Acyclovir 5% Cream (อะไซโคลเวียร์ ชนิดครีม 5%) เป็นยาต้านไวรัสสำหรับทาภายนอก ใช้รักษาการติดเชื้อไวรัสเริม (Herpes Simplex) ทั้งบริเวณริมฝีปากและอวัยวะเพศ ตัวยาจะช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส ทำให้ตุ่มน้ำใสแห้งและแผลสมานตัวเร็วขึ้น โดยทั่วไปแนะนำให้ทายาวันละ 5 ครั้ง (ทุก 4 ชั่วโมง) ติดต่อกัน 5 วัน ยี่ห้อที่เป็นยาต้นแบบและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางคือ Zovirax (โซวิแร็กซ์) อย่างไรก็ตามมียาชื่อสามัญยี่ห้ออื่นๆ ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร เช่น Clinovir เป็นต้น
ข้อมูลสำคัญของยา Acyclovir 5% Cream
- สรรพคุณ: บรรเทาอาการเจ็บปวด แสบร้อน และลดระยะเวลาการเป็นโรคเริมให้หายเร็วขึ้น ควรเริ่มทายาทันทีที่มีอาการคันยุบยิบก่อนที่ตุ่มน้ำจะใสและแตกออก
- วิธีใช้และขนาดยา: ทาครีมบางๆ บริเวณรอยโรคและพื้นที่โดยรอบ วันละ 5 ครั้ง (เว้นช่วงเวลานอนกลางคืน) ควรทาต่อเนื่องอย่างน้อย 5 วัน หากอาการยังไม่ดีขึ้นสามารถทาต่อได้จนถึง 10 วัน
- ข้อควรระวัง: ใช้สำหรับทาบนผิวหนังเท่านั้น ห้ามทาในดวงตา ภายในช่องปาก หรือลึกเข้าไปในช่องคลอด เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อเยื่อบุ
- ผลข้างเคียงที่อาจพบ: ผิวหนังบริเวณที่ทาอาจมีอาการแห้ง แดง ลอกเป็นขุย หรือรู้สึกปวดแสบปวดร้อนเล็กน้อยชั่วขณะหลังทายา
กลไกการออกฤทธิ์ (Mechanism of Action)
ตัวยา Acyclovir จะซึมผ่านชั้นผิวหนังและถูกดูดซึมเข้าสู่เซลล์ที่มีการติดเชื้อไวรัส จากนั้นจะถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์ขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ DNA Polymerase ของเชื้อไวรัสเริมโดยตรง กระบวนการนี้จะตัดวงจรการสร้าง DNA ของไวรัส ทำให้ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนและลุกลามต่อไปได้ อาการอักเสบจึงค่อยๆ ลดลง
ยี่ห้อยาที่มีส่วนประกอบ Acyclovir 5% ในไทย
ในท้องตลาดมียาทาเริมที่มีตัวยา Acyclovir 5% หลายยี่ห้อ ซึ่งเภสัชกรจะแนะนำตามความเหมาะสม:
- Zovirax (โซวิแร็กซ์): ตัวนี้เป็น ยาต้นแบบ (Original Drug) ที่คิดค้นวิจัยมาอย่างยาวนาน จุดเด่นที่ทำให้แพทย์และเภสัชกรมักแนะนำคือ คุณสมบัติของเนื้อครีม (Base cream) ที่ถูกพัฒนามาให้ตัวยาซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวหนังและปมประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
- Vilerm (ไวเลิร์ม) / Clinovir (คลินโนเวียร์): เป็นยาชื่อสามัญ (Generic Drug) ที่ผลิตในประเทศไทย มีตัวยาสำคัญเท่ากัน เป็นทางเลือกที่ได้มาตรฐานในราคาที่ย่อมเยาลงมา
- Zevin (ซีวิน): อีกหนึ่งตัวเลือกของยาชื่อสามัญผลิตในประเทศที่นิยมใช้ทั่วไป
ทางเลือกการดูแลรักษา / อาหารเสริมที่แนะนำ (Add-on Therapy)
โรคเริมมักฉวยโอกาสแสดงอาการเมื่อร่างกายอ่อนแอหรือมีความเครียด การทายา Acyclovir อย่างเดียวจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ที่ ศูนย์ดูแลสุขภาพ CHC WELLNESS และ ร้านขายยาจุฬาลักษณ์เภสัช เราแนะนำให้ดูแลจากภายในร่วมด้วย:
- วิตามินซี (Vitamin C) 1,000 mg: ช่วยเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการต่อสู้กับเชื้อไวรัส ทำให้แผลสมานตัวไวขึ้น
- ซิงค์ (Zinc): แร่ธาตุที่จำเป็นต่อระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาการเป็นโรคเริมได้อย่างมีนัยสำคัญ
- วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex): เริมเป็นไวรัสที่ซ่อนตัวในปมประสาท การทานวิตามินบีจะช่วยบำรุงปลายประสาท ลดอาการปวดจี๊ดๆ หรือแสบร้อนตามแนวเส้นประสาทได้ดี
ข้อควรระวัง / คำเตือนเพิ่มเติม
- สุขอนามัยสำคัญที่สุด: ต้องล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังสัมผัสแผล เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อกระจายไปติดผิวหนังบริเวณอื่น หรือลุกลามเข้าดวงตา
- ห้ามบีบ เจาะ หรือเกาตุ่มน้ำ: การทำให้ตุ่มน้ำแตกจะแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปยังบริเวณรอบข้าง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนจนเป็นรอยแผลเป็น
- การแพร่เชื้อ: ควรงดการสัมผัสใกล้ชิด (เช่น การจูบ) หรืองดการมีเพศสัมพันธ์หากมีรอยโรคเริมที่อวัยวะเพศ จนกว่าแผลจะตกสะเก็ดและหายสนิท
ข้อมูลอ้างอิง
- สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย. คำแนะนำสำหรับประชาชน: โรคเริม (Herpes Simplex).
- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. โรคเริมที่ริมฝีปากและการใช้ยาต้านไวรัสอย่างถูกวิธี.
- คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. ข้อมูลยา Acyclovir ข้อบ่งใช้และผลข้างเคียง.
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.). การเลือกใช้ยาต้านไวรัสเริมชนิดทาภายนอก.
“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”
เรียบเรียงโดย (Compiled by) : www.chulalakpharmacy.com











