เป็นหูดหงอนไก่ ตัดออกเองได้มั้ย: อันตรายจากการตัดเอง วิธีรักษา HPV และการป้องกัน

หากคุณกำลังค้นหาด้วยคำถามที่ว่า “เป็นหูดหงอนไก่ ตัดออกได้มั้ย?” คำตอบที่ตรงที่สุดคือ “ไม่ได้เด็ดขาดครับ หากคุณจะตัดเอง” การใช้กรรไกร มีดโกน หรือพยายามดึงติ่งเนื้อหูดหงอนไก่ออกด้วยตัวเองเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะบริเวณนั้นมีเส้นเลือดมาเลี้ยงจำนวนมาก จะทำให้ เลือดออกไม่หยุด เสี่ยงติดเชื้อรุนแรง และที่สำคัญ เลือดและน้ำเหลืองที่ไหลออกมาจะพาเชื้อไวรัส HPV แพร่กระจายไปบริเวณอื่น ทำให้หูดลุกลามเกิดเป็นติ่งเนื้อใหม่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

วิธีที่ปลอดภัยและได้ผลคือ การให้แพทย์เป็นผู้ตัดออกให้ ด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง เช่น การจี้ด้วยไฟฟ้า (Electrocautery), เลเซอร์ (CO2 Laser), หรือจี้เย็น (Cryotherapy) ซึ่งจะช่วยห้ามเลือดและทำลายเชื้อไวรัสบริเวณนั้นได้อย่างหมดจด

กลไกการออกฤทธิ์ผ่านพฤติกรรม (Mechanism of Action)

หูดหงอนไก่ เกิดจากเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) สายพันธุ์ 6 และ 11 ซึ่งมีกลไกการเกิดโรคดังนี้:

  1. การแทรกซึม: ไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านรอยถลอกเล็กๆ หรือแผลที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าบริเวณผิวหนังหรือเยื่อบุระหว่างการมีเพศสัมพันธ์
  2. สั่งการเซลล์: ไวรัสจะเข้าไปฝังตัวในชั้นผิวหนัง และสั่งให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวอย่างรวดเร็วผิดปกติ
  3. สร้างติ่งเนื้อ: เซลล์ที่แบ่งตัวมากเกินไปจะดันตัวนูนขึ้นมาเป็นติ่งเนื้อขรุขระคล้ายดอกกะหล่ำหรือหงอนไก่ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของไวรัสชั้นดีและพร้อมแพร่กระจาย

5 ขั้นตอนง่ายๆ ที่ทำได้ทันทีเพื่อเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย

การที่หูดหงอนไก่ลุกลามมักเกิดจากช่วงที่ภูมิคุ้มกันตกลง การดูแลสุขภาพและรักษาระดับฮอร์โมนเพศชายให้สมดุล จะช่วยเสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้:

  1. นอนหลับให้สนิท: การนอนหลับลึก 7-8 ชั่วโมง เป็นช่วงเวลาทองที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศชายและซ่อมแซมเซลล์เม็ดเลือดขาว
  2. จัดการความเครียด: ความเครียดทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลพุ่งสูง ซึ่งจะไปกดฮอร์โมนเพศชายและทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
  3. ออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน (Weight Training): การยกน้ำหนักช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชายและระบบไหลเวียนโลหิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. งดแอลกอฮอล์และบุหรี่: สารพิษเหล่านี้ทำลายระดับฮอร์โมนและทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันทำงานได้แย่ลง ทำให้เชื้อ HPV ลุกลามได้ง่าย
  5. รับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี (Zinc): เช่น หอยนางรม หรือเมล็ดฟักทอง ซึ่งจำเป็นต่อทั้งกระบวนการสร้างฮอร์โมนชายและการทำงานของเม็ดเลือดขาว

อาหารเสริมที่ช่วยบำรุง ดูแล หรือป้องกัน

เพื่อช่วยให้ร่างกายจัดการกับเชื้อไวรัส HPV ได้ดีขึ้น และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ การเสริมอาหารที่มีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันและบำรุงร่างกายองค์รวมจึงเป็นสิ่งสำคัญ:

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BigJ (บิ๊กเจ): อาหารเสริมบำรุงสุขภาพสำหรับผู้ชาย ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเพศชาย ฟื้นฟูพละกำลัง ลดความเหนื่อยล้า และมีส่วนช่วยเสริมเกราะป้องกันภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับมือกับอาการเจ็บป่วย
  • Zinc (สังกะสี): แร่ธาตุต้านการอักเสบที่ช่วยเร่งการสมานแผลหลังจากไปจี้หูดมา และกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันให้ดักจับไวรัสได้ดีขึ้น
  • Vitamin C: ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหนังและเยื่อบุแข็งแรงขึ้น ป้องกันการเกิดรอยถลอกหรือแผลฉีกขาดง่ายระหว่างทำกิจกรรม

ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม

  • ห้ามใช้ยาทาหูดตาปลา: ยาทาหูดทั่วไปตามร้านที่มีกรดกัดกร่อนสูง ห้ามนำมาทาบริเวณอวัยวะเพศเด็ดขาด เพราะจะทำให้เยื่อบุผิวหนังไหม้รุนแรงและเนื้อตายได้
  • งดมีเพศสัมพันธ์: ควรงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะรักษาหายขาด เพื่อป้องกันการลุกลามและการแพร่เชื้อไปสู่คู่นอน
  • พาคู่นอนไปตรวจ: เนื่องจากเชื้อไวรัส HPV ติดต่อได้ง่ายมากผ่านการสัมผัส คู่นอนจึงมีความเสี่ยงและควรไปตรวจคัดกรองด้วยเช่นกัน
  • ฉีดวัคซีน HPV: แม้จะเคยติดเชื้อและเป็นหูดหงอนไก่แล้ว การฉีดวัคซีน (เช่น Gardasil 9) ก็ยังจำเป็นเพื่อป้องกันไวรัส HPV สายพันธุ์อื่นๆ ที่คุณยังไม่เคยรับเชื้อ (โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่เสี่ยงก่อมะเร็ง)

“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”


แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

  1. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. หูดหงอนไก่ ภัยเงียบทางเพศสัมพันธ์.
  2. สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย. แนวทางการดูแลและรักษาโรคหูดหงอนไก่.
  3. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเชื้อไวรัส HPV.
  4. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการป้องกันและการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์.

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com

แชร์

ยังไม่มีบัญชี