“ถ้าบอกพ่อแม่ไป เขาจะหาว่าเราคิดมากไหม?”, “ถ้าบอกแฟน เขาจะทิ้งเราหรือเปล่า?”, “หัวหน้าจะมองว่าเราทำงานไม่ได้ไหม?”
ความยากที่สุดของโรคซึมเศร้า ไม่ใช่แค่การต่อสู้กับอาการป่วย แต่คือการ “อธิบายสิ่งที่มองไม่เห็น” ให้คนอื่นเข้าใจ เพราะโรคนี้ไม่มีแผลเลือดออก ไม่มีเฝือกให้เห็น คนรอบข้างจึงมักเผลอตัดสินด้วยคำว่า “ขี้เกียจ” หรือ “อ่อนแอ”

Step 1: เตรียมตัวก่อนพูด (Preparation)
อย่าเพิ่งโพล่งออกมากลางวงสนทนา หรือพูดตอนที่กำลังทะเลาะกัน เพราะอารมณ์จะบดบังเหตุผล
- เลือกคนที่จะบอก: ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้โลกรู้ เลือกเฉพาะคนที่คุณไว้ใจและมีผลต่อชีวิตคุณจริงๆ (เช่น พ่อแม่, แฟน, เพื่อนสนิท)
- เลือกเวลาและสถานที่: หาสถานที่เงียบๆ เป็นส่วนตัว และเป็นเวลาที่ทั้งสองฝ่ายอารมณ์เย็น ไม่รีบร้อน
Step 2: พูดอย่างไรดี? (Conversation Scripts)
หากนึกไม่ออกว่าจะเริ่มประโยคยังไง ลองใช้สูตร “I-Statement” (พูดถึงความรู้สึกตัวเอง + ข้อมูลทางการแพทย์ + สิ่งที่ต้องการ)
ตัวอย่างประโยคสำหรับบอกครอบครัว/คนรัก:
- “พ่อครับ/แม่ครับ ช่วงนี้ที่เห็นผมนิ่งๆ ไป ไม่ใช่เพราะผมขี้เกียจนะ แต่หมอวินิจฉัยว่าผมเป็น โรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ไม่ใช่นิสัยส่วนตัว”
- “หนูกำลังรักษาอยู่ กินยาตามที่หมอสั่ง แต่อาจต้องใช้เวลากว่าจะดีขึ้น ระหว่างนี้หนูพยายามเต็มที่อยู่นะ”
ตัวอย่างประโยคสำหรับบอกสิ่งที่คุณต้องการ (สำคัญมาก): คนรอบข้างมักอยากช่วย แต่ช่วยไม่ถูกวิธี คุณต้องไกด์เขาครับ:
- “สิ่งที่ผมอยากขอตอนนี้ คือแค่ให้รับฟังเวลาผมไม่สบายใจ ไม่ต้องแนะนำวิธีแก้ปัญหา แค่นั่งอยู่ข้างๆ ก็พอ”
- “ถ้าเห็นหนูนอนเยอะผิดปกติ อย่าเพิ่งดุนะ มันเป็นอาการข้างเคียงของยา/อาการของโรค เดี๋ยวพอดีขึ้นหนูจะกลับมาช่วยงานเหมือนเดิม”
Step 3: รับมือกับปฏิกิริยาที่ไม่คาดคิด (Handling Reactions)
เมื่อคุณบอกความจริงไปแล้ว เตรียมใจไว้ว่าผลลัพธ์อาจมี 3 รูปแบบ:
- เข้าใจและพร้อมช่วย: นี่คือแบบที่ดีที่สุด
- ตกใจ/ปฏิเสธ/โทษตัวเอง: พ่อแม่อาจพูดว่า “เลี้ยงมาดีขนาดนี้จะเป็นได้ไง”, “คิดไปเองรึเปล่า”
- วิธีรับมือ: อย่าเพิ่งโกรธ ให้เข้าใจว่าเขา “ขาดความรู้” หรือกำลัง “กลัว” ให้ค่อยๆ ส่งบทความความรู้ (เช่น บทความที่ 1-2 ในเว็บนี้) ให้เขาอ่าน หรือพามาคุยกับหมอ/เภสัชกรด้วยกัน
- แนะนำผิดๆ:“ไปทำบุญสิ”, “ออกกำลังกายก็หายแล้ว”
- วิธีรับมือ: ยิ้มรับ ขอบคุณในความหวังดี แล้วบอกว่า “ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ ตอนนี้เราขอทำตามแผนการรักษาของหมอก่อน”
- วิธีรับมือ: ยิ้มรับ ขอบคุณในความหวังดี แล้วบอกว่า “ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ ตอนนี้เราขอทำตามแผนการรักษาของหมอก่อน”
ต้องบอกที่ทำงานไหม? (Workplace Guide)
เรื่องนี้ต้องระวังครับ การบอกหัวหน้างานหรือ HR ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมองค์กรและผลกระทบต่องาน
- ถ้าอาการไม่กระทบงาน: อาจไม่จำเป็นต้องบอก
- ถ้าต้องลางานบ่อยหรือประสิทธิภาพลดลง: ควรแจ้งหัวหน้าโดยเน้นความเป็นมืออาชีพ
- ตัวอย่าง: “ผมมีปัญหาสุขภาพที่ต้องพบแพทย์สม่ำเสมอ อาจต้องขอลาไปโรงพยาบาลเดือนละครั้ง แต่ผมจะจัดการงานให้เรียบร้อยครับ” (อาจไม่ต้องระบุชื่อโรค หากไม่แน่ใจทัศนคติของหัวหน้า)
- ตัวอย่าง: “ผมมีปัญหาสุขภาพที่ต้องพบแพทย์สม่ำเสมอ อาจต้องขอลาไปโรงพยาบาลเดือนละครั้ง แต่ผมจะจัดการงานให้เรียบร้อยครับ” (อาจไม่ต้องระบุชื่อโรค หากไม่แน่ใจทัศนคติของหัวหน้า)
“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”
ข้อมูลอ้างอิง
- Mental Health America. Time To Talk: Tips For Talking About Your Mental Health.
- National Alliance on Mental Illness (NAMI). Disclosing to Others.
เรียบเรียงโดย (Compiled by) : www.chulalakpharmacy.com









