เทอร์บินาฟีน (Terbinafine) ยากินรักษาเชื้อรา  ข้อบ่งใช้ กลไกการออกฤทธิ์

เทอร์บินาฟีน (Terbinafine) ชนิดรับประทาน เป็นยาต้านเชื้อราในกลุ่ม Allylamines ที่ใช้สำหรับรักษาการติดเชื้อราที่รุนแรงหรือเรื้อรังที่มัก ดื้อต่อยาทา หรือการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดเชื้อราที่เล็บมือและเล็บเท้า (Onychomycosis) เนื่องจากยาต้องถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและไปสะสมในบริเวณที่ติดเชื้อ [1]

กลไกการออกฤทธิ์

Terbinafine มีกลไกการออกฤทธิ์เฉพาะตัวในการ ฆ่าเชื้อรา (Fungicidal) โดยมีความจำเพาะสูงต่อเอนไซม์ของเชื้อรา:

  1. ยับยั้งเอนไซม์ Squalene Epoxidase: ยาจะไปยับยั้งเอนไซม์ Squalene Epoxidase ภายในเซลล์เชื้อรา ซึ่งขัดขวางการสร้าง Ergosterol
  2. การสะสมของ Squalene: เมื่อเอนไซม์ถูกยับยั้ง ทำให้สาร Squalene สะสมในเซลล์เชื้อราในปริมาณมาก ซึ่งมีพิษต่อเซลล์
  3. ทำลายผนังเซลล์: การขาด Ergosterol และการสะสมของ Squalene ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ของเชื้อราเสียหายและตายลง [2]

ประโยชน์ (ข้อบ่งใช้)

Terbinafine ชนิดรับประทานเป็นยาทางเลือกอันดับแรก ๆ สำหรับ:

  • เชื้อราที่เล็บมือและเล็บเท้า (Onychomycosis): เป็นข้อบ่งใช้หลัก เนื่องจากยาทาเข้าสู่เล็บได้ยาก
  • กลากที่หนังศีรษะ (Tinea Capitis): มักเกิดในเด็ก และยาทาไม่สามารถซึมผ่านเส้นผมและหนังศีรษะได้ดีพอ
  • กลากที่ผิวหนัง (Tinea Corporis, Tinea Cruris) หรือน้ำกัดเท้า (Tinea Pedis) ที่รุนแรง: การติดเชื้อบริเวณกว้างมาก หรือไม่ตอบสนองต่อยาทาชนิดอื่น [3]

ขนาดยาและการบริหารยา

  • ขนาดทั่วไป: $250$ มิลลิกรัม วันละ $1$ ครั้ง
  • ระยะเวลาการรักษา:
    • เชื้อราที่เล็บมือ: ประมาณ $6$ สัปดาห์
    • เชื้อราที่เล็บเท้า: ประมาณ $12$ สัปดาห์ หรืออาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและอัตราการงอกของเล็บ [3]
    • เชื้อราที่ผิวหนัง/ศีรษะ: $2-8$ สัปดาห์
  • คำแนะนำ: สามารถรับประทานพร้อมอาหารหรือตอนท้องว่างก็ได้ แต่ควรรับประทานในเวลาเดียวกันของทุกวัน

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยได้แก่:

  • ระบบทางเดินอาหาร: ท้องเสีย, คลื่นไส้, ปวดท้อง, อาหารไม่ย่อย
  • ผิวหนัง: ผื่น, ลมพิษ, ปวดศีรษะ
  • การรับรส: การรับรสเปลี่ยนไปหรือสูญเสียการรับรส (Taste disturbance) ซึ่งอาจคงอยู่ได้นานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังหยุดยา

ผลข้างเคียงรุนแรงที่ต้องระวังที่สุด:

  • พิษต่อตับ (Hepatotoxicity): อาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบหรือตับวายได้ แม้จะพบได้น้อย แต่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม

  1. การตรวจการทำงานของตับ: ผู้ป่วย ต้องได้รับการตรวจเลือดเพื่อวัดการทำงานของตับ (Liver function tests – LFTs) ก่อนเริ่มการรักษา และอาจมีการตรวจซ้ำระหว่างการรักษาตามดุลยพินิจของแพทย์ [4]
  2. ข้อห้ามใช้ (Contraindication): ห้ามใช้ ในผู้ป่วยที่มีโรคตับอยู่เดิม หรือมีความผิดปกติของการทำงานของไตที่รุนแรง
  3. อาการที่ต้องรีบพบแพทย์: หากมีอาการบ่งชี้ถึงปัญหาตับ เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง (Jaundice), ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ, อุจจาระสีซีด, คลื่นไส้/อาเจียนต่อเนื่อง, หรือ ปวดท้องด้านบนขวา ต้องหยุดยาและพบแพทย์ทันที
  4. ปฏิกิริยากับยาอื่น: Terbinafine มีปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่น Warfarin, ยาในกลุ่ม Beta-Blockers, และยาต้านซึมเศร้า ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาทุกชนิดที่กำลังรับประทาน [3]

ยี่ห้อยาที่มีส่วนประกอบในไทย

  • Lamisil (ลามิซิล – เม็ด)
  • Terbina
  • Terbinafine (ชื่อสามัญ)
ปรึกษาโรคผิวหนัง

แหล่งซื้อยา (ระบุว่าต้องมีใบสั่งแพทย์)

  • ยา Terbinafine ชนิดรับประทาน: ต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น เนื่องจากความเสี่ยงต่อตับและการมีปฏิกิริยากับยาอื่นสูง

“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”


แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

  1. Haamor.com. ยาเทอร์บินาฟีน (Terbinafine). [ข้อมูลยาและการออกฤทธิ์]
  2. Drugs.com. Terbinafine Oral. [กลไกการออกฤทธิ์]
  3. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. ยาต้านเชื้อรา. [ข้อบ่งใช้และขนาดยา]
  4. Siamhealth.net. ยารักษาเชื้อราเทอร์บินาฟีน Terbinafine. [ข้อควรระวังเรื่องตับ]

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com


แชร์

ยังไม่มีบัญชี