ริดสีดวงระยะไหนใช้ยาได้? เมื่อไรต้องทำหัตถการ
ริดสีดวงระยะ 1–4 ต่างกันอย่างไร? ระยะไหนเริ่มจากปรับพฤติกรรมและยาได้ ระยะไหน Rubber Band Ligation อาจเหมาะ และเมื่อไรก้อนยื่น ดันกลับไม่ได้ หรือเลือดออกมากควรพบแพทย์
ถ้าได้รับการบอกว่าเป็น ริดสีดวงระยะ 1, 2, 3 หรือ 4 หลายคนมักคิดว่า “ระยะ 1–2 ใช้ยา ส่วนระยะ 3–4 ต้องผ่าตัดใช่ไหม?”
ความจริงซับซ้อนกว่านั้นเล็กน้อย
คำตอบสั้น ๆ คือ ริดสีดวงระยะ 1 และ 2 ส่วนใหญ่มักเริ่มด้วยการปรับพฤติกรรม ทำให้อุจจาระนิ่ม และใช้ยาบรรเทาอาการได้ ส่วนระยะ 3 บางคนยังสามารถใช้หัตถการในคลินิก เช่น Rubber Band Ligation ได้ แต่ถ้ามีก้อนยื่นมาก อาการเป็นซ้ำ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา อาจต้องพิจารณาการรักษาที่มากขึ้น ส่วนระยะ 4 ซึ่งก้อนยื่นออกมาและดันกลับไม่ได้ มักต้องได้รับการประเมินเพื่อการรักษาด้วยหัตถการหรือผ่าตัด
แนวทางสมัยใหม่จึงไม่ได้ดูเพียงเลขระยะ แต่ต้องดูด้วยว่า เลือดออกมากแค่ไหน ก้อนยื่นหรือไม่ ดันกลับได้หรือไม่ อาการรบกวนชีวิตแค่ไหน และการรักษาแบบอนุรักษ์นิยมได้ผลหรือไม่
American Gastroenterological Association Clinical Practice Update ปี 2026 ระบุว่า office-based treatment เช่น hemorrhoid banding หรือ infrared coagulation สามารถใช้ได้ใน hemorrhoids Grade I–III ในผู้ป่วยที่เหมาะสม และควรพิจารณาก่อน surgical hemorrhoidectomy ในหลายกรณี
ริดสีดวงระยะ 1–4 แบ่งอย่างไร?
การแบ่งระยะที่ใช้กันแพร่หลายคือ Goligher Classification ซึ่งใช้กับ Internal Hemorrhoids และดูตามระดับของ prolapse
Grade I ริดสีดวงอยู่ภายใน อาจมีเลือดออก แต่ไม่ยื่นออกนอกทวาร
Grade II ก้อนยื่นออกมาตอนถ่ายหรือเบ่ง แต่หดกลับเข้าไปเอง
Grade III ก้อนยื่นออกมาตอนถ่าย และต้องใช้นิ้วดันกลับ
Grade IV ก้อนยื่นออกมาและดันกลับไม่ได้
Japanese Practice Guidelines for Anal Disorders — Hemorrhoids ระบุว่า Goligher Classification เป็นระบบแบ่งระดับ prolapse ของ internal hemorrhoids ที่ใช้กันแพร่หลายและมีประโยชน์ในการเลือกแนวทางรักษา
แต่ต้องเข้าใจว่า เลขระยะไม่ได้สะท้อนอาการทั้งหมด
คน Grade I อาจเลือดออกมาก ขณะที่คน Grade III บางรายอาจมีอาการไม่มากเท่ากัน จึงต้องประเมิน symptoms ร่วมด้วย
ริดสีดวงระยะ 1 ใช้ยาได้ไหม?
ส่วนใหญ่มักเริ่มจาก conservative treatment
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทำให้อุจจาระนิ่ม เพิ่มใยอาหาร ดื่มน้ำให้เหมาะสม ไม่เบ่ง และไม่นั่งโถนาน
NIDDK – Treatment of Hemorrhoids แนะนำให้ผู้ป่วย hemorrhoids เริ่มจากอาหารที่มี fiber สูง stool softener หรือ fiber supplement ตามความเหมาะสม ดื่มน้ำ และหลีกเลี่ยงการเบ่งกับการนั่งห้องน้ำนาน
หากมีคัน บวม หรือ discomfort สามารถใช้ cream, ointment หรือ suppository บางชนิดเพื่อบรรเทาอาการระยะสั้น
แต่ควรเข้าใจว่า ยาเหล่านี้ไม่ได้แก้สาเหตุเรื่องแรงเบ่งหรือ prolapse
ระยะ 2 ยังใช้ยาได้ไหม?
ได้ และมักยังเริ่มจากการรักษาแบบอนุรักษ์นิยม
เพราะ Grade II แม้จะมีก้อนยื่นขณะถ่าย แต่ก้อนยังสามารถ หดกลับเอง
แนวทางหลายแห่งจึงยังให้ความสำคัญกับ fiber, stool softening, ลดการเบ่ง และการรักษาตามอาการ
แต่หากมี เลือดออกซ้ำ ก้อนยื่นบ่อย หรือรักษาด้วย lifestyle/ยาแล้วไม่ดีขึ้น อาจเข้าสู่ขั้น Office-Based Procedure เช่น
- Rubber Band Ligation
- Sclerotherapy
- Infrared Coagulation
NIDDK ระบุว่าหัตถการเหล่านี้ใช้กับ internal hemorrhoids ที่มีเลือดออกหรือ prolapse ได้

ริดสีดวงระยะ 3 ต้องผ่าตัดเลยไหม?
ไม่จำเป็นทุกคน
Grade III คือก้อน prolapse ที่ต้องใช้มือดันกลับ
แม้จะเป็นระยะที่มากกว่า Grade II แต่ผู้ป่วยบางส่วนยังสามารถรักษาด้วย office procedure ได้
AGA Clinical Practice Update ปี 2026 ระบุว่า hemorrhoid banding และ infrared coagulation สามารถใช้ใน Grade I–III และควรพิจารณาก่อน surgical hemorrhoidectomy ในผู้ป่วยที่เหมาะสม
ดังนั้น Grade III ≠ ต้องผ่าตัดทุกคน
ต้องพิจารณาขนาดของ prolapse เลือดออก จำนวน hemorrhoidal columns การกลับเป็นซ้ำ อาการรบกวน และการตอบสนองต่อการรักษาก่อนหน้า
Rubber Band Ligation คืออะไร?
เป็นหัตถการสำหรับ internal hemorrhoids
แพทย์ใช้ยางเส้นเล็กไปรัดที่ฐานของ hemorrhoid เหนือบริเวณที่ไวต่อความเจ็บปวด เมื่อเลือดไปเลี้ยงลดลง เนื้อเยื่อจะค่อย ๆ หด แห้ง และหลุด จากนั้นเกิด scar tissue ช่วยยึดเยื่อบุและลด prolapse
NIDDK ระบุว่า Rubber Band Ligation ใช้รักษา bleeding หรือ prolapsing internal hemorrhoids และ ต้องทำโดยแพทย์ ไม่ควรพยายามทำเอง
Banding เหมาะกับระยะไหน?
โดยภาพรวมเหมาะมากกับ Grade I–II ที่มีอาการและไม่ตอบสนองต่อ conservative treatment และสามารถใช้กับ Grade III บางราย ได้
AGA Expert Review ปี 2026 ระบุว่า banding มีประโยชน์ต่อ prolapsing hemorrhoids และ recurrent bleeding และสามารถใช้ก่อนพิจารณาการผ่าตัดในผู้ป่วย Grade I–III ที่เหมาะสม
ดังนั้น คน Grade II ที่เลือดออกซ้ำไม่ได้แปลว่า “ต้องกินยาแรงขึ้นเรื่อย ๆ”
บางครั้งการเปลี่ยนจากยาไปเป็น office procedure อาจตรงปัญหามากกว่า
ระยะ 4 ยังใช้ยาได้ไหม?
ยาและ conservative treatment สามารถช่วยบรรเทาอาการ เช่น ลด constipation ลดการเบ่ง หรือช่วยเรื่อง discomfort
แต่ Grade IV คือ prolapse ที่ ไม่สามารถดันกลับได้
จึงเป็น structural problem ที่ยาเพียงอย่างเดียวมักไม่สามารถแก้ให้ก้อนกลับเข้าที่
แนวทางและ consensus หลายแห่งจึงสนับสนุนการพิจารณา surgical management สำหรับ irreducible prolapse โดยเฉพาะเมื่อมีอาการมาก
ดังนั้น ใน Grade IV เป้าหมายของยาอาจเป็น ประคับประคองอาการ มากกว่ารักษา prolapse ให้หาย
ยาทาช่วยให้ก้อนหดได้หรือไม่?
ยาทาอาจช่วยลดคัน ระคายเคือง ปวด หรือบวมบางส่วน
แต่ไม่ได้ทำให้ ligament หรือ supporting tissue ที่หย่อนกลับมาเหมือนเดิม
NIDDK ระบุว่า OTC creams, ointments และ suppositories สามารถช่วยบรรเทา mild pain, swelling และ itching ได้ และโดยทั่วไปแนะนำให้ใช้ระยะสั้น หากไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์
ดังนั้น ครีมช่วยอาการ ไม่ได้เท่ากับครีมทำให้ Grade III–IV หาย
ยาเหน็บเหมาะกับระยะไหน?
ยาเหน็บออกฤทธิ์ภายในช่องทวาร จึงถูกใช้เพื่อบรรเทาอาการของ internal hemorrhoids บางกรณี
แต่เช่นเดียวกับยาทา มันไม่ได้แก้ mechanical prolapse ที่รุนแรง
หากต้องดันก้อนกลับทุกครั้ง หรือก้อนดันกลับไม่ได้ การเพิ่มยาเหน็บอาจไม่ใช่คำตอบหลักอีกต่อไป
ยากินช่วยอะไร?
คำว่า “ยากินริดสีดวง” มีหลายกลุ่ม
สิ่งที่มีบทบาทสำคัญมากกลับเป็นกลุ่มที่ช่วยทำให้อุจจาระนิ่ม เช่น fiber supplementation หรือ stool softening ตามความเหมาะสม เพราะ constipation และ straining เป็นตัวกระตุ้นอาการสำคัญ
NIDDK ให้ fiber, stool softener/fiber supplement และการลด straining เป็นหัวใจของ home treatment
ส่วนยาอื่น เช่น phlebotonic/flavonoid อาจช่วยอาการบางด้านในบางแนวทาง แต่ไม่ได้ทำให้ prolapse ขั้นสูงหายไปโดยตรง
ถ้าเป็น Grade I แต่เลือดออกทุกวัน ยังใช้ยาอย่างเดียวได้ไหม?
ไม่ควรดูเลข grade อย่างเดียว
เพราะ bleeding severity มีความสำคัญ
หากเลือดออกซ้ำแม้แก้ constipation และใช้ conservative treatment แล้ว สามารถพิจารณา office-based treatment ได้
นี่เป็นตัวอย่างว่าทำไม Grade ต่ำ ≠ อาการเบาเสมอ
AGA Expert Review ปี 2026 ระบุว่า banding หรือ infrared coagulation สามารถพิจารณาสำหรับ recurrent bleeding ใน hemorrhoids Grade I–III ที่เหมาะสม
เมื่อไรควรเปลี่ยนจากยาไปเป็นหัตถการ?
ควรเริ่มคิดถึง procedure หาก
- เลือดออกเป็นซ้ำ
- ก้อนยื่นรบกวนชีวิต
- ต้องดันก้อนกลับ
- ยาและการปรับพฤติกรรมไม่พอ
- อาการกลับบ่อย
การรักษาที่ดีไม่ควรเป็น “ใช้ยาตัวเดิมไปเรื่อย ๆ เพราะไม่อยากทำหัตถการ” แต่ควรเลือก treatment ให้ตรงกับ mechanical problem
เมื่อไรอาจต้องผ่าตัด?
การผ่าตัดมักพิจารณามากขึ้นใน Grade III ที่มี prolapse มากหรือไม่ตอบสนองต่อ office treatment และ Grade IV รวมถึงผู้ที่มี external component ใหญ่หรือโรคซับซ้อน
NIDDK ระบุว่า hemorrhoidectomy สามารถใช้กับ large external hemorrhoids และ prolapsing internal hemorrhoids ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น
แต่ ไปพบศัลยแพทย์ ≠ ต้องผ่าตัดทันที
แพทย์จะประเมินว่าหัตถการแบบคลินิกยังเหมาะหรือไม่ก่อน
ก้อนบวมเจ็บมากทันที แต่ไม่ได้เป็น Grade IV เสมอไปใช่ไหม?
ใช่
อาการก้อนแข็ง บวม และปวดมากแบบฉับพลันอาจเป็น Thrombosed External Hemorrhoid
ซึ่งเป็นคนละแนวคิดกับ Grade I–IV ของ internal hemorrhoids
ดังนั้น อย่านำคำว่า “ปวดมาก = ระยะ 4” มาใช้
Goligher grade ดูที่ prolapse ของ internal hemorrhoids ไม่ใช่ระดับความปวด
เลือดสดทุกครั้งที่ถ่าย แปลว่าเป็นริดสีดวงแน่ไหม?
ไม่แน่
เลือดออกทางทวารต้องระวังโรคอื่น เช่น
- Anal fissure
- Polyps
- Inflammatory bowel disease
- Colorectal cancer
โดยเฉพาะถ้ามีน้ำหนักลด ซีด ขับถ่ายเปลี่ยนไป เลือดปนในเนื้ออุจจาระ อุจจาระดำ หรือมีประวัติครอบครัวมะเร็งลำไส้ใหญ่
AGA Expert Review ปี 2026 เน้นว่าผู้ป่วยใหม่ที่สงสัย hemorrhoids ควรได้รับการตรวจที่เหมาะสมเพื่อยืนยัน diagnosis ก่อน treatment ไม่ควรสรุปจากอาการเลือดสดเพียงอย่างเดียว
อาการแบบไหนควรไปพบแพทย์ทันที?
NIDDK แนะนำให้รีบพบแพทย์หากมี ปวดทวารรุนแรงร่วมกับเลือดออก โดยเฉพาะถ้ามี ปวดท้อง ท้องเสีย หรือไข้ ร่วมด้วย
นอกจากนี้ ควรประเมินเร็วหากมีเลือดออกมาก หน้ามืด อ่อนแรง ก้อนบวมเจ็บรุนแรง มีหนอง หรือก้อน prolapse ดันกลับไม่ได้และปวดมาก
สรุป
การรักษาริดสีดวงไม่ควรดูเพียงว่า “ระยะไหนกินยา ระยะไหนผ่าตัด” แต่ควรดูทั้ง Grade + เลือดออก + Prolapse + อาการ + การตอบสนองต่อการรักษา
โดยทั่วไป
Grade I → Conservative treatment/ยาเป็นหลัก
Grade II → ยังเริ่มด้วยยาและปรับพฤติกรรมได้ แต่ถ้าเลือดออกหรือ prolapse ซ้ำ อาจพิจารณา office procedure
Grade III → ไม่ได้ต้องผ่าตัดทุกคน บางรายทำ Rubber Band Ligation หรือหัตถการอื่นได้
Grade IV → ยาช่วยประคับประคองอาการ แต่ prolapse ที่ดันกลับไม่ได้มักต้องได้รับการประเมินเพื่อหัตถการหรือ surgery
AGA Clinical Practice Update ปี 2026 ระบุว่า hemorrhoid banding หรือ infrared coagulation สามารถใช้กับ Grade I–III ในผู้ป่วยที่เหมาะสม และควรพิจารณาก่อน hemorrhoidectomy ในหลายกรณี
ขณะเดียวกัน ไม่ว่าระยะใด การทำให้อุจจาระนิ่ม ลดการเบ่ง และไม่ใช้เวลาบนโถนาน ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการรักษา
ดังนั้น หลักจำง่าย ๆ คือ ยาเหมาะกับการลดอาการและปัจจัยกระตุ้น แต่เมื่อปัญหาเริ่มเป็นเลือดออกซ้ำ + ก้อนยื่นมาก + ต้องดันกลับ + ดันกลับไม่ได้ การรักษาอาจต้องขยับจาก Medication → Procedure เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุดมากขึ้น

หมายเหตุสำคัญ
Goligher Grade ใช้แบ่งระดับ prolapse ของ internal hemorrhoids ไม่ได้ใช้บอกความรุนแรงของ external hemorrhoids และไม่ควรใช้แทนการตรวจวินิจฉัย เลือดออกทางทวารไม่ควรถูกสรุปว่าเป็นริดสีดวงทุกครั้ง
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com
References
- NIDDK. Treatment of Hemorrhoids.
- American Gastroenterological Association. Clinical Practice Update on Diagnosis and Treatment of Hemorrhoids: Expert Review, 2026.
- Japanese Practice Guidelines for Anal Disorders — Hemorrhoids; Goligher Classification.
- Portuguese Society of Gastroenterology Consensus on the Diagnosis and Management of Hemorrhoidal Disease.






