Minoxidil vs Finasteride: คู่หู “กู้ผมหนา” ต่างกันอย่างไร? ต้องใช้ตัวไหนกันแน่? 

เคยสงสัยไหมครับ? Minoxidil   กับFinasteride) ต่างกันที่ตรงไหน? หลายคนซื้อมาใช้ผิดวิธี ทำให้เสียเงินฟรีและผมไม่ขึ้น! วันนี้จะมาไขข้อข้องใจให้ชัดเจนครับ

คำตอบสั้นๆ คือ:

  • Finasteride คือ “โล่ป้องกัน” (หยุดผมร่วงเดิม)
  • Minoxidil คือ “ปุ๋ยเร่งโต” (สร้างผมใหม่)

กลไกการออกฤทธิ์ (Mechanism of Action) เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราต้องรู้ว่ายาทั้ง 2 ตัวทำงานคนละหน้าที่ครับ:

  1. Finasteride (ตัวต้านฮอร์โมน): ทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ 5-Alpha Reductase ซึ่งเป็นตัวการเปลี่ยนฮอร์โมนชายให้กลายเป็น DHT (สารที่ทำให้รากผมฝ่อ)

    ผลลัพธ์: รากผมหยุดฝ่อ เส้นผมมีอายุยืนยาวขึ้น ไม่หลุดร่วงง่าย

  2. Minoxidil (ตัวขยายหลอดเลือด): ทำหน้าที่ขยายหลอดเลือดฝอยรอบๆ รากผม ทำให้เลือดและสารอาหารไหลเวียนไปเลี้ยงเส้นผมได้ดีขึ้น

    ผลลัพธ์: กระตุ้นให้ไรผมอ่อนๆ กลายเป็นผมเส้นหนา และยาวเร็วขึ้น

คำถามยอดฮิต: ใช้ร่วมกันได้ไหม? (Combination Therapy) 

คำตอบคือ: ใช้ร่วมกันได้และมักให้ผลดีกว่าครับ! ในทางการแพทย์ การใช้คู่กันเปรียบเสมือนการ “อุดรอยรั่ว (Finasteride)” ไปพร้อมๆ กับการ “เติมน้ำใหม่ (Minoxidil)” ซึ่งเป็นสูตรมาตรฐานที่นิยมใช้ในผู้ชายที่มีปัญหาผมร่วงจากกรรมพันธุ์ (Androgenetic Alopecia)

5 ขั้นตอนง่ายๆ ในการเริ่มรักษา (Actionable Steps)

  1. ถ่ายรูปศีรษะ: ถ่ายมุมบนและด้านหน้าเก็บไว้เพื่อเปรียบเทียบผล
  2. ปรึกษาเภสัชกร: ส่งรูปมาให้เราประเมินว่าคุณต้องใช้ “ยา” หรือแค่ “อาหารเสริม”
  3. เริ่มใช้อย่างมีวินัย: ยาปลูกผมต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือนถึงจะเห็นผลชัดเจน อย่าใจร้อนหยุดยาก่อนกำหนด
  4. สังเกตอาการผลัดผม: ช่วง 1-2 เดือนแรกอาจมีผมร่วงมากขึ้นเล็กน้อย (Shedding Phase) เป็นสัญญาณว่าผมใหม่กำลังดันผมเก่าที่ตายแล้วออก ไม่ต้องตกใจครับ
  5. เลี่ยงปัจจัยเสี่ยง: งดสูบบุหรี่ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้เลือดไหลเวียนดี



ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม (Precautions)

  • Finasteride: ห้ามใช้ในผู้หญิง (โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์) 
  • Minoxidil: อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหนังศีรษะ หรือมีขนขึ้นตามใบหน้าได้หากยาไหลเลอะเทอะ
  • สำคัญที่สุด: ยาทั้งสองชนิดมีข้อบ่งใช้เฉพาะบุคคล ไม่ควรซื้อทานเองตามอินเทอร์เน็ต ควรได้รับคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์เท่านั้น

“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้  หรือมีปัญหาสุขภาพ”


แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

  1. Adil, A., & Godwin, M. (2017). The effectiveness of treatments for androgenetic alopecia: A systematic review and meta-analysis. Journal of the American Academy of Dermatology.
  2. American Hair Loss Association. (2024). Treatment Options.

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com

แชร์

ยังไม่มีบัญชี