เป็นริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด อันตรายไหม? เมื่อไรควรพบแพทย์

เป็นริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด อันตรายไหม? เมื่อไรควรพบแพทย์

ริดสีดวงถ่ายเป็นเลือดอันตรายไหม? รู้จักลักษณะเลือดจากริดสีดวง เลือดแบบไหนพอเฝ้าดูได้ เลือดแบบไหนควรพบแพทย์ พร้อมสัญญาณเตือนที่อาจไม่ใช่ริดสีดวง

เช้าวันหนึ่งหลังเข้าห้องน้ำ คุณก้มลงมองแล้วเห็น เลือดสีแดงสดติดอยู่บนกระดาษชำระ

ครั้งแรกอาจคิดว่า “สงสัยเบ่งแรงไปหน่อย” แต่พอเกิดขึ้นอีกครั้ง ความกังวลก็เริ่มตามมา

เป็นริดสีดวงหรือเปล่า?
ถ้าเป็นริดสีดวง ทำไมถึงมีเลือด?
แล้วเลือดออกแบบไหนถึงควรไปโรงพยาบาล?

ริดสีดวงสามารถทำให้มี เลือดแดงสดหลังถ่าย ได้ โดยเฉพาะริดสีดวงภายใน แต่สิ่งสำคัญคือ เลือดออกทางทวารหนักไม่ควรถูกสรุปว่าเป็นริดสีดวงทุกครั้ง

NIDDK ระบุว่า internal hemorrhoids สามารถทำให้มีเลือดแดงสดบนอุจจาระ กระดาษชำระ หรือในโถสุขภัณฑ์หลังถ่ายได้ แต่ยังย้ำด้วยว่าไม่ใช่อาการทางทวารทั้งหมดจะเกิดจากริดสีดวง และเลือดออกทางทวารอาจสัมพันธ์กับโรคอื่นได้เช่นกัน


ริดสีดวงทำไมถึงถ่ายเป็นเลือด?

ริดสีดวงภายในเกิดบริเวณหลอดเลือดและเนื้อเยื่อภายในทวารหนัก

เมื่อมี

  • อุจจาระแข็ง
  • การเบ่งมาก
  • การเสียดสีขณะถ่าย
  • ก้อนริดสีดวงโป่งพองหรือยื่น

พื้นผิวของริดสีดวงอาจถูกกระแทกหรือเสียดสีจนมีเลือดออก

ลักษณะเลือดที่พบบ่อยคือ

เลือดสีแดงสด

อาจเห็น

  • ติดกระดาษชำระ
  • เคลือบผิวอุจจาระ
  • หยดลงในโถหลังถ่าย

โดยเฉพาะใน internal hemorrhoids อาจมีเลือดออกได้โดยที่ แทบไม่เจ็บเลย

นี่เป็นหนึ่งในลักษณะที่ทำให้หลายคนเข้าใจว่า

“เลือดสดแต่ไม่เจ็บ = ริดสีดวงแน่นอน”

แต่ความจริงยังต้องดูอาการอื่นร่วมด้วย



เลือดจากริดสีดวงมักเป็นแบบไหน?

โดยทั่วไปลักษณะที่เข้ากับริดสีดวงได้มากคือ เลือดแดงสดหลังถ่าย โดยเฉพาะเมื่อสัมพันธ์กับ

  • ท้องผูก
  • เบ่งแรง
  • อุจจาระแข็ง
  • มีก้อนยื่น
  • คันหรือระคายเคืองบริเวณทวาร

NHS ระบุว่าอาการของ hemorrhoids สามารถรวมถึงเลือดแดงสดหลังอุจจาระ คัน ปวดหรือมีก้อนบริเวณทวารได้

แต่ลักษณะนี้ไม่ได้เฉพาะเจาะจงกับริดสีดวง 100%

ดังนั้นคำว่า “เป็นเลือดสดจึงไม่อันตราย” ก็ไม่ควรใช้เป็นกฎตายตัว


ถ่ายเป็นเลือดแต่ไม่เจ็บ เป็นริดสีดวงภายในไหม?

เป็นไปได้ เพราะ internal hemorrhoids ที่ยังไม่ยื่นออกมามักไม่ทำให้ปวดมาก แต่สามารถมีเลือดออกได้

ถ้าเป็นริดสีดวงภายในมากขึ้น อาจเริ่มมี ก้อนยื่นตอนถ่าย และแบ่งตามระดับการยื่นได้เป็น

Grade 1
ก้อนอยู่ด้านใน ยังไม่ยื่น

Grade 2
ยื่นตอนถ่าย แต่กลับเข้าเอง

Grade 3
ต้องใช้นิ้วดันกลับ

Grade 4
ยื่นอยู่ภายนอกและดันกลับไม่ได้

เลือดออกสามารถเกิดร่วมได้ในหลายระยะ โดยเฉพาะเมื่อก้อนถูกเสียดสีซ้ำ ๆ


แล้วริดสีดวงภายนอกมีเลือดออกได้ไหม?

ได้ แต่ไม่ใช่อาการเด่นที่สุด

ริดสีดวงภายนอกมักเด่นที่

  • มีก้อน
  • คัน
  • ระคายเคือง
  • กดเจ็บ
  • ปวด

โดยเฉพาะถ้ามี ลิ่มเลือดในก้อน หรือ thrombosed external hemorrhoid อาจมีอาการปวดมากแบบฉับพลัน

หากผิวด้านบนแตกหรือถลอกก็อาจมีเลือดออกได้ แต่ในภาพรวม อาการเลือดสดหลังถ่ายมักสัมพันธ์กับ internal hemorrhoids มากกว่า


ถ่ายเป็นเลือดจากริดสีดวง อันตรายไหม?

ถ้าเลือดออกเพียงเล็กน้อย เป็นช่วงสั้น ๆ และได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นริดสีดวง อาจไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน

แต่ถ้าเลือดออกซ้ำเรื้อรัง ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะการเสียเลือดต่อเนื่องสามารถทำให้เกิด ภาวะโลหิตจาง ได้ในบางกรณี

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ถ้าเราสรุปเองว่าเป็นริดสีดวง ทั้งที่สาเหตุจริงเป็นโรคอื่น อาจทำให้การวินิจฉัยล่าช้า

ดังนั้นประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียง “เลือดออกเยอะหรือไม่” แต่ต้องถามว่า “เราแน่ใจหรือยังว่าเลือดมาจากริดสีดวง?”


เลือดแบบไหนควรระวังว่าอาจไม่ใช่ริดสีดวง?

ควรระวังมากขึ้นหากมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น

  • อุจจาระดำ
  • เลือดสีแดงเข้มหรือปนในเนื้ออุจจาระ
  • เลือดออกมาก
  • เลือดออกซ้ำบ่อย
  • มีมูกปนเลือด
  • พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไป
  • ท้องผูกหรือท้องเสียผิดปกติที่เป็นต่อเนื่อง
  • น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
  • ซีด อ่อนเพลีย หรือหน้ามืด
  • ปวดท้องร่วมด้วย

อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นโรคร้ายเสมอไป แต่ไม่ควรรักษาเองโดยสรุปว่าเป็นริดสีดวง


อุจจาระดำ ต่างจากเลือดสดอย่างไร?

อุจจาระดำคล้ายยางมะตอย หรือ melena มักสะท้อนเลือดที่ถูกย่อยจากระบบทางเดินอาหารส่วนบนมากกว่า และไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของริดสีดวง

ถ้ามีอุจจาระดำเหนียว มีกลิ่นผิดปกติ หรือมีอาการ

  • หน้ามืด
  • ใจสั่น
  • ซีด
  • อ่อนแรง
  • อาเจียนเป็นเลือด

ควรได้รับการประเมินเร็ว อย่าใช้ยาริดสีดวงแล้วรอดูอาการ


เลือดจากแผลปริกับริดสีดวงต่างกันอย่างไร?

Anal fissure หรือแผลปริที่ทวาร เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อยของเลือดแดงสด

จุดที่ช่วยแยกเบื้องต้นคือ

ริดสีดวงภายใน
เลือดสด และอาจไม่เจ็บ

แผลปริที่ทวาร
มักมี อาการปวดแสบหรือปวดคมมากขณะถ่ายหรือหลังถ่าย ร่วมกับเลือดสด

ดังนั้นถ้าบอกว่า

“เหมือนมีมีดบาดตอนถ่าย”

ลักษณะนี้ควรนึกถึง anal fissure เพิ่มขึ้น ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นริดสีดวง


ทำไมท้องผูกทำให้ริดสีดวงเลือดออกบ่อยขึ้น?

ท้องผูกทำให้อุจจาระแข็งและต้องใช้แรงเบ่งมากขึ้น จึงเกิดวงจร

อุจจาระแข็ง
↓
เบ่งแรง
↓
แรงดันบริเวณริดสีดวงเพิ่มขึ้น
↓
เสียดสีขณะถ่าย
↓
เลือดออก

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า แม้ยาจะช่วยบรรเทาเลือดออกได้ แต่ถ้ายังท้องผูกและเบ่งทุกวัน อาการอาจกลับมาอีก

การรักษาพื้นฐานจึงควรเน้น

  • เพิ่มใยอาหาร
  • ดื่มน้ำให้เหมาะสม
  • ไม่กลั้นอุจจาระ
  • ลดการเบ่ง
  • ไม่นั่งห้องน้ำนาน


เป็นริดสีดวงเลือดออก ควรใช้ยาอะไร?

การเลือกยาขึ้นอยู่กับ อาการหลักและชนิดของริดสีดวง

อาจมีทั้ง

ยากินกลุ่ม venoactive/phlebotonic
เช่น Diosmin/Hesperidin ซึ่งมีบทบาทช่วยบรรเทา bleeding, swelling และอาการบางอย่างในผู้ป่วยที่เหมาะสม

ยาทา
ช่วยบรรเทาคัน แสบ หรือระคายเคืองเฉพาะที่

ยาเหน็บ
ใช้กับอาการภายในทวารในผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบ่งใช้เหมาะสม

แต่ไม่ควรคิดว่า

“มีเลือด = ต้องกินยาห้ามเลือดหรือ Diosmin ทุกคน”

เพราะหากสาเหตุไม่ใช่ริดสีดวง การรักษาเช่นนี้อาจเพียงทำให้อาการถูกกลบโดยไม่ได้แก้ต้นเหตุ

Internal Link Recommendation:
“Diosmin และ Hesperidin ช่วยรักษาริดสีดวงได้อย่างไร?”


ถ้าเลือดหยุดหลังใช้ยา แปลว่าหายแล้วไหม?

ไม่จำเป็น อาการเลือดออกอาจดีขึ้น แต่โครงสร้างของริดสีดวงและปัจจัยเสี่ยงอาจยังอยู่ตัวอย่างเช่น

กินยา → เลือดหยุด → ยังท้องผูก → ยังเบ่งแรง → กลับมาเลือดออกอีก

หรือถ้ามีก้อนยื่นระดับสูง ยาอาจช่วยอาการ แต่ไม่สามารถทำให้ prolapse หายทั้งหมดได้

ดังนั้นการประเมินผลควรดูทั้ง

เลือดออก + ก้อนยื่น + การขับถ่าย + ความถี่ของการกำเริบ


เลือดออกจากริดสีดวงนานแค่ไหนควรไปพบแพทย์?

หากเลือดออกเพียงครั้งเดียวเล็กน้อยหลังอุจจาระแข็ง อาจสังเกตอาการได้ในบางคน

แต่ควรพบแพทย์หาก

  • เลือดออกซ้ำ
  • เลือดออกต่อเนื่อง
  • เลือดออกมากขึ้น
  • ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นริดสีดวงมาก่อน
  • ดูแลตัวเองแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ยังมีอาการ

NIDDK แนะนำให้พบแพทย์หากมี rectal bleeding หรือถ้ามีอาการของริดสีดวงที่ยังไม่ดีขึ้นหลังดูแลที่บ้านประมาณหนึ่งสัปดาห์

โดยเฉพาะคนที่อายุมากขึ้นหรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคลำไส้ ไม่ควรใช้ประวัติ “เคยเป็นริดสีดวง” เป็นเหตุผลในการไม่ตรวจเลือดออกครั้งใหม่


อาการแบบไหนควรไปโรงพยาบาลเร็ว?

ควรได้รับการประเมินเร็วขึ้นหากมี

  • เลือดออกมาก
  • เลือดออกไม่หยุด
  • หน้ามืด
  • เป็นลม
  • ใจสั่น
  • ซีดหรืออ่อนเพลียมาก
  • อุจจาระดำ
  • ปวดท้องรุนแรง
  • มีไข้
  • ก้อนบริเวณทวารปวดมาก
  • ก้อนยื่นออกมาแล้วดันกลับไม่ได้

ถ้ามีเลือดออกจำนวนมากร่วมกับหน้ามืดหรืออ่อนแรง ควรคิดถึงการเสียเลือดที่มีความสำคัญมากกว่าการรักษาริดสีดวงที่บ้าน


ริดสีดวงทำให้เป็นมะเร็งลำไส้ไหม?

ริดสีดวงไม่ได้กลายเป็นมะเร็งลำไส้ แต่ปัญหาคือ มะเร็งลำไส้และโรคทางเดินอาหารอื่นก็สามารถทำให้มีเลือดออกทางทวารได้

ดังนั้นสิ่งที่ต้องระวังคือ “การวินิจฉัยผิด” มากกว่าการที่ริดสีดวงจะกลายเป็นมะเร็ง

ถ้ามี

  • เลือดออกซ้ำ
  • พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยน
  • น้ำหนักลด
  • ซีด
  • มีประวัติครอบครัวโรคลำไส้ใหญ่
  • อยู่ในช่วงอายุที่ควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้

ควรพูดคุยกับแพทย์เรื่องการประเมินเพิ่มเติม


ถ้าเคยเป็นริดสีดวงมาก่อน เลือดออกครั้งใหม่ถือว่าเป็นริดสีดวงเหมือนเดิมไหม?

ไม่ควรสรุปอัตโนมัติ

แม้เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นริดสีดวง แต่เลือดออกครั้งใหม่อาจเกิดจาก

  • ริดสีดวงเดิม
  • แผลปริ
  • การอักเสบ
  • ติ่งเนื้อ
  • โรคลำไส้ชนิดอื่น

ได้ โดยเฉพาะถ้าลักษณะของเลือดหรืออาการ เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น จากเคยมีเลือดสดเล็กน้อย เปลี่ยนเป็นเลือดปนในอุจจาระมากขึ้น หรือเริ่มมีน้ำหนักลดร่วมด้วย ควรประเมินใหม่


FAQ

ริดสีดวงถ่ายเป็นเลือดอันตรายไหม?

เลือดออกเล็กน้อยจากริดสีดวงที่ได้รับการวินิจฉัยแล้วอาจไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน แต่เลือดออกซ้ำหรือมากสามารถทำให้เกิดโลหิตจาง และเลือดออกทางทวารอาจเกิดจากโรคอื่นได้ จึงไม่ควรละเลย


เลือดจากริดสีดวงเป็นสีอะไร?

โดยทั่วไปมักเป็น เลือดแดงสด พบหลังถ่าย ติดกระดาษชำระ เคลือบอุจจาระ หรือหยดลงในโถ


ถ่ายเป็นเลือดสดแต่ไม่เจ็บ เป็นริดสีดวงไหม?

เป็นไปได้ โดยเฉพาะริดสีดวงภายใน แต่ยังไม่สามารถวินิจฉัยจากอาการนี้เพียงอย่างเดียว


ถ่ายดำเป็นริดสีดวงไหม?

ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของริดสีดวง อุจจาระดำอาจสัมพันธ์กับเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนอื่น และควรได้รับการประเมิน


เลือดออกกี่วันควรไปหาหมอ?

หากเลือดออกซ้ำ ต่อเนื่อง ปริมาณเพิ่มขึ้น ไม่เคยวินิจฉัยมาก่อน หรือดูแลตัวเองประมาณ 1 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์ โดยเฉพาะหากมีอาการเตือนอื่นร่วมด้วย


Summary

ริดสีดวง โดยเฉพาะ ริดสีดวงภายใน สามารถทำให้มี

เลือดแดงสดหลังถ่าย ติดกระดาษชำระ หรือหยดลงในโถ

และบางคนอาจมีเลือดออกโดยแทบไม่เจ็บ

แต่สิ่งสำคัญคือ เลือดออกทางทวารหนักไม่ใช่อาการเฉพาะของริดสีดวง

จึงไม่ควรเห็นเลือดแล้วซื้อยาริดสีดวงใช้ต่อเนื่องทุกครั้งโดยไม่ประเมินสาเหตุ

หากเลือดออกเพียงเล็กน้อยและได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นริดสีดวงแล้ว การแก้ท้องผูก เพิ่มใยอาหาร ลดการเบ่ง และใช้ยาตามอาการอย่างเหมาะสมสามารถช่วยได้

แต่ถ้ามี เลือดออกซ้ำ → เลือดออกมาก → อุจจาระดำ → หน้ามืด → ซีด → น้ำหนักลด → ขับถ่ายเปลี่ยน ควรได้รับการประเมิน และถึงแม้เคยเป็นริดสีดวงมาก่อน ก็ไม่ควรสรุปว่าเลือดออกครั้งใหม่ต้องเกิดจากริดสีดวงเสมอไป


หมายเหตุสำคัญ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยได้ เลือดออกทางทวารหนักสามารถเกิดจากริดสีดวง แผลปริ และโรคของลำไส้หรือทางเดินอาหารอื่น

หากมีเลือดออกมาก หน้ามืด เป็นลม อุจจาระดำ ปวดรุนแรง หรือก้อนยื่นดันกลับไม่ได้ ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว



เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com



References

  • NIDDK. Symptoms & Causes of Hemorrhoids. ข้อมูลเลือดแดงสดจาก internal hemorrhoids และคำเตือนว่า rectal bleeding อาจเกิดจากโรคอื่น
  • NIDDK. Diagnosis of Hemorrhoids. ข้อมูลการประเมินด้วยประวัติ การตรวจร่างกาย digital rectal examination และ anoscopy
  • NHS. Piles (haemorrhoids). ข้อมูลเลือดแดงสด คัน ปวด และก้อนบริเวณทวาร
  • American Gastroenterological Association. Clinical Practice Update on Diagnosis and Treatment of Hemorrhoids: Expert Review. หลักการประเมิน symptomatic hemorrhoids และการพิจารณาสาเหตุอื่นของ rectal bleeding
  • American Society of Colon and Rectal Surgeons. Clinical Practice Guidelines for the Management of Hemorrhoids. แนวทางการประเมิน rectal bleeding การรักษาแบบ conservative และข้อบ่งชี้ของหัตถการ

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี