หูดหงอนไก่คืออะไร? HPV ติดต่ออย่างไร และถุงยางป้องกันได้แค่ไหน

หูดหงอนไก่คืออะไร? HPV ติดต่ออย่างไร และถุงยางป้องกันได้แค่ไหน

หูดหงอนไก่เกิดจากเชื้อ HPV โดยประมาณ 90% เกี่ยวข้องกับ HPV 6 และ 11 เชื้อสามารถติดต่อได้แม้ไม่มีหูดให้เห็น ถุงยางช่วยลดความเสี่ยงแต่ป้องกันได้ไม่ทั้งหมด เพราะ HPV ติดต่อผ่านผิวหนังบริเวณที่ถุงยางไม่คลุม


หลายคนเพิ่งรู้จักคำว่า HPV หลังพบตุ่มหรือก้อนเล็ก ๆ บริเวณอวัยวะเพศ แล้วเริ่มสงสัยว่า

นี่คือหูดหงอนไก่หรือเปล่า?”

จากนั้นคำถามมักตามมาอีกหลายอย่าง เช่น

ติดจากใคร?

ถ้าแฟนไม่มีหูด ยังแพร่เชื้อได้ไหม?

ใส่ถุงยางทุกครั้งแล้วทำไมยังติด HPV ได้?

และที่ทำให้หลายคู่กังวลมากที่สุดคือ

ถ้าเพิ่งเป็นตอนนี้ แปลว่าเพิ่งติดเชื้อมาหรือไม่?”

คำตอบคือ HPV มีธรรมชาติที่แตกต่างจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด เพราะ

คนที่มีเชื้อสามารถแพร่ HPV ได้แม้ไม่มีหูดหรืออาการให้เห็น และหูดสามารถปรากฏหลังได้รับเชื้อไปแล้วหลายเดือนหรือแม้แต่หลายปี

CDC จึงระบุว่าโดยทั่วไป ไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าได้รับ HPV เมื่อใดหรือมาจากใคร และการพบหูดหงอนไก่ในวันนี้ไม่ได้ยืนยันว่าเพิ่งติดเชื้อเมื่อไม่นานมานี้. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ

ถุงยางอนามัยช่วยลดความเสี่ยง HPV ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100%

เพราะ HPV ไม่ได้ติดต่อผ่านสารคัดหลั่งอย่างเดียว แต่สามารถแพร่ผ่าน การสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศที่มีเชื้อ ซึ่งบางส่วนอยู่นอกบริเวณที่ถุงยางครอบคลุม. (องค์การอนามัยโลก)


หูดหงอนไก่คืออะไร?

หูดหงอนไก่ หรือ Anogenital Warts / Genital Warts เป็นรอยโรคของผิวหนังหรือเยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศและรอบทวารที่เกิดจากเชื้อ

Human Papillomavirus หรือ HPV

BASHH 2024 ระบุว่า HPV มีมากกว่า 100 genotype ที่ได้รับการจำแนก และประมาณ

90% ของหูดบริเวณอวัยวะเพศและทวารสัมพันธ์กับ HPV type 6 หรือ 11

ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม HPV ที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการก่อมะเร็ง. (Bashh)

ตรงนี้มีความสำคัญ เพราะหลายคนได้ยินคำว่า HPV แล้วคิดทันทีว่า

HPV = มะเร็ง

แต่จริง ๆ แล้ว HPV มีหลายชนิด

บางชนิดสัมพันธ์กับ

หูดหงอนไก่

ขณะที่ HPV กลุ่มความเสี่ยงสูงบางชนิดสัมพันธ์กับ

มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งทวารหนัก

มะเร็งองคชาต

รวมถึงมะเร็งบางตำแหน่งในช่องปากและลำคอ

WHO ระบุว่า HPV เป็นกลุ่มไวรัสประมาณ 200 ชนิด และ HPV บางชนิดก่อหูด ขณะที่ persistent infection จาก high-risk HPV บางชนิดสามารถทำให้เกิดมะเร็งได้. (องค์การอนามัยโลก)

ดังนั้น

หูดหงอนไก่ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก HPV ชนิดเดียวกับที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็ง

แต่ผู้ที่มีหูดก็ยังควรได้รับการดูแลสุขภาพทางเพศและการตรวจคัดกรองตามเกณฑ์ของตนเองตามปกติ


หูดหงอนไก่มีลักษณะอย่างไร?

หูดอาจไม่ได้มีรูปร่างเหมือน “หงอนไก่” ทุกก้อน

BASHH อธิบายลักษณะของ anogenital warts ได้หลายรูปแบบ เช่น

Condylomata acuminata
ตุ่มนิ่ม สีใกล้เคียงเนื้อ มีลักษณะยื่นออกหรือเป็นปุ่ม

Papular warts
เป็นตุ่มเล็ก ๆ

Flat warts
ค่อนข้างแบน

Keratotic warts
ผิวหนาหรือแข็งมากขึ้น

หูดมักมีขนาดเล็กและอาจเกิดหลายก้อนพร้อมกัน แต่สีและรูปร่างสามารถแตกต่างกันได้. (Bashh)

ตำแหน่งที่พบได้ เช่น

บริเวณอวัยวะเพศภายนอก

รอบทวาร

ภายในช่องคลอด

ปากมดลูก

บริเวณปากท่อปัสสาวะ

หรือใน anal canal

บางครั้งอาจพบรอยโรคในช่องปากหรือบริเวณอื่นที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสเชื้อได้ แต่พบไม่บ่อยเท่าบริเวณอวัยวะเพศและทวาร. (Bashh)


HPV ติดต่ออย่างไร?

HPV ติดต่อหลัก ๆ ผ่าน

การสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศระหว่างกิจกรรมทางเพศ

CDC ระบุว่า genital HPV สามารถแพร่ได้ระหว่าง

vaginal sex

anal sex

รวมถึง

close skin-to-skin touching during sex

และผู้ที่มี HPV สามารถแพร่เชื้อได้แม้ไม่มีอาการ. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

BASHH ก็ระบุในแนวทางเดียวกันว่า การแพร่ของ anogenital HPV มักเกิดจาก sexual contact และสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในช่วงที่

ไม่มีหูดให้เห็นด้วยตาเปล่า

(Bashh)

ดังนั้นการติด HPV ไม่จำเป็นต้องเกิดจาก

การมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่เพียงอย่างเดียว

เพราะการสัมผัสกันของผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศก่อนการสอดใส่ก็มีโอกาสแพร่เชื้อได้


ถ้าไม่มีหูด ยังแพร่ HPV ได้ไหม?

ได้

นี่เป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้ HPV แพร่ได้ง่าย

คนจำนวนมากที่มี HPV

ไม่มีหูด

ไม่มีอาการ

และอาจไม่รู้เลยว่าตนเองมีเชื้อ

CDC ระบุว่าผู้ที่มี HPV สามารถส่งต่อเชื้อให้ผู้อื่นได้แม้ไม่มี signs หรือ symptoms. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

และสำหรับผู้ที่เคยเป็นหูดหงอนไก่

แม้หูดจะหายแล้ว

HPV อาจยังคงอยู่ในผิวหนังช่วงหนึ่งและยังสามารถแพร่ได้

CDC จึงระบุว่าการรักษาหูดเป็นการรักษา รอยโรคที่เห็น แต่ไม่ได้ถือว่าเป็นการกำจัด HPV ออกจากร่างกายทันที. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

นี่คือเหตุผลว่าทำไม

หูดหายแล้ว

ไม่ได้แปลว่า

ความเสี่ยงแพร่เชื้อเป็นศูนย์ทันที


HPV ติดต่อจากสารคัดหลั่งหรือจากผิวหนัง?

สำหรับ HPV สิ่งสำคัญคือ

การสัมผัสผิวหนังและเยื่อบุ

ไม่จำเป็นต้องมีการหลั่งน้ำอสุจิหรือมีสารคัดหลั่งจำนวนมากก่อนจึงจะติดต่อ

ดังนั้นแนวคิดว่า

ไม่ได้หลั่งข้างใน จึงไม่ติด HPV”

ไม่ถูกต้อง

เพราะแม้จะไม่มี ejaculation

ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศที่สัมผัสกันก็สามารถทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)


HPV ติดต่อจาก Oral Sex ได้ไหม?

สามารถเกิดได้

CDC ระบุว่า HPV สามารถติดบริเวณ

genital area

และ

throat

และการสัมผัสทางเพศเป็นช่องทางหลักของการแพร่เชื้อ. (องค์การอนามัยโลก)

BASHH ยังระบุว่า HPV subtype ที่เกี่ยวข้องกับ genital warts สามารถพบรอยโรคนอกอวัยวะเพศได้ เช่น

ริมฝีปาก

เยื่อบุช่องปาก

oropharynx

และ larynx

แม้ตำแหน่งเหล่านี้จะพบไม่บ่อยเท่าบริเวณ anogenital. (Bashh)

ดังนั้น oral sex ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยง HPV เป็นศูนย์


HPV ติดต่อจากมือได้ไหม?

การสัมผัสทางเพศโดยตรงเป็นช่องทางหลัก

BASHH 2024 ระบุว่ามีรายงาน genital lesions จากการถ่ายโอน HPV บางชนิดจาก hand warts ได้ แต่ไม่ใช่รูปแบบการแพร่หลักของ anogenital HPV. (Bashh)

ในชีวิตจริงจึงควรให้น้ำหนักกับ

genital-to-genital / skin-to-skin sexual contact

เป็นหลัก มากกว่ากังวลกับการสัมผัสมือทั่วไปทุกครั้ง


HPV ติดจากผ้าเช็ดตัว ห้องน้ำ หรือสระว่ายน้ำได้ไหม?

ข้อมูลปัจจุบันไม่สนับสนุนให้มองสิ่งเหล่านี้เป็นช่องทางหลักของ genital HPV

BASHH 2024 ระบุว่า

ไม่มีหลักฐานที่ดีสนับสนุนการแพร่ anogenital warts ผ่านสิ่งของหรือ fomites

(Bashh)

ข้อมูลผู้ป่วยของ BASHH ยังระบุว่า genital warts ไม่ได้ติดต่อจาก

การกอด

ใช้ห้องน้ำร่วมกัน

ผ้าปูที่นอน

ฝารองนั่งชักโครก

หรือ

สระว่ายน้ำ

ตามรูปแบบการใช้ชีวิตทั่วไป. (Bashh)

จึงไม่ควรทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่า

ต้องแยกของใช้ทุกอย่างในบ้าน

หรือ

ห้ามใช้ห้องน้ำร่วมกับคนอื่น

เพราะไม่ได้สอดคล้องกับช่องทางการแพร่หลักของโรค


HPV ติดง่ายแค่ไหน?

HPV เป็นการติดเชื้อทางเพศที่พบได้บ่อยมาก

WHO ระบุว่าเกือบทุกคนที่มีกิจกรรมทางเพศมีโอกาสสัมผัส HPV อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต และคนส่วนใหญ่ไม่มีอาการ. (องค์การอนามัยโลก)

แต่การมี HPV ไม่ได้หมายความว่า

ทุกคนจะเกิดหูด

BASHH 2024 ระบุจาก longitudinal studies ว่าในผู้ที่ติด HPV 6 หรือ 11 มีประมาณ 15–64% ที่พัฒนาหูดให้เห็น ขึ้นอยู่กับประชากรและการศึกษาที่ติดตาม. (Bashh)

จึงมีคนจำนวนหนึ่งที่

มี HPV

แต่

ไม่เคยมีหูดให้เห็นเลย


หลังติด HPV กี่วันถึงเป็นหูด?

HPV ไม่มี incubation period แบบสั้นและแน่นอนเหมือนโรคติดเชื้อบางชนิด

BASHH 2024 ระบุว่าช่วงเวลาตั้งแต่ genital HPV infection จนถึงการปรากฏของหูด

แตกต่างกันมาก

และงาน longitudinal บางชุดพบ median ประมาณ 3 เดือนในผู้หญิง และ 11 เดือนในผู้ชาย แต่ตัวเลขนี้ไม่ควรนำไปใช้คำนวณวันติดเชื้อของแต่ละคนโดยตรง. (Bashh)

CDC เน้นเพิ่มเติมว่า

หูดสามารถเกิดขึ้นหลายเดือนหรือหลายปีหลังได้รับ HPV

ดังนั้นไม่สามารถดูวันที่หูดเริ่มขึ้นแล้วนับย้อนกลับเพื่อบอกว่าได้รับเชื้อจากใครได้อย่างน่าเชื่อถือ. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)


ถ้าเพิ่งมีหูด แปลว่าแฟนเพิ่งนอกใจหรือไม่?

สรุปแบบนั้นไม่ได้

นี่เป็นเรื่องสำคัญมากในการให้คำปรึกษาคู่รัก

CDC ระบุว่า

ไม่สามารถระบุเวลาที่ได้รับ HPV ได้อย่างแน่นอน

และ HPV สามารถถูกตรวจพบหรือเกิดอาการหลังการรับเชื้อไปนานแล้ว. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

นอกจากนี้ partners มักมีการสัมผัส HPV ร่วมกัน แต่หูดอาจเกิดขึ้นเพียง

คนเดียว

ทั้งสองคน

หรือ

ไม่มีใครมีหูดเลย

ก็ได้. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ดังนั้น

การพบหูดหงอนไก่ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานว่าเพิ่งได้รับเชื้อหรือพิสูจน์การนอกใจได้


ถุงยางป้องกัน HPV ได้ไหม?

คำตอบที่แม่นยำที่สุดคือ

ช่วยลดความเสี่ยง แต่ป้องกันไม่ได้ทั้งหมด

CDC ระบุว่า การใช้ถุงยางอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอสามารถ ลดโอกาสได้รับและส่งต่อ HPV ได้ แต่ HPV สามารถอยู่บนผิวหนังบริเวณที่ถุงยางไม่ได้ครอบคลุม จึงไม่สามารถให้การป้องกันแบบสมบูรณ์. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

WHO ก็อธิบายในแนวทางเดียวกันว่า

Condoms help prevent HPV but do not offer total protection because they do not cover all genital skin.

(องค์การอนามัยโลก)

ดังนั้นถุงยางยังมีประโยชน์และควรใช้

แต่ไม่ควรเข้าใจว่า

ใช้ถุงยาง = HPV เป็นศูนย์”


ทำไมใส่ถุงยางแล้ว HPV ยังติดต่อได้?

ลองนึกภาพบริเวณที่ถุงยางคลุม

ถุงยางอาจคลุมผิวหนังส่วนหนึ่งของอวัยวะเพศ

แต่ผิวหนังบริเวณอื่น เช่น

โคนอวัยวะเพศ

บริเวณหัวหน่าว

ขาหนีบ

ถุงอัณฑะ

รอบปากช่องคลอด

หรือ

บริเวณรอบทวาร

อาจยังสัมผัสกันได้

ถ้าบริเวณเหล่านี้มี HPV

ก็ยังสามารถเกิด

skin-to-skin transmission

ได้

นี่คือเหตุผลหลักที่ถุงยางลดความเสี่ยงได้แต่ไม่ใช่ 100%. (องค์การอนามัยโลก)


แล้วใช้ถุงยางยังคุ้มไหม?

คุ้มและควรใช้

เพราะแม้จะป้องกัน HPV ไม่สมบูรณ์ แต่ CDC ระบุว่าการใช้ถุงยางอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอสามารถลดโอกาสของ HPV acquisition และ transmission ได้. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

และถุงยางยังมีประโยชน์ในการลดความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น เช่น

HIV

หนองใน

หนองในเทียม

และโรคอื่นที่ติดต่อผ่านสารคัดหลั่ง

ดังนั้นข้อความที่ถูกต้องไม่ใช่

ถุงยางกัน HPV ไม่ได้ จึงไม่ต้องใช้”

แต่คือ

ถุงยางลดความเสี่ยง HPV ได้ แม้ไม่สามารถป้องกันทั้งหมด และยังช่วยป้องกัน STI อื่น ๆ อีกหลายชนิด”


ถ้ามีหูดอยู่ ใช้ถุงยางแล้วมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม?

ในช่วงที่มีหูดให้เห็น

ความเสี่ยงส่งต่อ HPV ยังมีอยู่

CDC ระบุว่า HPV ที่ทำให้เกิด genital warts สามารถแพร่ให้คู่ได้ และถุงยางอาจช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่สามารถป้องกันบริเวณผิวหนังที่อยู่นอกถุงยางได้. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ข้อมูลผู้ป่วยของ BASHH แนะนำว่า หากมี active warts การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันเพิ่มโอกาสส่งต่อเชื้อ และถุงยางจะช่วยได้มากขึ้นเมื่อครอบคลุมบริเวณผิวหนังที่มีรอยโรค. (Bashh)

หากกำลังใช้ยาทาหูดบางชนิด

ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ขณะที่ยาหรือครีมยังอยู่บนผิว เพราะผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจระคายเคืองคู่สัมผัสหรือมีผลต่อวัสดุของถุงยางตามฉลากยา

จึงควรตรวจคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่จริง


หูดหายแล้ว ยังแพร่ HPV ได้ไหม?

ยังมีโอกาส

CDC ระบุว่า HPV อาจยังอยู่และสามารถแพร่ให้คู่ได้แม้หูดที่มองเห็นจะหายไปแล้ว. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถบอกเป็นจำนวนวันที่แน่นอนได้ว่า

หลังหูดหายกี่วันจึงไม่แพร่แล้ว”

เพราะ HPV clearance แตกต่างกันในแต่ละคน

WHO ระบุว่าคนส่วนใหญ่สามารถควบคุมหรือกำจัด HPV ได้เอง และในคนส่วนมากการติดเชื้อจะหายภายในประมาณ 1–2 ปี โดยไม่มีผลตามมา แต่ระยะเวลาในแต่ละคนแตกต่างกัน. (องค์การอนามัยโลก)

ดังนั้นหลังหูดหายแล้ว

ยังควรใช้

ถุงยาง

และปฏิบัติตามหลัก safer sex ต่อไป


หูดรักษาหายแล้ว HPV หายด้วยไหม?

ต้องแยกสองอย่าง

หูด

คือรอยโรคที่มองเห็น

ส่วน

HPV

คือไวรัสที่ทำให้เกิดรอยโรค

การรักษา เช่น

Imiquimod

Podophyllotoxin

Cryotherapy

Electrosurgery

Laser

หรือ TCA/TCAA

มีเป้าหมายหลักเพื่อกำจัดหูดที่เห็น

แต่ CDC ระบุชัดว่า

การรักษาหูดไม่ได้ถือว่าเป็นการรักษา HPV ในร่างกายให้หายทันที

(ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

BASHH 2024 ก็ระบุว่าไม่มี treatment เดียวที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยทุกคน และการเลือกขึ้นกับตำแหน่ง จำนวน ขนาด ความต้องการของผู้ป่วย และการตอบสนองต่อการรักษา. (Bashh)

Internal Link Recommendation:
“หูดหงอนไก่รักษาหายไหม? ทำไมรักษาแล้วกลับมาเป็นซ้ำได้”


ทำไมหูดหงอนไก่กลับมาเป็นซ้ำได้?

เพราะหลังเอาหูดออกแล้ว

HPV อาจยังคงอยู่ในผิวหนังช่วงหนึ่ง

CDC ระบุว่า genital warts มักกลับมาเป็นซ้ำ โดยเฉพาะ

ในช่วงประมาณ 3 เดือนแรกหลังการรักษา

(ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

BASHH patient information ก็อธิบายในทิศทางเดียวกันว่า recurrence ในช่วงแรกพบได้บ่อย เพราะ HPV อาจยังคงอยู่ในผิว. (Bashh)

ดังนั้นการกลับมาเป็นซ้ำ

ไม่ได้หมายความเสมอไปว่า

ได้รับเชื้อใหม่

หรือ

คู่มีเชื้อใหม่เข้ามา

อาจเป็นการกลับมาของรอยโรคจาก HPV ที่มีอยู่เดิม


ไม่รักษาหูดได้ไหม?

ในบางราย หูดสามารถ

หายเอง

คงเดิม

หรือ

เพิ่มขนาดและจำนวน

ได้

CDC ระบุว่าหากไม่รักษา genital warts อาจ resolve spontaneously, remain unchanged หรือ increase in size/number. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ดังนั้นไม่ใช่ทุกก้อนต้องได้รับการรักษาทันทีด้วยวิธีเดียวกัน

แต่ควรให้แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ประเมินก่อนว่า

เป็นหูดจริงหรือไม่

โดยเฉพาะถ้ารอยโรค

เลือดออก

เป็นแผล

มีสีผิดปกติ

แข็ง

โตเร็ว

หรือวินิจฉัยไม่ชัด

BASHH 2024 แนะนำให้พิจารณา biopsy เมื่อมี diagnostic uncertainty หรือรอยโรคมีลักษณะ atypical เช่น bleeding หรือ ulceration. (Bashh)


หูดหงอนไก่กลายเป็นมะเร็งไหม?

หูดหงอนไก่ทั่วไปส่วนใหญ่เกิดจาก

HPV 6 และ 11

ซึ่งเป็น low-risk types

CDC ระบุว่า HPV types ที่ทำให้ genital warts แตกต่างจาก HPV types ที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็ง. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

BASHH ระบุว่าประมาณ 90% ของ anogenital warts เกิดจาก HPV 6/11 และรอยโรคหูดทั่วไปจัดเป็น benign lesions. (Bashh)

อย่างไรก็ตาม คนหนึ่งสามารถมี HPV มากกว่าหนึ่งชนิดพร้อมกันได้

ดังนั้นผู้ที่มีปากมดลูกยังควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามเกณฑ์ปกติ

การมีหูดไม่ได้หมายความว่าต้องตรวจ Pap หรือ HPV บ่อยกว่าทุกคนโดยอัตโนมัติ CDC ระบุว่าผู้หญิงที่มี genital warts ไม่จำเป็นต้องตรวจ Pap บ่อยกว่าคำแนะนำมาตรฐานเพียงเพราะมีหูด. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)


วัคซีน HPV ช่วยป้องกันหูดหงอนไก่ได้ไหม?

ช่วยได้

วัคซีน HPV รุ่นที่ครอบคลุม HPV 6 และ 11 สามารถป้องกันการติดเชื้อชนิดที่เป็นสาเหตุของหูดหงอนไก่ส่วนใหญ่ได้

CDC ระบุว่าวัคซีน HPV สามารถป้องกัน genital warts ได้จำนวนมากในผู้ที่ยังไม่เคยสัมผัส HPV types ที่วัคซีนครอบคลุม. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

นอกจากนี้วัคซีนยังมีบทบาทสำคัญในการป้องกัน high-risk HPV types ที่สัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิด. (องค์การอนามัยโลก)

แต่ต้องจำว่า

HPV vaccine เป็นวัคซีนป้องกัน ไม่ใช่ยารักษาหูดหรือกำจัด HPV ที่มีอยู่แล้ว

(ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ดังนั้นคนที่เคยมี HPV หรือเคยมีหูด อาจยังได้รับประโยชน์จากวัคซีนต่อ HPV ชนิดอื่นที่ยังไม่เคยสัมผัสได้ในบางช่วงอายุ แต่ควรพิจารณาตามแนวทางวัคซีนและประวัติของแต่ละคน


มีหูดแล้วควรตรวจ HPV ไหม?

ไม่จำเป็นต้องตรวจ HPV เพื่อยืนยัน genital warts ทุกคน

CDC ระบุว่า HPV testing

ไม่ได้ใช้สำหรับวินิจฉัย genital warts

และไม่ได้แนะนำเป็น general STI test หรือใช้ตรวจ partner ของผู้ที่มี HPV แบบทั่วไป. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

การวินิจฉัยหูดส่วนใหญ่อาศัย

การตรวจลักษณะรอยโรค

และถ้าไม่ชัดเจนจึงพิจารณา biopsy หรือการประเมินเพิ่มเติม. (Bashh)

HPV tests ที่ใช้ในเวชปฏิบัติส่วนใหญ่ถูกออกแบบสำหรับ high-risk HPV ในบริบทของ cervical cancer screening มากกว่าการตรวจว่า “หูดก้อนนี้มี HPV หรือไม่”


ถ้าแฟนเป็นหูด คู่ควรตรวจ HPV หรือไม่?

CDC ระบุว่า sex partners ไม่จำเป็นต้องตรวจ HPV เพียงเพราะคู่มีหูดหงอนไก่

เพราะคู่ sexual partners มักมีโอกาสสัมผัส HPV ร่วมกันอยู่แล้ว และ HPV testing ไม่ได้ถูกแนะนำเป็น routine test สำหรับ partner ในบริบทนี้. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

อย่างไรก็ตาม คู่สามารถเข้ารับการ

ตรวจร่างกาย

และ

ตรวจ STI อื่นตามความเสี่ยง

ได้

CDC ยังแนะนำว่าผู้ที่มี genital warts อาจได้รับประโยชน์จากการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น เพราะการมี HPV ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้ออื่นพร้อมกัน. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)


คนเป็นหูดหงอนไก่ควรตรวจโรคอะไรเพิ่ม?

ขึ้นกับประวัติและความเสี่ยง แต่สามารถพิจารณาการคัดกรอง STI เช่น

HIV

ซิฟิลิส

หนองใน

หนองในเทียม

ตามพฤติกรรมและตำแหน่งสัมผัส

BASHH patient information ระบุว่าผู้ที่เป็น genital warts มักได้รับข้อเสนอให้ตรวจ STI อื่นร่วมด้วย. (Bashh)

นี่ไม่ได้หมายความว่าคนมีหูดต้องมี STI อื่น

แต่เพราะมี sexual exposure pathway ร่วมกัน


Internal Link Recommendation:
“หนองใน vs หนองในเทียม ต่างกันอย่างไร? ดูจากอาการอย่างเดียวได้ไหม”


มีหูดแล้วควรงดเพศสัมพันธ์ทั้งหมดหรือไม่?

ไม่มีตัวเลขระยะเวลาตายตัวที่ทำให้ความเสี่ยงเป็นศูนย์

แต่ในช่วงที่มี

หูดชัดเจน

แผลหลังการรักษา

หรือ

มีการใช้ยาทาบริเวณอวัยวะเพศ

การหลีกเลี่ยง sexual contact ในบริเวณนั้นจนผิวหายดีเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผล

หากมีเพศสัมพันธ์

ควรใช้ถุงยางอย่างถูกต้องทุกครั้ง โดยเข้าใจว่าช่วยลดแต่ไม่กำจัดความเสี่ยงทั้งหมด. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสรอยโรคโดยตรง และดูคำแนะนำเฉพาะของยาที่กำลังใช้ด้วย


เมื่อไรควรพบแพทย์?

ควรได้รับการประเมินหากพบ

  • ตุ่มหรือก้อนบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารที่ไม่ทราบสาเหตุ
  • หูดเพิ่มจำนวนหรือโตเร็ว
  • รอยโรคมีเลือดออก
  • มีแผลหรือ ulceration
  • ก้อนแข็ง สีผิดปกติ หรือรูปร่างไม่เหมือนหูดทั่วไป
  • หูดอยู่ภายในช่องคลอด ปากมดลูก ท่อปัสสาวะ หรือ anal canal
  • ตั้งครรภ์
  • มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • รักษาแล้วไม่ตอบสนอง
  • ไม่แน่ใจว่าเป็นหูดหงอนไก่ เริม molluscum หรือรอยโรคชนิดอื่น

BASHH 2024 แนะนำให้ biopsy เมื่อการวินิจฉัยไม่แน่นอน หรือมีลักษณะน่าสงสัย เช่น bleeding, ulceration หรือสงสัย premalignant/malignant lesion. (Bashh)


FAQ

หูดหงอนไก่เกิดจากเชื้ออะไร?

เกิดจาก HPV โดยประมาณ 90% ของ anogenital warts เกิดจาก HPV type 6 หรือ 11 ซึ่งเป็น low-risk HPV types. (Bashh)

HPV ติดต่อได้แม้ไม่มีหูดหรือไม่?

ได้ HPV สามารถแพร่จากคนที่ไม่มีอาการหรือไม่มีหูดให้เห็นได้. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ใส่ถุงยางแล้วจะไม่ติด HPV ใช่ไหม?

ไม่ใช่ ถุงยางช่วยลดความเสี่ยง แต่ HPV สามารถอยู่บนผิวหนังบริเวณที่ถุงยางไม่ได้ครอบคลุม จึงป้องกันได้ไม่ทั้งหมด. (องค์การอนามัยโลก)

หูดเพิ่งขึ้น แปลว่าเพิ่งติดเชื้อหรือไม่?

ไม่สามารถสรุปได้ หูดสามารถเกิดขึ้นหลายเดือนหรือหลายปีหลังได้รับ HPV จึงไม่สามารถใช้วันที่พบหูดบอกเวลาหรือแหล่งที่ได้รับเชื้อได้. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

หูดหายแล้ว ยังแพร่เชื้อได้ไหม?

ยังมีโอกาส เพราะ HPV อาจยังคงอยู่ในผิวหนังแม้หูดหายแล้ว และไม่มีช่วงเวลาที่สามารถระบุแน่นอนได้สำหรับทุกคนว่าเมื่อไรจะไม่แพร่เชื้ออีก. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

วัคซีน HPV รักษาหูดที่มีอยู่ได้ไหม?

ไม่ได้ วัคซีนมีหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อ HPV ชนิดที่วัคซีนครอบคลุม แต่ไม่ใช่การรักษา HPV หรือหูดที่เกิดขึ้นแล้ว. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)


Summary

หูดหงอนไก่คือโรคที่เกิดจาก

Human Papillomavirus หรือ HPV

โดยประมาณ 90% ของหูดบริเวณอวัยวะเพศและทวารเกิดจาก HPV type 6 และ 11 ซึ่งเป็น low-risk HPV และแตกต่างจาก high-risk HPV หลายชนิดที่เป็นสาเหตุของมะเร็ง. (Bashh)

HPV ติดต่อหลักผ่าน

การสัมผัสผิวหนังและเยื่อบุระหว่างกิจกรรมทางเพศ

ไม่จำเป็นต้องมี ejaculation และไม่จำเป็นต้องเห็นหูดก่อนจึงจะแพร่เชื้อ

คนที่ไม่มีอาการก็สามารถส่งต่อ HPV ได้. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ

หูดเพิ่งขึ้น เพิ่งติด HPV

เพราะ genital warts สามารถปรากฏหลังได้รับเชื้อมาหลายเดือนหรือหลายปี และไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าได้รับเชื้อเมื่อใดหรือจากใคร. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ส่วนคำถามว่า

ถุงยางป้องกัน HPV ได้แค่ไหน?”

คำตอบคือ

ช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่ป้องกัน 100%

เพราะ HPV สามารถอยู่บนบริเวณผิวหนังที่ถุงยางไม่ครอบคลุมและแพร่ผ่าน skin-to-skin contact ได้. (องค์การอนามัยโลก)

ถึงอย่างนั้น

ถุงยางยังควรใช้

เพราะช่วยลดโอกาส HPV และยังลดความเสี่ยง STI อื่นอีกหลายชนิด

การป้องกันที่ครอบคลุมจึงควรประกอบด้วย

HPV vaccination + Condom + Safer sexual behavior

โดยวัคซีนช่วยป้องกัน HPV types ที่วัคซีนครอบคลุม แต่

ไม่สามารถรักษา HPV หรือหูดที่มีอยู่แล้วได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

และหากมีหูดแล้ว การรักษาสามารถกำจัดรอยโรคที่มองเห็นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า HPV จะหายจากผิวหนังทันที จึงมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังรักษา. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)


หมายเหตุสำคัญ

หูดหงอนไก่สามารถมีลักษณะคล้ายกับรอยโรคชนิดอื่น เช่น molluscum contagiosum, anatomical variants, condylomata lata จากซิฟิลิส รวมถึงรอยโรคก่อนมะเร็งบางชนิด จึงไม่ควรวินิจฉัยจากภาพในอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว. (Bashh)

หากรอยโรคมีเลือดออก เป็นแผล แข็ง สีผิดปกติ โตเร็ว หรือรักษาแล้วไม่ตอบสนอง ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติมและอาจต้อง biopsy

การพบ HPV หรือหูดหงอนไก่ ไม่สามารถใช้ระบุได้ว่าคู่ใดเป็นผู้แพร่เชื้อหรือได้รับเชื้อเมื่อใด และไม่ควรใช้เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวในการสรุปเรื่องความสัมพันธ์. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)



เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com



References

  • British Association for Sexual Health and HIV (BASHH). Anogenital Warts 2024 Guideline. แนวทางล่าสุดเรื่องสาเหตุ ลักษณะรอยโรค การแพร่เชื้อ การวินิจฉัย และการรักษาหูดหงอนไก่ โดยระบุว่าประมาณ 90% เกิดจาก HPV 6/11 และสามารถแพร่เชื้อได้แม้ไม่มีหูดให้เห็น. (Bashh)
  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Human Papillomavirus Infection – Anogenital Warts. ข้อมูลเรื่องการรักษาหูด การกลับเป็นซ้ำ การแพร่เชื้อหลังหูดหาย และการใช้ถุงยางเพื่อลดความเสี่ยง. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
  • CDC. About Genital HPV Infection. อธิบายการแพร่ผ่าน vaginal/anal sex และ close skin-to-skin sexual contact รวมถึงข้อจำกัดของถุงยางในการป้องกัน HPV. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
  • CDC. HPV Infection – Prevention and Counseling. ระบุว่าการใช้ถุงยางอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอสามารถลดโอกาสรับและแพร่ HPV แต่ไม่สามารถป้องกันทั้งหมด. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
  • World Health Organization (WHO). Human papillomavirus and cancer. ข้อมูลภาพรวม HPV, การติดเชื้อที่พบบ่อย, การกำจัดเชื้อเองของร่างกาย, HPV-associated cancers, การป้องกันด้วยวัคซีน และข้อจำกัดของถุงยาง. (องค์การอนามัยโลก)

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี