CheckNOW HIV Self Test เป็นชุดตรวจคัดกรอง HIV ด้วยตนเองแบบใช้
เลือดจากปลายนิ้ว ผู้ใช้สามารถเก็บตัวอย่าง ตรวจ และอ่านผลเบื้องต้นได้ด้วยตนเองในพื้นที่ส่วนตัว
ชุดตรวจนี้เป็นเทคโนโลยี
HIV Self Test รุ่นที่ 3 ที่ตรวจหา
แอนติบอดีต่อ HIV-1 และ HIV-2 จากตัวอย่างเลือดปลายนิ้ว ไม่ใช่การตรวจหาเชื้อโดยตรง และไม่ใช่การตรวจยืนยันการติดเชื้อแบบเด็ดขาด
จุดเด่นของสินค้า
- ตรวจด้วยตนเองได้ในพื้นที่ส่วนตัว
- ใช้ตัวอย่างเลือดจากปลายนิ้ว
- รอผลประมาณ 15 นาที
- เป็นชุดตรวจคัดกรองเบื้องต้น
- ตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อ HIV-1 และ HIV-2
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทราบสถานะเบื้องต้นหลังพ้นช่วง Window Period
- ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม
ข้อมูลจาก Abbott ระบุว่า CheckNOW HIV Self Test ใช้เลือดจากปลายนิ้ว รู้ผลใน 15 นาที และเป็นชุดตรวจแบบ blood-based HIV testing technology รุ่นที่ 3
อุปกรณ์ภายในชุดตรวจ
จากภาพที่คุณส่งมา และข้อมูลจาก Abbott ชุดตรวจประกอบด้วยอุปกรณ์หลัก ได้แก่
- ตลับชุดตรวจ
- น้ำยา / Buffer
- หลอดหรืออุปกรณ์สำหรับเก็บตัวอย่างเลือด
- เข็มเจาะปลายนิ้ว
- แผ่นแอลกอฮอล์ 2 แผ่น
- พลาสเตอร์ปิดแผล
- คู่มือการใช้งาน
Abbott ระบุรายการอุปกรณ์ภายในชุด ได้แก่ test device, buffer, specimen dropper, safety lancet, alcohol pads, plaster และ instructions for use
ตรวจหาอะไร?
ชุดตรวจนี้ตรวจหา
แอนติบอดีต่อ HIV ไม่ได้ตรวจหาเชื้อ HIV โดยตรง
หลังจากมีความเสี่ยง ร่างกายต้องใช้เวลาสร้างแอนติบอดีในระดับที่ตรวจพบได้ ดังนั้นถ้าตรวจเร็วเกินไป อาจเกิดผลลบลวงได้ แม้จะมีความเสี่ยงจริง
Window Period สำคัญมาก
สำหรับชุดตรวจ HIV ด้วยตนเองชนิดแอนติบอดี กรมควบคุมโรคระบุว่า การตรวจคัดกรองจะให้ผลแม่นยำหลังจากมีความเสี่ยงมาแล้วประมาณ
90 วัน หรือ 3 เดือน
CDC ระบุว่า antibody test ส่วนใหญ่ รวมถึง rapid test และ self-test มักตรวจพบได้ในช่วงประมาณ
23–90 วันหลังสัมผัสเชื้อ
สรุปแบบเข้าใจง่าย:
- ต่ำกว่า 23 วัน: อาจเร็วเกินไป
- ประมาณ 1 เดือน: อาจตรวจพบได้บางราย แต่ผลลบยังไม่ควรใช้ยืนยัน
- ประมาณ 6 สัปดาห์: ความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น แต่อาจยังต้องตรวจซ้ำ
- ครบ 90 วัน / 3 เดือน: เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับยืนยันผลลบของชุดตรวจชนิดแอนติบอดี
- หากมีความเสี่ยงใหม่ ต้องเริ่มนับเวลาใหม่จากความเสี่ยงครั้งล่าสุด
วิธีอ่านผลเบื้องต้น
โดยทั่วไปตลับตรวจจะมีตำแหน่ง
C และ
T
ขึ้น 1 ขีดที่ C
หมายถึงผลไม่พบปฏิกิริยา หรือ Non-reactive
แต่ถ้ายังไม่พ้น Window Period ผลลบยังไม่สามารถตัดการติดเชื้อได้
ขึ้น 2 ขีดที่ C และ T
หมายถึงผลมีปฏิกิริยา หรือ Reactive
แม้ขีด T จะจาง ก็ต้องถือว่าเป็นผลมีปฏิกิริยา และควรไปตรวจยืนยันที่สถานพยาบาล
ไม่ขึ้นขีด C
ถือว่าผลใช้ไม่ได้ หรือ Invalid
ควรตรวจใหม่ด้วยชุดตรวจใหม่ หรือปรึกษาเภสัชกร/สถานพยาบาล
กรมควบคุมโรคระบุว่า ผล Reactive จาก HIV Self-Test เป็นเพียงผลคัดกรอง และต้องเข้าสู่การตรวจยืนยันต่อไป
ความแม่นยำของชุดตรวจ
ข้อมูลจาก Abbott ระบุว่า CheckNOW HIV Self Test มี
Sensitivity 100% และ
Specificity 99.9% ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
แต่ควรสื่อสารอย่างระมัดระวังว่า
ไม่มีชุดตรวจใดควรใช้คำว่าแม่นยำ 100% ในทุกสถานการณ์ เพราะผลตรวจอาจคลาดเคลื่อนได้จากหลายปัจจัย เช่น
- ตรวจเร็วเกินไป
- ยังไม่พ้น Window Period
- ใช้เลือดไม่พอ
- หยดน้ำยาผิดจำนวน
- อ่านผลเร็วหรือช้าเกินเวลาที่กำหนด
- ชุดตรวจหมดอายุ
- เก็บรักษาไม่ถูกต้อง
- บรรจุภัณฑ์ชำรุด
ดังนั้นควรอ่านคู่มือก่อนใช้ และทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในกล่องทุกครั้ง
ใครบ้างที่ควรพิจารณาตรวจ HIV?
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจคัดกรองเบื้องต้น เช่น
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน
- ถุงยางฉีก หลุด หรือใช้ไม่ถูกต้อง
- มีคู่นอนใหม่
- ไม่ทราบสถานะ HIV ของคู่นอน
- มีคู่นอนหลายคน
- เคยใช้เข็มหรืออุปกรณ์ที่อาจปนเปื้อนเลือดร่วมกับผู้อื่น
- เคยมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ต้องการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มความสัมพันธ์
- ต้องการตรวจอย่างเป็นส่วนตัว
การดูจากอาการอย่างเดียวไม่สามารถยืนยัน HIV ได้ เพราะหลายคนอาจไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก
กรณีเพิ่งเสี่ยงไม่เกิน 72 ชั่วโมง
ถ้าเพิ่งมีความเสี่ยงมาไม่เกิน
72 ชั่วโมง เช่น ถุงยางแตก มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หรือมีเลือดที่อาจปนเปื้อนเข้าสู่บาดแผล ไม่ควรรอใช้ชุดตรวจอย่างเดียว
ควรรีบไปสถานพยาบาลเพื่อประเมินการใช้ยา
PEP ซึ่งต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง และยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งมีโอกาสป้องกันได้ดี
ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเองไม่สามารถทดแทนการประเมิน PEP ได้
ข้อควรระวังสำคัญ
- ใช้สำหรับตรวจคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น
- ใช้ครั้งเดียว ห้ามใช้ซ้ำ
- ไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น
- ห้ามใช้ชุดตรวจที่หมดอายุ
- ห้ามใช้หากซองหรือบรรจุภัณฑ์ฉีกขาด
- ควรอ่านผลภายในเวลาที่คู่มือกำหนด
- ผู้ที่เคยใช้ยาต้านไวรัส HIV, PEP หรือ PrEP ควรปรึกษาสถานพยาบาลเรื่องช่วงเวลาการตรวจ เพราะอาจมีผลต่อการแปลผลในบางกรณี
- หากผลมีปฏิกิริยา ต้องตรวจยืนยันที่สถานพยาบาล
- หากผลลบแต่ยังไม่ครบ Window Period ควรตรวจซ้ำตามระยะที่เหมาะสม
การเลือกซื้อให้ปลอดภัย
ควรเลือกซื้อจากร้านขายยา สถานพยาบาล หรือแหล่งจำหน่ายที่ตรวจสอบได้ และควรดูว่า
- มีฉลากภาษาไทย
- มีเลขอนุญาต/เลข อย. ตามที่กำหนด
- ระบุผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
- มีวันผลิต วันหมดอายุ และเลขล็อต
- บรรจุภัณฑ์สมบูรณ์
- มีคู่มือการใช้งานชัดเจน
- มีเภสัชกรหรือช่องทางให้คำปรึกษา
กรมควบคุมโรคมีรายชื่อชุดตรวจ HIV Self-Test ที่ขึ้นทะเบียน อย. ในประเทศไทย โดย CheckNOW เป็นชนิดเลือดปลายนิ้ว หลักการตรวจแบบ Immunochromatography รุ่นที่ 3 และขึ้นทะเบียนเมื่อ 25 ตุลาคม 2566 ตามข้อมูลที่แสดงบนเว็บไซต์กรมควบคุมโรค