HPV 33 คืออะไร? อันตรายไหม เสี่ยงมะเร็งหรือไม่ และหายเองได้ไหม

HPV 33 คืออะไร? เรียนรู้เกี่ยวกับเชื้อ HPV 33 ซึ่งเป็นเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูง ความสัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก การติดต่อ อาการ และแนวทางดูแลตัวเองเมื่อพบเชื้อ


HPV 33 คืออะไร? อันตรายไหม เสี่ยงมะเร็งหรือไม่ และหายเองได้ไหม

HPV 33 เป็นเชื้อ Human Papillomavirus (HPV) กลุ่มความเสี่ยงสูง (High-Risk HPV) ที่มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV หลายชนิด

แม้ HPV 33 จะถูกจัดเป็นสายพันธุ์ก่อมะเร็ง แต่การตรวจพบเชื้อไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็ง ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่สามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 ปีผ่านการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

สิ่งสำคัญคือการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ และตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์


HPV 33 คืออะไร?

HPV 33 เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของเชื้อ Human Papillomavirus ที่อยู่ในกลุ่ม

HPV ความเสี่ยงสูง (High-Risk HPV)

กลุ่มเดียวกับ

  • HPV 16
  • HPV 18
  • HPV 31
  • HPV 45
  • HPV 52
  • HPV 58

เชื้อในกลุ่มนี้มีศักยภาพในการก่อให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหากเชื้อคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน

องค์การอนามัยโลก (WHO) และ International Agency for Research on Cancer (IARC) จัด HPV 33 เป็นสายพันธุ์ก่อมะเร็งในมนุษย์ (Carcinogenic HPV Type)


HPV 33 อันตรายไหม?

HPV 33 ถือเป็นเชื้อที่ควรได้รับการติดตาม เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตาม ความอันตรายไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อเพียงครั้งเดียว

สิ่งที่เพิ่มความเสี่ยง คือ

  • เชื้ออยู่ในร่างกายนานหลายปี
  • ตรวจพบเชื้อซ้ำต่อเนื่อง
  • มีความผิดปกติของเซลล์ร่วมด้วย
  • มีปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น สูบบุหรี่ หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ผู้ติดเชื้อ HPV 33 จำนวนมากไม่เคยพัฒนาไปเป็นมะเร็ง และสามารถกำจัดเชื้อได้เอง


HPV 33 ทำให้เป็นมะเร็งได้หรือไม่?

ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ติดเชื้อจะเป็นมะเร็ง

HPV 33 มีความสัมพันธ์กับ

  • มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่มีข้อมูลรองรับมากที่สุด
  • มะเร็งทวารหนัก
  • มะเร็งช่องคลอด
  • มะเร็งปากช่องคลอด
  • มะเร็งช่องปากและลำคอ

ในบางกรณี

งานวิจัยพบว่า HPV 33 เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ตรวจพบได้ในรอยโรคก่อนมะเร็งระดับสูง (High-Grade Lesions) ของปากมดลูก จึงถูกจัดเป็นสายพันธุ์ที่ต้องได้รับการติดตามอย่างจริงจัง


HPV 33 ติดต่อทางไหน?

HPV 33 ติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังและเยื่อบุโดยตรง

ช่องทางที่พบบ่อย ได้แก่

❤️ ทางช่องคลอด
💋 ทางปาก
🔄 ทางทวารหนัก
🤝 สัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ

HPV สามารถแพร่เชื้อได้แม้ไม่มีอาการ และไม่จำเป็นต้องมีการหลั่งน้ำอสุจิหรือสารคัดหลั่งจึงจะติดเชื้อ


HPV 33 มีอาการหรือไม่?

ส่วนใหญ่ ไม่มีอาการ ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้อ

ไม่มี

  • ตุ่ม
  • หูด
  • แผล
  • อาการคัน
  • อาการเจ็บปวด

นี่เป็นเหตุผลที่ HPV 33 มักถูกตรวจพบจาก

  • HPV DNA Test
  • การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
  • การตรวจติดตามความผิดปกติของเซลล์

มากกว่าการตรวจจากอาการ


HPV 33 หายเองได้ไหม?

ได้ เช่นเดียวกับ HPV สายพันธุ์อื่น ข้อมูลจาก CDC และ WHO ระบุว่าผู้ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่สามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 ปี

อย่างไรก็ตาม HPV 33 เป็น HPV ความเสี่ยงสูง จึงมีแนวโน้มอยู่ในร่างกายได้นานกว่า HPV กลุ่มความเสี่ยงต่ำบางสายพันธุ์ หากตรวจพบเชื้อต่อเนื่องหลายปี ควรได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด


HPV 33 แตกต่างจาก HPV 16 และ HPV 18 อย่างไร?

สายพันธุ์ระดับความเสี่ยง
HPV 16สูงมาก
HPV 18สูงมาก
HPV 33สูง
HPV 31สูง
HPV 45สูง

HPV 16 และ HPV 18 ยังคงเป็นสองสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุดในมะเร็งปากมดลูก

แต่ HPV 33 ก็เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่พบได้ในรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งปากมดลูกเช่นกัน


วัคซีน HPV ป้องกัน HPV 33 ได้หรือไม่?

ได้

วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ สามารถป้องกัน

  • HPV 31
  • HPV 33
  • HPV 45
  • HPV 52
  • HPV 58

เพิ่มเติมจาก

  • HPV 6
  • HPV 11
  • HPV 16
  • HPV 18

จึงช่วยเพิ่มการป้องกันสายพันธุ์ก่อมะเร็งได้ครอบคลุมมากขึ้น


หากตรวจพบ HPV 33 ควรทำอย่างไร?

ไม่ควรตื่นตระหนก การตรวจพบ HPV 33 ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง

ติดตามผลตามแพทย์นัด การติดตามผลมีความสำคัญมากที่สุด

ตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น

  • HPV DNA Test
  • Pap Smear
  • Colposcopy

ดูแลสุขภาพ

  • นอนหลับให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • งดสูบบุหรี่


ตารางสรุปข้อมูลสำคัญ

คำถามคำตอบ
HPV 33 คืออะไรHPV ความเสี่ยงสูง
HPV 33 อันตรายไหมควรติดตามผล
HPV 33 ทำให้เป็นมะเร็งไหมมีความสัมพันธ์กับมะเร็ง
HPV 33 หายเองได้ไหมได้
HPV 33 มีอาการไหมส่วนใหญ่ไม่มีอาการ
วัคซีนป้องกันได้ไหมได้ (วัคซีน 9 สายพันธุ์)

บทความที่เกี่ยวข้อง



ข้อมูลอ้างอิง (References)

  1. World Health Organization (WHO). Human papillomavirus (HPV) and cervical cancer.
  2. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). About HPV.
  3. National Cancer Institute (NCI). HPV and Cancer.
  4. International Agency for Research on Cancer (IARC). Human Papillomaviruses.
  5. American Cancer Society. HPV and Cancer.

“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com

แชร์

ยังไม่มีบัญชี