ไมเกรนกับปวดหัวทั่วไปต่างกันอย่างไร? ดูจากอาการอะไรได้บ้าง
ไมเกรนไม่ได้หมายถึง “ปวดหัวข้างเดียว” เท่านั้น แต่เป็นโรคทางระบบประสาทที่มักมีลักษณะปวดปานกลางถึงรุนแรง ปวดตุบหรือเป็นจังหวะ อาการแย่ลงเมื่อเคลื่อนไหว และอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน แพ้แสง หรือแพ้เสียงร่วมด้วย
อาการปวดอาจเกิดข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ และ Migraine Attack หนึ่งครั้งมักนานประมาณ 4–72 ชั่วโมง หากไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาไม่สำเร็จ
ส่วนอาการที่คนมักเรียกว่า “ปวดหัวทั่วไป” จำนวนมากเข้ากับ Tension-type Headache ซึ่งมักปวดสองข้าง ลักษณะบีบ ตึง หรือรัดศีรษะ ความรุนแรงเล็กน้อยถึงปานกลาง และโดยทั่วไปไม่แย่ลงจากกิจกรรมประจำวัน เช่น การเดินหรือขึ้นบันได
Tension-type Headache มักไม่มีคลื่นไส้หรืออาเจียนเด่น
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดหัวชนิดใหม่ที่รุนแรงฉับพลัน แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด เดินเซ มองเห็นผิดปกติ ชัก หรือรูปแบบปวดเปลี่ยนจากเดิมอย่างชัดเจน ไม่ควรสรุปว่าเป็นไมเกรน และควรได้รับการประเมินเร่งด่วน
อาการปวดหัวเป็นอาการที่พบได้บ่อย แต่คำว่า “ปวดหัว” ไม่ใช่ชื่อโรคเพียงโรคเดียว
อาจเกิดจาก Migraine, Tension-type Headache, การอดนอน ขาดน้ำ การติดเชื้อ ปัญหาสายตา ยาบางชนิด หรือโรคอื่น
สิ่งที่ทำให้ไมเกรนแตกต่างจากปวดศีรษะทั่วไปในหลายคนคือ ไมเกรนมักไม่ได้มีเพียงอาการปวด แต่สามารถมี คลื่นไส้ แพ้แสง แพ้เสียง หรืออาการทางระบบประสาทร่วมด้วย และอาจรบกวนกิจวัตรประจำวันค่อนข้างมาก
ไมเกรนคืออะไร?
Migraine เป็นโรคทางระบบประสาทที่เกิดเป็นครั้ง ๆ และอาจมีหลายระยะ ตั้งแต่ Prodrome ก่อนปวด ระยะ Aura ระยะปวดศีรษะ ไปจนถึงอาการหลังปวด
ตามเกณฑ์ ICHD-3 ลักษณะที่พบบ่อยของ Migraine without Aura ได้แก่ ปวดนานประมาณ 4–72 ชั่วโมง มักปวดข้างเดียวแต่ไม่จำเป็นทุกครั้ง ปวดตุบหรือเป็นจังหวะ ความรุนแรงปานกลางถึงรุนแรง และอาการแย่ลงเมื่อทำกิจกรรมตามปกติ เช่น เดินหรือขึ้นบันได
ระหว่างอาการมักมีคลื่นไส้หรืออาเจียน หรือมีทั้งแพ้แสงและแพ้เสียงร่วมด้วย
ดังนั้น
ไม่ได้ปวดข้างเดียว ก็ยังเป็นไมเกรนได้
ปวดหัวทั่วไป หรือ Tension-type Headache เป็นอย่างไร?
Tension-type Headache เป็น Primary Headache ที่พบได้บ่อย
ลักษณะที่พบได้ทั่วไปคือปวดสองข้าง รู้สึกบีบ รัด หนัก หรือตึงรอบศีรษะ ไม่ใช่ลักษณะตุบชัดเจน และความรุนแรงมักอยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
การเดิน ขึ้นบันได หรือทำกิจกรรมประจำวันมักไม่ได้ทำให้อาการปวดแย่ลงอย่างชัดเจน
โดยทั่วไปจะไม่มีคลื่นไส้หรืออาเจียน และอาจมีแพ้แสงหรือแพ้เสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ไม่เด่นเท่าไมเกรน
หลายคนอธิบายว่า
“เหมือนมีอะไรมารัดรอบหัว”
หรือรู้สึกตึงบริเวณหน้าผาก ขมับ หรือท้ายทอย
ไมเกรนต้องปวดข้างเดียวเสมอไหม?
ไม่เสมอ
แม้ Unilateral Pain จะเป็นลักษณะที่พบได้บ่อย แต่ไมเกรนสามารถปวดได้ทั้งข้างเดียวและสองข้าง รวมถึงบริเวณหน้าผาก หลังศีรษะ รอบดวงตา หรือแก้ม
ดังนั้น
ปวดสองข้าง ≠ ไม่ใช่ไมเกรน
สิ่งที่ควรดูร่วมกันคือ ลักษณะปวดตุบหรือไม่ ความรุนแรง อาการแย่ลงเมื่อเคลื่อนไหวหรือไม่ และมีคลื่นไส้ แพ้แสง หรือแพ้เสียงร่วมด้วยหรือไม่
ปวดตุบ ๆ คือไมเกรนแน่นอนไหม?
ไม่แน่นอน
Pulsating หรือ Throbbing เป็นหนึ่งในลักษณะที่สนับสนุนไมเกรน แต่ไม่สามารถใช้วินิจฉัยจากอาการนี้เพียงอย่างเดียว
ผู้ที่เป็นไมเกรนบางครั้งอาจอธิบายอาการว่าแน่น หนัก หรือกด ขณะที่โรคอื่นก็สามารถทำให้ปวดเป็นจังหวะได้
การวินิจฉัยจึงควรดู รูปแบบอาการทั้งหมด มากกว่าคำบรรยายเพียงคำเดียว
อะไรเป็นอาการที่ทำให้นึกถึงไมเกรนมากขึ้น?
ลักษณะที่สนับสนุน Migraine มากขึ้น ได้แก่ ปวดระดับปานกลางถึงรุนแรง ปวดตุบ ปวดข้างเดียวหรือเด่นข้างหนึ่ง เคลื่อนไหวแล้วปวดมากขึ้น และอยากหยุดกิจกรรมหรือนอนนิ่ง ๆ
หากมี คลื่นไส้ อาเจียน แพ้แสง แพ้เสียง หรือแพ้กลิ่น ร่วมด้วย จะยิ่งสนับสนุนไมเกรนมากขึ้น
อีกลักษณะหนึ่งคืออาการมักกินเวลาหลายชั่วโมง และเกิดเป็นครั้ง ๆ โดยมีรูปแบบคล้ายเดิม

คลื่นไส้และอาเจียนช่วยแยกไมเกรนได้ไหม?
ช่วยได้มาก
Migraine มักมีคลื่นไส้และอาจอาเจียนร่วมด้วย ขณะที่ Tension-type Headache โดยทั่วไปไม่มีคลื่นไส้หรืออาเจียนเด่น
หากมีรูปแบบ
ปวดหัวรุนแรง + คลื่นไส้ + แพ้แสง + อยากนอนนิ่ง ๆ
จะสนับสนุนไมเกรนมากกว่าปวดศีรษะแบบตึงเครียด
แพ้แสงและแพ้เสียงคืออะไร?
Photophobia คือรู้สึกไวหรือไม่สบายเมื่อพบแสง
Phonophobia คือรู้สึกไวหรือรำคาญเสียงมากผิดปกติ
ผู้ที่เป็นไมเกรนบางคนอาจอยากปิดไฟ ปิดม่าน และอยู่ในห้องเงียบในช่วงที่มีอาการ
Photophobia และ Phonophobia เป็นองค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของเกณฑ์ Migraine without Aura
เดิน ขึ้นบันได หรือออกแรงแล้วปวดมากขึ้นสำคัญไหม?
สำคัญ
หนึ่งในลักษณะที่ช่วยแยกไมเกรนคือ อาการปวดมัก แย่ลงจากกิจกรรมทางกายตามปกติ เช่น การเดินหรือขึ้นบันได
ผู้ป่วยจึงมักอยากหยุดกิจกรรมและนอนพัก
ในทางตรงกันข้าม Tension-type Headache โดยทั่วไปมักไม่แย่ลงอย่างชัดเจนจากกิจกรรมประจำวัน
ไมเกรนมีอาการเตือนก่อนปวดได้ไหม?
ได้
บางคนมี Prodrome ก่อนเริ่มปวดหลายชั่วโมงหรือบางครั้งเป็นวัน
อาการอาจเป็นหาวบ่อย อ่อนเพลีย คอหรือต้นคอตึง อยากอาหารบางชนิด อารมณ์เปลี่ยน สมาธิลดลง แพ้แสงหรือเสียง หรือคลื่นไส้
Prodrome ไม่ใช่ Aura และผู้ที่เป็นไมเกรนแต่ละคนอาจมีรูปแบบแตกต่างกัน
Aura คืออะไร?
Aura คืออาการทางระบบประสาทที่เกิดชั่วคราวและสามารถกลับเป็นปกติได้ มักเกิดก่อนหรือร่วมกับ Migraine Attack
อาการที่พบได้ เช่น เห็นแสงวาบ เห็นเส้นซิกแซก มีจุดบอดในลานสายตา ชาหรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม หรือพูดและหาคำลำบาก
Typical Aura มักค่อย ๆ พัฒนา และโดยทั่วไปแต่ละอาการกินเวลาประมาณ 5–60 นาที
คนเป็นไมเกรนทุกคนมี Aura ไหม?
ไม่
ผู้ป่วยไมเกรนเพียงบางส่วนเท่านั้นที่มี Aura โดย American Migraine Foundation ระบุว่าพบประมาณ 25–30%
ดังนั้น
ไม่มีแสงวาบ ≠ ไม่ใช่ไมเกรน
ผู้ป่วยไมเกรนส่วนใหญ่ไม่มี Aura
Aura โดยไม่มีอาการปวดหัวเกิดได้ไหม?
ได้ เรียกว่า Migraine Aura without Headache
อย่างไรก็ตาม หากเกิดเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะในผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปี หรืออาการไม่เข้าแบบ Typical Aura ควรได้รับการประเมินเพื่อแยกสาเหตุอื่น เช่น Transient Ischemic Attack
หากมีอาการเห็นผิดปกติ ชาครึ่งซีก หรือพูดผิดปกติเป็นครั้งแรก ไม่ควรสรุปด้วยตนเองว่าเป็นไมเกรน Aura
ปวดหัวจากความเครียดเหมือน Tension-type Headache ไหม?
ไม่ควรใช้สองคำนี้แทนกันโดยอัตโนมัติ
คำว่า “ปวดหัวจากความเครียด” เป็นคำที่ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ส่วน Tension-type Headache เป็นชื่อวินิจฉัยทางการแพทย์
ความเครียดสามารถกระตุ้นได้ทั้ง Tension-type Headache และ Migraine
ดังนั้น คำว่า “ช่วงนี้เครียด” ไม่สามารถใช้แยกชนิดของอาการปวดหัวได้ ต้องดูรูปแบบปวดและอาการร่วม
ปวดหัวจากคอ บ่า ไหล่ เป็นไมเกรนหรือไม่?
อาการคอตึงพบได้ทั้ง Tension-type Headache และ Migraine
Neck Pain หรือ Neck Stiffness สามารถเป็นส่วนหนึ่งของ Migraine Prodrome ได้ จึงไม่ควรสรุปว่าคอตึงร่วมกับปวดหัวต้องเป็นเพียง “Office Syndrome”
ในทางกลับกัน โรคหรือความผิดปกติของคอก็สามารถทำให้เกิด Cervicogenic Headache ได้
จึงควรดูรูปแบบอาการทั้งหมด
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ปวดคอ บ่า ไหล่จากนั่งทำงาน เกิดจากอะไร? ดูแลเบื้องต้นอย่างไร
ไมเกรนเกิดจากอะไร?
Migraine เป็นโรคทางระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทและการประมวลผลความเจ็บปวด ไม่ได้เกิดเพียงจาก “หลอดเลือดขยาย” อย่างที่เคยอธิบายกันแบบง่าย ๆ
ปัจจัยกระตุ้นแตกต่างกันในแต่ละคน เช่น อดนอนหรือนอนผิดเวลา ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ข้ามมื้ออาหาร ขาดน้ำ แสงจ้า กลิ่นแรง แอลกอฮอล์ หรืออาหารและพฤติกรรมบางอย่างเฉพาะบุคคล
จึงควรสังเกตจากรูปแบบของตนเอง มากกว่างดอาหารหลายชนิดโดยไม่มีหลักฐานว่าเป็นตัวกระตุ้นจริง
ควรจด Headache Diary ไหม?
มีประโยชน์ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการปวดซ้ำ
ควรบันทึกวันที่และเวลาที่เริ่มปวด ระยะเวลาที่ปวด ตำแหน่งและลักษณะของอาการ ความรุนแรง คลื่นไส้ การแพ้แสงหรือเสียง และมี Aura หรือไม่
อาจบันทึกการนอน ประจำเดือน อาหาร ยาที่ใช้ และการตอบสนองต่อยาร่วมด้วย
Headache Diary ช่วยให้เห็นรูปแบบของอาการ ตัวกระตุ้น และการตอบสนองต่อการรักษาได้ชัดขึ้น
ไมเกรนวินิจฉัยด้วย CT หรือ MRI ไหม?
โดยทั่วไป Migraine เป็น Clinical Diagnosis
ไม่มี Blood Test หรือ Brain Scan ที่ใช้ยืนยันไมเกรนโดยตรง การวินิจฉัยอาศัยประวัติและรูปแบบของอาการเป็นหลัก
CT หรือ MRI มักพิจารณาเมื่อมี Red Flags หรืออาการมีลักษณะไม่เข้าแบบ Primary Headache
จึงไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยไมเกรนทุกคนต้องสแกนสมอง
ปวดหัวบ่อยแค่ไหนควรพบแพทย์?
ควรได้รับการประเมินหากอาการเกิดซ้ำบ่อย รุนแรงจนรบกวนงานหรือชีวิตประจำวัน ต้องใช้ยาแก้ปวดบ่อย หรือรูปแบบอาการเปลี่ยนไปจากเดิม
ควรตรวจเพิ่มเติมหากยาที่เคยใช้ได้ผลเริ่มไม่ได้ผล มี Aura แบบใหม่หรือผิดจากเดิม หรือมีอาการปวดหลายวันต่อเดือนอย่างต่อเนื่อง
Chronic Migraine ใช้เกณฑ์มีอาการปวดศีรษะตั้งแต่ 15 วันต่อเดือนขึ้นไป นานเกิน 3 เดือน โดยอย่างน้อย 8 วันมีลักษณะไมเกรน
ผู้ที่ปวดบ่อยไม่ควรพึ่งยาแก้ปวดเฉียบพลันเพียงอย่างเดียว เพราะอาจต้องพิจารณาการรักษาป้องกันและความเสี่ยงของ Medication-overuse Headache
ปวดหัวแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที?
ควรได้รับการประเมินฉุกเฉินหากมีอาการ ปวดหัวรุนแรงมากแบบฉับพลัน และถึงระดับรุนแรงที่สุดภายในเวลาสั้นมาก
รวมถึงหากมีแขน ขา หรือใบหน้าอ่อนแรง ชาแบบใหม่ พูดไม่ชัด สื่อสารลำบาก เดินเซ เสียการทรงตัว มองเห็นผิดปกติ ชัก หมดสติ หรือสับสน
ควรไปโรงพยาบาลเช่นกันหากปวดหลังได้รับบาดเจ็บศีรษะ มีไข้สูงร่วมกับอาการทางระบบประสาท หรืออาการแตกต่างจากไมเกรนที่เคยเป็นอย่างชัดเจน
Thunderclap Headache ซึ่งอาการรุนแรงถึงระดับสูงสุดภายในประมาณ 1 นาที ถือเป็น Red Flag และไม่ควรรอดูอาการเอง
Aura กับ Stroke แยกอย่างไร?
Typical Migraine Aura มักค่อย ๆ พัฒนาในช่วงหลายนาที และแต่ละอาการมักกินเวลาประมาณ 5–60 นาทีแล้วกลับเป็นปกติ
แต่ Stroke หรือ TIA สามารถทำให้มีอาการคล้ายกันได้
หากมี อาการทางระบบประสาทเกิดขึ้นทันที แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด สูญเสียการมองเห็นทันที อาการเกิดเป็นครั้งแรก หรืออาการไม่หาย ไม่ควรรอดูว่าเป็นไมเกรนหรือไม่
ควรไปโรงพยาบาลทันที
ยาแก้ปวดทั่วไปใช้กับไมเกรนได้ไหม?
ยาบรรเทาปวดบางชนิดสามารถมีบทบาทใน Migraine Attack ที่ไม่รุนแรง
แต่การเลือกยาขึ้นกับความรุนแรงของอาการ โรคประจำตัว การตั้งครรภ์ ยาที่ใช้อยู่ และจำนวนครั้งที่ใช้ยาในแต่ละเดือน
ผู้ที่มีไมเกรนบ่อยหรืออาการรุนแรงอาจต้องใช้ยาจำเพาะสำหรับไมเกรนหรือยาป้องกันตามการประเมินของแพทย์
ไม่ควรเพิ่มจำนวนยาแก้ปวดหรือใช้บ่อยต่อเนื่องโดยไม่ประเมิน เพราะอาจเกิด Medication-overuse Headache
FAQ
ไมเกรนต้องปวดข้างเดียวไหม?
ไม่จำเป็น อาจปวดข้างเดียวหรือสองข้างได้ แต่การปวดข้างเดียวเป็นลักษณะหนึ่งที่สนับสนุนไมเกรน
ปวดหัวตุบ ๆ คือไมเกรนไหม?
อาจเป็น แต่ต้องดูอาการอื่นร่วม เช่น คลื่นไส้ แพ้แสง แพ้เสียง และอาการแย่ลงเมื่อเคลื่อนไหว
ปวดหัวสองข้างเป็นไมเกรนได้ไหม?
ได้ ไมเกรนไม่ได้จำกัดว่าต้องปวดข้างเดียวเสมอไป
คลื่นไส้ช่วยแยกไมเกรนไหม?
ช่วยได้ เพราะ Migraine มักมีคลื่นไส้หรืออาเจียน ขณะที่ Tension-type Headache ทั่วไปไม่มีอาการเหล่านี้เด่น
ทุกคนที่เป็นไมเกรนเห็นแสงวาบหรือไม่?
ไม่ ผู้ป่วยไมเกรนส่วนใหญ่ไม่มี Aura โดย Aura พบประมาณ 25–30% ของผู้ป่วย
Aura นานกี่นาที?
Typical Aura แต่ละอาการมักกินเวลาประมาณ 5–60 นาที
ไมเกรนปวดนานกี่ชั่วโมง?
Migraine without Aura โดยทั่วไปกินเวลาประมาณ 4–72 ชั่วโมง หากไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาไม่สำเร็จ
ปวดหัวครั้งแรกแต่รุนแรงมากควรรอดูไหม?
ไม่ควรรอ โดยเฉพาะหากเกิดฉับพลันมากหรือมีอาการทางระบบประสาทร่วม ควรไปโรงพยาบาล
สรุป
ไมเกรนกับ Tension-type Headache แตกต่างกันที่ รูปแบบของอาการและอาการร่วม มากกว่าตำแหน่งที่ปวดเพียงอย่างเดียว
Migraine มักมีลักษณะ ปวดปานกลางถึงรุนแรง ปวดตุบ อาจปวดข้างเดียวหรือสองข้าง แย่ลงเมื่อเคลื่อนไหว และมีคลื่นไส้ แพ้แสง หรือแพ้เสียงร่วม
ส่วน Tension-type Headache มักเป็น ปวดตึงหรือบีบสองข้าง ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่ค่อยแย่ลงเมื่อทำกิจกรรม และไม่มีคลื่นไส้อาเจียนเด่น
ไมเกรนบางคนมี Aura เช่น เห็นแสงซิกแซก จุดบอด ชา หรือพูดลำบากชั่วคราว แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มี Aura
หากอาการปวดหัวเกิดฉับพลันรุนแรงผิดปกติ มีแขนขาอ่อนแรง ชา พูดไม่ชัด เดินเซ ชัก หรือรูปแบบอาการเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน ควรได้รับการประเมินทันที และไม่ควรสรุปว่าเป็นไมเกรนจากประวัติเดิมเพียงอย่างเดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง
- ปวดหัวแบบไหนอันตราย? 7 สัญญาณที่ควรไปโรงพยาบาล
- พาราเซตามอลกับไอบูโพรเฟนต่างกันอย่างไร? ปวดแบบไหนควรเลือกยาอะไร
- ปวดคอ บ่า ไหล่จากนั่งทำงาน เกิดจากอะไร? ดูแลเบื้องต้นอย่างไร
- มีไข้กี่องศาถึงเรียกว่าไข้? ไข้แบบไหนดูแลที่บ้านได้และแบบไหนควรพบแพทย์
References
International Headache Society. ICHD-3: Migraine without aura.
International Headache Society
International Headache Society. ICHD-3: Migraine with aura.
International Headache Society
International Headache Society. ICHD-3: Infrequent episodic tension-type headache.
International Headache Society
American Migraine Foundation. Migraine Symptoms FAQ.
American Migraine Foundation
American Migraine Foundation. Migraine and Aura.
American Migraine Foundation
American Migraine Foundation. Migraine in the Emergency Department: When to Go to the ED.
American Migraine Foundation
NHS. Headaches.
NHS
Scientific References
Headache Classification Committee of the International Headache Society. The International Classification of Headache Disorders, 3rd edition (ICHD-3). Cephalalgia. 2018.
International Headache Society. ICHD-3 Migraine Diagnostic Criteria.
International Headache Society
หมายเหตุสำคัญ
Migraine และ Tension-type Headache สามารถมีอาการทับซ้อนกัน และผู้ป่วยคนเดียวอาจมีอาการปวดศีรษะได้มากกว่าหนึ่งชนิด การวินิจฉัยไม่ควรพิจารณาจากตำแหน่งปวดเพียงอย่างเดียว
หากปวดหัวรุนแรงฉับพลันผิดปกติ มีแขนขาอ่อนแรง ชา พูดไม่ชัด เดินเซ มองเห็นผิดปกติ ชัก หมดสติ หรืออาการแตกต่างจากที่เคยเป็นอย่างชัดเจน ควรไปโรงพยาบาลทันที
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.co






