“เห็นเขาร้องไห้แล้วเราก็เจ็บปวด อยากช่วยแต่ไม่รู้จะพูดยังไง พูดไปก็กลัวเขาโกรธ…”
การเป็นผู้ดูแล (Caregiver) ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เป็นงานที่หนักหน่วงและต้องใช้พลังใจมหาศาลครับ บางครั้งความหวังดีของเรา หากสื่อสารผิดวิธี อาจกลายเป็นความกดดันที่ทำให้อาการเขาแย่ลงได้
สิ่งที่ “ควรทำ” (Do’s) ✅
1. เป็นผู้ฟังที่ดี (Active Listening) หน้าที่ของคุณไม่ใช่การ “ซ่อม” หรือ “แก้ปัญหา” ให้เขา แต่คือการ “รับฟัง” ให้เขารู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว
- ลองพูดว่า: “เล่าให้ฟังได้นะ เราอยู่ตรงนี้เสมอ”, “มันคงหนักมากเลยสินะสำหรับเธอ”
2. ชวนทำกิจกรรมเบาๆ (แต่ไม่บังคับ) ชวนเขาออกไปเดินเล่น กินข้าว หรือดูหนังบ้าง เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ แม้เขาจะปฏิเสธ (ซึ่งเป็นปกติของโรค) ก็อย่าเพิ่งน้อยใจ ให้บอกว่า “ไม่เป็นไร ไว้พร้อมเมื่อไหร่บอกนะ”
3. ดูแลเรื่องยาและการรักษา ผู้ป่วยมักจะหลงลืมหรือไม่อยากกินยา คุณช่วยได้ด้วยการจัดยาให้ เตือนให้กินยาตรงเวลา หรือขับรถพาไปหาหมอ (การมีเพื่อนไปโรงพยาบาลช่วยลดความกังวลได้มากครับ)
4. สังเกตสัญญาณอันตราย หากเขาเริ่มพูดสั่งเสีย, แจกของรักให้คนอื่น, หรือพูดเรื่องความตายบ่อยขึ้น ห้ามมองข้ามเด็ดขาด ให้รีบแจ้งแพทย์หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิตทันที

สิ่งที่ “ห้ามทำ” (Don’ts) ❌
1. ห้ามใช้คำปลอบใจที่เป็น “Toxic Positivity” คำพูดเหล่านี้ฟังดูดี แต่คนป่วยฟังแล้วเจ็บปวดเหมือนโดนตำหนิว่าไม่อดทน:
- ❌ “สู้ๆ นะ เดี๋ยวก็หาย” (โรคนี้ไม่ได้หายได้ด้วยแรงใจ แต่หายด้วยยาและการรักษา)
- ❌ “คนอื่นลำบากกว่าเธอยังทนได้” (ความทุกข์เปรียบเทียบกันไม่ได้)
- ❌ “เลิกคิดมากสิ” (ถ้าเลือกได้ เขาคงเลิกไปนานแล้ว)
2. อย่าพยายามเป็นหมอ อย่าแนะนำให้หยุดยาเอง หรือไปหาซื้อยาแปลกๆ มาให้กินตามอินเทอร์เน็ต และอย่ากดดันถามเซ้าซี้ว่า “เมื่อไหร่จะหาย” เพราะโรคนี้ต้องใช้เวลา
3. อย่าแบกความรู้สึกเขามารู้สึกเอง (Emotional Boundary) การเห็นใจ (Empathy) ดีครับ แต่ถ้าเรา “อิน” จนเศร้าไปกับเขาด้วย เราจะหมดแรงช่วยเขา ต้องขีดเส้นแบ่งว่า “นี่คืออารมณ์ของเขา ไม่ใช่อารมณ์ของเรา”
กฎออกซิเจนบนเครื่องบิน: ดูแลตัวเองก่อน (Caregiver Self-Care)
เคยได้ยินคำแนะนำบนเครื่องบินไหมครับ? “สวมหน้ากากออกซิเจนให้ตัวเองก่อน แล้วค่อยช่วยเหลือผู้อื่น” หลักการนี้ใช้กับการดูแลผู้ป่วยซึมเศร้าได้ 100% ครับ
หากคุณทุ่มเทดูแลเขาจนตัวเองเครียด นอนไม่หลับ หรือเริ่มหงุดหงิดใส่ผู้ป่วย (Caregiver Burnout) สุดท้ายจะพังกันทั้งคู่
- หาเวลาพัก: ขอเวลาส่วนตัวไปทำสิ่งที่ชอบบ้าง
- ระบายออกบ้าง: หาเพื่อนหรือกลุ่มสนับสนุน (Support Group) เพื่อระบายความอัดอั้น
เภสัชกรคือผู้ช่วยของคุณ
บางครั้ง… การให้ “คนนอก” อย่างเภสัชกรช่วยพูดเรื่องความจำเป็นของการกินยา หรือช่วยจัดตารางยาให้ อาจทำให้ผู้ป่วยยอมรับได้ง่ายกว่าคนในครอบครัวพูดเอง เราพร้อมเป็นทีมสนับสนุนให้ทั้งผู้ป่วยและคุณครับ
“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”
ข้อมูลอ้างอิง
- Mayo Clinic. Support for depression: Tips for caregivers.
- HelpGuide.org. Helping Someone with Depression.
เรียบเรียงโดย (Compiled by) : www.chulalakpharmacy.com








