HPV 31 คืออะไร? อันตรายไหม เสี่ยงมะเร็งหรือไม่ และหายเองได้ไหม

HPV 31 คืออะไร? เรียนรู้เกี่ยวกับ HPV 31 ซึ่งเป็นเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูง ความสัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก การติดต่อ อาการ การรักษา และแนวทางดูแลตัวเองเมื่อพบเชื้อ


HPV 31 คืออะไร? อันตรายไหม เสี่ยงมะเร็งหรือไม่ และหายเองได้ไหม

HPV 31 เป็นเชื้อ Human Papillomavirus (HPV) กลุ่มความเสี่ยงสูง (High-Risk HPV) ที่มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับ HPV

แม้ HPV 31 จะถูกจัดเป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง แต่การตรวจพบเชื้อไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็ง ผู้ติดเชื้อจำนวนมากสามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 ปีผ่านการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

สิ่งสำคัญคือการติดตามผล ตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์ และดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม


HPV 31 คืออะไร?

HPV 31 เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของเชื้อ HPV ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม

HPV ความเสี่ยงสูง (High-Risk HPV)

กลุ่มเดียวกับ

  • HPV 16
  • HPV 18
  • HPV 33
  • HPV 45
  • HPV 52
  • HPV 58

เชื้อกลุ่มนี้มีความสามารถในการก่อให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ หากเชื้อคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน

ปัจจุบัน HPV 31 ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกรองจาก HPV 16 และ HPV 18


HPV 31 อันตรายไหม?

HPV 31 ถือเป็นเชื้อที่ควรให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่มีศักยภาพในการก่อมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม ความอันตรายของ HPV 31 ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังได้รับเชื้อ

สิ่งที่แพทย์ให้ความสำคัญคือ

  • เชื้ออยู่ในร่างกายนานหรือไม่
  • มีความผิดปกติของเซลล์หรือไม่
  • มีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วยหรือไม่

ในผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เองก่อนที่จะเกิดความผิดปกติรุนแรง


HPV 31 ทำให้เป็นมะเร็งได้หรือไม่?

ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ติดเชื้อจะเป็นมะเร็ง

HPV 31 มีความสัมพันธ์กับ

  • มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่มีข้อมูลสนับสนุนมากที่สุด
  • มะเร็งทวารหนัก พบความสัมพันธ์ในผู้ติดเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูงบางราย
  • มะเร็งช่องคลอด
  • มะเร็งปากช่องคลอด
  • มะเร็งช่องปากและลำคอ

ในบางกรณี

อย่างไรก็ตาม การเกิดมะเร็งมักต้องอาศัยเวลาหลายปี และมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ดังนั้น HPV 31 จึงเป็น “ปัจจัยเสี่ยง” ไม่ใช่ “คำตัดสินว่าจะเป็นมะเร็ง”


HPV 31 ติดต่อทางไหน?

HPV 31 ติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังและเยื่อบุโดยตรง

ช่องทางที่พบบ่อย ได้แก่

❤️ ทางช่องคลอด

💋 ทางปาก

🔄 ทางทวารหนัก

🤝 สัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ

HPV ไม่จำเป็นต้องมีการหลั่งน้ำอสุจิหรือสารคัดหลั่งจึงจะแพร่เชื้อได้ เพียงมีการสัมผัสบริเวณที่มีเชื้อก็สามารถติดเชื้อได้


HPV 31 มีอาการหรือไม่?

ส่วนใหญ่ ไม่มีอาการ ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้อ

ไม่มี

  • ตุ่ม
  • หูด
  • อาการปวด
  • อาการคัน

จึงมักตรวจพบจากการตรวจ HPV DNA Test หรือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

นี่เป็นเหตุผลที่การตรวจคัดกรองมีความสำคัญมาก


HPV 31 หายเองได้ไหม?

ได้ องค์การอนามัยโลก (WHO) และ CDC ระบุว่าผู้ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่สามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 ปี รวมถึง HPV 31 ด้วย

อย่างไรก็ตาม HPV 31 มีแนวโน้มอยู่ในร่างกายได้นานกว่า HPV กลุ่มความเสี่ยงต่ำบางสายพันธุ์ หากตรวจพบเชื้ออย่างต่อเนื่องหลายปี อาจต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดมากขึ้น


HPV 31 แตกต่างจาก HPV 16 และ HPV 18 อย่างไร?

สายพันธุ์ระดับความเสี่ยง
HPV 16สูงมาก
HPV 18สูงมาก
HPV 31สูง
HPV 33สูง
HPV 45สูง

HPV 16 และ HPV 18 ยังคงเป็นสองสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก

แต่ HPV 31 ก็เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่องค์การอนามัยโลกจัดอยู่ในกลุ่มก่อมะเร็งเช่นกัน


วัคซีน HPV ป้องกัน HPV 31 ได้หรือไม่?

ได วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ สามารถป้องกัน

  • HPV 31
  • HPV 33
  • HPV 45
  • HPV 52
  • HPV 58

เพิ่มเติมจาก HPV 16 และ HPV 18

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน


หากตรวจพบ HPV 31 ควรทำอย่างไร?

แนวทางที่แนะนำ ได้แก่

ไม่ตื่นตระหนก การตรวจพบ HPV 31 ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง

ติดตามผลตามแพทย์นัด การติดตามผลมีความสำคัญมากกว่าการกังวลกับผลตรวจเพียงครั้งเดียว

ตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

เช่น

  • HPV DNA Test
  • Pap Smear
  • Colposcopy

ดูแลภูมิคุ้มกัน

  • นอนหลับเพียงพอ
  • ออกกำลังกาย
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • งดสูบบุหรี่


ตารางสรุปข้อมูลสำคัญ

คำถามคำตอบ
HPV 31 คืออะไรHPV ความเสี่ยงสูง
HPV 31 ทำให้เป็นมะเร็งไหมมีความสัมพันธ์กับมะเร็ง
HPV 31 หายเองได้ไหมได้
HPV 31 มีอาการไหมส่วนใหญ่ไม่มีอาการ
HPV 31 ติดต่อทางไหนทางเพศสัมพันธ์และสัมผัสผิวหนัง
วัคซีนป้องกันได้ไหมได้ (วัคซีน 9 สายพันธุ์)

บทความที่เกี่ยวข้อง



ข้อมูลอ้างอิง (References)

  1. World Health Organization (WHO). Human papillomavirus (HPV) and cervical cancer.
  2. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). About HPV.
  3. National Cancer Institute (NCI). HPV and Cancer.
  4. International Agency for Research on Cancer (IARC). Human Papillomaviruses.
  5. American Cancer Society. HPV and Cancer.

“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com

แชร์

ยังไม่มีบัญชี