ใครบ้างไม่ควรใช้แผ่นแปะยาคุม? รู้จักข้อห้ามและความเสี่ยงลิ่มเลือด

ใครบ้างไม่ควรใช้แผ่นแปะยาคุม? ข้อห้ามและความเสี่ยงลิ่มเลือด

แผ่นแปะยาคุมไม่เหมาะกับใครบ้าง? เช็กประวัติลิ่มเลือด ไมเกรนมีออร่า ความดันสูง การสูบบุหรี่หลังอายุ 35 ปี ช่วงหลังคลอด และสัญญาณ DVT/PE ที่ควรพบแพทย์ทันที

แผ่นแปะคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดที่สะดวก เพราะไม่ต้องจำรับประทานยาทุกวัน แต่คำว่า “สะดวก” ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกคน

คำตอบสั้น ๆ คือ ผู้ที่มีประวัติลิ่มเลือดอุดตันบางประเภท ไมเกรนชนิดมี aura ความดันโลหิตสูงรุนแรง สูบบุหรี่และอายุ 35 ปีขึ้นไปบางกลุ่ม รวมถึงผู้ที่มีโรคหัวใจ หลอดเลือด มะเร็งเต้านม หรืออยู่ในช่วงหลังคลอดบางช่วง ไม่ควรเริ่มใช้แผ่นแปะยาคุมโดยไม่ได้รับการประเมิน

เหตุผลคือแผ่นแปะคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม หรือ Combined Hormonal Contraceptive: CHC มีทั้ง estrogen และ progestin เช่นเดียวกับยาคุมเม็ดฮอร์โมนรวมและวงแหวนคุมกำเนิด จึงต้องพิจารณาความเสี่ยงด้านหลอดเลือดและลิ่มเลือดร่วมด้วย

CDC – U.S. Medical Eligibility Criteria for Contraceptive Use, 2024 จัด combined transdermal patch อยู่ในกลุ่ม CHC และใช้เกณฑ์ U.S. Medical Eligibility Criteria หรือ U.S. MEC ในการประเมินความเหมาะสมตามโรคและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน


ทำไมแผ่นแปะยาคุมถึงเกี่ยวข้องกับลิ่มเลือด?

ส่วนที่เกี่ยวข้องสำคัญคือ estrogen

Estrogen สามารถเปลี่ยนสมดุลของระบบการแข็งตัวของเลือด ทำให้ความเสี่ยงต่อ Venous Thromboembolism หรือ VTE เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ใช้ฮอร์โมนชนิดนี้

VTE ที่สำคัญ ได้แก่ Deep Vein Thrombosis — DVT หรือลิ่มเลือดที่หลอดเลือดดำลึก ซึ่งมักเกิดบริเวณขา และ Pulmonary Embolism — PE เมื่อลิ่มเลือดหลุดไปอุดหลอดเลือดที่ปอด

สำหรับคนอายุน้อย สุขภาพดี และไม่มีปัจจัยเสี่ยง ความเสี่ยงโดยรวมยังค่อนข้างต่ำ แต่หากมีปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน เช่น อายุเพิ่มขึ้น สูบบุหรี่ อ้วน มีประวัติลิ่มเลือด หรือมี thrombophilia ความเสี่ยงอาจสูงขึ้นจน CHC ไม่เหมาะสม


เคยเป็น DVT หรือ PE ใช้แผ่นแปะได้ไหม?

ไม่ควรเริ่มใช้เอง

CDC – Appendix D: Classifications for Combined Hormonal Contraceptives แบ่งผู้ที่มีประวัติ DVT/PE ตามความเสี่ยงกลับเป็นซ้ำและการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

ผู้ที่มีความเสี่ยงกลับเป็นซ้ำสูง เช่น เคยเกิดลิ่มเลือดสัมพันธ์กับ estrogen เคยเกิดลิ่มเลือดขณะตั้งครรภ์ เคยเกิด DVT/PE โดยไม่ทราบสาเหตุ มี thrombophilia มีประวัติ DVT/PE ซ้ำ หรือมีมะเร็งบางสถานการณ์ สามารถอยู่ใน U.S. MEC Category 4 ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการใช้ CHC ไม่เป็นที่ยอมรับ

ดังนั้น หากเคยมี “ลิ่มเลือดที่ขา” หรือ “ลิ่มเลือดอุดตันปอด” แม้เหตุการณ์นั้นเกิดมาหลายปีแล้ว ก็ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกแผ่นแปะ



ไมเกรนมี Aura ใช้แผ่นแปะยาคุมได้ไหม?

ไม่ควรใช้ CHC

CDC จัด Migraine with aura เป็น U.S. MEC Category 4

เหตุผลคือ migraine with aura มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยง ischemic stroke ที่เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว ขณะที่ CHC ก็สัมพันธ์กับความเสี่ยง stroke เพิ่มขึ้นในบางกลุ่ม การนำสองปัจจัยมารวมกันจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่แนะนำวิธีคุมกำเนิดชนิดนี้

Aura อาจเกิดก่อนหรือระหว่างปวดศีรษะ เช่น เห็นแสงวาบ เห็นเส้นซิกแซก มีจุดบอดในลานสายตา ชาหรืออ่อนแรงบางส่วน หรือมีอาการทางภาษา

ส่วน migraine without aura ถูกจัดต่างออกไป จึงไม่ควรเหมารวมว่า “เป็นไมเกรนทุกคนห้ามใช้แผ่นแปะ”

หากไม่แน่ใจว่าปวดหัวของตนมี aura หรือไม่ ควรประเมินก่อนเริ่ม


สูบบุหรี่แล้วใช้แผ่นแปะยาคุมได้ไหม?

ต้องดูทั้งอายุและจำนวนบุหรี่

CDC ระบุว่าในคนอายุต่ำกว่า 35 ปีที่สูบบุหรี่ CHC โดยทั่วไปอยู่ใน Category 2 แต่หากอายุ 35 ปีขึ้นไป ผู้ที่สูบน้อยกว่า 15 มวน/วันอยู่ใน Category 3 ส่วนผู้ที่สูบตั้งแต่ 15 มวน/วันขึ้นไปอยู่ใน Category 4

โดยเฉพาะความเสี่ยงด้าน myocardial infarction และ stroke

ดังนั้น ผู้หญิงอายุ 37 ปีที่สูบบุหรี่ไม่ควรเลือกแผ่นแปะเพียงเพราะใช้ง่าย โดยไม่ประเมินทางเลือกอื่น


ความดันสูงใช้ได้ไหม?

ควรทราบความดันโลหิตก่อนเริ่ม CHC

CDC ระบุว่า ความดัน ≥160/100 mmHg หรือมี vascular disease → Category 4 ส่วน 140–159/90–99 mmHg หรือความดันสูงที่ควบคุมได้ → โดยทั่วไป Category 3

จึงควรประเมินความดันก่อนเริ่มแผ่นแปะ

CDC – Combined Hormonal Contraceptives, U.S. Selected Practice Recommendations ระบุว่าควรวัดความดันโลหิตก่อนเริ่มใช้ combined hormonal contraceptives

อย่าตีความจากค่าที่วัดผิดปกติเพียงครั้งเดียวว่าตนเองเป็นโรคความดัน เพราะการวินิจฉัยต้องอาศัยการวัดที่เหมาะสม แต่หากรู้อยู่แล้วว่ามี hypertension ไม่ควรข้ามขั้นตอนนี้


หลังคลอดใช้แผ่นแปะได้ทันทีหรือไม่?

ไม่ได้ทันที

ช่วงหลังคลอดเป็นช่วงที่ VTE risk สูงกว่าปกติอยู่แล้ว โดยเฉพาะ 3 สัปดาห์แรก

CDC ระบุว่าสำหรับผู้ไม่ได้ให้นมบุตร การใช้ CHC ในช่วงน้อยกว่า 21 วันหลังคลอดเป็น Category 4 ส่วนช่วง 21–42 วันต้องดูว่ามีปัจจัยเสี่ยง VTE อื่นร่วมด้วยหรือไม่ และความเสี่ยงหลังคลอดจะค่อย ๆ ลดลงใกล้ baseline ประมาณหลัง 42 วัน

ผู้ให้นมบุตรยังมีข้อพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะหลังคลอดและการให้นม

ดังนั้น คนที่เพิ่งคลอดไม่ควรนำกฎของผู้ใช้ทั่วไปมาเริ่มแผ่นแปะเอง


อ้วนใช้แผ่นแปะไม่ได้เลยหรือ?

ไม่ใช่ข้อห้ามอัตโนมัติทุกคน

แต่ obesity เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาร่วมกับอายุ การสูบบุหรี่ เบาหวาน ประวัติครอบครัว และความเสี่ยง thrombosis อื่น

CDC ระบุว่าความเสี่ยง thrombosis สามารถเพิ่มขึ้นเมื่อมีปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน และข้อมูลเฉพาะเรื่อง patch กับ BMI สูงมากยังมีข้อจำกัด

นอกจากนี้ แผ่นแปะแต่ละผลิตภัณฑ์อาจมีข้อกำหนดเรื่อง BMI หรือน้ำหนักแตกต่างกัน จึงต้องยึดฉลากผลิตภัณฑ์จริงด้วย


เส้นเลือดขอดเท่ากับมีลิ่มเลือดหรือไม่?

ไม่เท่ากัน

เส้นเลือดขอดทั่วไปไม่ได้มีความหมายเหมือน DVT แต่ถ้าเป็น superficial venous thrombosis หรือเคยมี DVT/PE ต้องประเมินต่างออกไป

จึงไม่ควรเห็นเส้นเลือดขอดแล้วตกใจว่าห้ามใช้แผ่นแปะทันที และในทางกลับกันก็ไม่ควรคิดว่าประวัติลิ่มเลือดเป็นเพียง “เส้นเลือดขอดธรรมดา”


มี thrombophilia ต้องตรวจทุกคนก่อนใช้หรือไม่?

ผู้ที่มี thrombophilia เช่น Factor V Leiden, Prothrombin mutation, Protein C/S deficiency, Antithrombin deficiency หรือ Antiphospholipid syndrome ถูกจัดเป็น Category 4 สำหรับ CHC ใน U.S. MEC

แต่ CDC ระบุด้วยว่า ไม่แนะนำให้ตรวจ thrombophilia เป็น routine screening ในประชากรทั่วไปก่อนเริ่มคุมกำเนิด

จึงควรตรวจเมื่อมีเหตุผลทางคลินิก ไม่ใช่ตรวจทุกคนก่อนซื้อแผ่นแปะ


ก่อนใช้แผ่นแปะควรเช็กอะไรบ้าง?

อย่างน้อยควรรู้ว่าเคยเป็น DVT/PE หรือไม่ เคย stroke หรือโรคหัวใจสำคัญหรือไม่ มี migraine with aura หรือไม่ สูบบุหรี่หรือไม่และอายุเท่าไร ความดันโลหิตล่าสุดเป็นเท่าไร เพิ่งคลอดหรือกำลังให้นมบุตรหรือไม่ มีโรคตับหรือมะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมนหรือไม่ และใช้ยาหรือสมุนไพรที่มี interaction กับฮอร์โมนหรือไม่

การคัดกรองเหล่านี้ช่วยแยกคนที่ใช้ CHC ได้จากคนที่ควรเลือกวิธีคุมกำเนิดกลุ่มอื่น



สัญญาณลิ่มเลือดแบบไหนต้องไปโรงพยาบาล?

ระหว่างใช้แผ่นแปะ หากเกิด ขาข้างเดียวบวม เจ็บ ร้อน หรือแดงผิดปกติ ควรสงสัย DVT

ส่วนอาการที่ต้องระวัง PE ได้แก่ หายใจลำบากหรือหอบเฉียบพลัน เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด ใจเต้นเร็วผิดปกติ หน้ามืด หรือหมดสติ

ไม่ควรรอดูอาการเองหรือรอให้ครบแผ่น


สรุป

แผ่นแปะคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพและใช้ง่าย แต่เนื่องจากเป็น Combined Hormonal Contraceptive จึงไม่ได้เหมาะกับทุกคน

กลุ่มสำคัญที่ต้องหลีกเลี่ยงหรือประเมินอย่างละเอียด ได้แก่ Migraine with aura, DVT/PE หรือ thrombophilia บางสถานการณ์, ความดัน ≥160/100 mmHg หรือ vascular disease, ผู้สูบบุหรี่อายุ ≥35 ปี โดยเฉพาะตั้งแต่ 15 มวน/วัน และช่วงหลังคลอดระยะแรก

ก่อนเริ่มจึงควรอย่างน้อย วัดความดัน + ทบทวนประวัติลิ่มเลือด + ไมเกรน + การสูบบุหรี่ + โรคประจำตัว

และหากระหว่างใช้มีขาบวมข้างเดียว หอบเฉียบพลัน หรือเจ็บหน้าอก ควรเข้ารับการประเมินทันที



หมายเหตุสำคัญ

U.S. MEC เป็นกรอบประเมินความเหมาะสมทางการแพทย์ ไม่ได้แทนฉลากของผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อ แผ่นแปะแต่ละสูตรอาจมีข้อห้ามหรือข้อกำหนดด้านน้ำหนัก/BMI เพิ่มเติม จึงควรตรวจเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริง



เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com



References

  1. CDC. U.S. Medical Eligibility Criteria for Contraceptive Use, 2024.
  2. CDC. Appendix D: Classifications for Combined Hormonal Contraceptives.
  3. CDC. Combined Hormonal Contraceptives – U.S. Selected Practice Recommendations.

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี