ตรวจพบ HPV 52 หรือ 58 ต้องรักษาไหม? หายเองได้หรือไม่ และควรทำอย่างไรต่อ

ตรวจพบ HPV 52 หรือ HPV 58 ต้องรักษาหรือไม่? เรียนรู้ความเสี่ยงของ HPV ความเสี่ยงสูง การหายเองของเชื้อ การติดตามผล และแนวทางดูแลตัวเองหลังทราบผลตรวจ

ตรวจพบ HPV 52 หรือ 58 ต้องรักษาไหม? หายเองได้หรือไม่ และควรทำอย่างไรต่อ

หากตรวจพบ HPV 52 หรือ HPV 58 ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรักษาทันทีเสมอไป

HPV 52 และ HPV 58 เป็นเชื้อ HPV กลุ่มความเสี่ยงสูง (High-Risk HPV) ที่มีความสัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก แต่การตรวจพบเชื้อเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง หรือจำเป็นต้องได้รับการรักษาในทันที

ในหลายกรณี ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 ปี โดยไม่ต้องใช้ยากำจัดเชื้อ HPV โดยตรง

สิ่งสำคัญคือการติดตามผลตามคำแนะนำของแพทย์ และประเมินว่ามีความผิดปกติของเซลล์ร่วมด้วยหรือไม่


HPV 52 และ HPV 58 คืออะไร?

HPV 52 และ HPV 58 เป็นสายพันธุ์ในกลุ่ม

HPV ความเสี่ยงสูง (High-Risk HPV)

เช่นเดียวกับ

  • HPV 16
  • HPV 18
  • HPV 31
  • HPV 33
  • HPV 45

สายพันธุ์เหล่านี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ หากเชื้ออยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน

สิ่งที่น่าสนใจคือ HPV 52 และ HPV 58 พบได้ค่อนข้างบ่อยในประชากรเอเชีย รวมถึงประเทศไทย มากกว่าหลายประเทศในยุโรปและอเมริกา


ตรวจพบ HPV 52 หรือ 58 แปลว่าเป็นมะเร็งหรือไม่?

ไม่ใช่ นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมาก การตรวจพบ HPV 52 หรือ HPV 58 หมายถึง “พบเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูง”

แต่ไม่ได้หมายถึง “เป็นมะเร็ง”

ในความเป็นจริง ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่เคยพัฒนาไปเป็นมะเร็งเลย องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าผู้ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่สามารถกำจัดเชื้อได้เองผ่านระบบภูมิคุ้มกัน


ตรวจพบ HPV 52 หรือ 58 ต้องรักษาไหม?

คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องรักษาทุกคน

เนื่องจากปัจจุบัน ยังไม่มียาที่ใช้กำจัดเชื้อ HPV โดยตรง แพทย์จึงไม่ได้รักษา “เชื้อ HPV”

แต่จะรักษา

  • ความผิดปกติของเซลล์
  • รอยโรคก่อนมะเร็ง
  • หรือภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น

หากตรวจพบเพียง HPV 52 หรือ HPV 58 แต่ผล Pap Smear ปกติ และไม่พบความผิดปกติอื่น

แพทย์มักแนะนำ ติดตามผล มากกว่า รักษาทันที


กรณีใดที่อาจต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม?

แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม หาก

  • พบ HPV 52 หรือ 58 ร่วมกับ Pap Smear ผิดปกติ
  • ตรวจพบเชื้อต่อเนื่องหลายปี
  • มีผลตรวจบ่งชี้รอยโรคก่อนมะเร็ง
  • มีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม

เช่น

  • สูบบุหรี่
  • ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ติดเชื้อ HIV

ในบางกรณีอาจมีการตรวจ Colposcopy หรือการส่องกล้องขยายบริเวณปากมดลูก เพื่อประเมินความผิดปกติอย่างละเอียด


HPV 52 และ HPV 58 หายเองได้ไหม?

ได้

ข้อมูลจาก CDC และ WHO ระบุว่า ประมาณ 80-90% ของผู้ติดเชื้อ HPV สามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 ปี รวมถึง HPV 52 และ HPV 58 ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในบางราย เชื้ออาจอยู่ในร่างกายได้นานกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยที่ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ


ทำไม HPV 52 และ 58 ถึงได้รับความสนใจมากขึ้น?

ในอดีต คนมักรู้จักเพียง

  • HPV 16
  • HPV 18

แต่ปัจจุบันงานวิจัยในเอเชียพบว่า

HPV 52 และ HPV 58 เป็นสายพันธุ์ที่ตรวจพบได้บ่อยในผู้หญิงเอเชีย รวมถึงประเทศไทย

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะครอบคลุม HPV 52 และ HPV 58 ด้ว


ควรทำอย่างไรหลังทราบผลตรวจ?

อย่าตื่นตระหนก การตรวจพบ HPV ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง

ติดตามผลตามแพทย์นัด การติดตามผลมีความสำคัญมากกว่าผลตรวจเพียงครั้งเดียว

ดูแลสุขภาพ

  • นอนหลับให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • งดสูบบุหรี่

ตรวจคัดกรองอย่างต่อเนื่อง

เช่น

  • HPV DNA Test
  • Pap Smear

ตามช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำ


HPV 52 หรือ HPV 58 แบบไหนอันตรายกว่ากัน?

ปัจจุบัน ทั้ง HPV 52 และ HPV 58 ถูกจัดเป็น HPV ความเสี่ยงสูง เช่นเดียวกัน จึงไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าสายพันธุ์ใดอันตรายกว่ากันสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

สิ่งที่สำคัญกว่าคือ

  • เชื้ออยู่ในร่างกายนานแค่ไหน
  • มีความผิดปกติของเซลล์หรือไม่
  • มีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วยหรือไม่


ตารางสรุปข้อมูลสำคัญ

คำถามคำตอบ
HPV 52 หรือ 58 ต้องรักษาทันทีไหมส่วนใหญ่ไม่ต้อง
HPV 52 หรือ 58 เป็นมะเร็งไหมไม่ใช่
HPV 52 หรือ 58 หายเองได้ไหมได้
ต้องตรวจติดตามไหมต้อง
HPV 52 และ 58 เป็นสายพันธุ์เสี่ยงสูงหรือไม่ใช่
มีวัคซีนป้องกันไหมมี (วัคซีน 9 สายพันธุ์)

บทความที่เกี่ยวข้อง



ข้อมูลอ้างอิง (References)

  1. World Health Organization (WHO). Human papillomavirus (HPV) and cervical cancer.
  2. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). About HPV.
  3. American Society for Colposcopy and Cervical Pathology (ASCCP). Risk-Based Management Guidelines.
  4. International Agency for Research on Cancer (IARC). Human Papillomaviruses.
  5. National Cancer Institute (NCI). HPV and Cancer.

“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com

แชร์

ยังไม่มีบัญชี