กรดยูริก (Uric Acid) เป็นของเสียที่เกิดจากการสลายสารพิวรีน (Purines) ซึ่งพบในอาหารและเซลล์ของร่างกาย โดยปกติกรดยูริกจะถูกขับออกทางไต หากร่างกายสร้างมากเกินไปหรือขับออกได้น้อยลง ระดับกรดยูริกในเลือดจะสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคเกาต์ นิ่วในไต และโรคไตเรื้อรังบางราย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีกรดยูริกสูงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคเกาต์ทุกคน

กรดยูริก (Uric Acid) คืออะไร?
กรดยูริก คือ ของเสียที่เกิดจากการสลายสารพิวรีน (Purines)
สารพิวรีนพบได้จาก
- อาหารบางชนิด
- เครื่องในสัตว์
- อาหารทะเลบางประเภท
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- เซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกาย
โดยปกติ
- ประมาณ 2 ใน 3 ของกรดยูริกจะถูกขับออกทางไต
- อีกประมาณ 1 ใน 3 ถูกขับออกทางลำไส้
หากร่างกายสร้างมากเกินไป หรือขับออกได้น้อยลง ระดับกรดยูริกในเลือดจะสูงขึ้น
ค่ากรดยูริกปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่?
โดยทั่วไป
| กลุ่ม | ค่าปกติ |
| 👨 ผู้ชาย | 3.5–7.2 mg/dL |
| 👩 ผู้หญิง | 2.6–6.0 mg/dL |
หมายเหตุ: ช่วงอ้างอิงอาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละห้องปฏิบัติการ ควรใช้ค่ามาตรฐานที่ระบุในใบรายงานผลตรวจเป็นหลัก
กรดยูริกสูงเท่าไหร่จึงถือว่าผิดปกติ?
โดยทั่วไป
- 👨 ผู้ชาย มากกว่า 7.2 mg/dL
- 👩 ผู้หญิง มากกว่า 6.0 mg/dL
ถือว่ามีภาวะ กรดยูริกในเลือดสูง (Hyperuricemia)
อย่างไรก็ตาม
กรดยูริกสูง ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคเกาต์เสมอไป
หลายคนมีกรดยูริกสูง แต่ไม่เคยมีอาการปวดข้อเลย
ในทางกลับกัน ผู้ป่วยโรคเกาต์บางรายอาจมีระดับกรดยูริกปกติได้ในช่วงที่มีอาการกำเริบ ดังนั้น แพทย์จะพิจารณาร่วมกับอาการ การตรวจร่างกาย และผลตรวจอื่น ๆ

กรดยูริกสูง เกิดจากอะไร?
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- 🥩 รับประทานอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลบางชนิด
- 🍺 ดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
- 🥤 ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง
- ⚖️ โรคอ้วน
- 🩺 โรคไตเรื้อรัง
- 💊 ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ
- 🧬 พันธุกรรม
ทั้งนี้ การมีกรดยูริกสูงไม่ได้หมายความว่าต้องเริ่มใช้ยาทุกราย ขึ้นอยู่กับอาการและการประเมินของแพทย์
เมื่อไรควรพบแพทย์?
การมี กรดยูริกในเลือดสูง ไม่ได้หมายความว่าต้องรักษาด้วยยาทุกราย เพราะผู้ที่ไม่มีอาการหลายคนอาจไม่จำเป็นต้องได้รับยาลดกรดยูริก
อย่างไรก็ตาม ควรพบแพทย์ หากมีอาการหรือภาวะต่อไปนี้
- 🔴 ปวดข้อเฉียบพลัน โดยเฉพาะข้อหัวแม่เท้า ข้อเท้า หรือข้อเข่า
- 🔥 ข้อบวม แดง ร้อน และปวดมาก
- 🪨 มีนิ่วในไตหรือปวดบั้นเอวจากนิ่ว
- 🩺 เป็นโรคไตเรื้อรังร่วมกับกรดยูริกสูง
- 📈 กรดยูริกสูงต่อเนื่องจากการตรวจหลายครั้ง
- 💊 มีผลข้างเคียงจากยาที่อาจทำให้กรดยูริกสูง
- 🟡 มีก้อนโทฟัส (Tophi) ซึ่งเป็นก้อนผลึกกรดยูริกสะสมใต้ผิวหนัง
แพทย์จะประเมินร่วมกับอาการ ผลตรวจเลือด และประวัติสุขภาพ เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้ยาหรือไม่

หากกรดยูริกสูง ต้องทำอย่างไร?
การดูแลตนเองสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคเกาต์และภาวะแทรกซ้อนได้
แนวทางที่แนะนำ ได้แก่
- 💧 ดื่มน้ำให้เพียงพอ (หากไม่มีข้อจำกัดจากแพทย์)
- 🥦 รับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่สมดุล
- 🥩 ลดอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ ซาร์ดีน หอยบางชนิด
- 🍺 หลีกเลี่ยงหรือจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
- 🥤 ลดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง
- ⚖️ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
- 🚶 ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ควรเริ่มยาลดกรดยูริกเอง โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพราะการเริ่มยาและการปรับขนาดยาต้องพิจารณาตามข้อบ่งใช้ของแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กรดยูริกสูง แต่ไม่ปวดข้อ ต้องกินยาหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป
ผู้ที่มีภาวะกรดยูริกสูงโดยไม่มีอาการ (Asymptomatic Hyperuricemia) หลายรายอาจยังไม่จำเป็นต้องใช้ยา แพทย์จะพิจารณาจากระดับกรดยูริก โรคร่วม ความเสี่ยงของนิ่วในไต และประวัติการเกิดโรคเกาต์
กรดยูริกสูงทุกคนจะเป็นโรคเกาต์หรือไม่?
ไม่ใช่
หลายคนมีกรดยูริกสูงตลอดชีวิตแต่ไม่เคยมีอาการโรคเกาต์ ขณะที่บางคนเกิดอาการเมื่อผลึกกรดยูริกตกตะกอนในข้อหรือเนื้อเยื่อ
ดื่มกาแฟทำให้กรดยูริกสูงหรือไม่?
จากข้อมูลการศึกษาปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานว่าการดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมทำให้กรดยูริกสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะกรดยูริกสูงได้
ต้องงดอาหารก่อนตรวจกรดยูริกหรือไม่?
โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร หากตรวจเฉพาะกรดยูริก แต่หากตรวจร่วมกับน้ำตาลหรือไขมันในเลือด อาจต้องงดอาหารตามคำแนะนำของสถานพยาบาล
กรดยูริกสูงทำให้ไตเสื่อมได้หรือไม่?
ภาวะกรดยูริกสูงอาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงของ นิ่วในไต และพบร่วมกับโรคไตเรื้อรังได้ในบางราย อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างกรดยูริกสูงกับการทำให้ไตเสื่อมโดยตรงยังมีความซับซ้อน และควรได้รับการประเมินเป็นรายบุคคล
สรุปบทความ
ค่ากรดยูริกปกติ โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3.5–7.2 mg/dL ในผู้ชาย และ 2.6–6.0 mg/dL ในผู้หญิง หากสูงกว่าช่วงอ้างอิง อาจเรียกว่า ภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (Hyperuricemia) แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคเกาต์ทุกคน
การแปลผลควรพิจารณาร่วมกับอาการ เช่น ปวดข้อเฉียบพลัน ข้อบวม หรือประวัตินิ่วในไต รวมถึงโรคประจำตัวและผลตรวจอื่น ๆ ผู้ที่มีกรดยูริกสูงควรเริ่มจากการปรับพฤติกรรม เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควบคุมอาหาร ลดแอลกอฮอล์ และควบคุมน้ำหนัก ส่วนการใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง (Internal Links)
- โรคเกาต์คืออะไร?
- กรดยูริกสูงมีอาการอย่างไร?
- อาหารที่ผู้ป่วยเกาต์ควรหลีกเลี่ยง
- ยาลดกรดยูริกมีกี่ชนิด?
- ค่าไตปกติอยู่ที่เท่าไหร่?
- นิ่วในไตเกิดจากอะไร?
- ตรวจสุขภาพประจำปี ต้องตรวจอะไรบ้าง?
References
- American College of Rheumatology (ACR). 2020 Guideline for the Management of Gout.
- European Alliance of Associations for Rheumatology (EULAR). Recommendations for the Management of Gout.
- Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO). Clinical Practice Guidelines.
- สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย. แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคเกาต์
- กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคเกาต์
Scientific References
- FitzGerald JD, et al. 2020 American College of Rheumatology Guideline for the Management of Gout. Arthritis Care & Research.
- Richette P, et al. 2023 EULAR Recommendations for the Management of Gout. Annals of the Rheumatic Diseases.
- Dalbeth N, et al. Gout. The Lancet.
หมายเหตุสำคัญ
ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ได้ การแปลผลระดับกรดยูริกควรพิจารณาร่วมกับอาการ ประวัติสุขภาพ และผลตรวจอื่น ๆ หากมีอาการปวดข้อเฉียบพลัน ข้อบวมแดง หรือพบว่าระดับกรดยูริกสูงต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
เรียบเรียงโดย (Compiled by) www.chulalakpharmacy.com






