กลากกับเกลื้อนต่างกันอย่างไร? ดูจากผื่นอย่างไรเบื้องต้น

กลากกับเกลื้อนต่างกันอย่างไร? ดูจากผื่นอย่างไรเบื้องต้น

กลากและเกลื้อนเป็นเชื้อราผิวหนังเหมือนกันแต่เกิดจากเชื้อคนละกลุ่ม รู้จักความต่างของผื่นเป็นวง ขอบแดง คัน กับดวงขาว แดง น้ำตาล มีขุยละเอียด พร้อมวิธีรักษาและสัญญาณที่ควรพบแพทย์

หลายคนเห็นผื่นแล้วเรียกรวม ๆ ว่า “เป็นเชื้อรา” ถ้าเป็นวงแดงก็คิดว่าเป็นกลาก ถ้าเป็นดวงขาวก็คิดว่าเป็นเกลื้อน

ฟังดูเหมือนแยกง่าย แต่ในชีวิตจริงผื่นเชื้อราสามารถมีหน้าตาหลากหลาย และโรคผิวหนังชนิดอื่นก็สามารถเลียนแบบกลากหรือเกลื้อนได้เช่นกัน

สิ่งสำคัญคือ กลากกับเกลื้อนไม่ใช่โรคเดียวกัน

แม้ทั้งสองเกี่ยวข้องกับเชื้อรา แต่เกิดจากเชื้อคนละกลุ่ม และลักษณะผื่นโดยทั่วไปก็ต่างกัน

จำง่าย ๆ ก่อนว่า

กลาก มักเด่นที่ “รูปทรง” — เป็นวง ขอบชัด ขยายออก และคัน
เกลื้อน มักเด่นที่ “สีผิว” — เป็นดวงขาว ชมพู หรือน้ำตาล มีขุยละเอียด และมักขึ้นหลายดวง

DermNet อธิบายว่า pityriasis versicolor หรือเกลื้อนเกิดจากยีสต์ Malassezia ซึ่งเป็นจุลชีพที่พบอยู่บนผิวหนังตามธรรมชาติ ขณะที่คำว่า tinea ในความหมายที่แท้จริงใช้กับการติดเชื้อ dermatophytes ซึ่งเป็นเชื้อกลุ่มที่ทำให้เกิดกลาก (DermNet®)


กลากคืออะไร?

กลาก หรือ Tinea corporis เป็นการติดเชื้อราที่ผิวหนังจากเชื้อกลุ่ม dermatophytes

เชื้อกลุ่มนี้สามารถใช้ keratin เป็นแหล่งอาหาร จึงเกิดโรคได้บริเวณ

  • ผิวหนัง
  • เส้นผม
  • เล็บ

เมื่อเกิดบนผิวหนังลำตัว แขน หรือขา เรามักเรียกว่า กลาก หรือ Tinea corporis

ลักษณะที่คนส่วนใหญ่คุ้นตาคือ ผื่นเป็นวง ขอบแดงหรือนูน มีขุย คัน ค่อย ขยายออก

ตรงกลางของวงอาจดูจางหรือสงบกว่าขอบ จึงเกิดรูปร่างคล้ายวงแหวน ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า ringworm แม้โรคนี้ไม่ได้เกิดจากหนอนเลย


เกลื้อนคืออะไร?

เกลื้อน หรือ Pityriasis versicolor / Tinea versicolor เกิดจากการเพิ่มจำนวนของยีสต์ Malassezia

Malassezia แตกต่างจาก dermatophytes ตรงที่เป็นจุลชีพที่สามารถพบอยู่บนผิวหนังของคนปกติได้อยู่แล้ว

เมื่อเชื้อเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะในสภาพ อากาศร้อน + ความชื้นสูง + เหงื่อออกมาก + ผิวมัน จึงเกิดรอยโรคขึ้น

DermNet ระบุว่าเกลื้อนพบบ่อยบริเวณ ลำตัว คอ และต้นแขน และรอยสามารถเป็น สีซีดกว่าผิว ชมพู หรือน้ำตาลทองแดง พร้อมขุยละเอียด (DermNet®)

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนหนึ่งเป็น “ดวงขาว” แต่อีกคนกลับเป็น “ดวงน้ำตาล” ทั้งที่เป็นเกลื้อนเหมือนกัน


กลากกับเกลื้อนต่างกันตรงไหนมากที่สุด?

ถ้าจะจำจากภาพรวม ให้ดู 4 เรื่อง

  • รูปร่างของผื่น
  • สีของผื่น
  • ตำแหน่งที่ขึ้น
  • ลักษณะขุย

กลากมักมี วงที่ขอบ active กว่าตรงกลาง

ส่วนเกลื้อนมักเป็น ดวงหรือปื้นหลายดวง สีผิดไปจากผิวรอบข้าง และมีขุยละเอียดทั่วรอย

เปรียบเทียบแบบง่าย ๆ ได้ดังนี้

ลักษณะกลากเกลื้อน
เชื้อDermatophytesMalassezia
รูปร่างมักเป็นวงหรือครึ่งวงดวง/ปื้นหลายจุด
ขอบผื่นมักชัด นูน แดง มีขุยมักไม่เป็นขอบวงนูนแบบกลาก
ตรงกลางอาจจางลงสีผิวผิดปกติทั้งปื้น
สีแดง น้ำตาล หรือสีเข้มตามสีผิวขาว ชมพู แดง น้ำตาล
อาการคันพบบ่อยมักไม่คันหรือคันเล็กน้อย
ตำแหน่งเกิดได้หลายบริเวณหน้าอก หลัง คอ ต้นแขนพบบ่อย
การติดต่อติดต่อได้โดยทั่วไปไม่ถือว่าติดต่อแบบกลาก


ถ้าผื่นเป็นวง ขอบแดง คัน ควรนึกถึงอะไร?

ลักษณะนี้ ชวนให้นึกถึงกลากมากกว่า

โดยเฉพาะเมื่อ

  • วงค่อย ๆ ขยาย
  • ขอบนูนหรือแดง
  • ขอบมีขุยชัด
  • ตรงกลางดูจางกว่า
  • คัน

DermNet ใช้ลักษณะ slowly extending annular plaques หรือผื่นเป็นวงที่ค่อย ๆ ขยาย เป็นหนึ่งในลักษณะที่ช่วยแยก tinea corporis ออกจาก pityriasis versicolor (DermNet®)

แต่ยังไม่ใช่การยืนยัน 100%

เพราะผื่นชนิดอื่น เช่น eczema หรือ psoriasis บางรูปแบบก็สามารถเป็นวงและมีขุยได้


ถ้าเป็นดวงขาวหลายดวงที่หน้าอกหรือหลัง ควรนึกถึงอะไร?

ลักษณะนี้ ชวนให้นึกถึงเกลื้อนมากกว่า โดยเฉพาะหากมี หลายดวง + ขุยละเอียด + อยู่หน้าอก/หลัง/คอ + คันน้อย

AAD ระบุว่ารอยของ tinea versicolor สามารถเป็นได้ทั้ง ขาว ชมพู แซลมอน แดง สีแทน หรือน้ำตาล และมักแห้งหรือมีขุยละเอียด บางรอยค่อย ๆ โตแล้วรวมกันเป็นปื้นใหญ่ได้ (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)

ดวงขาวอาจยิ่งเห็นชัดหลังออกแดด เพราะผิวรอบข้างเข้มขึ้น ขณะที่บริเวณเกลื้อนมีการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสี


ทำไมเกลื้อนถึงมีทั้งดวงขาว แดง และน้ำตาล?

เพราะ Malassezia ส่งผลต่อผิวในหลายรูปแบบ DermNet อธิบายว่า

ดวงขาวหรือ hypopigmented
สัมพันธ์กับสารจาก Malassezia ที่รบกวนการทำงานของ melanocytes

ดวงชมพูหรือแดง
สัมพันธ์กับการอักเสบเล็กน้อย

ดวงน้ำตาลหรือเข้มขึ้น
สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีในผิวหนัง (DermNet®)

ดังนั้น เกลื้อนไม่ได้แปลว่าต้องเป็นดวงขาว และในคนเดียวกันอาจพบหลายสีพร้อมกันได้


กลากมีดวงขาวได้ไหม?

บางกรณีหลังการอักเสบจากกลากดีขึ้น อาจเหลือ สีผิวที่จางหรือเข้มขึ้น ชั่วคราวได้

แต่ในช่วงที่กลากยัง active มักยังเห็น ขอบวง + ขุย + การขยายออกของขอบ ซึ่งต่างจากเกลื้อนที่มักเป็นปื้นสีผิดปกติและมีขุยละเอียดมากกว่า

เพราะฉะนั้นหากเห็นเพียง “ดวงขาว” โดยไม่มีลักษณะขอบวง ก็ไม่ควรสรุปว่าเป็นกลากจากสีผิวเพียงอย่างเดียว


เกลื้อนเป็นวงได้ไหม?

บางรอยสามารถดูเป็นวงหรือปื้นรูปร่างไม่สม่ำเสมอได้ โดยเฉพาะเมื่อหลายจุดรวมกัน

แต่สิ่งที่มักต่างจากกลากคือ เกลื้อนไม่ค่อยมีขอบนูนแดงเป็น active border ชัด ๆ

DermNet อธิบายว่า pityriasis versicolor มักเป็น macules หรือ patches ที่สามารถรวมตัวกันได้ และมี fine surface scale มากกว่ารูปแบบวงที่ขอบนูนแบบ dermatophyte infection (DermNet®)


อาการคันช่วยแยกได้ไหม?

ช่วยเป็นแนวทางได้ แต่ไม่ได้แม่นยำเต็มที่

กลาก มักคันค่อนข้างชัด

เกลื้อน มักไม่มีอาการหรือคันเพียงเล็กน้อย

DermNet ระบุว่า pityriasis versicolor โดยทั่วไปไม่มีอาการ แต่บางคนมีอาการคันเล็กน้อยได้ (DermNet®)

ดังนั้นถ้าผื่น เป็นวง + ขอบแดง + คันมาก จะชวนให้นึกถึงกลากมากกว่า

แต่หาก ดวงขาวหลายจุด + มีขุยนิด ๆ + แทบไม่คัน จะชวนให้นึกถึงเกลื้อนมากขึ้น


กลากกับเกลื้อน แบบไหนติดต่อ?

กลากติดต่อได้มากกว่า

เชื้อ dermatophytes สามารถแพร่ผ่าน

  • การสัมผัสผิวหนัง
  • คนสู่คน
  • สัตว์สู่คน
  • เสื้อผ้า
  • ผ้าเช็ดตัว
  • พื้นผิวหรืออุปกรณ์ที่ปนเปื้อน

จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ของที่สัมผัสผิวหนังร่วมกัน

ส่วน เกลื้อนโดยทั่วไปไม่ได้ถือเป็นโรคติดต่อในความหมายเดียวกัน

เพราะ Malassezia เป็นยีสต์ที่พบเป็นส่วนหนึ่งของ normal skin microbiota อยู่แล้ว และโรคเกิดขึ้นเมื่อเชื้อเพิ่มจำนวนมากผิดปกติ DermNet ระบุว่า pityriasis versicolor ไม่ถือเป็นโรคติดเชื้อที่แพร่ต่อกันในความหมายทั่วไป (DermNet®)


ทำไมทั้งสองโรคพบง่ายในอากาศร้อนชื้น?

ทั้งเชื้อ dermatophytes และ Malassezia ชอบสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น

แต่เกลื้อนมีความสัมพันธ์กับสภาพอากาศร้อนชื้นชัดมาก

AAD ระบุปัจจัยที่ทำให้ Malassezia เพิ่มจำนวน ได้แก่

DermNet ระบุเช่นกันว่าเกลื้อนพบได้บ่อยในเขตร้อนและคนที่เหงื่อออกมาก และสามารถกลับมาเป็นซ้ำในช่วงอากาศร้อนชื้นได้ (DermNet®)

นี่เป็นเหตุผลที่เกลื้อนพบได้บ่อยในประเทศไทย


กลากกับเกลื้อน ใช้ยาตัวเดียวกันได้ไหม?

บางตัวยาสามารถใช้ได้กับทั้งสองโรค แต่ไม่ควรคิดว่าการรักษาเหมือนกันทั้งหมด

กลากเป็น dermatophyte infection จึงใช้ยาต้านเชื้อราที่ออกฤทธิ์ต่อ dermatophytes

ส่วนเกลื้อนเกิดจาก Malassezia และมีทางเลือกที่นิยม เช่น

  • Selenium sulfide
  • Ketoconazole
  • Azole antifungals บางชนิด
  • medicated shampoo หรือ cleanser

AAD ระบุว่ายาที่ใช้กับ tinea versicolor อาจอยู่ในรูป แชมพู สบู่ ครีม หรือโลชั่น และตัวยาที่พบบ่อย ได้แก่ selenium sulfide, ketoconazole และ pyrithione zinc (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)

DermNet ยังระบุประเด็นสำคัญว่า terbinafine ชนิดรับประทานไม่ออกฤทธิ์ต่อ pityriasis versicolor แม้ terbinafine จะใช้ได้ดีกับ dermatophyte infections หลายชนิด (DermNet®)

นี่แสดงให้เห็นว่า

คำว่า “ยาฆ่าเชื้อรา” ไม่ได้หมายความว่ายาทุกตัวใช้แทนกันได้


ทำไมทาเกลื้อนแล้วดวงขาวยังอยู่?

เพราะการฆ่าเชื้อกับการกลับคืนของ สีผิว ไม่ได้เกิดพร้อมกัน

AAD ระบุว่า หลังรักษาเชื้อแล้ว รอยสีผิวที่ซีดหรือเข้มสามารถคงอยู่ต่ออีก หลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ก่อนค่อย ๆ กลับสู่สีปกติ (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)

ดังนั้นถ้าหลังรักษา ขุยหาย ไม่มีรอยใหม่ รอยเดิมไม่ขยาย แต่ดวงขาวยังอยู่ ไม่ได้แปลว่ายาฆ่าเชื้อราไม่ได้ผลเสมอไป

นี่เป็นจุดต่างที่สำคัญจากกลาก เพราะในกลากเรามักติดตาม ขอบผื่น ความแดง ขุย และการขยายของวง มากกว่าสีผิวที่เหลือหลังการอักเสบ


ทำไมกลากยิ่งทาครีมบางอย่างยิ่งลาม?

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือการใช้ ครีม corticosteroid กับผื่นเชื้อราโดยไม่ได้วินิจฉัยให้ชัด

สเตียรอยด์สามารถทำให้ แดงลด คันลด ผื่นดูเหมือนดีขึ้น แต่ไม่ได้กำจัด dermatophyte เชื้อจึงสามารถลุกลามและหน้าตาของผื่นเปลี่ยนไปจนดูไม่เหมือนกลากเดิม ภาวะนี้เรียกว่า Tinea incognito

ดังนั้นหากมีผื่นเป็นวงและไม่แน่ใจว่าเป็นเชื้อราหรือผื่นแพ้ ไม่ควรเลือก “ครีมแก้ผื่น” โดยดูแค่ว่าทาแล้วหายคันเร็ว


ตรวจอย่างไรถ้าดูจากผื่นไม่ชัด?

แพทย์สามารถใช้การตรวจง่าย ๆ เพื่อช่วยแยกโรคได้

หนึ่งในวิธีคือ ขูดผิวหนังเพื่อตรวจด้วย KOH microscopy

สำหรับเกลื้อน DermNet ระบุว่าการตรวจอาจเห็นลักษณะ yeast cells และ hyphae ที่ถูกเปรียบเทียบว่าเหมือน “spaghetti and meatballs” และอาจใช้ Wood’s lamp ช่วยตรวจได้ (DermNet®)

AAD ระบุว่าแพทย์ผิวหนังสามารถใช้ skin scraping หรือ Wood’s lamp เมื่อไม่แน่ใจว่าเป็น tinea versicolor หรือไม่ (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)

สำหรับกลาก การขูดจากบริเวณ ขอบ active ของผื่น ก็สามารถช่วยตรวจหาเชื้อรา dermatophytes ได้ จึงไม่จำเป็นต้องเดาจากภาพเพียงอย่างเดียวในกรณีที่ไม่ชัด


เมื่อไรควรพบแพทย์?

ควรได้รับการประเมินหาก

  • ผื่นลามเร็ว
  • เป็นบริเวณกว้าง
  • มีหลายตำแหน่งมาก
  • อยู่บนหนังศีรษะหรือเล็บ
  • มีหนอง ปวด บวม หรืออักเสบมาก
  • ทายาต้านเชื้อราอย่างเหมาะสมแล้วไม่ดีขึ้น
  • เป็นซ้ำบ่อย
  • เป็นเด็กเล็ก
  • มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • รอยขาวชัดมากและไม่มีขุย
  • ไม่แน่ใจว่าเป็นกลาก เกลื้อน ด่างขาว หรือโรคผิวหนังอื่น

สำหรับเกลื้อน AAD ระบุว่าแพทย์อาจพิจารณายาต้านเชื้อราชนิดรับประทานเมื่อรอยโรคกว้าง หนา หรือกลับเป็นซ้ำแม้รักษาภายนอกแล้ว (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)


FAQ

กลากกับเกลื้อนเป็นเชื้อราเหมือนกันไหม?

ใช่ในความหมายกว้างว่าเกี่ยวข้องกับเชื้อรา แต่เกิดจากเชื้อคนละกลุ่ม กลากเกิดจาก dermatophytes ส่วนเกลื้อนเกิดจาก Malassezia yeast (DermNet®)


ผื่นเป็นวง ขอบแดง คัน เป็นกลากไหม?

ลักษณะนี้ชวนให้นึกถึงกลาก โดยเฉพาะถ้าขอบมีขุยและค่อย ๆ ขยาย แต่ไม่สามารถยืนยันจากลักษณะเพียงอย่างเดียว


ดวงขาวที่หลังเป็นเกลื้อนเสมอไหม?

ไม่เสมอไป เกลื้อนสามารถเป็นดวงขาวและมีขุยละเอียดได้ แต่ด่างขาวและโรคผิวหนังอื่นก็ทำให้เกิดรอยขาวได้เช่นกัน AAD ระบุว่า tinea versicolor สามารถถูกเข้าใจผิดว่าเป็น vitiligo ได้ (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)


กลากกับเกลื้อน แบบไหนคันกว่า?

โดยทั่วไปกลากมักคันชัดกว่า ส่วนเกลื้อนมักไม่มีอาการหรือคันเล็กน้อย แต่มีข้อยกเว้นได้ (DermNet®)


เกลื้อนรักษาหายแล้วทำไมยังเป็นดวงขาว?

เพราะสีผิวอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนจึงกลับสู่ปกติ แม้เชื้อถูกกำจัดแล้ว (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)


Summary

กลากและเกลื้อนต่างก็เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับเชื้อรา แต่ ไม่ใช่โรคเดียวกัน

จำง่าย ๆ ว่า กลาก = ดู “ขอบวง”
ผื่นมักเป็นวง ขอบแดงหรือนูน มีขุย คัน และค่อย ๆ ขยายออก

ส่วน เกลื้อน = ดู “สีและขุย”
มักเป็นหลายดวง สีขาว ชมพู แดง หรือน้ำตาล มีขุยละเอียด และพบบ่อยที่หน้าอก หลัง คอ และต้นแขน (DermNet®)

กลากเกิดจาก dermatophytes และสามารถแพร่จากคน สัตว์ หรือสิ่งของได้

ส่วนเกลื้อนเกิดจาก Malassezia ซึ่งเป็นยีสต์ที่พบอยู่บนผิวหนังตามธรรมชาติ และมักเพิ่มจำนวนในสภาพอากาศร้อนชื้นหรือเมื่อเหงื่อออกมาก (DermNet®)

สิ่งสำคัญคือ อย่าใช้สีของผื่นเพียงอย่างเดียวในการตัดสิน เพราะกลาก เกลื้อน eczema psoriasis ด่างขาว และโรคผิวหนังอื่นสามารถมีลักษณะบางอย่างคล้ายกันได้ หากรักษาเชื้อราแล้วไม่ดีขึ้น ผื่นลาม หรือไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร ควรตรวจให้ชัดก่อนเปลี่ยนยาไปเรื่อย ๆ


หมายเหตุสำคัญ

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถยืนยันโรคผิวหนังจากลักษณะผื่นเพียงอย่างเดียวได้ กลาก เกลื้อน ผื่นแพ้ psoriasis และด่างขาวสามารถมีลักษณะบางอย่างคล้ายกัน

หากผื่นลามมาก มีหนอง เจ็บ บวม อยู่บนหนังศีรษะหรือเล็บ หรือใช้ยาต้านเชื้อราอย่างเหมาะสมแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรได้รับการประเมินก่อนใช้ยาต่อเนื่อง และควรหลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่มี corticosteroid กับผื่นที่สงสัยเชื้อราโดยไม่ได้รับคำแนะนำ



เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com



References

  • DermNet. Pityriasis versicolor. ข้อมูลสาเหตุจาก Malassezia สีของรอยโรค ตำแหน่งที่พบ การวินิจฉัย และความแตกต่างจาก dermatophyte infection. (DermNet®)
  • American Academy of Dermatology. Tinea versicolor: Signs and symptoms. ข้อมูลรอยสีขาว ชมพู แดง สีน้ำตาล ขุย และการรวมตัวเป็นปื้น. (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)
  • American Academy of Dermatology. Tinea versicolor: Diagnosis and treatment. ข้อมูล skin scraping, Wood’s lamp การรักษา และสีผิวที่อาจใช้เวลาหลายเดือนจึงกลับปกติ. (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)
  • DermNet. Pityriasis versicolor — Differential diagnosis. เปรียบเทียบ pityriasis versicolor กับ tinea corporis และโรคผิวหนังอื่น. (DermNet®)
  • American Academy of Dermatology. Tinea versicolor: Causes. ปัจจัยอากาศร้อนชื้น เหงื่อ ผิวมัน และการเพิ่มจำนวนของยีสต์. (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี