แพ้ Penicillin และตั้งครรภ์ แต่เป็นซิฟิลิสทำอย่างไร? ทำไมต้องทำ Desensitization
หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นซิฟิลิสและมีประวัติแพ้ Penicillin ยังควรได้รับ Penicillin G เพราะเป็นยาที่มีหลักฐานดีที่สุดในการรักษาซิฟิลิสของมารดา รักษาการติดเชื้อของทารกในครรภ์ และป้องกัน congenital syphilis หากยืนยันว่ามี Penicillin allergy จริง แนวทางไทยและ CDC แนะนำให้ทำ Penicillin desensitization ในสถานพยาบาลที่สามารถเฝ้าระวังอาการแพ้ได้ แล้วจึงให้ Penicillin ตามระยะของโรค การ desensitization เป็นการทำให้ร่างกายทนยาได้ชั่วคราว ไม่ใช่การทำให้หายแพ้ถาวร
ตั้งครรภ์แล้วเป็นซิฟิลิส แต่แพ้ Penicillin ทำอย่างไร?
แนวทางปัจจุบันยังคงให้ Penicillin เป็นยาหลัก แม้ว่าหญิงตั้งครรภ์จะมีประวัติแพ้ยากลุ่มนี้ก็ตาม เพราะ Penicillin G เป็นยาที่มีหลักฐานชัดเจนที่สุดว่าสามารถรักษาซิฟิลิสในมารดา รักษาการติดเชื้อของทารกในครรภ์ และลดความเสี่ยง congenital syphilis ได้
แนวทางกรมควบคุมโรคประเทศไทย พ.ศ. 2567 ระบุว่า หญิงตั้งครรภ์ควรรักษาตามระยะของซิฟิลิสเช่นเดียวกับผู้ป่วยทั่วไป แต่ควรใช้ Penicillin และหากมีประวัติแพ้ Penicillin ให้ทำ Penicillin desensitization ก่อนแล้วจึงรักษาด้วย Penicillin ส่วน CDC ระบุเช่นเดียวกันว่าไม่มี alternative regimen ที่ได้รับการพิสูจน์ว่าทดแทน Penicillin ได้สำหรับซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์.
ทำไม Penicillin จึงสำคัญกว่ายาตัวอื่นในหญิงตั้งครรภ์?
ซิฟิลิสสามารถผ่านรกจากแม่ไปสู่ทารกได้ และทำให้เกิดการแท้ง ทารกเสียชีวิตในครรภ์ คลอดก่อนกำหนด หรือ congenital syphilis ซึ่งอาจกระทบหลายระบบของทารก
จุดสำคัญคือ Penicillin G ไม่ได้มีหน้าที่เพียงรักษาการติดเชื้อของแม่ แต่มีข้อมูลประสิทธิภาพในการรักษาการติดเชื้อของทารกและป้องกัน congenital syphilis ด้วย CDC ระบุว่า Penicillin G เป็น antimicrobial เพียงชนิดเดียวที่มี documented efficacy สำหรับจุดประสงค์นี้ และ WHO ก็ระบุ Benzathine Penicillin G เป็นยาหลักสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นซิฟิลิส.
ดังนั้นการเลือกยาสำหรับหญิงตั้งครรภ์จึงเข้มงวดกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้ตั้งครรภ์
ทำไมไม่เปลี่ยนเป็น Doxycycline แทน?
Doxycycline สามารถเป็น alternative treatment ของซิฟิลิสในผู้ป่วยบางกลุ่มที่ไม่ได้ตั้งครรภ์และแพ้ Penicillin แต่ไม่ใช่ยาทดแทนมาตรฐานในหญิงตั้งครรภ์
CDC ระบุว่าควรหลีกเลี่ยง Tetracycline และ Doxycycline โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สองและสาม และที่สำคัญกว่านั้นคือไม่มีหลักฐานว่าการใช้ Doxycycline สามารถรักษาการติดเชื้อของทารกในครรภ์และป้องกัน congenital syphilis ได้เทียบเท่า Penicillin.
ดังนั้นคำว่า “แพ้ Penicillin ก็เปลี่ยนเป็น Doxycycline” ซึ่งอาจใช้ได้ในผู้ป่วยบางคนที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ ไม่สามารถนำมาใช้กับหญิงตั้งครรภ์โดยตรง
Azithromycin หรือ Erythromycin ใช้แทนได้ไหม?
ไม่ควรใช้เป็นตัวทดแทน Penicillin สำหรับซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์
CDC ระบุว่า Erythromycin และ Azithromycin ไม่สามารถรับประกันการรักษาการติดเชื้อของมารดาได้อย่างน่าเชื่อถือ และไม่สามารถรักษาทารกที่ติดเชื้อได้อย่างเพียงพอ อีกทั้ง Azithromycin ยังมีปัญหาเรื่อง resistance ของ Treponema pallidum และมีรายงาน treatment failure.
ดังนั้นแม้ยาบางชนิดจะสามารถใช้รักษาซิฟิลิสในบริบทอื่นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะสำหรับ pregnancy syphilis
แล้ว Ceftriaxone ใช้แทน Penicillin ได้ไหม?
ข้อมูลของ Ceftriaxone ในหญิงตั้งครรภ์ยังไม่เพียงพอที่จะถือเป็น replacement regimen สำหรับการรักษามารดาและป้องกัน congenital syphilis
CDC ระบุว่ามีข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ Ceftriaxone ต่อซิฟิลิส แต่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการกำหนด dose และ duration ที่เหมาะสมในหญิงตั้งครรภ์ และยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าป้องกัน fetal infection ได้เทียบเท่า Penicillin.
ดังนั้นหากแพ้ Penicillin จริง แนวทางจึงไม่ใช่การเปลี่ยนเป็น Ceftriaxone โดยอัตโนมัติ แต่เป็นการประเมิน allergy และทำ desensitization เมื่อจำเป็น
Penicillin Desensitization คืออะไร?
Penicillin desensitization หรือ induction of temporary tolerance เป็นกระบวนการให้ Penicillin เริ่มจากปริมาณน้อยมาก แล้วค่อย ๆ เพิ่มขนาดทีละขั้นภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด จนร่างกายสามารถรับ therapeutic dose ที่ต้องใช้รักษาได้
จุดสำคัญคือ Desensitization ไม่ได้รักษา Penicillin allergy ให้หายถาวร แต่เป็นการทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทนต่อยาได้ชั่วคราวในช่วงที่จำเป็นต้องใช้ยา
แนวทางด้าน Drug Allergy ระบุว่าความทนนี้เป็น temporary state และต้องมีการได้รับยาอย่างต่อเนื่องเพื่อคงภาวะดังกล่าวไว้ หากเว้นยาไปนานเกินไป การทนยาอาจหายและอาจต้องประเมินหรือทำ desensitization ใหม่.
Desensitization ทำอย่างไร?
หลักการทั่วไปคือเริ่มให้ Penicillin ใน dose ที่ต่ำมาก แล้วเพิ่มขึ้นเป็นขั้น ๆ ทุกช่วงเวลาที่กำหนดจนถึงขนาดที่ใช้รักษาเต็มที่
กระบวนการอาจทำได้ผ่านทางรับประทานหรือทางอื่นขึ้นกับ protocol และสถานพยาบาล แต่ไม่ควรทำเองที่บ้าน เพราะยังมีความเสี่ยงเกิด urticaria, angioedema, bronchospasm หรือ anaphylaxis ได้
CDC แนะนำว่าผู้ที่จำเป็นต้องทำ Penicillin desensitization เช่นหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นซิฟิลิสและมี allergy จริง ควรทำภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญใน monitored inpatient environment หรือสถานพยาบาลที่สามารถจัดการ severe allergic reaction ได้ทันที.
ถ้าเคยแพ้ Penicillin แปลว่าต้อง Desensitization ทุกคนไหม?
ไม่เสมอไป เพราะคนจำนวนมากที่มีคำว่า “แพ้ Penicillin” ในประวัติอาจไม่ได้มี IgE-mediated allergy จริง
ตัวอย่างประวัติที่มักต้องทบทวน ได้แก่ เคยมีผื่นตอนเด็กแต่จำรายละเอียดไม่ได้ เคยมีคลื่นไส้หรือท้องเสียจากยา หรือมีประวัติแพ้ที่เกิดขึ้นนานมากแล้ว
CDC ระบุว่าการทำ Penicillin skin testing สามารถช่วยประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ IgE-mediated reaction ได้ และหาก skin test เป็นลบร่วมกับ oral challenge ที่เหมาะสม ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งสามารถถูก delabel ว่าไม่แพ้ Penicillin และใช้ยาได้ตามปกติ.
ดังนั้นการเริ่มต้นที่เหมาะสมคือ “ประเมินว่าการแพ้นั้นเป็น allergy จริงหรือไม่” ไม่ใช่สรุปทันทีว่าทุกคนต้องทำ desensitization
Penicillin Skin Test ทำในหญิงตั้งครรภ์ได้ไหม?
CDC ระบุว่า Penicillin skin testing สามารถทำได้ในหญิงตั้งครรภ์ และมีประโยชน์ในการประเมินว่าผู้ที่รายงานว่าแพ้ Penicillin มีความเสี่ยงต่อ acute IgE-mediated reaction จริงหรือไม่.
หากผลทดสอบเป็นลบและผ่านการประเมินตาม protocol ผู้ป่วยอาจสามารถใช้ Penicillin ได้โดยไม่ต้องทำ desensitization แต่หากผลเป็นบวกและ Penicillin เป็นยาที่จำเป็น จึงต้องเข้าสู่กระบวนการ desensitization
ทั้งนี้ oral challenge ในหญิงตั้งครรภ์ควรทำในสถานที่ที่มีระบบช่วยเหลือพร้อม ไม่ควรทดลองรับประทานยาเอง

ถ้าเคยแพ้แบบ Anaphylaxis ยังทำ Desensitization ได้ไหม?
อาจทำได้ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ Penicillin แต่ต้องทำในสถานพยาบาลที่เหมาะสมภายใต้ผู้เชี่ยวชาญ เพราะกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงกว่า
Desensitization ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในสถานการณ์ที่ผู้ป่วยมี IgE-mediated allergy แต่ไม่มี effective alternative และจำเป็นต้องได้รับยานั้น เช่น syphilis during pregnancy
อย่างไรก็ตามประวัติการแพ้ยาบางประเภท เช่น Stevens-Johnson Syndrome, Toxic Epidermal Necrolysis หรือ severe delayed organ reactions เป็นคนละกลไกกับ immediate IgE allergy และโดยทั่วไปไม่ใช่สถานการณ์ที่จะทำ standard desensitization แบบเดียวกัน จึงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเป็นรายกรณี
หลังทำ Desensitization แล้ว Penicillin จะปลอดภัย 100% หรือไม่?
ไม่สามารถรับประกัน 100% ได้ จึงต้องทำในสถานพยาบาลที่มีการเฝ้าระวัง
Desensitization ลดความไวของระบบภูมิคุ้มกันชั่วคราวจนสามารถให้ therapeutic dose ได้ แต่ยังอาจเกิด reaction ระหว่างขั้นตอน จึงต้องมีทีมที่สามารถให้ antihistamine, adrenaline และการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อจำเป็น
เป้าหมายคือทำให้ผู้ป่วยได้รับยาที่จำเป็นต่อแม่และทารกได้อย่างปลอดภัยที่สุด ไม่ใช่การพิสูจน์ว่าผู้ป่วยไม่แพ้ยา
หลัง Desensitization ต้องฉีด Penicillin ทันทีไหม?
โดยหลักต้องให้ treatment ต่อเนื่องหลังสร้าง tolerance สำเร็จ เพราะภาวะทนยาเป็นเพียงชั่วคราวและต้องอาศัย continuous exposure ต่อ Penicillin เพื่อคงไว้
หากการให้ยาถูกหยุดหรือมีช่วงห่างนานเกินไป ความทนอาจหายไป ดังนั้น desensitization และการรักษาจึงต้องวางแผนเป็นกระบวนการเดียวกัน ไม่ใช่ทำ desensitization แล้วกลับบ้านเพื่อค่อยกลับมาฉีดยาหลายวันต่อมา.
หญิงตั้งครรภ์ต้องฉีด Penicillin กี่ครั้ง?
จำนวนครั้งขึ้นกับ “ระยะของซิฟิลิส” ไม่ได้ขึ้นกับว่าตั้งครรภ์หรือไม่เพียงอย่างเดียว
สำหรับ Primary, Secondary หรือ Early Latent Syphilis แนวทางมาตรฐานใช้ Benzathine Penicillin G 2.4 million units IM ตาม regimen ของระยะโรค ส่วน Late Latent Syphilis หรือซิฟิลิสที่ไม่ทราบระยะเวลาติดเชื้อ ใช้ Benzathine Penicillin G 2.4 million units IM สัปดาห์ละครั้งรวม 3 ครั้ง
อย่างไรก็ตามในหญิงตั้งครรภ์ที่เป็น Early Syphilis CDC ระบุว่ามีข้อมูลบางส่วนสนับสนุนการให้ Benzathine Penicillin G 2.4 million units เพิ่มอีกหนึ่ง dose หลัง dose แรก 1 สัปดาห์เพื่อเพิ่มการป้องกัน congenital syphilis และแนวทางกรมควบคุมโรคไทย พ.ศ. 2567 ก็กล่าวถึงแนวทางนี้เช่นกัน.
ดังนั้นจำนวน injection ที่เหมาะสมควรกำหนดตามระยะโรค อายุครรภ์ และแนวทางของผู้รักษา ไม่ควรนับจากค่า RPR เพียงอย่างเดียว
RPR สูงหรือต่ำใช้ตัดสินจำนวนเข็มได้ไหม?
ไม่ได้โดยลำพัง ค่า RPR หรือ VDRL เป็น quantitative nontreponemal test ที่ใช้ช่วยประเมิน disease activity และติดตามผลการรักษา แต่ไม่สามารถใช้แทนการกำหนด stage ของซิฟิลิสได้
ผู้ป่วยที่ RPR สูงไม่ได้แปลว่าต้องฉีด 3 ครั้งเสมอ และผู้ที่ RPR ต่ำก็ไม่ได้แปลว่าเป็น early syphilis
การเลือก regimen ต้องดูประวัติการติดเชื้อ ผลตรวจเดิม อาการ และข้อมูลว่าการติดเชื้อเกิดมานานเท่าไร
ทำไมต้องรีบรักษาในหญิงตั้งครรภ์?
เพราะ Treponema pallidum สามารถผ่านรกและติดทารกได้ การรักษาที่ล่าช้าจะเพิ่มระยะเวลาที่ทารกสัมผัสเชื้อ
CDC ระบุว่าหากวินิจฉัยซิฟิลิสในครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ ควรพิจารณาทำ fetal ultrasound เพื่อประเมินสัญญาณ congenital syphilis เช่น hepatomegaly, ascites, hydrops หรือ placental thickening แต่การทำ ultrasound ไม่ควรทำให้การเริ่มรักษาล่าช้า.
ดังนั้นหากตรวจพบซิฟิลิส ไม่ควรรอจนคลอดหรือรอผลตรวจหลายอย่างครบก่อนเริ่มจัดการเรื่องการรักษา
Jarisch-Herxheimer Reaction หลังฉีด Penicillin คือแพ้ยาหรือไม่?
ไม่ใช่ Penicillin allergy
Jarisch-Herxheimer Reaction หรือ JHR เป็นปฏิกิริยาที่เกิดหลังเริ่มรักษาซิฟิลิสจากการตอบสนองต่อเชื้อที่ถูกทำลาย มักเกิดภายใน 24 ชั่วโมงแรก อาจมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หรือรู้สึกไม่สบาย
ในหญิงตั้งครรภ์ JHR มีความสำคัญ เพราะอาจกระตุ้น uterine contractions, early labor หรือ fetal distress ได้ แต่ CDC ระบุว่าไม่ควรใช้ความเสี่ยงนี้เป็นเหตุผลในการเลื่อนหรือหลีกเลี่ยง Penicillin therapy.
ดังนั้นการมีไข้และปวดเมื่อยหลังรักษาซิฟิลิสไม่ได้แปลว่าแพ้ Penicillin เสมอไป ต้องดูรูปแบบอาการและเวลาที่เกิดร่วมกัน
ถ้าเกิดผื่นหลังฉีด Penicillin จะแยก Allergy กับ JHR อย่างไร?
JHR มักเกิดในช่วงไม่กี่ชั่วโมงหลังรักษาและมีลักษณะเด่นเป็นไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อย และอาการของซิฟิลิสบางอย่างอาจดูเด่นขึ้นชั่วคราว
ส่วน IgE-mediated Penicillin allergy มักมีลักษณะ เช่น ลมพิษ คันทั่วตัว angioedema หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก ความดันต่ำ หรือ anaphylaxis
หากมีอาการหายใจลำบาก หน้าหรือคอบวม หน้ามืด หรือความดันตก ต้องถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉินและประเมินเรื่อง severe allergy ทันที ไม่ควรสรุปว่าเป็น JHR เอง
หลังรักษาแล้วต้องติดตาม RPR อย่างไร?
หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการรักษาต้องติดตาม quantitative RPR หรือ VDRL ตามกำหนดของสูติแพทย์และแนวทาง STI เพื่อประเมิน response และดูว่ามี reinfection หรือ treatment failure หรือไม่
การติดตามใน pregnancy มีความสำคัญมาก เพราะการรักษาแม่อย่างเดียวไม่เพียงพอหากภายหลังกลับไปติดเชื้อจากคู่ที่ยังไม่ได้รักษา
ดังนั้น sex partner ของผู้ป่วยควรได้รับการประเมิน ตรวจ และรักษาตามข้อบ่งชี้ด้วย และควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยงจนคู่ได้รับการจัดการเรียบร้อย
ลูกจะปลอดภัยแน่นอนหรือไม่ถ้าแม่ได้รับ Penicillin?
การรักษาด้วย Penicillin อย่างถูกต้องช่วยลดความเสี่ยง congenital syphilis ได้อย่างมาก แต่ผลของทารกยังขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ระยะของซิฟิลิส อายุครรภ์ตอนเริ่มรักษา การรักษาครบตาม regimen หรือไม่ มี reinfection หรือไม่ และมี fetal infection เกิดขึ้นก่อนเริ่มรักษามากน้อยเพียงใด
จึงต้องมีทั้งการรักษามารดา การติดตาม serology และการติดตามทารกตามแนวทาง ไม่ควรมองว่าฉีดยาครบแล้วจบกระบวนการทั้งหมด
FAQ
หญิงตั้งครรภ์ที่แพ้ Penicillin ใช้ Doxycycline รักษาซิฟิลิสได้ไหม?
ไม่ใช่แนวทางมาตรฐาน Doxycycline เป็น alternative ในผู้ป่วยบางคนที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ แต่หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับ Penicillin หลังประเมิน allergy และทำ desensitization หากจำเป็น
Penicillin Desensitization ทำให้หายแพ้ยาถาวรไหม?
ไม่ เป็นการสร้าง temporary tolerance เพื่อให้ใช้ Penicillin ได้ในช่วงการรักษานั้น เมื่อหยุด exposure ความทนต่อยาอาจหายไป
เคยมีผื่นจาก Penicillin ตอนเด็ก ต้อง Desensitization เลยไหม?
ไม่จำเป็นทุกคน ควรประเมินประวัติ allergy และอาจทำ Penicillin skin testing หากเหมาะสม เพราะบางคนที่ถูกระบุว่าแพ้ Penicillin อาจไม่ได้มี allergy จริงแล้ว
Desensitization ทำที่บ้านได้ไหม?
ไม่ควร เพราะมีความเสี่ยงเกิด severe allergic reaction หรือ anaphylaxis ควรทำในสถานพยาบาลที่มีการ monitor และสามารถจัดการภาวะฉุกเฉินได้
Jarisch-Herxheimer Reaction หลังฉีด Penicillin คือแพ้ยาหรือไม่?
ไม่ใช่ เป็น reaction ต่อการรักษาซิฟิลิสที่มักเกิดภายใน 24 ชั่วโมงแรก แม้ในหญิงตั้งครรภ์อาจทำให้เกิด uterine contractions หรือ fetal distress แต่ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการหลีกเลี่ยงการรักษา
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
- แพ้ Penicillin แต่เป็นซิฟิลิส รักษาด้วยยาอะไรได้บ้าง? Doxycycline ใช้แทนได้เมื่อไร
- ซิฟิลิสฉีด Penicillin 1 ครั้งหรือ 3 ครั้งต่างกันอย่างไร?
- ทำไม Benzathine Penicillin G ยังเป็นยาหลักในการรักษาซิฟิลิส?
- Jarisch-Herxheimer Reaction หลังฉีดยาซิฟิลิสคืออะไร? ต่างจากแพ้ Penicillin อย่างไร
- RPR หลังรักษาซิฟิลิสควรลดลงแค่ไหน? เมื่อไรเรียกว่าตอบสนองต่อการรักษา
สรุป
หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นซิฟิลิสและแพ้ Penicillin เป็นสถานการณ์ที่ต้องจัดการอย่างเป็นระบบ เพราะ Penicillin G ยังเป็นยาที่มีหลักฐานดีที่สุดในการรักษามารดา รักษาการติดเชื้อของทารก และป้องกัน congenital syphilis
แนวทางจึงไม่ใช่การเปลี่ยนไปใช้ Doxycycline, Azithromycin หรือยาปฏิชีวนะตัวอื่นทันที แต่ควรเริ่มจากการประเมินว่าประวัติแพ้ Penicillin เป็น allergy จริงหรือไม่ หากเหมาะสมอาจใช้ Penicillin skin testing ช่วยประเมิน และหากยืนยันว่ามี allergy จริงแต่จำเป็นต้องรักษา จะทำ Penicillin desensitization ในสถานพยาบาลที่มีระบบเฝ้าระวัง
Desensitization เป็นการทำให้ร่างกาย “ทนยาได้ชั่วคราว” ไม่ใช่การรักษา allergy ให้หาย เมื่อทำสำเร็จแล้วต้องให้ Penicillin ตาม regimen ที่เหมาะกับระยะของซิฟิลิสต่อเนื่อง
หลังรักษายังต้องติดตาม RPR/VDRL ประเมินคู่ และติดตามการตั้งครรภ์ตามแนวทาง เพราะเป้าหมายไม่ได้มีเพียงทำให้ผลเลือดของแม่ดีขึ้น แต่คือการลดความเสี่ยงที่เชื้อจะส่งผ่านไปยังทารกให้มากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง
- แพ้ Penicillin แต่เป็นซิฟิลิส รักษาด้วยยาอะไรได้บ้าง? Doxycycline ใช้แทนได้เมื่อไร
- ซิฟิลิสฉีด Penicillin 1 ครั้งหรือ 3 ครั้งต่างกันอย่างไร?
- ทำไม Benzathine Penicillin G ยังเป็นยาหลักในการรักษาซิฟิลิส?
- Jarisch-Herxheimer Reaction หลังฉีดยาซิฟิลิสคืออะไร? ต่างจากแพ้ Penicillin อย่างไร
- RPR หลังรักษาซิฟิลิสควรลดลงแค่ไหน? เมื่อไรต้องตรวจหรือรักษาเพิ่มเติม
References
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567.
https://stisqsa.ddc.moph.go.th/app-assets/manual/2567/แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์_2567.pdf
Centers for Disease Control and Prevention. Syphilis During Pregnancy – STI Treatment Guidelines.
https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/syphilis-pregnancy.htm
Centers for Disease Control and Prevention. Managing Persons Who Have a History of Penicillin Allergy.
https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/penicillin-allergy.htm
Centers for Disease Control and Prevention. Syphilis – STI Treatment Guidelines.
https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/syphilis.htm
World Health Organization. Syphilis.
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/syphilis
World Health Organization. Updated Recommendations for the Treatment of Treponema pallidum and Syphilis During Pregnancy.
https://www.who.int/publications/i/item/9789240090767
American Academy of Allergy, Asthma & Immunology. Drug Allergy: A 2022 Practice Parameter Update.
https://www.aaaai.org/Aaaai/media/Media-Library-PDFs/Allergist%20Resources/Statements%20and%20Practice%20Parameters/Drug-Allergy-2022.pdf
หมายเหตุสำคัญ
หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นซิฟิลิสและมีประวัติแพ้ Penicillin ควรได้รับการประเมินในสถานพยาบาล ไม่ควรทดลองใช้ Penicillin เองหรือใช้ alternative antibiotic ด้วยตนเอง เพราะเป้าหมายการรักษาคือทั้งมารดาและทารกในครรภ์
Penicillin desensitization เหมาะกับ allergy บางประเภทและต้องดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ ประวัติ severe delayed reactions เช่น Stevens-Johnson Syndrome หรือ Toxic Epidermal Necrolysis ต้องได้รับการประเมินเฉพาะทางและไม่ควรถูกจัดการเหมือน immediate IgE-mediated allergy ทั่วไป
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com






