“หมอบอกให้ดูแลตัวเองนะ… แต่แค่จะลุกไปอาบน้ำยังไม่มีแรงเลย จะให้ทำอะไรไหว?”
คำว่า Self-care หรือการดูแลตัวเอง ฟังดูเป็นเรื่องสวยหรู แต่สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มันคือภารกิจที่ยากระดับเข็นครกขึ้นภูเขา ในวันที่สารเคมีในสมองสั่งให้คุณนอนจมอยู่กับที่ การบังคับตัวเองให้ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมต่างๆ ดูจะเป็นไปไม่ได้
กฎเหล็กข้อเดียว: “ทำให้ห่วย ก็ยังดีกว่าไม่ทำ” (Done is better than perfect)
อย่าคาดหวังว่าต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ แค่ทำได้ “นิดหน่อย” ก็ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่แล้วครับ
1. การนอนคือพื้นฐาน (Sleep is King)
โรคซึมเศร้า มักมาคู่กับปัญหาการนอน พยายามเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิมทุกวัน แม้เมื่อคืนจะนอนไม่หลับ ก็ให้ฝืนตื่นตามเวลา เพื่อตั้งนาฬิกาชีวิตใหม่
- ทริค: ถ้ากลางคืนนอนไม่หลับ อย่าหยิบมือถือมาไถ ให้ลุกมานั่งอ่านหนังสือเบื่อๆ แทน
2. แสงแดดคือยาธรรมชาติ (Let the Light in)
ทันทีที่ตื่น ให้เปิดม่านรับแสงแดด หรือออกไปยืนตากแดดตอนเช้าสัก 5-10 นาที แสงแดดช่วยกระตุ้นการสร้าง Serotonin (สารความสุข) และช่วยปรับนาฬิกาปลุกในสมองให้ตื่นตัว
3. ขยับร่างกายนิดเดียวก็พอ (Just Move)
ไม่ต้องถึงกับไปยิมหรือวิ่งมาราธอน แค่เดินแกว่งแขนรอบบ้าน รดน้ำต้นไม้ หรือยืดเหยียดกล้ามเนื้อสัก 5 นาที การขยับตัวช่วยให้ร่างกายหลั่ง Endorphins บรรเทาความเจ็บปวดทางใจได้
4. อาบน้ำ = ล้างใจ (Basic Hygiene)
ในวันที่ดิ่งที่สุด การไม่อาบน้ำแปรงฟันเป็นเรื่องปกติมาก แต่เชื่อไหมครับว่า การลากสังขารไปให้น้ำผ่านตัว จะช่วยให้ความรู้สึก “หนืดเหนียว” ในใจลดลงได้เหมือนเวทมนตร์
- ทริค: ถ้าอาบไม่ไหวจริงๆ แค่ล้างหน้าแปรงฟัน หรือเปลี่ยนชุดใหม่ก็เก่งมากแล้ว
5. กินเพื่อสมอง (Brain Food)
เลี่ยงน้ำตาลและของทอด เพราะจะทำให้อารมณ์เหวี่ยง พยายามเติมอาหารที่มี Omega-3 (ปลา, ถั่ว) และ วิตามิน B (ข้าวกล้อง, ไข่, ผักใบเขียว) ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการสร้างสารสื่อประสาท
6. ตัดขาดจากโซเชียลมีเดียชั่วคราว (Social Detox)
การเห็นชีวิตดีๆ ของคนอื่นใน Facebook/Instagram มักกระตุ้นให้เราเปรียบเทียบและรู้สึกด้อยค่าตัวเอง ลองวางมือถือแล้วอยู่กับแมว หมา หรือต้นไม้แทน
7. จดบันทึกระบายอารมณ์ (Journaling)
เขียนสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาลงกระดาษ ไม่ต้องเรียบเรียง ไม่ต้องสวยงาม แค่เขียนเพื่อ “เอามันออกจากหัว” ช่วยลดความฟุ้งซ่านได้ดีมาก
8. ซอยงานใหญ่ให้เป็นงานจิ๋ว (Break it down)
ถ้าต้องล้างจานกองโต อย่าคิดว่า “ต้องล้างจานทั้งหมด” ให้คิดแค่ว่า “จะล้างแก้วใบเดียว” แล้วพอทำเสร็จ คุณอาจมีแรงทำใบต่อๆ ไปเอง หรือถ้าไม่ทำต่อ ก็ถือว่าสำเร็จแล้ว 1 ใบ
9. เลี่ยงแอลกอฮอล์เด็ดขาด (Avoid Alcohol)
หลายคนดื่มเพื่อย้อมใจให้ลืมเศร้า แต่แอลกอฮอล์คือสารกดประสาท (Depressant) หลังหมดฤทธิ์เมา อาการซึมเศร้าจะตีกลับรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า
10. ให้รางวัลตัวเอง (Reward Yourself)
วันนี้ลุกจากเตียงได้? เก่งมาก! วันนี้กินข้าวครบมื้อ? สุดยอด! ชื่นชมตัวเองในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะสำหรับคนป่วย นี่คือความพยายามที่น่ายกย่องครับ

มุมมองจากเภสัชกร: อาหารเสริมช่วยได้ไหม?
การดูแลตัวเองเป็นรากฐานสำคัญ แต่หากคุณรู้สึกว่ากินไม่ได้นอนไม่หลับจนร่างกายทรุดโทรม การทานวิตามินเสริมบางชนิดอาจช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ เช่น:
- Magnesium: ช่วยเรื่องการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและการนอนหลับ
- Vitamin B-Complex: ช่วยบำรุงระบบประสาท ลดความเครียด
- Fish Oil (Omega-3): เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมอง
หมายเหตุ: อาหารเสริมไม่ใช่ยารักษาโรค ควรใช้ควบคู่กับการรักษาหลัก หากสนใจสามารถเข้ามาปรึกษาเภสัชกรที่ จุฬาลักษณ์เภสัชเพื่อเลือกชนิดและขนาดที่เหมาะสมกับยาที่คุณทานอยู่ครับ
“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”
ข้อมูลอ้างอิง
- Healthline. (2023). Self-Care for Depression: Strategies for Every Part of Your Life.
- Psychology Today. Small Steps to Conquer Depression.
เรียบเรียงโดย (Compiled by) : www.chulalakpharmacy.com









