การที่ผมกลับมาร่วงอย่างหนักหลังหยุดยา Finasteride (ฟิแนสเตอไรด์) เกิดจากภาวะที่เรียกว่า “Catch-up Hair Loss” หรือการร่วงชดเชย สาเหตุเพราะเมื่อหยุดยา เกราะป้องกันที่เคยยับยั้งฮอร์โมน DHT จะหายไป ทำให้ระดับ DHT ที่หนังศีรษะพุ่งกลับขึ้นมาสูงเท่าเดิม (หรือเท่าระดับพันธุกรรมกำหนด) ส่งผลให้เส้นผมที่ยาเคยช่วยยื้อชีวิตไว้ หลุดร่วงออกมาพร้อมกันในเวลาสั้น ๆ เพื่อกลับไปสู่สภาพความบาง “ตามจริง” ที่ควรจะเป็นหากไม่เคยทานยามาก่อน [1]
รายละเอียด
ยา Finasteride 1 mg เป็นยาที่ไม่ได้รักษารากผมให้ “หายขาด” แต่ทำหน้าที่เหมือน “เขื่อน” กั้นไม่ให้ฮอร์โมนทำลายรากผม ตราบใดที่ทานยา เขื่อนก็ยังทำงาน แต่เมื่อ หยุดยา เขื่อนจะพังลงทันที น้ำป่า (DHT) จะไหลทะลักเข้าทำลายรากผมอีกครั้ง โดยกระบวนการนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีในวันรุ่งขึ้น แต่จะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนภายใน $3$ ถึง $6$ เดือน หลังหยุดยา โดยผมที่งอกใหม่จะเส้นเล็กลงและหลุดร่วงไปในที่สุด
กลไกการออกฤทธิ์ผ่านพฤติกรรม (Mechanism of Action through Behavior)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ต้องเข้าใจกลไกภายในร่างกายดังนี้:
- ขณะทานยา (The Shield): Finasteride ทำงานโดยยับยั้งเอนไซม์ 5alpha-reductase Type II ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ให้เป็น DHT (Dihydrotestosterone) เมื่อ DHT ลดลง รากผมจึงฟื้นตัวและผลิตเส้นผมที่หนาขึ้นได้
- เมื่อหยุดยา (The Rebound):
- เอนไซม์กลับมาทำงาน: ภายในไม่กี่วันหลังหยุดยา เอนไซม์ $5\alpha$-reductase จะกลับมาทำงานตามปกติ
- DHT พุ่งสูง: ระดับ DHT ที่หนังศีรษะจะพุ่งกลับขึ้นไปสู่ระดับเดิมตามพันธุกรรมภายใน 14-30 วัน
- รากผมฝ่อตัว (Miniaturization Resumes): รากผมที่ไวต่อ DHT จะถูกโจมตีทันที ทำให้วงจรชีวิตเส้นผมสั้นลง เส้นผมที่ “ควรจะร่วงไปนานแล้ว” (แต่ยาช่วยไว้) จะเข้าสู่ระยะพัก (Telogen) และร่วงออกมาพร้อม ๆ กัน ทำให้ดูเหมือนผมบางลงอย่างรวดเร็ว [2]
5 ขั้นตอน/ข้อควรปฏิบัติ หากจำเป็นต้องหยุดยา Finasteride
- ประเมินความจำเป็น: ถามตัวเองว่าหยุดเพราะอะไร? หากหยุดเพราะกังวลเรื่องผลข้างเคียง ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อปรับขนาดยาหรือเปลี่ยนตัวยา แต่หากหยุดเพราะ “คิดว่าหายแล้ว” ให้เปลี่ยนความคิดทันที เพราะโรคนี้รักษาไม่หายขาด
- ใช้ยาทา Minoxidil ทดแทน: หากต้องหยุดยากิน ควรใช้ยา Minoxidil ชนิดทาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและยื้อรากผมไว้ แม้กลไกจะต่างกันและได้ผลน้อยกว่ายากิน แต่ก็ดีกว่าไม่ใช้อะไรเลย
- ใช้ตัวช่วยธรรมชาติ (Natural DHT Blockers): อาจพิจารณาทานสารสกัดจาก Saw Palmetto หรือ Zinc แม้ฤทธิ์จะอ่อนกว่ายามาก แต่ช่วยประคองอาการได้บ้าง
- ดูแลหนังศีรษะ: หลีกเลี่ยงความร้อนและสารเคมีรุนแรง เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมรากผมที่กำลังอ่อนแอจากการกลับมาของ DHT

อาหารเสริมที่ช่วยบำรุง ดูแล หรือป้องกัน (ช่วงหยุดยา)
- Saw Palmetto (ปาล์มใบเลื่อย): มีกลไกคล้าย Finasteride ในการยับยั้ง DHT แต่มาจากธรรมชาติ (ผลลัพธ์อาจไม่เทียบเท่า)
- Biotin (ไบโอติน): ช่วยเสริมสร้างโครงสร้างเคราตินของเส้นผมให้แข็งแรง (ไม่ได้กันผมร่วงจากฮอร์โมน แต่ช่วยให้ผมที่เหลืออยู่แข็งแรงขึ้น)
- Zinc (สังกะสี): ช่วยลดการอักเสบของรากผมและมีส่วนช่วยควบคุมความมันบนหนังศีรษะ
ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม
- ไม่ใช่การดื้อยา: อาการผมร่วงหลังหยุดยา ไม่ใช่เพราะร่างกายดื้อยา แต่เป็นเพราะ “หมดฤทธิ์ยา”
- การวางแผนมีบุตร: หากหยุดยาเพื่อเตรียมมีบุตร แนะนำให้หยุดยาล่วงหน้าอย่างน้อย $1$ เดือน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด (แม้ความเสี่ยงจะต่ำมากก็ตาม) [3]
“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”

ข้อมูลอ้างอิง
- American Hair Loss Association. Hair Loss Treatments: Finasteride.
- Bernstein Medical. What Happens When You Stop Propecia (Finasteride)?
- Mayo Clinic. Finasteride (Oral Route) Precautions.
เรียบเรียงโดย (Compiled by) : www.chulalakpharmacy.com









