ไข้หวัดใหญ่ 2569 ระบาดแค่ไหน? อาการต่างจากหวัดธรรมดาอย่างไร ใครเสี่ยงป่วยหนัก และควรฉีดวัคซีนเมื่อไร

อัปเดตไข้หวัดใหญ่ 2569 ในประเทศไทย อาการไข้สูง ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อย ต่างจากหวัดธรรมดาอย่างไร ใครเป็นกลุ่มเสี่ยง เมื่อไรควรพบแพทย์ ยาต้านไวรัสและวัคซีนช่วยอย่างไร

ปี 2569 หากช่วงหนึ่งในบ้านเริ่มมีคนไข้สูง ปวดเมื่อย ไอ แล้วอีกไม่กี่วันสมาชิกคนอื่นเริ่มมีอาการตาม สิ่งที่ต้องนึกถึงไม่ได้มีเพียง “หวัดธรรมดา”


ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ยังคงเป็นโรคทางเดินหายใจสำคัญของประเทศไทยในปีนี้

ข้อมูลกรมควบคุมโรค ณ สัปดาห์ที่ 31 ของปี 2569 รายงานผู้ป่วยสะสม 120,606 ราย และเสียชีวิต 8 ราย แม้จำนวนผู้ป่วยรายสัปดาห์ในช่วงดังกล่าวมีแนวโน้มลดลงและต่ำกว่าปี 2568 ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ยังสูงกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี ขณะที่กรมควบคุมโรคยังคงเน้นการเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก

ดังนั้น หากปีนี้มีไข้สูงแบบฉับพลัน ปวดเมื่อยทั้งตัว ไอ เจ็บคอ และอ่อนเพลียมาก อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเพียงหวัดธรรมดา


ไข้หวัดใหญ่คืออะไร?

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่เกิดจาก Influenza virus

เชื้อแพร่จากผู้ป่วยไปยังผู้อื่นได้ผ่านสารคัดหลั่งและละอองจากการไอหรือจาม รวมถึงการสัมผัสสิ่งที่ปนเปื้อนเชื้อแล้วนำมือมาสัมผัสจมูก ตา หรือปาก

ในประเทศไทยสามารถพบโรคได้ตลอดปี และมักพบมากขึ้นในช่วงที่สภาพอากาศเอื้อต่อการแพร่ของโรค โดยกรมควบคุมโรคระบุว่าการระบาดเป็นกลุ่มก้อนพบได้ในสถานที่ที่มีคนรวมตัวจำนวนมาก เช่น โรงเรียน เรือนจำ ค่ายทหาร และสถานประกอบการ


ไข้หวัดใหญ่ 2569 มีอาการอย่างไร?

ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของไข้หวัดใหญ่คือ อาการมักเกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว

เมื่อวานอาจยังทำงานตามปกติ แต่วันนี้กลับรู้สึกเหมือนร่างกาย “หมดแรง” ขึ้นมาทันที

อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • ไข้สูงหรือรู้สึกมีไข้
  • หนาวสั่น
  • ไอ
  • เจ็บคอ
  • น้ำมูก
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • อ่อนเพลีย

กรมควบคุมโรคระบุว่า หลังรับเชื้อประมาณ 1–2 วัน ผู้ป่วยสามารถเริ่มมีอาการไข้สูง น้ำมูก ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อได้

เด็กบางรายอาจมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วยได้



ไข้หวัดใหญ่ต่างจากหวัดธรรมดาอย่างไร?

อาการบางอย่างคล้ายกันมาก จึงไม่สามารถวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียวได้เสมอไป

แต่โดยทั่วไป ไข้หวัดใหญ่มีแนวโน้มเริ่มอาการรวดเร็วและทำให้รู้สึกป่วยหนักกว่า

อาการไข้หวัดธรรมดาไข้หวัดใหญ่
เริ่มอาการมักค่อย ๆ เป็นมักค่อนข้างฉับพลัน
ไข้อาจไม่มีหรือไม่สูงพบไข้สูงได้บ่อย
ปวดเมื่อยมักไม่มากอาจปวดเมื่อยมาก
อ่อนเพลียมักไม่รุนแรงพบได้เด่น
น้ำมูก/คัดจมูกพบบ่อยพบได้
ไอพบได้พบบ่อย
ภาวะแทรกซ้อนโดยทั่วไปน้อยกว่าอาจเกิดปอดอักเสบและอาการรุนแรง

อย่างไรก็ตาม อาการไข้ ไอ เจ็บคอ สามารถพบได้ทั้งไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 และโรคทางเดินหายใจชนิดอื่น

ดังนั้น อาการเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกชนิดของเชื้อได้อย่างแน่นอน


ไข้หวัดใหญ่ 2569 น่ากังวลแค่ไหน?

ข้อมูลล่าสุดที่กรมควบคุมโรคเผยแพร่เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ครอบคลุมถึงสัปดาห์ระบาดที่ 31 หรือช่วง 26 กรกฎาคม–1 สิงหาคม 2569

รายงานสถานการณ์ระบุผู้ป่วยสะสม 120,606 ราย อัตราป่วย 185.80 ต่อประชากรแสนคน และผู้เสียชีวิต 8 ราย ในเวลานั้น โดยแนวโน้มรายสัปดาห์ลดลงและต่ำกว่าปี 2568 ในช่วงเดียวกัน แต่ยังสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง

ดังนั้นไม่ควรตีความว่า ปี 2569 ไข้หวัดใหญ่กำลังระบาดหนักขึ้นทุกสัปดาห์” แต่ข้อมูลสะท้อนว่าโรคยังคงมีการแพร่ในประเทศไทยและจำเป็นต้องเฝ้าระวัง

กรมควบคุมโรคยังย้ำเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ให้สถานที่ที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมากเฝ้าระวังทั้งไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 เพื่อค้นหาผู้มีอาการเร็วและลดการแพร่เชื้อเป็นวงกว้าง

ติดตามสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ 2569 จากกรมควบคุมโรค


ใครเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?

สำหรับคนสุขภาพแข็งแรงจำนวนมาก ไข้หวัดใหญ่สามารถหายได้เอง

แต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนมากกว่า

กรมควบคุมโรคกำหนดกลุ่มเป้าหมายสำคัญสำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ได้แก่

  • เด็กอายุ 6 เดือน–2 ปี
  • ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • หญิงตั้งครรภ์ตามเกณฑ์ของโครงการภาครัฐ
  • ผู้มีโรคเรื้อรังบางประเภท เช่น หอบหืด COPD โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ไตวาย เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งระหว่างเคมีบำบัด
  • ผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องและธาลัสซีเมีย
  • ผู้ที่มีโรคอ้วนตามเกณฑ์
  • ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้

คนกลุ่มเหล่านี้ควรให้ความสำคัญกับการป้องกันและการพบแพทย์เร็วเมื่อเริ่มมีอาการ



ไข้หวัดใหญ่รักษาอย่างไร?

ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงส่วนใหญ่จะได้รับการดูแลตามอาการ เช่น

พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำ รับประทานอาหารตามที่รับได้ และใช้ยาลดไข้หรือบรรเทาอาการอย่างเหมาะสม

แต่สิ่งที่หลายคนสนใจคือ “ต้องกินยาต้านไวรัสไหม?”

คำตอบคือ ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัส

แนวทาง CDC ฤดูกาล 2025–2026 แนะนำให้เริ่มยาต้านไวรัสโดยเร็วในผู้ที่สงสัยหรือยืนยันไข้หวัดใหญ่และ นอนโรงพยาบาล มีอาการรุนแรง/ซับซ้อน/แย่ลง หรือเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน โดยไม่ควรรอผลตรวจในกลุ่มที่ควรได้รับการรักษา ส่วนผู้ป่วยสุขภาพดีที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง แพทย์อาจพิจารณายาต้านไวรัสหากสามารถเริ่มได้ภายในประมาณ 48 ชั่วโมงหลังเริ่มอาการ

ยาที่ใช้ เช่น oseltamivir เป็นยาตามข้อบ่งใช้ ไม่ควรซื้อรับประทานเองโดยไม่ผ่านการประเมินที่เหมาะสม


เป็นไข้หวัดใหญ่ ต้องกินยาปฏิชีวนะไหม?

โดยทั่วไป ไม่จำเป็น เพราะไข้หวัดใหญ่เกิดจาก ไวรัส ขณะที่ยาปฏิชีวนะใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย

การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่มีข้อบ่งใช้ไม่ได้ทำให้เชื้อ Influenza หายเร็วขึ้น และยังเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงและปัญหาเชื้อดื้อยา

อย่างไรก็ตาม หากเกิดภาวะแทรกซ้อนจากแบคทีเรีย เช่น ปอดอักเสบบางชนิด แพทย์อาจพิจารณายาปฏิชีวนะตามการวินิจฉัย


อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล?

สิ่งที่ไม่ควรทำคือดูเพียงว่า “ไข้กี่องศา” ต้องดูอาการโดยรวมด้วย

ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการ เช่น

  • หายใจลำบาก หอบเหนื่อย
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • ซึม สับสน หรือปลุกยาก
  • รับประทานหรือดื่มไม่ได้
  • มีภาวะขาดน้ำ
  • อาการดีขึ้นแล้วกลับทรุดลง
  • ไข้หรือไอรุนแรงขึ้น
  • มีโรคประจำตัวแล้วอาการกำเริบ

โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว ไม่ควรรอให้อาการหนักก่อนจึงเข้ารับการประเมิน


วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2569 ยังจำเป็นไหม?

ยังมีความสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง

ไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงตามเวลา สูตรวัคซีนจึงมีการทบทวนให้เหมาะกับสายพันธุ์ที่คาดว่าจะหมุนเวียนในแต่ละฤดูกาล

กรมควบคุมโรคในปี 2569 ยังคงแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงรับ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยลดความรุนแรงและความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน

วัคซีนไม่ได้หมายความว่า ฉีดแล้วจะไม่มีทางติดไข้หวัดใหญ่ แต่เป้าหมายสำคัญอีกด้านคือช่วยลดความเสี่ยงของการป่วยรุนแรง โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง


เป็นไข้หวัดใหญ่แล้ว ยังต้องฉีดวัคซีนไหม?

การเคยติดไข้หวัดใหญ่ไม่ได้หมายความว่าจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ในอนาคต

จึงยังอาจมีข้อบ่งชี้ให้รับวัคซีนประจำปีได้

อย่างไรก็ตาม หากกำลังมีไข้หรือป่วยเฉียบพลัน ควรให้แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ประเมินช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับวัคซีนก่อน


ป้องกันไข้หวัดใหญ่ในบ้านอย่างไร?

เมื่อสมาชิกคนหนึ่งเริ่มป่วย สิ่งที่ควรคิดไม่ใช่แค่ “ทำอย่างไรให้คนนี้หายเร็ว” แต่รวมถึง ทำอย่างไรไม่ให้ทั้งบ้านป่วยตาม

กรมควบคุมโรคแนะนำว่า ผู้มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ควรหยุดเรียนหรือหยุดงาน สวมหน้ากากเพื่อลดการแพร่เชื้อ และดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

หลักง่าย ๆ คือ ป่วยแล้วพัก — ไอจามปิด — สวมหน้ากากเมื่อเหมาะสม — ล้างมือ — ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน — ลดการใกล้ชิดคนกลุ่มเสี่ยง


FAQ

ไข้หวัดใหญ่ 2569 ระบาดไหม?

ประเทศไทยยังคงพบผู้ป่วยต่อเนื่อง ในรายงานถึงสัปดาห์ที่ 31 ปี 2569 มีผู้ป่วยสะสม 120,606 ราย เสียชีวิต 8 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยรายสัปดาห์ขณะนั้นลดลงและต่ำกว่าปี 2568 ช่วงเดียวกัน แต่ยังสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง


ไข้หวัดใหญ่กี่วันหาย?

ผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจำนวนมากจะดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึงประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่อาการไอและอ่อนเพลียอาจอยู่นานกว่านั้น หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงควรพบแพทย์


ไข้หวัดใหญ่ต้องกิน oseltamivir ทุกคนไหม?

ไม่จำเป็น ผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาล มีอาการรุนแรง หรือเป็นกลุ่มเสี่ยงควรได้รับการพิจารณายาต้านไวรัสโดยเร็ว ส่วนผู้ป่วยสุขภาพดีทั่วไปขึ้นอยู่กับการประเมินทางคลินิกและระยะเวลาตั้งแต่เริ่มอาการ


ไข้หวัดใหญ่กับโควิดดูจากอาการได้ไหม?

อาการทับซ้อนกันได้มาก การดูจากอาการเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแยกได้แน่นอน หากผลการตรวจมีผลต่อการรักษาหรือการดูแลผู้ใกล้ชิด ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เรื่องการตรวจที่เหมาะสม


วัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องฉีดทุกปีไหม?

กรมควบคุมโรคแนะนำวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง


ไข้หวัดใหญ่ 2569 ยังเป็นโรคที่ควรเฝ้าระวังในประเทศไทย

อาการที่ควรนึกถึง ได้แก่ ไข้สูงฉับพลัน ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลีย โดยเฉพาะเมื่อมีคนรอบตัวป่วยคล้ายกัน

คนส่วนใหญ่อาจหายได้ด้วยการดูแลตามอาการ แต่ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว ไข้หวัดใหญ่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการถามว่า “เป็นไข้หวัดใหญ่หรือเปล่า?” แต่ควรถามต่อว่า “เราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหม? อาการรุนแรงหรือไม่? และควรได้รับยาต้านไวรัสเร็วหรือเปล่า?”

การป้องกันด้วยวัคซีนประจำปี การสวมหน้ากากเมื่อป่วย การล้างมือ และการลดการแพร่เชื้อไปยังคนรอบข้าง ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในปี 2569



References

กรมควบคุมโรคเผยแพร่สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ปี 2569 เป็นรายสัปดาห์ และข้อมูลล่าสุดที่ค้นพบ ณ วันที่จัดทำบทความครอบคลุมถึงสัปดาห์ที่ 31




หมายเหตุสำคัญ

บทความนี้จัดทำโดยอ้างอิงสถานการณ์ที่เผยแพร่ถึงเดือน สิงหาคม 2569 ตัวเลขผู้ป่วยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามรายงานเฝ้าระวังฉบับใหม่ เนื้อหามีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์

หากมีหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ซึม อาการรุนแรงขึ้น หรือเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงและเริ่มมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ควรเข้ารับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว




เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com

แชร์

ยังไม่มีบัญชี