สามีเป็น HPV ต้องทำอย่างไร? ภรรยาจะติดไหม ควรตรวจอะไรบ้าง และต้องกังวลแค่ไหน

สามีเป็น HPV ต้องทำอย่างไร? ภรรยาจะติดเชื้อหรือไม่ ควรตรวจ HPV หรือ Pap Smear หรือไม่ และต้องงดมีเพศสัมพันธ์หรือเปล่า เรียนรู้แนวทางดูแลตัวเองเมื่อคู่สมรสตรวจพบเชื้อ HPV


สามีเป็น HPV ต้องทำอย่างไร? ภรรยาจะติดไหม ควรตรวจอะไรบ้าง และต้องกังวลแค่ไหน

หากสามีตรวจพบเชื้อ HPV ภรรยามีโอกาสได้รับเชื้อเช่นกัน เนื่องจาก HPV เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถแพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนังและเยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศได้

อย่างไรก็ตาม การที่สามีตรวจพบ HPV ไม่ได้หมายความว่าภรรยาจะติดเชื้อแน่นอน และไม่ได้หมายความว่าทั้งคู่จะเกิดมะเร็งหรือโรคร้ายแรงในอนาคต

ในความเป็นจริง ผู้ใหญ่ที่มีเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่มีโอกาสได้รับเชื้อ HPV อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต และผู้ติดเชื้อจำนวนมากสามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 ปี โดยไม่เกิดอาการใด ๆ

สิ่งสำคัญคือการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม การติดตามผล และการดูแลสุขภาพร่วมกันมากกว่าการตื่นตระหนกกับผลตรวจเพียงครั้งเดียว


HPV คืออะไร และทำไมจึงพบได้บ่อยในคู่สมรส?

HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นกลุ่มไวรัสที่มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยที่สุดชนิดหนึ่งของโลก

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่มีโอกาสได้รับเชื้อ HPV อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต

สิ่งที่ทำให้ HPV แตกต่างจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิด คือผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการเลย

  • ไม่มีแผล
  • ไม่มีหูด
  • ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ

แต่ยังสามารถแพร่เชื้อและตรวจพบเชื้อได้

นี่คือเหตุผลที่หลายคนเพิ่งทราบว่าตนเองมีเชื้อ HPV หลังจากตรวจสุขภาพหรือเข้ารับการตรวจคัดกรอง


หากสามีเป็น HPV ภรรยาจะติดเชื้อไหม?

คำตอบคือ มีโอกาส แต่ไม่สามารถสรุปได้ว่าติดเชื้อแน่นอน เนื่องจากการติดเชื้อ HPV ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • สายพันธุ์ของเชื้อ
  • ระยะเวลาที่สัมผัสเชื้อ
  • ภูมิคุ้มกันของแต่ละคน
  • พฤติกรรมทางเพศในอดีต

ในหลายกรณี คู่สมรสอาจได้รับเชื้อเดียวกันมาก่อนแล้วเป็นเวลาหลายปี แต่ไม่มีอาการและไม่เคยตรวจพบมาก่อน

ดังนั้นการตรวจพบ HPV ในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายเพิ่งได้รับเชื้อในช่วงเวลานั้น


สามีเป็น HPV แปลว่านอกใจหรือไม่?

นี่เป็นคำถามที่สร้างความกังวลให้กับหลายครอบครัว คำตอบคือ ไม่สามารถสรุปได้

เชื้อ HPV สามารถอยู่ในร่างกายได้นานหลายปีโดยไม่แสดงอาการ บางคนอาจได้รับเชื้อมาตั้งแต่ก่อนแต่งงาน หรือก่อนเริ่มความสัมพันธ์ปัจจุบันเป็นเวลาหลายปี

งานวิจัยพบว่าผู้ติดเชื้อ HPV จำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้อ เพราะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ดังนั้นการตรวจพบ HPV ในปัจจุบัน จึงไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันการนอกใจได้


ภรรยาควรตรวจอะไรบ้าง?

หากคู่สมรสตรวจพบ HPV โดยเฉพาะสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง

ผู้หญิงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการตรวจเพิ่มเติม

การตรวจที่พบได้บ่อย ได้แก่

HPV DNA Test

เป็นการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ HPV ช่วยระบุว่ามีเชื้อ HPV หรือไม่ และบางกรณีสามารถระบุสายพันธุ์ได้

Pap Smear

เป็นการตรวจคัดกรองความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก แม้จะไม่ใช่การตรวจหาเชื้อ HPV โดยตรง แต่ช่วยค้นหาความผิดปกติที่อาจเกิดจาก HPV ได้

ในปัจจุบัน หลายประเทศแนะนำให้ใช้ HPV DNA Test ร่วมกับ Pap Smear เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก


ถ้าไม่มีอาการ จำเป็นต้องตรวจหรือไม่?

จำเป็น เพราะ HPV มักไม่มีอาการในระยะแรก ผู้หญิงจำนวนมากที่ตรวจพบ HPV หรือพบความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ มาก่อนเลย

การรอให้มีอาการก่อนตรวจ อาจทำให้พลาดโอกาสในการค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่การตรวจคัดกรองเป็นสิ่งสำคัญ แม้ในผู้ที่รู้สึกว่าตนเองแข็งแรงดี


ต้องงดมีเพศสัมพันธ์หรือไม่?

โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องงดมีเพศสัมพันธ์อย่างถาวร

แต่ควรพูดคุยและทำความเข้าใจร่วมกัน ในคู่สมรสที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานาน มีความเป็นไปได้ว่าทั้งสองฝ่ายอาจเคยสัมผัสเชื้อเดียวกันมาก่อนแล้ว

อย่างไรก็ตาม การใช้ถุงยางอนามัยสามารถช่วยลดโอกาสในการรับหรือส่งต่อเชื้อเพิ่มเติมได้ แม้จะไม่สามารถป้องกัน HPV ได้ 100%


วัคซีน HPV ยังมีประโยชน์หรือไม่?

มีประโยชน์ หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อคู่สมรสติดเชื้อ HPV แล้ว การฉีดวัคซีนจะไม่มีประโยชน์อีก

แต่ในความเป็นจริง HPV มีหลายสายพันธุ์ การติดเชื้อสายพันธุ์หนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับภูมิคุ้มกันต่อทุกสายพันธุ์ วัคซีน HPV สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยได้รับมาก่อน โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง

ปัจจุบันวัคซีน HPV สามารถฉีดได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย



หากสามีเป็น HPV ความเสี่ยงต่อมะเร็งของภรรยาจะเพิ่มขึ้นหรือไม่?

ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อมีการติดเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูง และเชื้อคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน

สายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งมากที่สุด ได้แก่

  • HPV 16
  • HPV 18
  • HPV 31
  • HPV 33
  • HPV 45
  • HPV 52
  • HPV 58

อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อ HPV ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็ง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่สามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 ปี

ปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็ง คือการติดเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีโดยไม่ได้รับการติดตาม


ควรดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อสามีเป็น HPV?

แนวทางที่แนะนำ ได้แก่

ตรวจคัดกรองตามเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยเฉพาะ HPV DNA Test และ Pap Smear

ดูแลภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

  • นอนหลับให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • งดสูบบุหรี่

ปรึกษาแพทย์เมื่อมีข้อสงสัย หลีกเลี่ยงการตัดสินใจจากข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว

พิจารณาวัคซีน HPV หากยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน


ตารางสรุปข้อมูลสำคัญ

คำถามคำตอบ
สามีเป็น HPV ภรรยาจะติดไหมมีโอกาส แต่ไม่เสมอไป
สามีเป็น HPV แปลว่านอกใจหรือไม่ไม่สามารถสรุปได้
ภรรยาควรตรวจ HPV หรือไม่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน
ไม่มีอาการจำเป็นต้องตรวจไหมควรตรวจตามแนวทางคัดกรอง
ต้องงดมีเพศสัมพันธ์หรือไม่โดยทั่วไปไม่จำเป็น
วัคซีน HPV ยังมีประโยชน์ไหมมีประโยชน์



บทความที่เกี่ยวข้อง



ข้อมูลอ้างอิง (References)

  1. World Health Organization (WHO). Human papillomavirus (HPV) and cervical cancer.
  2. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). About HPV.
  3. National Cancer Institute (NCI). HPV and Cancer.
  4. American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG). Cervical Cancer Screening.
  5. American Cancer Society. HPV and HPV Testing.

“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com

แชร์

ยังไม่มีบัญชี