“ทำไมต้องเป็นเรา?”, “ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงทนไม่ได้?”, “หรือว่าเราเป็นคนอ่อนแอ?” นี่คือคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหลายล้านคนทั่วโลก ความไม่เข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงมักนำไปสู่การโทษตัวเอง (Self-blame) ซึ่งยิ่งทำให้อาการแย่ลง
“โรคซึมเศร้าคือความเจ็บป่วยทางกายภาพ ไม่ใช่นิสัย และไม่ใช่ความอ่อนแอ” แต่เกิดจากปัจจัย 3 ด้านที่ซับซ้อน (Bio-Psycho-Social) มารวมกัน ดังนี้ครับ
1. ปัจจัยทางชีวภาพ (Biological Factors): เมื่อสมอง “ระบบรวน”
นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้โรคซึมเศร้าเป็น “โรค” ที่ต้องรักษา ไม่ต่างจากเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง
- สารเคมีในสมองไม่สมดุล (Neurotransmitter Imbalance): ในสมองของเรามีสารสื่อประสาทสำคัญ 3 ตัวที่ควบคุมอารมณ์ ได้แก่ เซโรโทนิน (Serotonin) (ความสงบสุข), นอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) (พลังงานและความตื่นตัว), และ โดปามีน (Dopamine) (ความสุขและความพึงพอใจ) ในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า สารเหล่านี้มีปริมาณลดลงหรือทำงานผิดปกติ เปรียบเสมือน “ระบบไฟฟ้าในบ้านขัดข้อง” ทำให้ต่อให้คุณพยายามคิดบวกแค่ไหน ไฟก็ไม่สว่างขึ้นมา เพราะสวิตช์ทางเคมีมันเสียอยู่
- พันธุกรรม (Genetics): หากคุณมีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นโรคซึมเศร้า คุณมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป 2-3 เท่า ยีนบางตัวอาจทำให้คุณเปราะบางต่อความเครียดมากกว่าคนอื่น แต่จำไว้ว่า “พันธุกรรมไม่ใช่คำตัดสิน” (Genetics loads the gun, but environment pulls the trigger)
- ฮอร์โมน (Hormonal Changes): ความแปรปรวนของฮอร์โมนส่งผลโดยตรงต่อสมอง เช่น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum), ช่วงมีประจำเดือน (PMDD), หรือภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroid) ก็ทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้
2. ปัจจัยทางจิตใจ (Psychological Factors): กับดักความคิด
ลักษณะนิสัยและรูปแบบความคิดบางอย่าง อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดความเครียดสะสมจนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้
- การมองโลกในแง่ร้าย (Negative Cognitive Triad): มองตัวเองแย่, มองโลกแย่, และมองอนาคตมืดมน
- ความนับถือตนเองต่ำ (Low Self-esteem): มักเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นตลอดเวลา
- ความสมบูรณ์แบบ (Perfectionism): กดดันตัวเองสูงเกินไป เมื่อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจะรู้สึกล้มเหลวอย่างรุนแรง
- ทักษะการรับมือความเครียด (Coping Skills): บางคนอาจไม่มีวิธีระบายความเครียดที่ถูกต้อง เก็บกดไว้จนระเบิดภายใน
3. ปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม (Social & Environmental Factors): มรสุมชีวิต
บางครั้ง “สารเคมี” ในสมองเริ่มรวน เพราะเจอ “เหตุการณ์” ภายนอกเข้ามากระทบอย่างรุนแรง
- เหตุการณ์สะเทือนใจ (Trauma): การสูญเสียคนรัก, การหย่าร้าง, ตกงาน หรือการถูกทำร้ายร่างกาย/จิตใจในวัยเด็ก (Childhood Trauma) ส่งผลต่อโครงสร้างสมองในระยะยาว
- ความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress): ปัญหาหนี้สิน, ภาระงานที่หนักเกินไป (Burnout), หรือความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic Relationship)
- ความโดดเดี่ยว (Isolation): การขาดคนคอยรับฟัง หรือรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ เป็นตัวเร่งชั้นดีของโรคซึมเศร้า

ทำไมรู้สาเหตุแล้วถึงดีขึ้น? (The Power of Understanding)
เมื่อคุณรู้ว่าโรคซึมเศร้าเกิดจาก “สารเคมี + ความคิด + สิ่งแวดล้อม” คุณจะเข้าใจแนวทางการรักษาที่หมอแนะนำ:
- กินยา: เพื่อไปซ่อมแซม ปัจจัยทางชีวภาพ (ปรับสมดุลเคมี)
- ทำจิตบำบัด: เพื่อปรับ ปัจจัยทางจิตใจ (เปลี่ยนวิธีคิด)
- ปรับไลฟ์สไตล์: เพื่อจัดการ ปัจจัยสิ่งแวดล้อม (ลดความเครียด)
บทสรุปจากเภสัชกร: เลิกโทษตัวเองว่า “อ่อนแอ” ได้แล้วครับ ร่างกายของคุณแค่กำลังต้องการ “การซ่อมแซม” เหมือนรถยนต์ที่ขับมานานก็ต้องเปลี่ยนอะไหล่ จิตใจก็เช่นกัน หากคุณรู้สึกว่ารับมือไม่ไหว การเดินเข้ามาปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ คือความเข้มแข็งที่สุดที่คุณทำได้เพื่อตัวเองครับ
หากคุณกำลังมองหาตัวช่วย หรือวิตามินเสริมเพื่อฟื้นฟูระบบประสาทในช่วงที่เครียดจัด สามารถแวะมาคุยกับเราที่ จุฬาลักษณ์เภสัช ได้เลยครับ
“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”
ข้อมูลอ้างอิง
- Harvard Health Publishing. (2022). What causes depression?
- National Institute of Mental Health (NIMH). Depression: Causes and Risk Factors.
เรียบเรียงโดย (Compiled by) : www.chulalakpharmacy.com









