หนองในมีอาการอย่างไร? รู้จักอาการหนองในผู้ชายและผู้หญิง ระยะฟักตัว การติดต่อ ภาวะแทรกซ้อน และแนวทางการรักษา พร้อมวิธีสังเกตอาการเบื้องต้นที่ควรรีบพบแพทย์
หนองในมีอาการอย่างไร? สัญญาณเตือนในผู้ชายและผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม
โรคหนองในมักมีอาการปัสสาวะแสบขัด มีหนองหรือสารคัดหลั่งไหลออกจากอวัยวะเพศ โดยเฉพาะในผู้ชาย ส่วนผู้หญิงอาจมีตกขาวผิดปกติ ปวดท้องน้อย หรืออาจไม่มีอาการเลยก็ได้ ทำให้หลายคนไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อและแพร่เชื้อให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว
Featured Snippet
หนองในมีอาการอะไรบ้าง?
อาการที่พบบ่อยของโรคหนองใน ได้แก่ ปัสสาวะแสบขัด มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ ตกขาวผิดปกติ ปวดท้องน้อย เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือมีเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการชัดเจน โดยเฉพาะในผู้หญิง
โรคหนองในคืออะไร?
โรคหนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ
Neisseria gonorrhoeae
เชื้อนี้สามารถติดเชื้อได้ที่
- ท่อปัสสาวะ
- ปากมดลูก
- ช่องคลอด
- ทวารหนัก
- คอหอย
- เยื่อบุตา
หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ได้
หนองในกี่วันจึงแสดงอาการ?
โดยทั่วไป ผู้ชาย มักเริ่มมีอาการภายใน 2-7 วัน หลังได้รับเชื้อ
ผู้หญิง อาจใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ หรือบางรายไม่มีอาการเลย

Medical Insight: ทำไมผู้หญิงจำนวนมากจึงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหนองใน?
ในทางคลินิก โรคหนองในในผู้หญิงมักถูกเรียกว่า “Silent Infection”
เนื่องจากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae สามารถติดเชื้อบริเวณปากมดลูกได้โดยก่ออาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่ก่ออาการเลย ในระยะแรก ผู้ป่วยอาจมีเพียง
- ตกขาวเพิ่มขึ้น
- ระคายเคืองเล็กน้อย
- ปวดหน่วงท้องน้อยเล็กน้อย
ซึ่งอาการเหล่านี้คล้ายกับภาวะตกขาวทั่วไปหรือการติดเชื้อในช่องคลอดชนิดอื่น จึงทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้เข้ารับการตรวจ
ปัญหาคือเชื้อสามารถลุกลามจากปากมดลูกขึ้นสู่
- มดลูก
- ท่อนำไข่
- อุ้งเชิงกราน
จนเกิดภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease: PID) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยากในผู้หญิง
อาการหนองในในผู้ชาย
อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ปัสสาวะแสบขัด เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด
- มีหนองไหลจากปลายอวัยวะเพศ ลักษณะอาจเป็น
- สีเหลือง
- สีเขียว
- สีขาวขุ่น
- ปวดหรือแสบที่ท่อปัสสาวะ โดยเฉพาะขณะปัสสาวะ
- อัณฑะบวม พบได้ในบางรายที่มีการอักเสบลุกลาม
อาการหนองในในผู้หญิง
อาการอาจไม่ชัดเจนแต่สามารถพบได้ เช่น
- ตกขาวผิดปกติ มีปริมาณมากขึ้น
- ปัสสาวะแสบขัด คล้ายโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- ปวดท้องน้อย โดยเฉพาะหากเชื้อลุกลาม
- เลือดออกผิดปกติ ระหว่างรอบเดือนหรือหลังมีเพศสัมพันธ์
หนองในทางปากมีอาการอย่างไร?
เชื้อหนองในสามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางปากได้ อาการที่อาจพบ ได้แก่
- เจ็บคอ
- คออักเสบ
- กลืนลำบาก
- ต่อมทอนซิลอักเสบ
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีอาการ
หนองในทางทวารหนักมีอาการอย่างไร?
อาจพบ
- คันบริเวณทวารหนัก
- ปวดขณะขับถ่าย
- มีมูกหรือหนอง
- เลือดออก
แต่บางรายไม่มีอาการเช่นกัน
Research Insight
องค์การอนามัยโลก (WHO) และ CDC ระบุว่าโรคหนองในเป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยที่สุดทั่วโลก
ความน่ากังวลในปัจจุบันคือการเพิ่มขึ้นของเชื้อหนองในดื้อยาปฏิชีวนะ (Antimicrobial Resistant Gonorrhea) ทำให้การวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญมากขึ้น
งานวิจัยยังพบว่าผู้ป่วยจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้หญิง อาจไม่มีอาการในระยะเริ่มต้น ส่งผลให้เกิดการแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว
หนองในติดต่อทางไหน?
เชื้อสามารถติดต่อผ่าน
- เพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด
- เพศสัมพันธ์ทางปาก
- เพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
และสามารถติดต่อจากแม่สู่ลูกขณะคลอดได้
หากปล่อยไว้ไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น?
ผู้ชาย อาจเกิด
- อัณฑะอักเสบ
- ท่อนำอสุจิอักเสบ
ผู้หญิง อาจเกิด
- อุ้งเชิงกรานอักเสบ
- ท่อนำไข่อุดตัน
- ภาวะมีบุตรยาก
Myth vs Fact
| ความเชื่อ | ความจริง |
| ไม่มีหนอง แปลว่าไม่เป็นหนองใน | ไม่จริง |
| หนองในต้องมีอาการทุกคน | ไม่จริง |
| ผู้หญิงจะรู้ทันทีเมื่อเป็นหนองใน | ไม่จริง |
| หนองในหายเองได้ | ไม่จริง |
| กินยาปฏิชีวนะเองแล้วหายแน่นอน | ไม่จริง |
คำถามที่พบบ่อย
หนองในหายเองได้ไหม?
โดยทั่วไป โรคหนองในไม่ควรปล่อยให้หายเอง เนื่องจากอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
หนองในกี่วันหาย?
ขึ้นอยู่กับการรักษาและการตอบสนองของผู้ป่วย
หนองในรักษาหายขาดไหม?
สามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม
แฟนเป็นหนองใน ฉันต้องตรวจไหม?
ควรเข้ารับการประเมิน เนื่องจากมีความเสี่ยงได้รับเชื้อเช่นกัน
ตารางเปรียบเทียบอาการ
| อาการ | ผู้ชาย | ผู้หญิง |
| ปัสสาวะแสบขัด | พบบ่อย | พบบ่อย |
| หนองไหล | พบบ่อยมาก | พบได้ |
| ตกขาวผิดปกติ | ไม่พบ | พบบ่อย |
| ปวดท้องน้อย | พบน้อย | พบบ่อย |
| ไม่มีอาการ | พบน้อย | พบได้บ่อย |
สรุป
โรคหนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถเกิดได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง
อาการที่พบบ่อยคือปัสสาวะแสบขัด มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ หรือตกขาวผิดปกติ แต่ผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้หญิง อาจไม่มีอาการเลย
การสังเกตอาการผิดปกติ การตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม และการรักษาตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญต่อการป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
บทความที่เกี่ยวข้อง
- หนองในกินยาหายเองได้ไหม?
- Cefixime 100 mg (Cefspan) คือยาอะไร: วิธีรักษาหนองใน กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และวิธีกินที่ถูกต้อง
- Azithromycin 250 mg คือยาอะไร สรรพคุณรักษาหนองใน เจ็บคอ วิธีใช้ในเด็กและผู้ใหญ่ และข้อควรระวัง
- ภาวะดื้อยาในเริมและหนองใน ทำอย่างไรดี? แนวทางรักษาและป้องกัน
- ใช้ยารักษาหนองในเองได้ไหม? ทำไมควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนเสมอ?
ข้อมูลอ้างอิง (References)
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC) – Gonorrhea
- World Health Organization (WHO) – Gonorrhea Fact Sheet
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
- CDC STI Treatment Guidelines
- Journal of Infectious Diseases
- Lancet Infectious Diseases
“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”
เรียบเรียงโดย (Compiled by) : www.chulalakpharmacy.com









