ยากลุ่ม GLP-1 และยาที่ออกฤทธิ์ใกล้เคียง เช่น Semaglutide และ Tirzepatide มีความสัมพันธ์กับโรคของถุงน้ำดี โดยเฉพาะนิ่วในถุงน้ำดีและถุงน้ำดีอักเสบมากกว่าภาวะตับอ่อนอักเสบอย่างชัดเจน หลักฐานปัจจุบันพบว่า ความเสี่ยงด้านถุงน้ำดีมีความสม่ำเสมอกว่า ขณะที่ความสัมพันธ์กับตับอ่อนอักเสบยังมีความไม่แน่นอนและเหตุการณ์โดยรวมพบได้น้อย อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะปวดลิ้นปี่ร้าวไปหลัง หรือปวดชายโครงขวาร่วมกับไข้ ตัวเหลือง หรืออาเจียน ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์โดยเร็ว
ทำไม GLP-1 ถึงเกี่ยวข้องกับนิ่วในถุงน้ำดี?
ยากลุ่ม GLP-1 ช่วยลดความอยากอาหารและทำให้น้ำหนักลดลงได้มากในบางคน ซึ่งการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วเองเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี นอกจากนี้ ยากลุ่มนี้อาจมีผลต่อการบีบตัวของถุงน้ำดีและการหลั่ง cholecystokinin ทำให้น้ำดีค้างอยู่ในถุงน้ำดีนานขึ้นในบางราย
งาน meta-analysis ที่รวมการทดลองแบบสุ่มมากกว่า 100,000 คนพบว่า GLP-1 receptor agonists เพิ่มความเสี่ยงของ gallbladder disorders โดยรวมประมาณ 26% ขณะที่อีก meta-analysis พบความเสี่ยงของ cholelithiasis หรือ “นิ่วในถุงน้ำดี” เพิ่มขึ้นประมาณ 46% เมื่อเทียบกับ placebo แม้ ความเสี่ยงสัมบูรณ์ยังค่อนข้างต่ำในคนส่วนใหญ่
ดังนั้นความสัมพันธ์กับนิ่วอาจเกิดจากทั้งผลของยาและผลจากการลดน้ำหนักเอง ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้ GLP-1 ทุกคนจะเกิดนิ่ว
Semaglutide มีความเสี่ยงเรื่องถุงน้ำดีมากแค่ไหน?
ฉลากของ Ozempic ระบุว่ามีรายงาน acute gallbladder disease เช่น cholelithiasis และ cholecystitis ในผู้ใช้ยา โดยใน placebo-controlled trials พบ cholelithiasis ประมาณ 1.5% ในผู้ใช้ Ozempic 0.5 mg และ 0.4% ในผู้ใช้ 1 mg ขณะที่กลุ่ม placebo ไม่พบเหตุการณ์ในข้อมูลชุดดังกล่าว หากสงสัยนิ่วหรือโรคถุงน้ำดี ควรตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
Meta-analysis ปี 2025 ในผู้ที่มีโรคอ้วนและไม่มีเบาหวานยังพบว่า Semaglutide เพิ่มความเสี่ยงของ gallbladder-related disorders โดยเฉพาะ cholelithiasis เมื่อเทียบกับ placebo
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจากแต่ละการศึกษาไม่ควรนำมาเทียบกันตรง ๆ เพราะขนาดยา ระยะเวลารักษา ประชากร และการลดน้ำหนักที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน
Tirzepatide เกี่ยวข้องกับนิ่วหรือถุงน้ำดีอักเสบไหม?
เกี่ยวข้องได้เช่นกัน ฉลาก Zepbound ระบุว่า acute gallbladder disease พบมากขึ้นในผู้ใช้ยา โดยในการทดลองพบ cholelithiasis ประมาณ 1.1% เทียบกับ 1.0% ใน placebo และ cholecystitis ประมาณ 0.7% เทียบกับ 0.2% ใน placebo โดยเหตุการณ์ของถุงน้ำดีสัมพันธ์กับการลดน้ำหนักที่เกิดขึ้นระหว่างรักษา
ข้อมูลล่าสุดบางชุดพบว่า Tirzepatide อาจมีความเสี่ยงด้านถุงน้ำดีไม่สูงเท่า Semaglutide แต่ผลดังกล่าวยังขึ้นกับประเภทการศึกษาและประชากรที่นำมาเปรียบเทียบ จึงยังไม่ควรสรุปว่า Tirzepatide “ปลอดภัยกว่าชัดเจน” ในทุกสถานการณ์
อาการนิ่วในถุงน้ำดีเป็นอย่างไร?
นิ่วในถุงน้ำดีจำนวนมากไม่มีอาการ แต่เมื่อก้อนนิ่วอุดกั้นทางออกของถุงน้ำดี อาจเกิด biliary colic ซึ่งมักมีอาการ ปวดบริเวณชายโครงขวาหรือลิ้นปี่อย่างค่อนข้างรุนแรง อาจร้าวไปหลังหรือสะบักขวา และมักเกิดหลังรับประทานอาหารโดยเฉพาะอาหารไขมันสูง
อาการอาจกินเวลาตั้งแต่ประมาณครึ่งชั่วโมงไปจนถึงหลายชั่วโมง และบางรายมีคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
หากอาการปวดหายเองและเกิดเป็นครั้งคราว อาจเป็น biliary colic แต่ถ้าปวดต่อเนื่องนานขึ้น มีไข้ หรือกดเจ็บชัดเจน ควรสงสัยภาวะถุงน้ำดีอักเสบและควรพบแพทย์
อาการแบบไหนควรสงสัยถุงน้ำดีอักเสบ?
อาการที่ชวนสงสัย cholecystitis ได้แก่ ปวดชายโครงขวาหรือท้องส่วนบนอย่างต่อเนื่อง ปวดมากขึ้นเมื่อหายใจลึก มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน และกดเจ็บบริเวณชายโครงขวา
หากมี ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หรืออุจจาระสีซีด ต้องพิจารณาภาวะนิ่วหลุดไปอุดทางเดินน้ำดีหรือ cholangitis ซึ่งต้องได้รับการประเมินเร็ว
ในผู้ที่ใช้ GLP-1 แล้วมีอาการเหล่านี้ ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียง “ผลข้างเคียงทางกระเพาะ” เพราะอาการปวดท้องทั่วไปจากยาและโรคถุงน้ำดีอาจคล้ายกันในระยะแรก
แล้ว GLP-1 ทำให้ตับอ่อนอักเสบจริงไหม?
เรื่องนี้ซับซ้อนกว่าความเสี่ยงด้านถุงน้ำดี ฉลากของยากลุ่มนี้ยังคงมีคำเตือนเรื่อง acute pancreatitis เพราะมีรายงานทั้งจากการทดลองและ postmarketing อย่างไรก็ตาม งานวิจัยสมัยใหม่หลายฉบับไม่ได้พบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม
Meta-analysis ปี 2026 ที่ศึกษา GLP-1 receptor agonists ในผู้ที่ใช้เพื่อลดน้ำหนักพบว่า ไม่พบความสัมพันธ์ที่มีนัยสำคัญกับ acute pancreatitis ขณะที่ systematic review อื่นบางฉบับรายงาน signal เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ผลไม่สม่ำเสมอเมื่อวิเคราะห์แยกตามการใช้ยาร่วมและปัจจัยอื่น
บททบทวนปี 2026 สรุปว่า ความสัมพันธ์กับโรคถุงน้ำดีและทางเดินน้ำดีมีหลักฐานสนับสนุนชัดกว่า ส่วนความสัมพันธ์กับ acute pancreatitis ยังมีความไม่แน่นอน
ดังนั้นไม่ควรสื่อว่า “GLP-1 ทำให้ตับอ่อนอักเสบแน่นอน” แต่ก็ไม่ควรละเลยอาการเตือน เพราะภาวะนี้แม้พบไม่บ่อยแต่สามารถรุนแรงได้
Tirzepatide มีความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบมากไหม?
ข้อมูลการทดลองแบบสุ่มบ่งชี้ว่าพบได้น้อยมาก Meta-analysis ปี 2026 ที่รวมผู้เข้าร่วมมากกว่า 15,000 คนพบ acute pancreatitis ประมาณ 0.22% และไม่พบความสัมพันธ์แบบ dose-response อย่างชัดเจนระหว่าง Tirzepatide 5, 10 และ 15 mg
ฉลาก Zepbound ยังระบุคำเตือนว่า acute pancreatitis ซึ่งรวมถึง hemorrhagic หรือ necrotizing pancreatitis เคยพบในผู้ใช้ Tirzepatide และควรเฝ้าระวังอาการปวดท้องรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นภาพรวมคือ เหตุการณ์เกิดไม่บ่อย แต่เมื่อมีอาการที่เข้ากันควรหยุดยาและประเมินทันที

อาการตับอ่อนอักเสบเป็นแบบไหน?
อาการที่ต้องระวังคือ ปวดท้องส่วนบนหรือลิ้นปี่อย่างรุนแรงและต่อเนื่อง มักร้าวไปด้านหลัง และอาจมีคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย
ลักษณะสำคัญคืออาการมักไม่ใช่แค่แน่นท้องหรือคลื่นไส้หลังฉีดยา แต่เป็นอาการปวดที่ชัดเจน ต่อเนื่อง และไม่ค่อยหาย
ฉลาก Tirzepatide แนะนำให้ติดต่อบุคลากรทางการแพทย์ทันทีหากมีอาการปวดบริเวณท้องหรือหลังอย่างรุนแรงและไม่หาย
จะรู้ได้อย่างไรว่าปวดท้องจากผลข้างเคียงทั่วไป หรือเป็น pancreatitis?
ผลข้างเคียงทางเดินอาหารทั่วไปของ GLP-1 มักเป็นคลื่นไส้ อิ่มเร็ว แน่นท้อง ท้องผูก หรืออาเจียน โดยมักสัมพันธ์กับช่วงเริ่มยาและช่วงเพิ่มขนาด
แต่ pancreatitis มักมีอาการเด่นกว่าคือ ปวดท้องส่วนบนอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง อาจร้าวไปหลัง และไม่ดีขึ้นตามปกติ บางรายมีอาเจียนซ้ำและอาการทรุดลง
ถ้ามีเพียงอิ่มเร็ว คลื่นไส้เล็กน้อย และไม่มีอาการปวดรุนแรง อาจเป็นผลข้างเคียงทั่วไปมากกว่า แต่หากอาการปวดผิดไปจากเดิม ไม่ควรรอให้ครบวันหรือหลายวันก่อนประเมิน
นิ่วในถุงน้ำดีทำให้ตับอ่อนอักเสบได้ไหม?
ได้ และนี่เป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างสองภาวะ นิ่วที่หลุดออกจากถุงน้ำดีสามารถไปอุดบริเวณที่ท่อน้ำดีและท่อตับอ่อนเปิดเข้าสู่ลำไส้ ทำให้น้ำย่อยจากตับอ่อนไหลออกไม่สะดวกและเกิด gallstone pancreatitis ได้
งานทบทวนปี 2026 เสนอว่าความสัมพันธ์บางส่วนระหว่าง GLP-1 และ pancreatitis อาจเกิดผ่านเส้นทางนี้ คือ ยาและการลดน้ำหนักเพิ่มโอกาสเกิดโรคถุงน้ำดี แล้วโรคถุงน้ำดีจึงเพิ่มความเสี่ยงของ pancreatitis ทางอ้อม มากกว่าจะเกิดจากพิษต่อตับอ่อนโดยตรง
อย่างไรก็ตาม กลไกนี้ยังเป็นข้อเสนอจากหลักฐานรวม ไม่ควรตีความว่าอธิบายเหตุการณ์ pancreatitis ทุกกรณีได้ทั้งหมด
ลดน้ำหนักเร็วทำให้เสี่ยงนิ่วมากขึ้นจริงไหม?
จริง การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วเป็นปัจจัยเสี่ยงของนิ่วในถุงน้ำดีที่รู้จักมานาน ไม่ว่าจะลดจากยา การผ่าตัดลดน้ำหนัก หรือการจำกัดพลังงานอย่างมาก
เมื่อไขมันในร่างกายลดลงเร็ว ตับจะปล่อยคอเลสเตอรอลเข้าสู่น้ำดีมากขึ้น และการบีบตัวของถุงน้ำดีอาจลดลง ทำให้น้ำดีตกตะกอนเป็นนิ่วได้ง่ายขึ้น
จึงเป็นไปได้ว่าคนที่ตอบสนองต่อ Semaglutide หรือ Tirzepatide และน้ำหนักลดเร็วมากอาจต้องให้ความสนใจกับอาการของถุงน้ำดีมากขึ้น ไม่ใช่เพราะยา “ทำลายถุงน้ำดี” โดยตรงเพียงอย่างเดียว
คนที่มีนิ่วอยู่แล้วใช้ GLP-1 ได้ไหม?
การเคยมีนิ่วในถุงน้ำดีไม่ได้หมายความว่าจะใช้ยาไม่ได้ทุกกรณี แต่ควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มยา เพราะความเสี่ยงพื้นฐานของโรคถุงน้ำดีอาจสูงกว่าคนทั่วไป
แพทย์อาจพิจารณาประวัตินิ่ว ถุงน้ำดีอักเสบ การผ่าตัดถุงน้ำดี น้ำหนักที่คาดว่าจะลด และโรคร่วมอื่นก่อนตัดสินใจ
หากเคยมี pancreatitis มาก่อน ยิ่งควรแจ้งแพทย์ เพราะข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ GLP-1 ในผู้ที่มีประวัติ pancreatitis ยังมีข้อจำกัด และอาจต้องประเมินประโยชน์และความเสี่ยงเป็นรายบุคคล
ถ้าตัดถุงน้ำดีแล้ว ยังเกิด pancreatitis ได้ไหม?
ได้ แม้การไม่มีถุงน้ำดีจะลดความเสี่ยงของนิ่วจากถุงน้ำดี แต่ pancreatitis ยังเกิดได้จากสาเหตุอื่น เช่น แอลกอฮอล์ ไตรกลีเซอไรด์สูง ยาบางชนิด ความผิดปกติของทางเดินน้ำดี หรือสาเหตุที่ไม่ทราบแน่ชัด
ดังนั้นการตัดถุงน้ำดีแล้วไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องสนใจอาการปวดท้องรุนแรงระหว่างใช้ GLP-1
ต้องตรวจค่า amylase หรือ lipase เป็นประจำไหม?
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องตรวจ amylase หรือ lipase เป็นประจำในผู้ใช้ GLP-1 ที่ไม่มีอาการ เพราะยากลุ่มนี้สามารถทำให้ค่าดังกล่าวเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยโดยไม่หมายความว่ามี pancreatitis
การวินิจฉัย acute pancreatitis ต้องดูร่วมกันทั้งอาการทางคลินิก ค่าเอนไซม์ตับอ่อน และภาพถ่ายทางการแพทย์ตามความเหมาะสม
ดังนั้นการตรวจเลือดโดยไม่มีอาการแล้วพบค่าเอนไซม์สูงเล็กน้อย ไม่ควรนำไปสรุปเองว่าเกิดตับอ่อนอักเสบ
อาการแบบไหนควรหยุดยาและรีบพบแพทย์?
ควรหยุดการใช้ยาครั้งถัดไปและได้รับการประเมินโดยเร็ว หากมีอาการดังต่อไปนี้
- ปวดลิ้นปี่หรือท้องส่วนบนรุนแรงและต่อเนื่อง
- ปวดท้องร้าวไปหลัง
- ปวดชายโครงขวารุนแรงหรือเป็นเวลานาน
- ปวดท้องร่วมกับไข้หรือหนาวสั่น
- อาเจียนซ้ำจนกินน้ำไม่ได้
- ตัวเหลืองหรือตาเหลือง
- ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติร่วมกับอาการปวดท้อง
- อาการปวดท้องรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องแทนที่จะค่อย ๆ ดีขึ้น
โดยเฉพาะ ปวดลิ้นปี่รุนแรงต่อเนื่องร้าวไปหลัง ต้องคิดถึง pancreatitis ส่วน ปวดชายโครงขวาร่วมกับไข้หรือตัวเหลือง ต้องคิดถึงโรคถุงน้ำดีหรือทางเดินน้ำดี
ถ้ามีแค่คลื่นไส้หลังฉีดยา ต้องหยุดไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป คลื่นไส้ อิ่มเร็ว และแน่นท้องเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของ Semaglutide และ Tirzepatide โดยเฉพาะช่วงเริ่มยาและหลังเพิ่มขนาด
หากอาการไม่รุนแรง รับประทานน้ำและอาหารได้ และไม่มีอาการปวดท้องรุนแรง อาจดูแลด้วยการลดขนาดมื้ออาหาร หลีกเลี่ยงอาหารมัน และรับประทานช้าลงตามคำแนะนำ
แต่หากคลื่นไส้ร่วมกับ ปวดท้องรุนแรง อาเจียนต่อเนื่อง ไข้ หรือตัวเหลือง ไม่ควรมองว่าเป็นผลข้างเคียงทั่วไป
ควรหยุด Semaglutide หรือ Tirzepatide เพราะกลัวนิ่วหรือตับอ่อนอักเสบไหม?
ไม่ควรหยุดเพียงเพราะกังวลหากยังไม่มีอาการและได้รับยาอย่างเหมาะสม เพราะภาวะแทรกซ้อนรุนแรงเหล่านี้พบไม่บ่อย และประโยชน์ของยาต่อการลดน้ำหนัก การควบคุมน้ำตาล และความเสี่ยงโรคหัวใจอาจมีมากในผู้ที่มีข้อบ่งใช้
หลักฐานล่าสุดพบว่าความเสี่ยงของโรคถุงน้ำดีเพิ่มขึ้นในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ขณะที่ pancreatitis ยังคงเป็นเหตุการณ์ที่พบได้น้อยและความสัมพันธ์เชิงสาเหตุยังไม่แน่นอน
แนวทางที่เหมาะสมกว่าคือ รู้จักอาการเตือน ใช้ยาตามขนาดที่แนะนำ และประเมินอาการใหม่หากมีความผิดปกติ
สรุป
GLP-1 receptor agonists และยากลุ่มใกล้เคียง เช่น Semaglutide และ Tirzepatide มีความสัมพันธ์กับนิ่วในถุงน้ำดีและโรคทางเดินน้ำดี โดยหลักฐานเรื่องนี้มีความสม่ำเสมอมากกว่าความสัมพันธ์กับ pancreatitis งานวิจัยพบว่าความเสี่ยงของ cholelithiasis เพิ่มขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะในผู้ที่น้ำหนักลดมากหรือเร็ว
สำหรับ acute pancreatitis เหตุการณ์พบได้น้อย และหลักฐานปัจจุบันยังไม่สรุปว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในทุกการศึกษา แต่ฉลากยายังคงแนะนำให้เฝ้าระวัง เพราะหากเกิดขึ้นสามารถมีความรุนแรงได้
สิ่งที่ควรจำคือ ปวดลิ้นปี่รุนแรงต่อเนื่องและร้าวไปหลัง ให้คิดถึง pancreatitis ส่วนปวดชายโครงขวาร่วมกับไข้ คลื่นไส้ หรือตัวเหลือง ให้คิดถึงโรคถุงน้ำดีหรือทางเดินน้ำดี หากเกิดอาการเหล่านี้ควรหยุดยาครั้งถัดไปและไปพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอดูอาการเองหลายวัน
FAQ
GLP-1 ทำให้เป็นนิ่วทุกคนไหม?
ไม่ ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเพียงบางส่วน และความเสี่ยงสัมบูรณ์ยังค่อนข้างต่ำในคนทั่วไป แต่ผู้ที่น้ำหนักลดเร็วหรือมีประวัตินิ่วอยู่เดิมอาจต้องเฝ้าระวังมากขึ้น
Semaglutide ทำให้ตับอ่อนอักเสบไหม?
ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานสม่ำเสมอว่าทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในทุกการศึกษา แต่มีรายงานเหตุการณ์และยังมีคำเตือนในฉลากยา จึงควรหยุดยาและประเมินทันทีหากมีอาการเข้ากับ pancreatitis
ปวดชายโครงขวาหลังฉีด GLP-1 ต้องกังวลไหม?
หากปวดชัดเจน ต่อเนื่อง หรือเกิดร่วมกับไข้ คลื่นไส้ อาเจียน หรือตัวเหลือง ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน gallstone หรือ cholecystitis ไม่ควรมองว่าเป็นผลข้างเคียงทางกระเพาะทั่วไป
ปวดท้องแบบไหนเข้ากับ pancreatitis?
อาการคลาสสิกคือปวดท้องส่วนบนหรือลิ้นปี่รุนแรงและต่อเนื่อง อาจร้าวไปหลัง และมักมีคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย หากเกิดอาการดังกล่าวควรได้รับการประเมินทันที
มีนิ่วอยู่แล้วใช้ Tirzepatide หรือ Semaglutide ได้ไหม?
อาจใช้ได้ในบางราย แต่ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงพื้นฐานและวางแผนติดตาม ไม่ควรเริ่มหรือหยุดยาเองเพราะมีประวัตินิ่วเพียงอย่างเดียว

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
- ปากกาลดน้ำหนักทำให้สูญเสียกล้ามเนื้อจริงไหม? ลดน้ำหนักอย่างไรให้รักษามวลกล้ามเนื้อ
- หยุด Semaglutide หรือ Tirzepatide แล้วน้ำหนักกลับขึ้นไหม?
- Semaglutide กับ Tirzepatide ต่างกันอย่างไร?
- ใช้ปากกาลดน้ำหนักแล้วอิ่มเร็ว คลื่นไส้ ควรกินอาหารอย่างไร?
- ปากกาลดน้ำหนักทำงานอย่างไร? ทำไมจึงช่วยลดความหิว
- ลดน้ำหนักเร็วเกินไปมีผลต่อร่างกายอย่างไร?
เรียบเรียงโดย: ร้านขายยาจุฬาลักษณ์เภสัช
References
- U.S. Food and Drug Administration. Ozempic (semaglutide) Prescribing Information.
https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2024/209637s032lbl.pdf - U.S. Food and Drug Administration. Zepbound (tirzepatide) Prescribing Information.
https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2023/217806s000lbl.pdf - Glucagon-Like Peptide-1 Receptor Agonists and Gastrointestinal Adverse Events: A Systematic Review and Meta-Analysis. Gastroenterology. 2025.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40499738/ - Cardiovascular Effects and Tolerability of GLP-1 Receptor Agonists: A Systematic Review and Meta-Analysis of 99,599 Patients. 2025.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40892610/ - Effects of Glucagon-Like Peptide-1 Receptor Agonists as Weight Loss Drugs on Pancreatitis and Pancreatic Cancer: A Meta-Analysis. 2026.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/42600634/ - Dose-response analysis of tirzepatide and acute pancreatitis: An international systematic review and quantitative meta-analysis of randomised trials. 2026.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41927408/ - GLP-1 receptor agonists and serious adverse events: Evidence, uncertainty and clinical implications. 2026.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/42851139/ - The pancreatic signal of GLP-1 receptor agonists: A biliary phenomenon rather than direct toxicity. 2026.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41786617/






