10 วิธีดูแลตัวเองเมื่อโรคซึมเศร้าโจมตี: คู่มือเอาตัวรอดในวันที่ “ไม่อยากทำอะไรเลย”

“หมอบอกให้ดูแลตัวเองนะ… แต่แค่จะลุกไปอาบน้ำยังไม่มีแรงเลย จะให้ทำอะไรไหว?”

คำว่า Self-care หรือการดูแลตัวเอง ฟังดูเป็นเรื่องสวยหรู แต่สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มันคือภารกิจที่ยากระดับเข็นครกขึ้นภูเขา ในวันที่สารเคมีในสมองสั่งให้คุณนอนจมอยู่กับที่ การบังคับตัวเองให้ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมต่างๆ ดูจะเป็นไปไม่ได้

กฎเหล็กข้อเดียว: “ทำให้ห่วย ก็ยังดีกว่าไม่ทำ” (Done is better than perfect)

อย่าคาดหวังว่าต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ แค่ทำได้ “นิดหน่อย” ก็ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่แล้วครับ

1. การนอนคือพื้นฐาน (Sleep is King)

โรคซึมเศร้า มักมาคู่กับปัญหาการนอน พยายามเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิมทุกวัน แม้เมื่อคืนจะนอนไม่หลับ ก็ให้ฝืนตื่นตามเวลา เพื่อตั้งนาฬิกาชีวิตใหม่

  • ทริค: ถ้ากลางคืนนอนไม่หลับ อย่าหยิบมือถือมาไถ ให้ลุกมานั่งอ่านหนังสือเบื่อๆ แทน

2. แสงแดดคือยาธรรมชาติ (Let the Light in)

ทันทีที่ตื่น ให้เปิดม่านรับแสงแดด หรือออกไปยืนตากแดดตอนเช้าสัก 5-10 นาที แสงแดดช่วยกระตุ้นการสร้าง Serotonin (สารความสุข) และช่วยปรับนาฬิกาปลุกในสมองให้ตื่นตัว

3. ขยับร่างกายนิดเดียวก็พอ (Just Move)

ไม่ต้องถึงกับไปยิมหรือวิ่งมาราธอน แค่เดินแกว่งแขนรอบบ้าน รดน้ำต้นไม้ หรือยืดเหยียดกล้ามเนื้อสัก 5 นาที การขยับตัวช่วยให้ร่างกายหลั่ง Endorphins บรรเทาความเจ็บปวดทางใจได้

4. อาบน้ำ = ล้างใจ (Basic Hygiene)

ในวันที่ดิ่งที่สุด การไม่อาบน้ำแปรงฟันเป็นเรื่องปกติมาก แต่เชื่อไหมครับว่า การลากสังขารไปให้น้ำผ่านตัว จะช่วยให้ความรู้สึก “หนืดเหนียว” ในใจลดลงได้เหมือนเวทมนตร์

  • ทริค: ถ้าอาบไม่ไหวจริงๆ แค่ล้างหน้าแปรงฟัน หรือเปลี่ยนชุดใหม่ก็เก่งมากแล้ว

5. กินเพื่อสมอง (Brain Food)

เลี่ยงน้ำตาลและของทอด เพราะจะทำให้อารมณ์เหวี่ยง พยายามเติมอาหารที่มี Omega-3 (ปลา, ถั่ว) และ วิตามิน B (ข้าวกล้อง, ไข่, ผักใบเขียว) ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการสร้างสารสื่อประสาท

6. ตัดขาดจากโซเชียลมีเดียชั่วคราว (Social Detox)

การเห็นชีวิตดีๆ ของคนอื่นใน Facebook/Instagram มักกระตุ้นให้เราเปรียบเทียบและรู้สึกด้อยค่าตัวเอง ลองวางมือถือแล้วอยู่กับแมว หมา หรือต้นไม้แทน

7. จดบันทึกระบายอารมณ์ (Journaling)

เขียนสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาลงกระดาษ ไม่ต้องเรียบเรียง ไม่ต้องสวยงาม แค่เขียนเพื่อ “เอามันออกจากหัว” ช่วยลดความฟุ้งซ่านได้ดีมาก

8. ซอยงานใหญ่ให้เป็นงานจิ๋ว (Break it down)

ถ้าต้องล้างจานกองโต อย่าคิดว่า “ต้องล้างจานทั้งหมด” ให้คิดแค่ว่า “จะล้างแก้วใบเดียว” แล้วพอทำเสร็จ คุณอาจมีแรงทำใบต่อๆ ไปเอง หรือถ้าไม่ทำต่อ ก็ถือว่าสำเร็จแล้ว 1 ใบ

9. เลี่ยงแอลกอฮอล์เด็ดขาด (Avoid Alcohol)

หลายคนดื่มเพื่อย้อมใจให้ลืมเศร้า แต่แอลกอฮอล์คือสารกดประสาท (Depressant) หลังหมดฤทธิ์เมา อาการซึมเศร้าจะตีกลับรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า

10. ให้รางวัลตัวเอง (Reward Yourself)

วันนี้ลุกจากเตียงได้? เก่งมาก! วันนี้กินข้าวครบมื้อ? สุดยอด! ชื่นชมตัวเองในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะสำหรับคนป่วย นี่คือความพยายามที่น่ายกย่องครับ



มุมมองจากเภสัชกร: อาหารเสริมช่วยได้ไหม?

การดูแลตัวเองเป็นรากฐานสำคัญ แต่หากคุณรู้สึกว่ากินไม่ได้นอนไม่หลับจนร่างกายทรุดโทรม การทานวิตามินเสริมบางชนิดอาจช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ เช่น:

  • Magnesium: ช่วยเรื่องการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและการนอนหลับ
  • Vitamin B-Complex: ช่วยบำรุงระบบประสาท ลดความเครียด
  • Fish Oil (Omega-3): เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมอง

หมายเหตุ: อาหารเสริมไม่ใช่ยารักษาโรค ควรใช้ควบคู่กับการรักษาหลัก หากสนใจสามารถเข้ามาปรึกษาเภสัชกรที่ จุฬาลักษณ์เภสัชเพื่อเลือกชนิดและขนาดที่เหมาะสมกับยาที่คุณทานอยู่ครับ

“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”


ข้อมูลอ้างอิง

  1. Healthline. (2023). Self-Care for Depression: Strategies for Every Part of Your Life.
  2. Psychology Today. Small Steps to Conquer Depression.

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com

แชร์

ยังไม่มีบัญชี