข์ทางใจไม่สามารถเอาทรัพย์สินมาหักลบกลบหนี้ได้

Myth 9: สมุนไพร/ธรรมะ รักษาแทนยาได้

ความเชื่อ: กินยาฝรั่งมันอันตราย นั่งสมาธิหรือกินสมุนไพรดีกว่า
ความจริง: ธรรมะช่วยจิตใจได้ สมุนไพรบางตัวช่วยเสริมได้ แต่ “ไม่สามารถทดแทน” ยาหลักในการปรับสารเคมีสมองได้ โดยเฉพาะในระยะรุนแรง การทิ้งยาแผนปัจจุบันอาจทำให้อาการกำเริบหนัก

Myth 10: เป็นแล้วต้องกินยาไป “ตลอดชีวิต”

ความเชื่อ: ถ้าเริ่มกินยาแล้ว จะเลิกไม่ได้ ต้องกินไปจนตาย

ความจริง: ส่วนใหญ่กินยาต่อเนื่องประมาณ 6-12 เดือน หลังอาการดีขึ้น ก็สามารถหยุดยาได้ (ภายใต้การดูแลของหมอ) มีเพียงส่วนน้อยที่เป็นเรื้อรังซ้ำซากที่อาจต้องกินยาวเพื่อป้องกันครับ

บทสรุป: ความรู้คือวัคซีนป้องกันการตีตรา

การเข้าใจผิดทำร้ายผู้ป่วยได้มากกว่าตัวโรคเสียอีกครับ หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้ แสดงว่าคุณได้ติดอาวุธทางปัญญาที่จะช่วยเข้าใจคนรอบข้างมากขึ้นแล้ว

“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”


ข้อมูลอ้างอิง

  1. National Institute of Mental Health (NIMH). Depression: Myths and Facts.
  2. WHO. Depression: Let’s Talk.

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com

แชร์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี