Doxycycline vs Azithromycin รักษาหนองในเทียมตัวไหนดีกว่า? ต่างจากหนองในแท้อย่างไร
สำหรับ Chlamydia หรือหนองในเทียมในผู้ใหญ่ที่ไม่ตั้งครรภ์ ปัจจุบัน Doxycycline มักเป็นตัวเลือกหลักมากกว่า Azithromycin เพราะมีข้อมูลประสิทธิภาพดีทั้งการติดเชื้อที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก และคอ โดยเฉพาะ rectal chlamydia ส่วน Azithromycin ยังมีบทบาทเป็นทางเลือกเมื่อการกินยาหลายวันเป็นอุปสรรคหรือในบางกลุ่ม เช่น หญิงตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม Doxycycline และ Azithromycin ต่างก็ไม่ใช่ยาหลักสำหรับหนองในแท้ (Gonorrhea) เพราะ Neisseria gonorrhoeae มีปัญหาการดื้อยาทั้ง tetracycline และ macrolide.
Doxycycline หรือ Azithromycin ตัวไหนดีกว่าสำหรับ Chlamydia?
ถ้าเป็น uncomplicated Chlamydia ในผู้ใหญ่ทั่วไป Doxycycline เป็นตัวเลือกที่แนะนำมากกว่า
CDC แนะนำ:
Doxycycline 100 mg วันละ 2 ครั้ง นาน 7 วัน
ส่วน
Azithromycin 1 g รับประทานครั้งเดียว
จัดเป็น alternative regimen.
WHO ฉบับอัปเดตปี 2024 ก็แนะนำ Doxycycline 100 mg วันละ 2 ครั้ง 7 วันสำหรับ uncomplicated genital, anorectal และ oropharyngeal chlamydia และใช้ Azithromycin 1 g ครั้งเดียวเมื่อ Doxycycline ไม่พร้อมใช้หรือมีปัญหาเรื่องการกินยาให้ครบหลายครั้ง.
ทำไม Doxycycline จึงมักได้เปรียบกว่า Azithromycin?
ข้อแตกต่างสำคัญไม่ได้อยู่ที่คำว่า “ยาแรงกว่า” แต่เป็นเรื่อง ประสิทธิภาพในตำแหน่งติดเชื้อต่าง ๆ
CDC สรุปข้อมูลจากงานวิจัยว่า ใน urogenital chlamydia ผู้ชายมี microbiologic treatment failure จาก Azithromycin มากกว่า Doxycycline และสำหรับ rectal chlamydia หลักฐานยิ่งชัดเจนกว่า.
การทดลองแบบสุ่มหนึ่งงานในผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายพบ microbiologic cure ของ rectal chlamydia:
Doxycycline 100%
เทียบกับ
Azithromycin 74%
จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่แนวทางปัจจุบันให้ Doxycycline เป็นตัวเลือกหลัก.
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้มาจากการศึกษาหนึ่งกลุ่มประชากร จึงไม่ควรตีความว่า Azithromycin จะล้มเหลว 26% ในผู้ป่วยทุกคน
Doxycycline กับ Azithromycin ต่างกันอย่างไร?
| ประเด็น | Doxycycline | Azithromycin |
| Chlamydia ทั่วไป | ตัวเลือกหลัก | ทางเลือก |
| วิธีใช้ทั่วไป | วันละ 2 ครั้ง 7 วัน | ครั้งเดียว |
| Rectal Chlamydia | หลักฐานประสิทธิภาพดีกว่า | ประสิทธิภาพอาจต่ำกว่า |
| ความสะดวก | ต้องกินให้ครบ 7 วัน | สะดวกกว่า |
| หากกังวลเรื่องกินยาไม่ครบ | อาจไม่เหมาะ | มีข้อได้เปรียบ |
| ตั้งครรภ์ | ไม่ใช่ตัวเลือกมาตรฐานในบางช่วง | เป็น regimen ที่แนะนำ |
| Gonorrhea แบบเดี่ยว | ไม่แนะนำ | ไม่แนะนำ |
ดังนั้นถ้าถามว่า “ตัวไหนดีกว่า?”
สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปที่รับประทานยาได้ครบ Doxycycline มักได้เปรียบ
แต่ถ้าการกินยา 7 วันมีโอกาสไม่ครบ หรือมีข้อจำกัดเฉพาะบุคคล Azithromycin อาจเหมาะกว่าในบางสถานการณ์.
แล้วทำไม Azithromycin ยังมีบทบาทอยู่?
ข้อดีที่ชัดที่สุดคือ รับประทานครั้งเดียว
การรักษาที่ดีไม่ได้ขึ้นกับประสิทธิภาพของยาในห้องทดลองอย่างเดียว แต่ขึ้นกับว่าผู้ป่วยสามารถกินยาได้ครบหรือไม่ด้วย
CDC ระบุว่าเมื่อกังวลอย่างมากว่าผู้ป่วยจะไม่สามารถกิน Doxycycline ครบ regimen การให้ Azithromycin 1 g ครั้งเดียวเป็นทางเลือกได้ แต่กรณีที่มี rectal infection อาจต้องให้ความสำคัญกับการติดตามผลมากขึ้น.
แล้วหญิงตั้งครรภ์ใช้ตัวไหน?
กรณีตั้งครรภ์ต่างจากผู้ใหญ่ทั่วไป
CDC แนะนำ
Azithromycin 1 g รับประทานครั้งเดียว
เป็น regimen สำหรับ Chlamydia ในหญิงตั้งครรภ์ และไม่ใช้ Doxycycline ในไตรมาสที่ 2–3 เนื่องจากความกังวลเรื่องผลต่อฟันของทารก.
ดังนั้นไม่ควรสรุปว่า Doxycycline “ดีกว่า Azithromycin ทุกกรณี”
การเลือกยาต้องดูทั้ง ตำแหน่งติดเชื้อ การตั้งครรภ์ ความสามารถในการกินยาครบ และปัจจัยของผู้ป่วยแต่ละราย
ทำไม Doxycycline ไม่ใช่ยาหลักของหนองในแท้?
เพราะหนองในแท้เกิดจากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae ซึ่งต่างจาก Chlamydia
CDC ระบุว่าเชื้อ Gonorrhea ที่หมุนเวียนอยู่มีความไวต่อ tetracycline ไม่เพียงพอสำหรับการใช้รักษาเป็นมาตรฐาน และ Doxycycline ปัจจุบัน ไม่ใช่ recommended treatment สำหรับ Gonorrhea เนื่องจาก antimicrobial resistance สูง.
ดังนั้น Doxycycline ดีสำหรับ Chlamydia ไม่ได้หมายความว่า Doxycycline จะดีสำหรับ Gonorrhea
แล้วทำไม Azithromycin ก็ไม่ใช่ยาหลักของหนองในแท้?
Azithromycin เคยมีบทบาทในการรักษา Gonorrhea มากกว่าปัจจุบัน แต่ปัญหาสำคัญคือ เชื้อดื้อ macrolide เพิ่มขึ้น
แม้ Azithromycin ขนาดสูงเคยแสดงประสิทธิภาพต่อ uncomplicated urogenital gonorrhea ได้ดี แต่ CDC ไม่แนะนำ monotherapy เพราะ N. gonorrhoeae สามารถพัฒนาการดื้อ macrolide ได้ง่าย มีสัดส่วนเชื้อที่ไวต่อ Azithromycin ลดลง และมีรายงาน treatment failure.
ดังนั้นในปัจจุบัน
Doxycycline เดี่ยว → ไม่ใช่ Gonorrhea regimen
Azithromycin เดี่ยว → ไม่ใช่ Gonorrhea regimen
ถ้าเป็นหนองในแท้ ต้องใช้อะไร?
ในแนวทางปัจจุบัน Ceftriaxone เป็นแกนหลักของการรักษา uncomplicated Gonorrhea
Cefixime สามารถมีบทบาทเป็นทางเลือกในบางกรณีเมื่อไม่สามารถใช้ Ceftriaxone ได้ แต่ไม่ควรนำ Doxycycline หรือ Azithromycin มาใช้แทนแบบเดี่ยวเพียงเพราะเป็นยาปฏิชีวนะเหมือนกัน.
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
- Cefixime vs Ceftriaxone รักษาหนองในต่างกันอย่างไร?
ถ้าเป็น Gonorrhea ร่วมกับ Chlamydia ล่ะ?
สามารถติดเชื้อทั้งสองชนิดพร้อมกันได้
ในสถานการณ์นี้อาจต้องรักษา
Gonorrhea → ด้วย regimen ที่ครอบคลุม N. gonorrhoeae
และ
Chlamydia → ด้วย Doxycycline หรือ regimen ที่เหมาะสม
ดังนั้นการได้รับ Doxycycline ร่วมกับยารักษา Gonorrhea ไม่ได้หมายความว่า Doxycycline ถูกนำมาเพิ่ม “ความแรง” ให้ยารักษาหนองในแท้ แต่มีหน้าที่ครอบคลุม Chlamydia ที่พบร่วมกันหรือยังไม่ได้ตัดออก.

FAQ
Doxycycline กับ Azithromycin รักษา Chlamydia ตัวไหนดีกว่า?
สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป Doxycycline เป็น regimen ที่แนะนำและมีหลักฐานดีกว่า โดยเฉพาะ rectal chlamydia ส่วน Azithromycin เป็นทางเลือกที่มีข้อดีเรื่องรับประทานครั้งเดียว.
Azithromycin 1 เม็ดหรือครั้งเดียว ยังรักษา Chlamydia ได้ไหม?
Azithromycin 1 g ครั้งเดียวยังเป็น alternative regimen ในแนวทาง CDC และ WHO แต่การเลือกใช้ต้องพิจารณาตำแหน่งติดเชื้อและโอกาสกิน Doxycycline ครบด้วย.
ถ้าเป็น Chlamydia ที่ทวารหนักควรเลือกตัวไหน?
หลักฐานปัจจุบันสนับสนุน Doxycycline มากกว่า Azithromycin สำหรับ rectal chlamydia.
Doxycycline รักษาหนองในแท้ได้ไหม?
ไม่แนะนำให้ใช้เดี่ยว เพราะ N. gonorrhoeae มีการดื้อ tetracycline สูง.
Azithromycin รักษาหนองในแท้ได้ไหม?
ไม่ควรใช้เป็น monotherapy เนื่องจากปัญหาการดื้อ macrolide และมีรายงาน treatment failure.
สรุป
ถ้าเป็น Chlamydia หรือหนองในเทียม
Doxycycline → มักเป็นตัวเลือกหลัก
Azithromycin → เป็นทางเลือก โดยมีข้อดีเรื่องกินครั้งเดียวและมีบทบาทสำคัญในบางกลุ่ม เช่น หญิงตั้งครรภ์
เหตุผลที่ Doxycycline มักได้เปรียบคือมีประสิทธิภาพดีครอบคลุมทั้ง urogenital, rectal และ oropharyngeal Chlamydia โดยเฉพาะการติดเชื้อที่ทวารหนัก.
แต่ถ้าเป็น หนองในแท้จาก N. gonorrhoeae ทั้ง Doxycycline และ Azithromycin ไม่ใช่ยาหลักสำหรับใช้เดี่ยว เนื่องจากปัญหาการดื้อยา
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ถามว่า “Doxycycline หรือ Azithromycin ตัวไหนแรงกว่า” แต่ต้องรู้ก่อนว่า เป็น Chlamydia หรือ Gonorrhea และติดเชื้ออยู่ตำแหน่งใด

บทความที่เกี่ยวข้อง
- Doxycycline vs Cefixime vs Azithromycin รักษาหนองในต่างกันอย่างไร?
- ทำไม Doxycycline ใช้รักษาหนองในแท้เดี่ยว ๆ ไม่ได้? ต่างจาก Cefixime อย่างไร
- เป็นหนองในแต่ได้ Doxycycline อย่างเดียว พอไหม? เมื่อไรต้องใช้ Cefixime หรือ Ceftriaxone ร่วมด้วย
- Cefixime vs Ceftriaxone รักษาหนองในต่างกันอย่างไร?
References
Centers for Disease Control and Prevention. Chlamydial Infections – STI Treatment Guidelines.
https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/chlamydia.htm
Centers for Disease Control and Prevention. Gonococcal Infections Among Adolescents and Adults – STI Treatment Guidelines.
https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/gonorrhea-adults.htm
Centers for Disease Control and Prevention. CDC Clinical Guidelines on the Use of Doxycycline Postexposure Prophylaxis for Bacterial STI Prevention, United States, 2024.
https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/73/rr/rr7302a1.htm
World Health Organization. Updated recommendations for the treatment of Neisseria gonorrhoeae, Chlamydia trachomatis, and Treponema pallidum.
https://www.who.int/publications/i/item/9789240090767
World Health Organization. Chlamydia – Fact Sheet.
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/chlamydia
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567.
https://stisqsa.ddc.moph.go.th/app-assets/manual/2567/แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์_2567.pdf
หมายเหตุสำคัญ
ไม่ควรเลือก Doxycycline หรือ Azithromycin ด้วยตนเองจากอาการเพียงอย่างเดียว เพราะ Gonorrhea, Chlamydia และเชื้ออื่นสามารถทำให้มีมูก ปัสสาวะแสบ หรือไม่มีอาการได้คล้ายกัน
การเลือกยาควรพิจารณาผลตรวจ ตำแหน่งติดเชื้อ การตั้งครรภ์ ประวัติแพ้ยา และโอกาสรับประทานยาได้ครบ หากรักษาแล้วอาการยังคงอยู่หรือกลับมาเป็นซ้ำ ควรประเมินการติดเชื้อซ้ำ เชื้อร่วม และเชื้อดื้อยาแทนการเปลี่ยนยาด้วยตนเอง
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com






