HPV ทำให้เป็นมะเร็งไหม? ความจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับเชื้อ HPV และความเสี่ยงต่อมะเร็ง

HPV ทำให้เป็นมะเร็งไหม? เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อ HPV กับมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องปาก และมะเร็งอื่น ๆ พร้อมข้อมูลทางการแพทย์ที่ควรรู้เกี่ยวกับ HPV ความเสี่ยงสูง

HPV ทำให้เป็นมะเร็งไหม? ความจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับเชื้อ HPV และความเสี่ยงต่อมะเร็ง

HPV สามารถทำให้เกิดมะเร็งได้ แต่ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อทุกคนจะเป็นมะเร็ง

ในความเป็นจริง ผู้ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่สามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 ปี และไม่เกิดโรคร้ายแรงใด ๆ

อย่างไรก็ตาม HPV บางสายพันธุ์ โดยเฉพาะกลุ่มความเสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ HPV 18 อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง หากเชื้อคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานหลายปีโดยไม่ได้รับการติดตามหรือดูแลอย่างเหมาะสม


HPV คืออะไร?

HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นกลุ่มไวรัสที่มีมากกว่า 200 สายพันธุ์

เชื้อ HPV สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังและเยื่อบุระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ โดยทั่วไป HPV แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่

HPV ความเสี่ยงต่ำ (Low-Risk HPV)

มักเกี่ยวข้องกับ

  • หูดหงอนไก่
  • หูดบริเวณอวัยวะเพศ

ตัวอย่างเช่น

  • HPV 6
  • HPV 11

HPV ความเสี่ยงสูง (High-Risk HPV)

เป็นกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง

ตัวอย่างเช่น

  • HPV 16
  • HPV 18
  • HPV 31
  • HPV 33
  • HPV 45
  • HPV 52
  • HPV 58


HPV ทำให้เป็นมะเร็งได้อย่างไร?

โดยปกติ เซลล์ในร่างกายจะมีระบบควบคุมการแบ่งตัวและการซ่อมแซมตัวเอง

แต่ HPV ความเสี่ยงสูงบางสายพันธุ์สามารถสร้างโปรตีนที่รบกวนระบบป้องกันตามธรรมชาติของเซลล์

หากเชื้อยังคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน อาจทำให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย กระบวนการนี้มักใช้เวลาหลายปี

เริ่มจาก

  1. ติดเชื้อ HPV
  2. เชื้ออยู่ในร่างกายต่อเนื่อง
  3. เซลล์เริ่มมีความผิดปกติ
  4. เกิดรอยโรคก่อนมะเร็ง
  5. พัฒนาเป็นมะเร็งในบางราย

นี่คือเหตุผลที่การตรวจคัดกรองมีความสำคัญ เพราะสามารถค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ก่อนเป็นมะเร็ง


ผู้ติดเชื้อ HPV ทุกคนจะเป็นมะเร็งหรือไม่?

ไม่

นี่คือข้อเท็จจริงที่สำคัญที่สุด ผู้ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่ไม่เป็นมะเร็ง

องค์การอนามัยโลก (WHO) และ Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ระบุว่าผู้ติดเชื้อประมาณ 80-90% สามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 ปี

มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เชื้อยังคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานและพัฒนาไปสู่ความผิดปกติของเซลล์

ดังนั้น

HPV ≠ มะเร็ง แต่

HPV บางสายพันธุ์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็ง


HPV สายพันธุ์ใดเสี่ยงมะเร็งมากที่สุด?

สายพันธุ์ที่มีข้อมูลทางการแพทย์รองรับมากที่สุด คือ

HPV 16 เป็นสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุดในมะเร็งปากมดลูกทั่วโลก

HPV 18 เป็นสายพันธุ์ที่มีความสัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูกชนิด Adenocarcinoma อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังมี

  • HPV 31
  • HPV 33
  • HPV 45
  • HPV 52
  • HPV 58

ที่ถูกจัดเป็นกลุ่ม HPV ความเสี่ยงสูงเช่นกัน


HPV ทำให้เกิดมะเร็งอะไรได้บ้าง?

HPV มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งหลายชนิด

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่มีความสัมพันธ์กับ HPV มากที่สุด ข้อมูลจาก WHO ระบุว่า มะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV

มะเร็งทวารหนัก พบความสัมพันธ์กับ HPV ความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะ HPV 16

มะเร็งช่องปากและลำคอ โดยเฉพาะบริเวณโคนลิ้นและต่อมทอนซิล

มะเร็งอวัยวะเพศชาย พบไม่บ่อย แต่มีความสัมพันธ์กับ HPV

มะเร็งช่องคลอดและปากช่องคลอด พบได้ในผู้หญิงบางรายที่ติดเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูงเป็นเวลานาน


หากตรวจพบ HPV ต้องกังวลไหม?

ควรให้ความสำคัญ แต่ไม่ควรตื่นตระหนก การตรวจพบ HPV เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการประเมินความเสี่ยง

สิ่งที่แพทย์ให้ความสำคัญมากกว่า คือ

  • สายพันธุ์ที่ตรวจพบ
  • ระยะเวลาที่เชื้ออยู่ในร่างกาย
  • ผล Pap Smear
  • ความผิดปกติของเซลล์

ในหลายกรณี การติดตามผลอย่างเหมาะสมสามารถช่วยป้องกันการพัฒนาไปสู่มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีลดความเสี่ยงมะเร็งจาก HPV

รับวัคซีน HPV

วัคซีนสามารถช่วยป้องกัน HPV หลายสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง

ตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ

เช่น

  • HPV DNA Test
  • Pap Smear

งดสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงที่ HPV จะคงอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น

ดูแลภูมิคุ้มกัน

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์


ตารางสรุปข้อมูลสำคัญ

คำถามคำตอบ
HPV ทำให้เป็นมะเร็งไหมได้ แต่ไม่ใช่ทุกคน
ผู้ติดเชื้อ HPV ทุกคนเป็นมะเร็งหรือไม่ไม่
HPV สายพันธุ์ใดเสี่ยงสูงHPV 16 และ HPV 18
HPV หายเองได้ไหมได้ในคนส่วนใหญ่
มะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV มีอะไรบ้างมะเร็งปากมดลูก ช่องปาก ลำคอ ทวารหนัก และอวัยวะเพศ
ลดความเสี่ยงได้อย่างไรวัคซีน ตรวจคัดกรอง และดูแลสุขภาพ

บทความที่เกี่ยวข้อง



ข้อมูลอ้างอิง (References)

  1. World Health Organization (WHO). Human papillomavirus (HPV) and cervical cancer.
  2. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). About HPV.
  3. National Cancer Institute (NCI). HPV and Cancer.
  4. International Agency for Research on Cancer (IARC). Human Papillomaviruses.
  5. American Cancer Society. HPV and Cancer.

“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com

แชร์

ยังไม่มีบัญชี