Melatonin คืออะไร: ฮอร์โมนช่วยนอนหลับ แก้เจ็ตแล็ก (Jet Lag) วิธีกิน และข้อควรระวัง


Melatonin (เมลาโทนิน) คือฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติจากต่อมไพเนียลในสมอง ทำหน้าที่ควบคุมวงจรการนอนหลับและการตื่น (Circadian rhythm) ในปัจจุบันมีการสังเคราะห์เมลาโทนินในรูปแบบยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อใช้บรรเทาอาการนอนไม่หลับ (Insomnia) หลับยาก หรือใช้ปรับเวลาสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็ตแล็ก (Jet Lag) จากการเดินทางข้ามทวีป โดยทั่วไปแนะนำให้รับประทานขนาด 1-5 มิลลิกรัม ก่อนเวลาเข้านอนประมาณ 1-2 ชั่วโมง ทั้งนี้ ในประเทศไทย เมลาโทนินที่ใช้เพื่อการรักษาจัดเป็นยาอันตรายที่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

ข้อมูลสำคัญของ Melatonin

  • สรรพคุณ: ช่วยลดระยะเวลาในการเริ่มหลับ ทำให้หลับได้เร็วขึ้น, ปรับสมดุลนาฬิกาชีวิตในผู้ที่ทำงานเป็นกะ (Shift worker), และบรรเทาความอ่อนล้าจากการปรับเวลา (Jet Lag)
  • ขนาดการใช้: ขนาดที่แนะนำทั่วไปคือ 1 ถึง 5 มก. (ควรเริ่มจากขนาดยาต่ำๆ ก่อน) หากเป็นรูปแบบยาแผนปัจจุบันในไทยจะมีความแรงอยู่ที่ 2 มก. แบบค่อยๆ ปลดปล่อยตัวยา (Prolonged-release)
  • วิธีรับประทาน: กินก่อนเข้านอน 1-2 ชั่วโมง และควรจัดสภาพแวดล้อมห้องนอนให้มืดสนิทเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด
  • ข้อควรระวัง: ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์, สตรีให้นมบุตร, ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune diseases) และไม่ควรขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรหลังทานยา
  • ผลข้างเคียงที่อาจพบ: ง่วงซึมในตอนเช้า (Hangover effect), ปวดศีรษะ, เวียนศีรษะ, ฝันร้าย, หรือปวดมวนท้องเล็กน้อย
  • รูปแบบที่พบในท้องตลาด: มีทั้งแบบเม็ดกลืน, เม็ดอมใต้ลิ้น, และรูปแบบเยลลี่ (Gummies) ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้า

กลไกการออกฤทธิ์ (Mechanism of Action)

เมื่อความสว่างของแสงลดลงในตอนค่ำ สมองจะหลั่งเมลาโทนินออกมาตามธรรมชาติเพื่อสั่งการให้ร่างกายเตรียมพักผ่อน การรับประทานเมลาโทนินสังเคราะห์ จะเข้าไปจับกับตัวรับในสมองส่วนไฮโปทาลามัส เป็นการ “หลอก” หรือ “กระตุ้น” ร่างกายให้รับรู้ว่าถึงเวลากลางคืนแล้ว ส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง ลดความตื่นตัว และเหนี่ยวนำให้เกิดความง่วงนอนอย่างเป็นธรรมชาติ

5 ขั้นตอนง่ายๆ ในการ “ปรับพฤติกรรมการนอน” (ทำคู่กับการทานเมลาโทนิน)

การทานเมลาโทนินจะได้ผลดีที่สุดเมื่อผู้ใช้ปรับ “สุขอนามัยการนอน (Sleep Hygiene)” ร่วมด้วย:

  1. งดแสงสีฟ้าก่อนนอน: แสงจากหน้าจอมือถือหรือแท็บเล็ตจะไปยับยั้งการทำงานของเมลาโทนิน ควรงดเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อย 30-60 นาทีก่อนนอน
  2. ควบคุมความมืดและอุณหภูมิ: ห้องนอนต้องมืดสนิท (อาจใช้ผ้าม่านกันแสงหรือผ้าปิดตา) และปรับอุณหภูมิให้เย็นสบาย เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเมลาโทนินตามธรรมชาติเพิ่มขึ้น
  3. จำกัดคาเฟอีนและแอลกอฮอล์: งดชา กาแฟ ตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นไป และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เพราะแม้แอลกอฮอล์จะทำให้หลับง่าย แต่จะทำให้ตื่นกลางดึกและวงจรการนอนพัง
  4. เข้านอน-ตื่นนอนให้ตรงเวลา: พยายามตื่นนอนในเวลาเดิมทุกวัน แม้จะเป็นวันหยุด เพื่อฝึกนาฬิกาชีวิตให้จดจำรอบการทำงาน
  5. หากไม่หลับ อย่าฝืน: หากนอนบนเตียงเกิน 20 นาทีแล้วยังไม่หลับ ให้ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ หรือฟังเพลงเบาๆ เมื่อเริ่มง่วงจึงค่อยกลับไปนอนใหม่

อาหารเสริมที่ช่วยบำรุง ดูแล หรือป้องกัน

  • Magnesium (แมกนีเซียม) และ L-Theanine (แอล-ธีอะนีน): สารอาหารสองชนิดนี้ช่วยผ่อนคลายระบบประสาทและคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด เหมาะสำหรับคนที่หัวถึงหมอนแล้วสมองยังคิดเรื่องงานไม่หยุด
  • Vitamin B Complex (วิตามินบีรวม): บำรุงปลายประสาทและลดความเครียดสะสมระหว่างวัน
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BigJ (บิ๊กเจ): สำหรับคุณผู้ชายที่มีความเครียดจากการทำงานจนส่งผลให้นอนไม่หลับ ร่างกายอ่อนล้า และสมรรถภาพลดลง BigJ มีส่วนประกอบที่ช่วยปรับสมดุลร่างกาย ฟื้นฟูระดับพลังงาน และช่วยให้ตื่นเช้ามาอย่างสดชื่น (ปรึกษาเภสัชกรที่ร้านขายยาจุฬาลักษณ์เภสัช เพื่อรับคำแนะนำการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมได้เลยครับ)

ยี่ห้อยาที่มีส่วนประกอบในไทย

  • Circadin (เซอร์คาดิน): เป็นเมลาโทนิน 2 มก. รูปแบบ Prolonged-release ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “ยาแผนปัจจุบัน” อย่างถูกต้องจาก อย. ไทย
  • (ข้อควรรู้: ผลิตภัณฑ์เมลาโทนินรูปแบบเยลลี่หรืออาหารเสริมอื่นๆ ที่จำหน่ายในช่องทางออนไลน์ มักเป็นการหิ้วเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งในประเทศไทย อย. ยังไม่อนุญาตให้ใช้เมลาโทนินเป็นส่วนประกอบในอาหารเสริม)

แหล่งซื้อยา (ระบุว่าต้องมีใบสั่งแพทย์)

  • ยาอันตราย: เมลาโทนินที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง (เช่น Circadin) จัดเป็นยาอันตราย ต้องได้รับการประเมินและสั่งจ่ายโดยแพทย์ หรือหาซื้อได้ที่ร้านขายยาแผนปัจจุบันที่มี “เภสัชกร” ประจำร้านเท่านั้น (แวะมาปรึกษาเภสัชกรที่ จุฬาลักษณ์เภสัช ทุกสาขาได้เลยครับ) ห้ามสั่งซื้อยาอันตรายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีเภสัชกรรับรองเด็ดขาด

ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม

  • การดื้อยา: เมลาโทนินไม่ใช่ยาที่ควรทานต่อเนื่องระยะยาว (ปกติแนะนำไม่เกิน 13 สัปดาห์) เพราะอาจทำให้ร่างกายหยุดสร้างเมลาโทนินเองตามธรรมชาติ
  • ปฏิกิริยาระหว่างยา: ผู้ที่ทานยายับยั้งการแข็งตัวของเลือด (เช่น Warfarin), ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs, หรือยากดภูมิคุ้มกัน ต้องปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้เมลาโทนินเสมอ



ข้อมูลอ้างอิง

  1. สมาคมแพทย์โรคจากการหลับแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการรักษาภาวะนอนไม่หลับและการใช้เมลาโทนิน.
  2. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. เมลาโทนิน (Melatonin) ใช้อย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผล.
  3. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. รู้จักฮอร์โมนเมลาโทนิน ตัวช่วยเรื่องการนอนหลับ.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.). การควบคุมผลิตภัณฑ์ที่นำเมลาโทนินมาเป็นส่วนประกอบ

“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com

แชร์

ยังไม่มีบัญชี