Atorvastatin 40 mg คือยาอะไร: สรรพคุณลดไขมันระดับสูง (Lipitor) วิธีกิน และผลข้างเคียง


Atorvastatin 40 mg (อะทอร์วาสแตติน 40 มก.
เป็นยาลดไขมันในเลือดกลุ่มสแตติน (Statins) ที่มีความแรงระดับสูง (High-intensity statin) ใช้รักษาผู้ที่มีภาวะคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) สูงมาก หรือผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายและหลอดเลือดสมองตีบตัน (Stroke) โดยทั่วไปรับประทานวันละ 1 เม็ด (40 มก.) เวลาเดียวกันของทุกวัน พร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ ยานี้เป็นยาอันตรายที่ต้องสั่งจ่ายและติดตามผลเลือดโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด

ข้อมูลสำคัญของยา Atorvastatin 40 mg

  • สรรพคุณ: ลดไขมันเลว (LDL) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง (สามารถลด LDL ได้มากกว่า 50%), ลดไตรกลีเซอไรด์, เพิ่มไขมันดี (HDL) และช่วยคงสภาพคราบตะกรันไขมันในหลอดเลือดไม่ให้ปริแตกง่าย
  • ขนาดการใช้ยา: ความแรง 40 มก. เป็นขนาดที่มักใช้ในผู้ป่วยที่มีระดับไขมันสูงวิกฤต หรือเคยมีประวัติเส้นเลือดหัวใจตีบมาก่อน (ขนาดสูงสุดไม่เกิน 80 มก./วัน)
  • การรับประทาน: กินวันละ 1 ครั้ง สามารถกิน “ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้” และกิน “เวลาใดก็ได้” แต่แนะนำให้เป็นเวลาเดิมทุกวันเพื่อรักษาระดับยาในกระแสเลือด
  • ข้อควรระวัง: ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคตับระยะรุนแรง, หญิงตั้งครรภ์, หญิงที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผลข้างเคียงที่อาจพบ: ปวดกล้ามเนื้อ (Muscle pain – มีโอกาสพบได้มากขึ้นในขนาดยาที่สูง), อ่อนเพลีย, เวียนศีรษะ, ปวดท้อง, หรือค่าเอนไซม์ตับอักเสบเพิ่มขึ้น
  • ชื่อทางการค้าที่คุ้นเคย: ลิปิเตอร์ (Lipitor), ซาราทอร์ (Xarator), และอะทอร์วาสแตติน ซานดอส (Atorvastatin Sandoz)


กลไกการออกฤทธิ์ (Mechanism of Action)

ยา Atorvastatin ออกฤทธิ์โดยการเข้าไปบล็อกและยับยั้งเอนไซม์ HMG-CoA Reductase ที่ตับ ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญในการสร้างคอเลสเตอรอล เมื่อตับถูกระงับการสร้างไขมัน ตับจึงต้องชดเชยด้วยการดึงเอาคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ที่ลอยอยู่ในกระแสเลือดกลับเข้าไปทำลาย ส่งผลให้ปริมาณไขมันอุดตันในหลอดเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว


5 ขั้นตอนง่ายๆ ในการ “คุมไขมัน” ให้เห็นผลไว (ทำคู่กับการกินยา)

  1. ตัดไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัว: เลี่ยงเบเกอรี่ ครีมเทียม เนื้อสัตว์ติดมัน และของทอดซ้ำ เพราะเป็นตัวเร่งการสร้าง LDL โดยตรง
  2. เพิ่มไฟเบอร์ละลายน้ำ (Soluble Fiber): ทานข้าวโอ๊ต ถั่ว หรือแอปเปิล กากใยเหล่านี้จะช่วยดักจับคอเลสเตอรอลในลำไส้และขับออกทางอุจจาระ
  3. ออกกำลังกายโซน 2: เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ หรือว่ายน้ำ วันละ 30 นาที เพื่อเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ที่เปรียบเสมือนรถเก็บขยะคอยทำความสะอาดหลอดเลือด
  4. คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์: ลดน้ำหนักตัวให้ได้อย่างน้อย 5% จะช่วยลดไตรกลีเซอไรด์และทำให้ตับตอบสนองต่อยาได้ดีขึ้น
  5. งดเกรปฟรุตเด็ดขาด: ห้ามดื่มน้ำเกรปฟรุต (Grapefruit) ขณะใช้ยานี้ เพราะจะไปยับยั้งการขับยาออกจากร่างกาย ทำให้ยาตกค้างในเลือดสูงจนกล้ามเนื้อสลายได้


อาหารเสริมที่ช่วยบำรุง ดูแล หรือป้องกัน

  • Coenzyme Q10 (โคเอนไซม์ คิวเท็น): จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทานยาโดส 40 mg เพราะยามักทำให้ CoQ10 ในร่างกายลดลง การเสริมตัวนี้จะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการ “ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ” ได้อย่างตรงจุด
  • Fish Oil (น้ำมันปลา): ตัวช่วยชั้นดีในการลดไตรกลีเซอไรด์และต้านการอักเสบของผนังหลอดเลือด (ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนทาน หากใช้ร่วมกับยาละลายลิ่มเลือด)



ยี่ห้อยาที่มีส่วนประกอบในไทย

  • Lipitor 40 mg (ลิปิเตอร์): ยาต้นแบบ (Original Drug) จากบริษัท Pfizer
  • Xarator 40 mg (ซาราทอร์): ยาชื่อสามัญ (Generic Drug) ผลิตในไทย ได้มาตรฐานและราคาเข้าถึงง่าย
  • Atorvastatin Sandoz 40 mg (ซานดอส): ยาชื่อสามัญเกรดพรีเมียม นำเข้าจากต่างประเทศ


แหล่งซื้อยา (ระบุว่าต้องมีใบสั่งแพทย์)

  • ยาอันตราย / ยาควบคุมพิเศษ: Atorvastatin 40 mg เป็นยาที่มีความแรงสูง ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ต้องนำใบสั่งแพทย์มาซื้อที่ร้านขายยาแผนปัจจุบัน (เช่น จุฬาลักษณ์เภสัช) ที่มี “เภสัชกร” คอยตรวจสอบความปลอดภัย ประวัติการแพ้ยา และยาอื่นที่ทานร่วมด้วยเสมอ


ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม

  • ระวังภาวะกล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis): เนื่องจากเป็นยาสูง หากผู้ป่วยมีอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีปัสสาวะสีเข้มคล้ายน้ำปลา ควรรีบหยุดยาและไปพบแพทย์ทันที
  • การตรวจติดตาม: แพทย์มักจะนัดเจาะเลือดเพื่อดูค่าเอนไซม์ตับ (AST/ALT) และค่าไขมันเป็นระยะๆ ห้ามผู้ป่วยปรับลดหรือเพิ่มขนาดยาเองโดยเด็ดขาด



ข้อมูลอ้างอิง

  1. สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. แนวทางเวชปฏิบัติการใช้ยาลดไขมันในเลือดเพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด.
  2. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน (Statins) และข้อควรระวังในการใช้โดสสูง.
  3. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. ความรู้เรื่องยาลดไขมันในเลือดและผลข้างเคียง.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.). คู่มือการใช้ยาลดระดับคอเลสเตอรอลกลุ่มสแตตินอย่างปลอดภัย.

“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com

แชร์

ยังไม่มีบัญชี