HPV หายเองได้ไหม? เชื้ออยู่ในร่างกายกี่ปี และเมื่อไหร่ควรเริ่มกังวล

HPV หายเองได้ไหม? เชื้อ HPV อยู่ในร่างกายกี่ปี ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เองหรือไม่ เรียนรู้ปัจจัยที่ส่งผลต่อการหายของเชื้อ HPV และความเสี่ยงในระยะยาว


HPV หายเองได้ไหม? เชื้ออยู่ในร่างกายกี่ปี และเมื่อไหร่ควรเริ่มกังวล

HPV สามารถหายเองได้ในคนส่วนใหญ่ โดยประมาณ 80-90% ของผู้ติดเชื้อสามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 ปีผ่านการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

อย่างไรก็ตาม HPV บางสายพันธุ์ โดยเฉพาะกลุ่มความเสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ HPV 18 อาจคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานกว่าปกติ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของเซลล์หรือมะเร็งในอนาคต

ดังนั้น การตรวจพบ HPV ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็ง แต่ควรได้รับการติดตามอย่างเหมาะสม และดูแลสุขภาพเพื่อช่วยให้ร่างกายกำจัดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ


HPV หายเองได้จริงหรือไม่?

คำตอบคือ “ได้” และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในการติดเชื้อ HPV

หลายคนตกใจเมื่อทราบผลตรวจว่า HPV Positive เพราะเข้าใจว่าเชื้อจะอยู่กับร่างกายไปตลอดชีวิต แต่ในความเป็นจริง ร่างกายของคนส่วนใหญ่สามารถควบคุมและกำจัดเชื้อได้เอง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าผู้ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่จะไม่พัฒนาไปเป็นโรคร้ายแรง และเชื้อจะค่อย ๆ ลดลงจนตรวจไม่พบภายใน 1-2 ปี

นี่คือเหตุผลที่แพทย์มักให้ความสำคัญกับการติดตามผล มากกว่าการรีบรักษาเชื้อ HPV โดยตรง


ทำไมร่างกายจึงสามารถกำจัด HPV ได้เอง?

HPV เป็นไวรัสที่ติดอยู่บริเวณเยื่อบุผิวหนังและเยื่อบุอวัยวะต่าง ๆ เช่น

  • ปากมดลูก
  • ช่องคลอด
  • อวัยวะเพศชาย
  • ทวารหนัก
  • ช่องปาก
  • ลำคอ

หลังจากเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะค่อย ๆ เรียนรู้และตอบสนองต่อเชื้อเม็ดเลือดขาวและเซลล์ภูมิคุ้มกันหลายชนิดจะช่วยกำจัดเซลล์ที่ติดเชื้อ ทำให้จำนวนเชื้อลดลงเรื่อย ๆ จนไม่สามารถตรวจพบได้

อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ใช้เวลาค่อนข้างนาน และอาจกินเวลาหลายเดือนถึงหลายปี


HPV อยู่ในร่างกายกี่ปี?

ไม่มีคำตอบที่เหมือนกันสำหรับทุกคน เพราะระยะเวลาที่เชื้ออยู่ในร่างกายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยทั่วไป

ระยะเวลาสิ่งที่มักพบ
6-12 เดือนเชื้อเริ่มลดลงในบางราย
1-2 ปีผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่กำจัดเชื้อได้
มากกว่า 2 ปีมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเรื้อรัง
มากกว่า 5 ปีพบในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง

การติดเชื้อที่คงอยู่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง เป็นสิ่งที่แพทย์ให้ความสำคัญในการติดตามผล


ทำไมบางคนหาย แต่บางคนไม่หาย?

แม้จะได้รับเชื้อ HPV เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันอย่างมาก ปัจจัยที่ช่วยให้ร่างกายกำจัดเชื้อได้ดี ได้แก่

  • อายุยังน้อย
  • ภูมิคุ้มกันแข็งแรง
  • นอนหลับเพียงพอ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ไม่สูบบุหรี่

ในทางกลับกัน ปัจจัยที่อาจทำให้เชื้ออยู่ในร่างกายนานขึ้น ได้แก่

  • สูบบุหรี่
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ
  • การติดเชื้อ HIV
  • การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • ความเครียดเรื้อรัง
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ

งานวิจัยจำนวนมากพบว่าการสูบบุหรี่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ HPV คงอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของเซลล์


HPV ความเสี่ยงสูงหายเองได้หรือไม่?

ได้… แต่มีแนวโน้มใช้เวลานานกว่า HPV ความเสี่ยงต่ำ สายพันธุ์ที่แพทย์ให้ความสำคัญ ได้แก่

  • HPV 16
  • HPV 18
  • HPV 31
  • HPV 33
  • HPV 45
  • HPV 52
  • HPV 58

เชื้อเหล่านี้เกี่ยวข้องกับมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก อย่างไรก็ตาม การตรวจพบ HPV ความเสี่ยงสูงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็ง ผู้ติดเชื้อจำนวนมากยังสามารถกำจัดเชื้อได้สำเร็จ หากร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีและได้รับการติดตามอย่างเหมาะสม


HPV หายแล้วกลับมาเป็นอีกได้ไหม?

สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจาก HPV มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ การเคยติดเชื้อสายพันธุ์หนึ่ง ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อื่นในอนาคต

นอกจากนี้ ในบางกรณี เชื้ออาจลดลงจนตรวจไม่พบ แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก และกลับมาตรวจพบได้อีกเมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ดังนั้น แม้จะเคยตรวจไม่พบเชื้อแล้ว การดูแลสุขภาพและการตรวจติดตามตามคำแนะนำยังคงมีความสำคัญ


เมื่อไหร่ควรเริ่มกังวล?

การตรวจพบ HPV เพียงครั้งเดียว ไม่ใช่สิ่งที่ควรตื่นตระหนก สิ่งที่แพทย์ให้ความสำคัญมากกว่า คือ

  • การตรวจพบ HPV ความเสี่ยงสูงต่อเนื่องหลายปี
  • การพบความผิดปกติของเซลล์ร่วมด้วย
  • การมีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่หรือภูมิคุ้มกันต่ำ

หากมีการติดตามผลอย่างเหมาะสม ความผิดปกติส่วนใหญ่สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

“ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษาและวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อใช้ยา หรือมีปัญหาสุขภาพ”

บทความที่เกี่ยวข้อง



ข้อมูลอ้างอิง (References)

  1. World Health Organization (WHO). Human papillomavirus (HPV) and cervical cancer.
  2. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). About HPV.
  3. National Cancer Institute (NCI). HPV and Cancer.
  4. American Cancer Society. HPV and HPV Testing.

เรียบเรียงโดย (Compiled by)  : www.chulalakpharmacy.com

แชร์

ยังไม่มีบัญชี