ฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) กับ DHT: เข้าใจฮอร์โมนตัวร้ายที่ทำให้ผมร่วง

สำหรับผู้ชายที่เผชิญกับปัญหาผมร่วงผมบางและศีรษะล้านจากพันธุกรรม (Androgenetic Alopecia หรือ Male Pattern Hair Loss) การทำความเข้าใจบทบาทของฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ถือเป็นกุญแจสำคัญ เพราะฮอร์โมนตัวนี้คือ “ตัวร้าย” ที่อยู่เบื้องหลังปัญหานี้ และยา ฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) คือ “ตัวช่วย” ที่เข้าไปจัดการกับตัวร้ายตัวนี้โดยเฉพาะ

ทำความรู้จัก DHT: ฮอร์โมนเพศชายที่กลายร่างและทำลายรากผม

DHT ย่อมาจาก Dihydrotestosterone (ไดไฮโดรเทสโทสเทอโรน) เป็นฮอร์โมนที่จัดอยู่ในกลุ่มแอนโดรเจน (Androgen) หรือฮอร์โมนเพศชาย แม้ว่าจะมีชื่อคล้ายกับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายหลัก แต่ DHT มีฤทธิ์รุนแรงกว่าและมีบทบาทเฉพาะเจาะจงในหลายส่วนของร่างกาย [1, 2]

บทบาทของ DHT ในร่างกาย: ตามปกติแล้ว DHT มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาลักษณะทางเพศชาย เช่น การสร้างอวัยวะเพศชายในวัยทารก การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยหนุ่ม (Puberty) การสร้างขนตามร่างกายและใบหน้า และการพัฒนาต่อมลูกหมาก [2, 3]

DHT กับปัญหาผมร่วง: ในผู้ชายที่มีภาวะผมร่วงผมบางจากพันธุกรรม (ซึ่งเป็นสาเหตุของผมร่วงที่พบได้บ่อยที่สุด) ฮอร์โมน DHT จะกลายเป็น “ตัวร้าย” ที่ทำลายรากผม โดยมีกลไกดังนี้: [3, 4]

  1. การเปลี่ยนรูป: ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) ในร่างกายจะถูกเปลี่ยนไปเป็น DHT โดยอาศัยเอนไซม์ชนิดหนึ่งชื่อว่า “5-alpha reductase” (5α-reductase) ซึ่งมีอยู่มากในรูขุมขนบนหนังศีรษะ ต่อมลูกหมาก และเนื้อเยื่ออื่น ๆ [1, 2]

  2. การจับกับตัวรับ: เมื่อ DHT ถูกสร้างขึ้น มันจะไปจับกับตัวรับแอนโดรเจน (Androgen Receptors) ที่อยู่ในเซลล์ของรูขุมขนบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งเซลล์รากผมของผู้ที่มีกรรมพันธุ์ผมร่วงจะมีความไวต่อ DHT เป็นพิเศษ [3, 4]

  3. การฝ่อของรูขุมขน (Follicular Miniaturization): การจับกันของ DHT กับตัวรับที่รูขุมขนนี้ จะส่งสัญญาณรบกวนวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้รูขุมขนค่อยๆ มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ เส้นผมที่งอกออกมาใหม่จะเล็กลง บางลง สั้นลง และมีสีอ่อนลง จนกลายเป็นเพียงไรผม (Vellus Hairs) และในที่สุด รูขุมขนอาจฝ่อไปโดยสมบูรณ์ ทำให้ไม่สามารถสร้างเส้นผมได้อีก [3, 4]

  4. รูปแบบการร่วง: ผมร่วงที่เกิดจาก DHT มักจะเกิดในรูปแบบที่เรียกว่า “Male Pattern Baldness” คือผมจะเริ่มบางลงบริเวณขมับ หน้าผาก (ทำให้แนวไรผมถอยร่น) และกลางกระหม่อม [4]

ฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride): ตัวช่วยในการควบคุม DHT

ฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) เป็นยาที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาผมร่วงที่เกิดจาก DHT โดยตรง [1, 5]

  • กลไกการยับยั้งเอนไซม์: ฟิแนสเทอไรด์ เป็นยาในกลุ่ม 5-alpha reductase inhibitors ซึ่งออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5-alpha reductase ชนิดที่ 2 (Type II 5-alpha reductase) เป็นหลัก [1, 2] เอนไซม์ชนิดนี้พบมากในหนังศีรษะและต่อมลูกหมาก และเป็นตัวหลักในการเปลี่ยนเทสโทสเทอโรนไปเป็น DHT

  • ลดระดับ DHT: เมื่อเอนไซม์ 5-alpha reductase ชนิดที่ 2 ถูกยับยั้ง การสร้าง DHT จากเทสโทสเทอโรนจึงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ [2, 4] โดยยา ฟิแนสเทอไรด์ 1 มิลลิกรัม (สำหรับผมร่วง) สามารถลดระดับ DHT ในหนังศีรษะได้ถึง 60-70% และในกระแสเลือดได้ประมาณ 70% [4]

  • ผลลัพธ์ต่อเส้นผม: การลดลงของ DHT ทำให้: [3, 4]
    • หยุดการทำลายรูขุมขน: รูขุมขนที่เคยได้รับผลกระทบจาก DHT จะถูกลดการโจมตีลง ทำให้กระบวนการฝ่อของรูขุมขนชะลอหรือหยุดลง
    • ฟื้นฟูรูขุมขน: รูขุมขนที่ยังไม่ฝ่อสนิทจะสามารถฟื้นตัวกลับมาสร้างเส้นผมที่แข็งแรงขึ้น หนาขึ้น และมีวงจรชีวิตที่ยาวนานขึ้นได้
    • ลดผมร่วงและกระตุ้นการงอกใหม่: โดยรวมแล้ว ผมจะหลุดร่วงน้อยลง และมีการงอกของเส้นผมใหม่เพิ่มขึ้นในบริเวณที่เคยบาง

สรุป:ฮอร์โมน DHT คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะผมร่วงผมบางจากพันธุกรรมในผู้ชาย โดยการไปทำลายและทำให้รูขุมขนฝ่อลงอย่างช้าๆ ยาฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหานี้ โดยการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่สร้าง DHT ทำให้ระดับฮอร์โมนตัวร้ายนี้ลดลง และเปิดโอกาสให้รูขุมขนฟื้นตัว สร้างเส้นผมที่แข็งแรงขึ้น และชะลอการลุกลามของอาการผมร่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำความเข้าใจกลไกนี้จะช่วยให้ผู้ที่ใช้ยาเข้าใจถึงความสำคัญของการใช้ยาอย่างต่อเนื่องและอดทน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับปัญหาผมร่วง

คำแนะนำและข้อควรทราบที่สำคัญ: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างยา ฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) และฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) รวมถึงบทบาทของฮอร์โมนนี้ในการเกิดผมร่วงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เพื่อวินิจฉัย บำบัดรักษา หรือป้องกันโรค และไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำจากแพทย์ เภสัชกร หรือบุคลากรทางการแพทย์มืออาชีพได้ ยาฟิแนสเทอไรด์เป็นยาที่ต้องใช้ภายใต้ใบสั่งแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อมาใช้เองเด็ดขาด เนื่องจากมีผลต่อฮอร์โมนและมีผลข้างเคียงที่ควรระวัง หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยา อาการเจ็บป่วย หรือต้องการคำแนะนำในการใช้ยาที่เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพของคุณ ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น



ข้อมูลอ้างอิง

  1. Drugs.com. (n.d.). Finasteride Uses, Dosage & Side Effects. Retrieved from https://www.drugs.com/finasteride.html
  2. StatPearls. (n.d.). Finasteride. Retrieved from https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK513329/
  3. Hims. (n.d.). How Does Finasteride Work?. Retrieved from https://www.hims.com/blog/how-does-finasteride-work
  4. Absolute Hair Clinic. (n.d.). ยา Finasteride รักษาผมร่วง มีผลข้างเคียงอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง?. Retrieved from https://absolutehairclinic.com/finasteride-for-hair-loss/
  5. XYON. (n.d.). Finasteride Mechanism of Action. Retrieved from https://xyonhealth.com/blogs/library/finasteride-mechanism-of-action

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com


แชร์

ยังไม่มีบัญชี