ยาแก้แพ้แบบง่วงกับไม่ง่วงต่างกันอย่างไร? เลือกใช้แบบไหน
ยาแก้แพ้กลุ่ม Antihistamines ช่วยลดอาการที่เกี่ยวข้องกับ Histamine เช่น จาม น้ำมูกใส คันจมูก คันตา และลมพิษ โดยมักแบ่งอย่างง่ายเป็น ชนิดง่วง หรือ First-generation Antihistamines เช่น Chlorpheniramine, Diphenhydramine และ Hydroxyzine กับ ชนิดง่วงน้อยกว่า หรือ Second-generation Antihistamines เช่น Cetirizine, Loratadine และ Fexofenadine
ความแตกต่างสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า “ตัวไหนแรงกว่า” แต่เป็นเรื่องการผ่านเข้าสู่สมองและผลต่อความง่วง สมาธิ และการตอบสนอง
ยาแก้แพ้รุ่นเก่าสามารถทำให้ง่วง ปากแห้ง ตาพร่า ท้องผูก หรือปัสสาวะลำบากได้มากกว่า ขณะที่ยาแก้แพ้รุ่นใหม่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางน้อยกว่า จึงมักเหมาะกับการใช้ตอนกลางวันและผู้ที่ต้องทำงาน ขับรถ หรือใช้เครื่องจักร
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไม่ง่วง” ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสง่วงเลย โดยเฉพาะ Cetirizine ซึ่งยังทำให้ง่วงได้ในบางคน ขณะที่ Loratadine และ Fexofenadine โดยทั่วไปมีแนวโน้มทำให้ง่วงน้อยกว่า
เวลาเป็นภูมิแพ้ จาม น้ำมูก คันจมูก หรือเป็นลมพิษ หลายคนอาจรู้สึกว่า
“ยิ่งง่วง ยิ่งแรง” หรือ “ยาไม่ง่วงเอาอาการไม่อยู่”
แต่ในความจริง ความง่วงไม่ได้เป็นตัวบอกประสิทธิภาพในการรักษาภูมิแพ้โดยตรง
ยาแก้แพ้หลายชนิดสามารถควบคุมอาการได้ดี และการเลือกควรคำนึงถึง อาการที่ต้องการรักษา งานที่ทำ อายุ โรคประจำตัว และความเสี่ยงของแต่ละคน
ยาแก้แพ้ หรือ Antihistamine คืออะไร?
เมื่อร่างกายสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น เกสร หรือสะเก็ดผิวหนังสัตว์ ระบบภูมิคุ้มกันอาจหลั่ง Histamine ซึ่งจับกับ H1 Receptor และทำให้เกิดอาการต่าง ๆ
เช่น จาม น้ำมูกใส คันจมูก คันตา น้ำตาไหล หรือผื่นนูนคันและลมพิษ
H1 Antihistamines ทำหน้าที่ลดผลของ Histamine จึงช่วยควบคุมอาการเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม ยาแก้แพ้ไม่ได้รักษาทุกอาการที่คนเรียกว่า “แพ้” และไม่ได้เหมาะกับไอทุกชนิด ผื่นทุกแบบ หรือจมูกตันทุกสาเหตุ
ยาแก้แพ้แบบง่วงคืออะไร?
ยาแก้แพ้ชนิดง่วงส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม First-generation H1 Antihistamines
ยากลุ่มนี้สามารถผ่าน Blood-Brain Barrier เข้าสู่สมองได้มากกว่า จึงมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางชัดเจนกว่า
ตัวอย่าง ได้แก่
Chlorpheniramine, Diphenhydramine, Hydroxyzine และ Promethazine
อาการที่อาจพบคือ ง่วง มึน สมาธิลดลง ปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง ปากแห้ง ตาพร่า ท้องผูก หรือปัสสาวะลำบากในบางคน
ผลเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่ายา “ออกฤทธิ์ดีกว่า”
แต่เป็นผลจากการเข้าสู่สมองและ Anticholinergic Effects ที่มากกว่า
ยาแก้แพ้แบบไม่ง่วงคืออะไร?
คำที่แม่นยำกว่าคือ
“ยาแก้แพ้ที่ทำให้ง่วงน้อยกว่า”
เพราะไม่มีชนิดใดรับประกันว่าจะไม่ง่วง 100%
ยากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็น Second-generation Antihistamines เช่น
Cetirizine, Loratadine, Fexofenadine, Desloratadine และ Levocetirizine
ยาเหล่านี้มีแนวโน้มผ่านเข้าสู่สมองน้อยกว่า และมีผลต่อความง่วงและ Anticholinergic Effects น้อยกว่า First-generation Antihistamines
จึงมักเหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า
ยา “ไม่ง่วง” ไม่ง่วงจริงไหม?
ไม่เสมอไป
Cetirizine แม้จะอยู่ในกลุ่ม Less-drowsy Antihistamine แต่ยังสามารถทำให้ง่วงได้ในบางคน และมีแนวโน้มทำให้ง่วงมากกว่า Loratadine หรือ Fexofenadine
Fexofenadine เป็นหนึ่งในยาที่มีแนวโน้มทำให้ง่วงน้อยมาก แต่การตอบสนองยังแตกต่างกันในแต่ละคน
ดังนั้น แม้ฉลากจะอยู่ในกลุ่ม Non-drowsy หากเป็นการใช้ครั้งแรก ก็ควรสังเกตว่าร่างกายตอบสนองอย่างไรก่อนขับรถหรือใช้เครื่องจักร

แบบง่วงกับไม่ง่วง ตัวไหนแก้แพ้ดีกว่ากัน?
ไม่สามารถสรุปว่าแบบง่วง “แรงกว่า” หรือรักษาได้ดีกว่าเสมอไป
ยาแก้แพ้หลายชนิดมีประสิทธิภาพในการรักษาภูมิแพ้ใกล้เคียงกัน และแต่ละคนอาจตอบสนองต่อตัวยาแตกต่างกัน
สิ่งที่ควรพิจารณาคืออาการที่ต้องการรักษา ต้องขับรถหรือไม่ งานต้องใช้สมาธิหรือไม่ อายุ โรคประจำตัว ยาอื่นที่รับประทาน และการตอบสนองของแต่ละคน
มากกว่าดูเพียงว่า “กินแล้วง่วงแค่ไหน”
ถ้าเป็นภูมิแพ้อากาศ ควรเลือกแบบไหน?
สำหรับ Allergic Rhinitis โดยทั่วไป Second-generation Antihistamines มักเหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า เพราะมีผลต่อความง่วงและการทำงานของระบบประสาทน้อยกว่า
โดยเฉพาะเมื่ออาการเด่นคือ จาม น้ำมูกใส คันจมูก หรือคันตา
แต่หากอาการหลักคือคัดจมูกมาก ยาแก้แพ้ชนิดรับประทานอาจช่วยได้ไม่เต็มที่
ใน Allergic Rhinitis ที่มีอาการต่อเนื่องหรือคัดจมูกเด่น Intranasal Corticosteroid อาจมีบทบาทมากกว่า
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ภูมิแพ้อากาศมีอาการอย่างไร? จาม น้ำมูก คัดจมูก ต่างจากหวัดอย่างไร
ถ้าเป็นลมพิษควรเลือกแบบไหน?
ใน Urticaria ยา H1 Antihistamine เป็นยาสำคัญในการควบคุมอาการคันและ Wheals
โดยทั่วไป Second-generation Antihistamines มีข้อได้เปรียบเรื่องความง่วง และเหมาะกับการควบคุมอาการในชีวิตประจำวันมากกว่า
ไม่ควรเพิ่มขนาดยา หรือรับประทานยาแก้แพ้หลายตัวร่วมกันเองเพื่อให้อาการหายเร็วขึ้น
หากมีลมพิษร่วมกับ ปากบวม ลิ้นบวม คอบวม หายใจลำบาก หรือหน้ามืด ต้องระวัง Anaphylaxis
ในสถานการณ์นี้ยาแก้แพ้ไม่ใช่การรักษาหลักเพียงอย่างเดียว และควรได้รับการรักษาฉุกเฉิน
แล้วชนิดง่วงเหมาะกับใคร?
บางกรณีแพทย์อาจพิจารณา Sedating Antihistamine เมื่ออาการคันรบกวนการนอน
แต่ไม่ควรตีความว่าเป็น “ยานอนหลับ” สำหรับใช้เป็นประจำ
การใช้ยาแก้แพ้ชนิดง่วงเพื่อช่วยให้นอนหลับทุกคืนโดยไม่มีข้อบ่งชี้เรื่องภูมิแพ้ ไม่ใช่แนวทางที่ควรทำต่อเนื่องด้วยตนเอง
กินยาแก้แพ้แล้วขับรถได้ไหม?
ต้องระวัง โดยเฉพาะ First-generation Antihistamines
ยาแก้แพ้สามารถทำให้ Reaction Time ช้าลง สมาธิลดลง การคิดและการตอบสนองช้าลงได้
ที่สำคัญ ผลต่อการขับรถอาจเกิดขึ้นแม้ผู้ใช้ไม่ได้รู้สึกง่วงอย่างชัดเจน
หากเป็นยาที่ไม่เคยใช้มาก่อน ควรทดลองในช่วงที่ไม่จำเป็นต้องขับรถหรือใช้เครื่องจักร
กิน Chlorpheniramine ตอนกลางคืน แล้วเช้าขับรถได้ไหม?
ยังต้องระวัง
แม้รับประทานก่อนนอน ผลต่อความง่วงและ Psychomotor Performance อาจยังหลงเหลือถึงเช้าวันถัดไปในบางคน
ดังนั้น
กินก่อนนอน ≠ เช้าไม่มีผลแน่นอน
หากตื่นแล้วยังรู้สึกง่วง มึน หรือสมาธิไม่ดี ไม่ควรขับรถ
ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาแก้แพ้ได้ไหม?
ไม่ควร โดยเฉพาะยาแก้แพ้ชนิดง่วง
แอลกอฮอล์ รวมถึงยานอนหลับหรือยาคลายกังวลบางชนิด สามารถเสริมฤทธิ์กดระบบประสาท ทำให้ความง่วง สมาธิ และการตอบสนองแย่ลง
จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกันโดยไม่จำเป็น
ทำไมยาแก้แพ้รุ่นเก่าทำให้ปากแห้ง?
First-generation Antihistamines ไม่ได้มีเพียงผลต่อ Histamine Receptor แต่ยังมี Anticholinergic Effects มากกว่า
จึงอาจทำให้ ปากแห้ง ตาแห้ง ตาพร่า ท้องผูก ปัสสาวะลำบาก หรือหัวใจเต้นเร็วในบางราย
นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องพิจารณาผู้ใช้ยาเป็นรายบุคคล ไม่ใช่เลือกเพียงจากความคุ้นเคยกับยา
ผู้สูงอายุควรระวังยาแก้แพ้ชนิดง่วงไหม?
ควรระวังมากเป็นพิเศษ
Sedative และ Anticholinergic Effects อาจเพิ่มปัญหา เช่น ง่วง สับสน เวียนศีรษะ การทรงตัวลดลง หกล้ม ท้องผูก และปัสสาวะลำบาก
จึงไม่ควรเลือก Chlorpheniramine เพียงเพราะ “เคยใช้มานาน” โดยไม่พิจารณาตัวเลือกที่มีผลต่อสมองน้อยกว่า
คนที่ต่อมลูกหมากโตควรระวังหรือไม่?
ควรระวังยาแก้แพ้ที่มี Anticholinergic Effects โดยเฉพาะ First-generation Antihistamines เพราะอาจทำให้ปัสสาวะลำบากหรือปัสสาวะคั่งในบางคน
ผู้ที่มีต้อหินบางชนิด ท้องผูกรุนแรง หรือปัสสาวะติดขัด ก็ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกยา
เด็กใช้ยาแก้แพ้ได้ไหม?
ใช้ได้บางชนิด แต่ต้องเลือกตามอายุ น้ำหนัก ข้อบ่งใช้ รูปแบบยา และขนาดที่เหมาะสม
ไม่ควรนำยาแก้แพ้ของผู้ใหญ่มาลดขนาดเองโดยประมาณ
และไม่ควรให้ Sedating Antihistamine เพียงเพื่อทำให้เด็กง่วงหรือนอนง่ายขึ้น
โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ควรตรวจฉลากหรือปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้
หญิงตั้งครรภ์ใช้ยาแก้แพ้ชนิดไหนได้?
ยาแก้แพ้บางชนิดมีข้อมูลการใช้ระหว่างตั้งครรภ์ค่อนข้างมาก แต่ควรเลือกเป็นรายกรณี
ไม่ควรใช้หลักว่า “ยาเก่าปลอดภัยกว่า” หรือ “ยาไม่ง่วงปลอดภัยกว่า” โดยอัตโนมัติ
หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มยา เพื่อเลือกตัวยาและระยะเวลาที่เหมาะสม
โรคไตมีผลต่อการเลือกยาแก้แพ้ไหม?
มี
ยาแก้แพ้บางชนิดถูกขับออกทางไต จึงอาจต้องปรับขนาดในผู้ที่การทำงานของไตลดลง
ผู้ที่มี Chronic Kidney Disease จึงไม่ควรเลือกขนาดยาตามฉลากทั่วไปโดยไม่ตรวจสอบ โดยเฉพาะหากต้องใช้ต่อเนื่อง
Cetirizine, Loratadine และ Fexofenadine ต่างกันอย่างไรเรื่องความง่วง?
ทั้งสามชนิดอยู่ในกลุ่ม Less-drowsy Antihistamines แต่โอกาสง่วงไม่เท่ากัน
Cetirizine ยังทำให้ง่วงได้ในบางคน และมีแนวโน้มง่วงมากกว่า Loratadine หรือ Fexofenadine
Loratadine มีแนวโน้มง่วงน้อย
Fexofenadine มีแนวโน้มง่วงน้อยมากเมื่อเทียบกับยาแก้แพ้อื่นหลายชนิด
แต่การตอบสนองแตกต่างกันในแต่ละคน จึงไม่ควรรับประกันว่ายาตัวใด “ไม่ง่วงแน่นอน”
ถ้าต้องขับรถ ควรเลือกแบบไหน?
โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยง Sedating Antihistamines และพิจารณา Second-generation Antihistamine ที่มีแนวโน้มทำให้ง่วงน้อยกว่า
แต่แม้เป็น Non-drowsy Antihistamine ก็ควรดูผลของยาต่อร่างกายก่อน
โดยเฉพาะในการใช้ครั้งแรก ควรหลีกเลี่ยงการขับรถจนมั่นใจว่าไม่มีง่วง เวียนหัว มึน หรือสมาธิลดลง
สามารถกินยาแก้แพ้ 2 ตัวพร้อมกันได้ไหม?
ไม่ควรทำเอง
โดยทั่วไปไม่ควรรับประทาน Antihistamines สองชนิดพร้อมกัน เว้นแต่แพทย์เป็นผู้แนะนำ
บางกรณีแพทย์อาจใช้ยาแก้แพ้ต่างชนิดร่วมกันในช่วงสั้น ๆ แต่การเพิ่มยาเองไม่ได้หมายความว่าจะควบคุมอาการได้ดีขึ้นเสมอ
และอาจเพิ่มความง่วง ปากแห้ง เวียนศีรษะ และผลข้างเคียงอื่น
ยาแก้แพ้กินทุกวันได้ไหม?
Second-generation Antihistamines บางชนิดสามารถใช้ต่อเนื่องได้ในโรคที่มีข้อบ่งใช้ เช่น Allergic Rhinitis หรือ Chronic Urticaria
แต่ควรประเมินว่ายังจำเป็นหรือไม่ และควบคุมสาเหตุได้ดีเพียงใด
หากต้องกินยาแก้แพ้ทุกวันแต่ยังมี คัดจมูกมาก นอนไม่หลับ ไอเรื้อรัง Wheezing หรือผื่นซ้ำบ่อย ควรประเมินโรคและปรับแผนการรักษา มากกว่าการเพิ่มยาเอง
ยาแก้แพ้ช่วยคัดจมูกได้ดีไหม?
ช่วยได้บางส่วน
แต่ Oral Antihistamines มักเด่นกว่าในการช่วย จาม น้ำมูก คันจมูก และคันตา
หาก Allergic Rhinitis มีคัดจมูกเป็นอาการหลักและเป็นต่อเนื่อง การรักษาเฉพาะที่จมูก เช่น Intranasal Corticosteroid อาจเหมาะสมกว่า
จึงไม่ควรเพิ่มยาแก้แพ้หลายตัวเพียงเพราะจมูกยังไม่โล่ง
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ภูมิแพ้อากาศมีอาการอย่างไร? จาม น้ำมูก คัดจมูก ต่างจากหวัดอย่างไร
กินยาแก้แพ้แล้วไม่หาย แปลว่ายาอ่อนไปไหม?
ไม่เสมอ
อาการอาจไม่ได้เกิดจาก Histamine หรืออาจเป็น Non-allergic Rhinitis, Common Cold, Sinusitis หรือมีคัดจมูกเป็นอาการหลัก
อีกกรณีคือยังสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ต่อเนื่อง หรือวินิจฉัยสาเหตุไม่ตรง
ดังนั้น การเปลี่ยนไปใช้ยาแก้แพ้ที่ “ง่วงกว่า” ไม่ได้หมายความว่าอาการจะดีขึ้น
เมื่อไรควรพบแพทย์?
ควรได้รับการประเมินหากอาการเกิดเกือบทุกวัน ต้องกินยาแก้แพ้ต่อเนื่องแต่ยังไม่ดีขึ้น หรือคัดจมูกจนรบกวนการนอน
ควรตรวจเพิ่มเติมหากมี Wheezing แน่นหน้าอก ไอเรื้อรัง ลมพิษเรื้อรัง อาการข้างเดียวผิดปกติ หรือต้องใช้ Sedating Antihistamine บ่อย
ผู้ที่มีผลข้างเคียงจากยา มีโรคไต โรคตับ หรือใช้ยาหลายชนิด ก็ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรช่วยทบทวนยา
อาการแพ้แบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที?
หากมี หายใจลำบาก หายใจมีเสียงผิดปกติ คอบวม ลิ้นบวม ปากบวมมาก กลืนลำบาก หน้ามืด หรือเป็นลม ต้องระวัง Anaphylaxis
โดยเฉพาะหากอาการเกิดขึ้นรวดเร็วหลังสัมผัสอาหาร ยา หรือแมลง
ไม่ควรรอกินยาแก้แพ้แล้วดูอาการ เพราะ Antihistamine ไม่สามารถทดแทนการรักษาฉุกเฉินสำหรับ Anaphylaxis ได้
FAQ
ยาแก้แพ้แบบง่วงแรงกว่าแบบไม่ง่วงไหม?
ไม่จำเป็น ความง่วงเป็นผลต่อระบบประสาท ไม่ใช่ตัวบอกว่ายารักษาภูมิแพ้ได้ดีกว่า
Chlorpheniramine ทำไมกินแล้วง่วง?
เพราะเป็น First-generation Antihistamine ที่ผ่านเข้าสู่สมองได้มากและมี Sedative Effects
Cetirizine เป็นยาไม่ง่วงจริงไหม?
จัดอยู่ในกลุ่ม Less-drowsy Antihistamine แต่ยังทำให้ง่วงได้ในบางคน และมีแนวโน้มง่วงมากกว่า Loratadine หรือ Fexofenadine
ถ้าต้องขับรถควรเลือกอะไร?
ควรหลีกเลี่ยง Sedating Antihistamine และเลือกยาที่มีโอกาสง่วงน้อยกว่า แต่ควรสังเกตผลของยาก่อนขับรถ โดยเฉพาะการใช้ครั้งแรก
ยาแก้แพ้แบบง่วงกินก่อนนอนได้ไหม?
อาจใช้ได้ในบางกรณีที่มีข้อบ่งใช้ แต่ผลต่อสมาธิอาจเหลือถึงเช้าวันถัดไป จึงไม่ควรคิดว่ากินกลางคืนแล้วจะไม่กระทบการขับรถตอนเช้า
กินยาแก้แพ้ 2 ตัวพร้อมกันได้ไหม?
ไม่ควรทำเอง เว้นแต่แพทย์แนะนำ
ผู้สูงอายุใช้ Chlorpheniramine ได้ไหม?
ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะ Sedative และ Anticholinergic Effects อาจทำให้มีง่วง สับสน ท้องผูก ปัสสาวะลำบาก หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม
ยาแก้แพ้ช่วยคัดจมูกไหม?
ช่วยได้บางส่วน แต่หากคัดจมูกจาก Allergic Rhinitis เด่นและต่อเนื่อง อาจต้องใช้การรักษาเฉพาะที่จมูกที่เหมาะสม มากกว่าการเพิ่มยาแก้แพ้
สรุป
ยาแก้แพ้แบบง่วงและแบบง่วงน้อย ไม่ได้ต่างกันที่ว่าตัวไหน “แรงกว่า”
ความแตกต่างหลักอยู่ที่การเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางและผลต่อความง่วง สมาธิ และ Anticholinergic Effects
First-generation Antihistamines เช่น Chlorpheniramine, Diphenhydramine และ Hydroxyzine มีโอกาสทำให้ง่วง สมาธิลดลง ปากแห้ง ท้องผูก และปัสสาวะลำบากมากกว่า
ส่วน Second-generation Antihistamines เช่น Cetirizine, Loratadine และ Fexofenadine มีแนวโน้มทำให้ง่วงน้อยกว่า จึงมักเหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันและ Allergic Rhinitis มากกว่า
อย่างไรก็ตาม
Less Drowsy ≠ Zero Drowsiness
โดยเฉพาะ Cetirizine ที่ยังทำให้ง่วงได้ในบางคน ขณะที่ Loratadine และ Fexofenadine โดยทั่วไปมีแนวโน้มง่วงน้อยกว่า
หากต้องขับรถ ทำงานกับเครื่องจักร เป็นผู้สูงอายุ มีโรคไต ต่อมลูกหมากโต ใช้ยานอนหลับ หรือดื่มแอลกอฮอล์ ควรตรวจสอบชนิดของยาให้เหมาะสมก่อนใช้

บทความที่เกี่ยวข้อง
- ภูมิแพ้อากาศมีอาการอย่างไร? จาม น้ำมูก คัดจมูก ต่างจากหวัดอย่างไร
- น้ำมูกใส น้ำมูกข้น คัดจมูก เป็นหวัด ภูมิแพ้ หรือไซนัส แยกอย่างไร
- เจ็บคอไม่มีไข้เกิดจากอะไร? เมื่อไรอาจไม่ใช่การติดเชื้อ
- ไอเรื้อรังเกินกี่สัปดาห์ควรตรวจ? ภูมิแพ้ กรดไหลย้อน หอบหืด หรือโรคปอด
References
National Health Service. Antihistamines.
NHS
National Health Service. Common questions about chlorphenamine.
NHS
National Health Service. Common questions about cetirizine.
NHS
National Health Service. Common questions about loratadine.
NHS
National Health Service. Common questions about fexofenadine.
NHS
U.S. Food and Drug Administration. Some Medicines and Driving Don’t Mix.
U.S. Food and Drug Administration
American Academy of Allergy, Asthma & Immunology. Rhinitis Practice Parameters.
American Academy of Allergy, Asthma & Immunology
Scientific References
Dykewicz MS, Wallace DV, Baroody F, et al. Treatment of Seasonal Allergic Rhinitis: An Evidence-Based Focused 2017 Guideline Update. Annals of Allergy, Asthma & Immunology.
Wallace DV, Dykewicz MS, Bernstein DI, et al. The Diagnosis and Management of Rhinitis: An Updated Practice Parameter. Journal of Allergy and Clinical Immunology.
National Health Service. Antihistamines: Sedating and Non-sedating Antihistamines.
NHS
หมายเหตุสำคัญ
ยาแก้แพ้แต่ละชนิดมีระยะเวลาออกฤทธิ์ ความเสี่ยงต่อความง่วง การปรับขนาดในโรคไต และปฏิกิริยากับยาอื่นแตกต่างกัน
ไม่ควรเพิ่มขนาดยา รับประทานยาแก้แพ้หลายชนิดพร้อมกัน หรือใช้ยาชนิดง่วงเพื่อช่วยให้นอนหลับเป็นประจำโดยไม่ได้รับคำแนะนำ
หากมีหายใจลำบาก ปาก ลิ้น หรือคอบวม หน้ามืด หรือหมดสติหลังสัมผัสอาหาร ยา หรือสารก่อภูมิแพ้ ควรไปโรงพยาบาลทันที
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com






