ริดสีดวงระยะ 1–4 ต่างกันอย่างไร? มีก้อนยื่นออกมาต้องผ่าตัดไหม
ริดสีดวงภายในแบ่งเป็นระยะ 1–4 ตามระดับการยื่นออกมาของก้อน ตั้งแต่ยังไม่โผล่จนถึงยื่นออกและดันกลับไม่ได้ มีก้อนออกมาไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทุกคน รู้ว่าแต่ละระยะรักษาอย่างไร และเมื่อไรควรพบแพทย์
หลายคนเริ่มสงสัยว่าตัวเองเป็นริดสีดวงหลังเข้าห้องน้ำแล้วรู้สึกว่า
“มีก้อนยื่นออกมาตอนถ่าย”
บางคนก้อนหดกลับเข้าไปเองหลังถ่ายเสร็จ บางคนต้องใช้นิ้วดันกลับ และบางคนมีก้อนค้างอยู่ด้านนอกตลอดเวลา
คำถามที่ตามมาทันทีคือ
“ถ้ามีก้อนออกมา แปลว่าเป็นริดสีดวงระยะ 3 หรือ 4 ใช่ไหม?”
และที่กังวลมากกว่านั้นคือ
“ต้องผ่าตัดหรือยัง?”
คำตอบคือ
มีก้อนยื่นออกมา ไม่ได้หมายความว่าต้องผ่าตัดทุกคน
การตัดสินใจรักษาริดสีดวงไม่ได้ดูเพียงว่า “มีก้อนหรือไม่” แต่ต้องดูว่า ก้อนยื่นออกมาเมื่อไร กลับเข้าเองได้หรือไม่ ต้องดันกลับหรือไม่ มีเลือดออกมากแค่ไหน มีริดสีดวงภายนอกร่วมด้วยหรือไม่ และอาการกระทบชีวิตประจำวันเพียงใด
ที่สำคัญ การแบ่ง Grade 1–4 ใช้กับริดสีดวงภายใน (internal hemorrhoids) โดยพิจารณาระดับของ prolapse หรือการยื่นออกจากทวาร ไม่ได้ใช้แบ่งริดสีดวงภายนอกทุกชนิดตามระบบเดียวกัน. (FASCRS)
ก่อนเข้าใจระยะ 1–4 ต้องแยกก่อนว่า “ริดสีดวงภายใน” กับ “ภายนอก” ต่างกันอย่างไร
ริดสีดวงแบ่งกว้าง ๆ ได้เป็นสองกลุ่ม
ริดสีดวงภายใน หรือ Internal Hemorrhoids
เกิดบริเวณเยื่อบุด้านในของทวารหนักและ rectum ส่วนปลาย อาการที่พบบ่อยคือ
เลือดสดขณะถ่าย
และเมื่อโรคมากขึ้นอาจมี
ก้อนยื่นออกจากทวาร
ส่วน
ริดสีดวงภายนอก หรือ External Hemorrhoids
เกิดใต้ผิวหนังรอบปากทวาร จึงอาจรู้สึกเป็นก้อนด้านนอก มีอาการคัน ระคายเคือง หรือถ้าเกิดลิ่มเลือดอุดตันอาจกลายเป็น ก้อนเจ็บมากแบบ thrombosed external hemorrhoid
NIDDK อธิบายว่าริดสีดวงภายในเกิดในเยื่อบุทวารและ rectum ส่วนล่าง ขณะที่ริดสีดวงภายนอกเกิดใต้ผิวหนังรอบทวาร. (NIDDK)
ดังนั้นเห็นหรือคลำได้ “ก้อน” ไม่ได้หมายความว่าเป็น internal hemorrhoid grade 3 หรือ 4 เสมอไป
ริดสีดวงระยะ 1–4 แบ่งจากอะไร?
การแบ่ง Grade I–IV พิจารณาจาก ระดับการยื่นหรือ prolapse ของริดสีดวงภายใน
จำง่าย ๆ ได้ว่า
ระยะ 1 = ยังไม่ออก
ระยะ 2 = ออกแล้วกลับเอง
ระยะ 3 = ออกแล้วต้องดันกลับ
ระยะ 4 = ออกแล้วดันกลับไม่ได้
การจัดระดับนี้เป็นระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการประเมิน internal hemorrhoids และช่วยวางแนวทางรักษา. (FASCRS)

ริดสีดวงระยะ 1 เป็นอย่างไร?
Grade I Internal Hemorrhoids
ริดสีดวงยังอยู่ภายในทวาร
อาจโป่งเข้าใน anal canal แต่
ยังไม่ยื่นออกจากปากทวาร
อาการที่พบบ่อยคือ
เลือดสดหลังถ่าย
เช่น
เลือดติดกระดาษชำระ
เลือดหยดลงโถ
หรือเลือดเคลือบผิวอุจจาระ
บางคนอาจรู้สึกคันหรือระคายเคือง แต่ไม่มี “ก้อนหลุดออกมา”
ASCRS ระบุว่าอาการเด่นของ internal hemorrhoids คือ painless bleeding with bowel movements และผู้ป่วยบางรายอาจมี tissue protrusion เมื่อมี prolapse มากขึ้น. (ASCRS U)
ระยะ 1 ต้องผ่าตัดไหม?
โดยทั่วไป ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการผ่าตัด
แนวทางแรกมักเน้น
เพิ่มใยอาหาร
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ลดการเบ่ง
ไม่ใช้เวลานั่งบนโถนาน
และรักษาอาการตามความเหมาะสม
ASCRS 2024 แนะนำให้การปรับอาหารและพฤติกรรมเป็น first-line therapy สำหรับ symptomatic hemorrhoidal disease. (GuidelineCentral)
หากยังมีเลือดออกหรืออาการรบกวนแม้ดูแลเต็มที่แล้ว อาจพิจารณาหัตถการในคลินิก เช่น rubber band ligation, sclerotherapy หรือ infrared coagulation โดยไม่จำเป็นต้องเป็นการผ่าตัดใหญ่. (FASCRS)
ริดสีดวงระยะ 2 เป็นอย่างไร?
Grade II Internal Hemorrhoids
ช่วงถ่ายอุจจาระหรือเบ่ง
ก้อนริดสีดวงจะ
ยื่นออกมาจากทวาร
แต่หลังหยุดเบ่งหรือถ่ายเสร็จ
ก้อนสามารถกลับเข้าไปเองได้
นี่คือจุดที่หลายคนเริ่มสังเกตว่า
“เหมือนมีอะไรโผล่ออกมาตอนถ่าย แต่พอลุกจากห้องน้ำแล้วก้อนหายไป”
ลักษณะนี้เข้ากับ Grade II มากกว่า Grade III
ตามการแบ่งมาตรฐาน Grade II คือ hemorrhoids ที่ prolapse ระหว่างการถ่ายแล้ว spontaneously reduce หรือกลับเข้าเอง. (FASCRS)
ระยะ 2 ต้องผ่าตัดไหม?
ส่วนใหญ่ ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
ถ้าอาการไม่มาก อาจเริ่มจากการแก้ท้องผูก ลดการเบ่ง และดูแลอาการ
ถ้ายังมีเลือดออกหรือ prolapse รบกวนชีวิตหลัง conservative treatment แล้ว ASCRS ระบุว่า Grade I–II ส่วนใหญ่สามารถรักษาด้วย office-based procedures ได้ และ rubber band ligation ถือเป็นหัตถการในคลินิกที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดชนิดหนึ่ง. (FASCRS)
ดังนั้น
มีก้อนออกมาตอนถ่าย แต่กลับเองได้ ไม่ได้เท่ากับต้องผ่าตัด
ริดสีดวงระยะ 3 เป็นอย่างไร?
Grade III Internal Hemorrhoids
ก้อนยื่นออกจากทวารในช่วงถ่ายหรือออกแรง
แต่ต่างจาก Grade II ตรงที่
ก้อนไม่กลับเข้าเอง
ผู้ป่วยต้อง
ใช้นิ้วดันกลับเข้าไป
จึงเรียกว่า prolapse ที่ต้อง manual reduction. (FASCRS)
บางคนเริ่มจากก้อนที่เคยกลับเองได้หลายปี
แต่ภายหลังพบว่า
ออกมาบ่อยขึ้น
ค้างนานขึ้น
และสุดท้ายต้องดันกลับ
นี่คือรูปแบบที่พบได้เมื่อ prolapse มากขึ้น
ระยะ 3 ต้องผ่าตัดแน่นอนหรือไม่?
ไม่จำเป็นทุกคน
นี่เป็นประเด็นที่คนมักเข้าใจผิดมากที่สุด
ASCRS 2024 ระบุว่าแม้ Grade III จะเป็นระยะที่มากขึ้น แต่ ผู้ป่วยบางรายที่เป็น Grade III ยังสามารถรักษาด้วย office-based procedures ได้ โดยเฉพาะหลัง conservative treatment ไม่เพียงพอ และ rubber band ligation เป็นตัวเลือกสำคัญ. (FASCRS)
ดังนั้นผู้ที่
ก้อนต้องดันกลับ
ไม่ได้หมายความว่า
“ต้องเข้าห้องผ่าตัดทันที”
แพทย์จะดูเพิ่มเติมว่า
ก้อนใหญ่แค่ไหน
เป็น internal อย่างเดียวหรือมี external component ร่วม
เลือดออกบ่อยหรือไม่
เคยทำ banding แล้วกลับมาเป็นหรือไม่
กระทบการใช้ชีวิตมากแค่ไหน
และ
มีริดสีดวงหลายตำแหน่งหรือไม่
อย่างไรก็ตาม หากเป็น Grade III ที่มี external hemorrhoids ร่วมอย่างเด่นชัด หรืออาการมากและไม่ตอบสนองต่อวิธีอื่น การผ่าตัดจะถูกพิจารณามากขึ้น. (ASCRS U)
ริดสีดวงระยะ 4 เป็นอย่างไร?
Grade IV Internal Hemorrhoids
เป็นระยะที่ prolapse มากที่สุดในระบบ Grade I–IV
ก้อนจะ
ยื่นค้างอยู่ด้านนอก
และ
ไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้
ASCRS textbook และแนวทาง clinical pathway อธิบาย Grade IV ว่าเป็น hemorrhoids ที่ prolapsed and irreducible. (FASCRS)
ผู้ป่วยอาจมี
ความรู้สึกมีก้อนค้างตลอด
เปื้อนเมือก
ทำความสะอาดยาก
คันหรือระคายเคือง
เลือดออก
หรือมี external hemorrhoidal component ร่วมด้วย
บางกรณีอาจบวมมากและเจ็บ หากเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น strangulation หรือ thrombosis
ระยะ 4 ต้องผ่าตัดไหม?
Grade IV เป็นกลุ่มที่ มีโอกาสต้องใช้การรักษาแบบผ่าตัดมากกว่าระยะอื่น
โดยเฉพาะเมื่อมีอาการชัดเจน
ASCRS 2024 แนะนำว่า excisional hemorrhoidectomy ควรถูกเสนอให้ผู้ป่วยที่เหมาะสมซึ่งมี external hemorrhoids หรือมี symptomatic combined internal and external hemorrhoids ระดับ Grade III–IV. (ASCRS U)
แต่คำว่า “Grade IV” ไม่ได้หมายความว่า
ทุกคนต้องได้รับการผ่าตัดแบบเดียวกัน
แพทย์ยังต้องประเมิน
ลักษณะก้อน
internal/external component
ภาวะแทรกซ้อน
สุขภาพโดยรวม
และเลือกวิธีที่เหมาะสม
ดังนั้นประโยคที่แม่นยำกว่าคือ
Grade IV มักเป็นระยะที่ควรประเมินโดยศัลยแพทย์ และมีโอกาสต้องใช้การผ่าตัดสูง แต่แผนรักษายังต้องเลือกเป็นรายคน

สรุปริดสีดวงระยะ 1–4 แบบจำง่าย
ถ้าต้องการจำโดยไม่ใช้ศัพท์แพทย์เยอะ
ให้จำว่า
ระยะ 1 — ไม่มีอะไรออกมา
ระยะ 2 — ออกมา แล้วกลับเอง
ระยะ 3 — ออกมา ต้องดันกลับ
ระยะ 4 — ออกมา และดันกลับไม่ได้
ระบบนี้สะท้อน ระดับของ prolapse ไม่ได้สะท้อนระดับความเจ็บปวดโดยตรง. (FASCRS)
คนเป็น Grade I อาจมีเลือดออกมากจนรบกวนชีวิต
ขณะที่บางคน Grade III อาจมีก้อนออกแต่แทบไม่เจ็บ
ดังนั้น
“ระยะสูงกว่า = ต้องเจ็บกว่าเสมอ”
ไม่ถูกต้อง
มีก้อนยื่นออกมา แปลว่าอย่างน้อยระยะ 2 ใช่ไหม?
หากได้รับการยืนยันว่าเป็น internal hemorrhoid ที่ prolapse จริง
การมีก้อนยื่นออกมาจะเริ่มตั้งแต่ Grade II ขึ้นไป
แต่ปัญหาคือ
ก้อนที่ปากทวารไม่ได้เป็นริดสีดวงภายในที่ prolapse ทุกก้อน
อาจเป็น
external hemorrhoid
thrombosed external hemorrhoid
skin tag
rectal prolapse
หรือรอยโรคชนิดอื่น
NIDDK ระบุว่าการวินิจฉัยริดสีดวงภายในอาจต้องอาศัยประวัติ การตรวจรอบทวาร digital rectal examination และในบางรายใช้ anoscopy เพื่อดูภายใน. (NIDDK)
ดังนั้นการคลำเจอก้อนแล้วให้ตัวเองเป็น
“ริดสีดวงระยะ 4”
จากภาพอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียวอาจผิดได้
ก้อนที่ยื่นออกมาแล้วดันกลับได้ ต้องผ่าตัดไหม?
ถ้าก้อนได้รับการยืนยันว่าเป็น Grade III internal hemorrhoid
ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกกรณี
ASCRS ระบุว่า select Grade III hemorrhoids ที่ยังมีอาการหลัง conservative treatment สามารถรักษาด้วย office-based procedures ได้. (FASCRS)
ตัวอย่างที่ใช้กันบ่อยคือ
Rubber Band Ligation หรือการรัดยาง
แพทย์จะวางยางบริเวณฐานของ internal hemorrhoid เหนือ dentate line ทำให้เลือดไปเลี้ยงลดลง เนื้อเยื่อริดสีดวงยุบและเกิดแผลเป็นช่วยยึด mucosa ลด prolapse. (NIDDK)
จึงมีผู้ป่วย Grade III บางรายที่ยังไม่ต้องไปถึง hemorrhoidectomy
การรัดยางถือว่าเป็นผ่าตัดไหม?
โดยทั่วไป rubber band ligation จัดเป็น office-based procedure หรือหัตถการในคลินิก ไม่ใช่การผ่าตัดเอาริดสีดวงออกแบบ hemorrhoidectomy
มักทำโดยไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัดใหญ่และผู้ป่วยกลับบ้านได้หลังทำ
NIDDK ระบุว่าการรัดยางเป็นหนึ่งใน office treatments สำหรับ internal hemorrhoids ที่มีเลือดออกหรือ prolapse. (NIDDK)
อย่างไรก็ตาม
ไม่ควรใช้ยางรัดก้อนเอง
เพราะตำแหน่งที่รัดมีความสำคัญ และต้องแยก internal hemorrhoid ออกจาก external hemorrhoid ก่อน
NIDDK ระบุชัดว่าการรัดยางควรทำโดยแพทย์เท่านั้น. (NIDDK)
ถ้าต้องผ่าตัด มีวิธีอะไรบ้าง?
คำว่า
“ผ่าริดสีดวง”
ไม่ได้หมายถึงเทคนิคเดียว
วิธีรักษาที่ใช้ในปัจจุบันอาจรวมถึง
Excisional Hemorrhoidectomy
เป็นการตัดริดสีดวงออก และเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะ symptomatic external hemorrhoids หรือ combined internal/external Grade III–IV ในผู้ป่วยที่เหมาะสม. (ASCRS U)
Hemorrhoidal Artery Ligation หรือ HAL
ใช้การผูกหลอดเลือดที่เลี้ยงริดสีดวง และบางกรณีทำร่วมกับ mucopexy เพื่อจัดการ prolapse
ASCRS ระบุว่า HAL สามารถใช้กับ internal hemorrhoids และอาจเจ็บน้อยกว่า excisional hemorrhoidectomy แต่มีโอกาสกลับเป็นซ้ำสูงกว่า. (ASCRS U)
นอกจากนี้ NHS ยังระบุวิธีผ่าตัด เช่น hemorrhoidectomy, stapled haemorrhoidopexy และ haemorrhoidal artery ligation แต่การเลือกวิธีขึ้นกับลักษณะโรคและผู้ป่วยแต่ละราย. (nhs.uk)
ยากิน ยาทา หรือยาเหน็บ ทำให้ก้อนระยะ 3–4 หายกลับเข้าไปถาวรได้ไหม?
ยามีบทบาทสำคัญในการ
ลดอาการ
เช่น
เลือดออก
คัน
บวม
ระคายเคือง
และช่วยให้ช่วงอาการกำเริบดีขึ้น
แต่ต้องเข้าใจข้อจำกัดว่า
ยามักไม่ได้แก้ prolapse เชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นมากแล้วให้หายถาวร
โดยเฉพาะ Grade III–IV ที่เนื้อเยื่อยื่นออกชัดเจน
ASCRS ระบุว่าการรักษาด้วยยาสำหรับ hemorrhoids มี potential for symptomatic relief ขณะที่ผู้ป่วย Grade I–II และ selected Grade III ที่ยังมีอาการอาจต้องใช้ office procedures และ symptomatic combined Grade III–IV อาจเหมาะกับ excisional surgery. (GuidelineCentral)
จึงควรแยกให้ชัดระหว่าง
“ยา ทำให้อาการดีขึ้น”
กับ
“หัตถการ แก้ prolapse”
Internal Link Recommendation:
“ยารักษาริดสีดวงมีอะไรบ้าง? ยากิน ยาทา และยาเหน็บต่างกันอย่างไร”
Diosmin และ Hesperidin ช่วยในระยะไหน?
กลุ่ม phlebotonics หรือ flavonoids เช่น Diosmin/Hesperidin มีหลักฐานว่าช่วยบรรเทาอาการของ hemorrhoidal disease บางส่วน โดยเฉพาะ
เลือดออก
คัน
discharge
และอาการโดยรวม
แต่ยาไม่ได้หมายถึงการทำให้ Grade III หรือ IV ที่ prolapse มากกลับเป็น Grade I อย่างถาวร
ดังนั้นในคนที่มี
ก้อนต้องดันกลับทุกครั้ง
หรือ
ก้อนค้างด้านนอก
ยาอาจมีบทบาทด้านอาการ แต่ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการเลื่อนการประเมินโครงสร้างของริดสีดวงออกไปเรื่อย ๆ
Internal Link Recommendation:
“Diosmin และ Hesperidin ช่วยรักษาริดสีดวงได้อย่างไร?”
ถ้ามีก้อนออกมา แต่ไม่มีเลือด ไม่เจ็บ ต้องรักษาไหม?
ขึ้นอยู่กับว่าก้อนนั้นรบกวนชีวิตหรือไม่
หากเป็น prolapse เล็กน้อยและ
กลับเข้าเอง
ไม่เปื้อน
ไม่คัน
ไม่เลือดออก
ไม่รบกวนการทำความสะอาด
แพทย์อาจเริ่มจาก conservative management และติดตามอาการ
แต่หากก้อนทำให้
ต้องดันกลับทุกครั้ง
เปื้อนเมือกหรืออุจจาระ
ทำความสะอาดยาก
เลือดออกซ้ำ
หรือ
รบกวนชีวิตประจำวัน
การรักษาด้วยหัตถการจะมีน้ำหนักมากขึ้น
NHS ระบุว่าหาก home treatment ไม่ช่วย อาจพิจารณาการรักษาในโรงพยาบาลด้วย banding, sclerotherapy, electrotherapy หรือ infrared coagulation และถ้าริดสีดวงมีขนาดใหญ่หรือวิธีเหล่านี้ไม่ได้ผล อาจต้องพิจารณาการผ่าตัด. (nhs.uk)
ถ้ามีก้อนออกมาแล้วเจ็บมาก เป็นระยะ 4 ใช่ไหม?
ไม่จำเป็น
ความเจ็บมากไม่ได้ใช้แบ่ง Grade I–IV
ตัวอย่างสำคัญคือ
Thrombosed External Hemorrhoid
ซึ่งอาจเป็นก้อนบริเวณปากทวาร
แข็ง
บวม
เจ็บมาก
และดันกลับไม่ได้
แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็น Grade IV internal hemorrhoid
ASCRS ระบุว่า thrombosed external hemorrhoids มักเป็น painful, nonreducible lump at the anal verge และผู้ป่วยบางรายอาจได้ประโยชน์จาก early surgical excision. (ASCRS U)
ดังนั้น
“ดันกลับไม่ได้ + เจ็บมาก” ไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นริดสีดวงระยะ 4
ต้องดูว่าก้อนมาจาก internal prolapse หรือ external thrombosis
ริดสีดวงกับไส้ตรงยื่นต่างกันอย่างไร?
อีกภาวะที่อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นริดสีดวงระยะ 4 คือ
Rectal Prolapse หรือไส้ตรงยื่น
ซึ่งเกิดจาก rectum เลื่อนลงและยื่นผ่านทวาร
NIDDK ระบุว่า rectal prolapse สามารถเห็นเป็นก้อนหรือเนื้อเยื่อสีแดงยื่นออกจาก anus และในบางรายเมื่อเป็นมากขึ้นอาจไม่กลับเข้าเอง. (NIDDK)
การรักษา rectal prolapse แตกต่างจาก hemorrhoids อย่างมาก และในผู้ใหญ่มักต้องใช้การผ่าตัด
ดังนั้นหากมีก้อนขนาดใหญ่ยื่นออกมา
โดยเฉพาะ
ยื่นเป็นวงกว้าง
มีเมือกมาก
กลั้นอุจจาระผิดปกติ
หรือไม่แน่ใจว่าเป็นริดสีดวงหรือ rectal prolapse
ควรตรวจโดยแพทย์

ถ่ายเป็นเลือดเพราะริดสีดวงแน่นอนหรือไม่?
ไม่ควรสรุปแบบนั้น
แม้ painless bright-red rectal bleeding เป็นอาการที่พบบ่อยของ internal hemorrhoids แต่เลือดออกทางทวารสามารถเกิดจากโรคอื่นได้
ASCRS 2024 เน้นว่า
ไม่ควรเหมารวม rectal bleeding ว่าเกิดจาก hemorrhoids โดยอัตโนมัติ
และผู้ป่วยบางกลุ่มควรได้รับการตรวจลำไส้เพิ่มเติมตามอายุ อาการ ประวัติ และปัจจัยเสี่ยง. (ASCRS U)
โดยเฉพาะหากมี
- เลือดออกซ้ำต่อเนื่อง
- อุจจาระเปลี่ยนลักษณะ
- น้ำหนักลดผิดปกติ
- ซีด
- ปวดท้อง
หรือมีประวัติครอบครัวเกี่ยวกับมะเร็งลำไส้
ไม่ควรซื้อยาริดสีดวงใช้ต่อไปโดยไม่ประเมินสาเหตุอื่น
Internal Link Recommendation:
“เป็นริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด อันตรายไหม? เมื่อไรควรพบแพทย์”
ถ้าริดสีดวงยังไม่รุนแรง ป้องกันไม่ให้ระยะมากขึ้นได้อย่างไร?
พื้นฐานสำคัญที่สุดคือ
ทำให้อุจจาระนิ่มและลดแรงเบ่ง
NIDDK และ ASCRS แนะนำแนวทางหลัก ได้แก่
เพิ่มอาหารที่มีกากใย
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ไม่เบ่งขณะถ่าย
ไม่ใช้เวลานั่งบนโถนานเกินไป
และแก้ปัญหาท้องผูกอย่างเหมาะสม. (NIDDK)
เพราะแรงดันและพฤติกรรมการถ่ายที่ไม่เหมาะสมมีส่วนทำให้อาการ hemorrhoidal disease กำเริบ
แต่หากมีก้อน prolapse มากแล้ว การปรับพฤติกรรมอาจช่วยลดอาการและการกำเริบ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะทำให้ prolapse ที่เกิดขึ้นแล้วหายกลับไปถาวร
เมื่อไรควรไปพบแพทย์ ไม่ควรรักษาเองต่อ?
ควรได้รับการประเมินหาก
- มีก้อนยื่นออกมาและต้องดันกลับเป็นประจำ
- ก้อนดันกลับไม่ได้
- เลือดออกบ่อยหรือเพิ่มขึ้น
- มีอาการปวดมาก
- ก้อนบวมแข็งและเจ็บเฉียบพลัน
- มีหนอง ไข้ หรือรู้สึกไม่สบาย
- รักษาเองแล้วไม่ดีขึ้น
- ไม่แน่ใจว่าก้อนเป็นริดสีดวงหรือโรคอื่น
- มีน้ำหนักลด ซีด หรือการขับถ่ายเปลี่ยนผิดปกติ
NHS แนะนำให้เข้ารับการรักษาฉุกเฉินหาก เลือดออกไม่หยุด มีเลือดจำนวนมากหรือก้อนเลือดใหญ่ หรือมีอาการปวดรุนแรง. (nhs.uk)
หากเป็นก้อนที่ยื่นออกและไม่สามารถดันกลับได้ โดยเฉพาะมีอาการบวมและปวดมาก ก็ควรได้รับการประเมินอย่างรวดเร็ว เพราะอาจไม่ใช่ hemorrhoidal prolapse ธรรมดา
FAQ
ริดสีดวงระยะ 1 เป็นอย่างไร?
Grade I เป็น ริดสีดวงภายในที่ยังไม่ยื่นออกจากทวาร อาจมีเลือดสดเวลาถ่ายได้ แต่ไม่มี prolapse ออกมาด้านนอก. (FASCRS)
ริดสีดวงระยะ 2 ต้องผ่าตัดไหม?
โดยทั่วไป ไม่จำเป็น ถ้าการปรับพฤติกรรมและการรักษาอาการไม่เพียงพอ สามารถพิจารณา office procedure เช่น rubber band ligation ได้. (FASCRS)
ริดสีดวงระยะ 3 ต้องผ่าตัดทุกคนไหม?
ไม่ทุกคน Grade III บางรายสามารถรักษาด้วย office-based procedure ได้ แต่ถ้ามีก้อนใหญ่ มี external component ร่วม หรือรักษาวิธีอื่นไม่สำเร็จ การผ่าตัดจะถูกพิจารณามากขึ้น. (ASCRS U)
ริดสีดวงระยะ 4 คืออะไร?
เป็น internal hemorrhoid ที่ ยื่นออกและไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ เป็นกลุ่มที่มีโอกาสต้องได้รับการประเมินเพื่อการผ่าตัดมากขึ้น. (FASCRS)
มีก้อนยื่นออกมาต้องผ่าตัดไหม?
ไม่เสมอไป หากก้อนกลับเข้าเองอาจเป็น Grade II และถ้าต้องดันกลับอาจเป็น Grade III ซึ่งบางรายรักษาด้วย banding หรือหัตถการอื่นได้ การผ่าตัดมักพิจารณามากขึ้นใน symptomatic Grade III–IV โดยเฉพาะเมื่อมี external hemorrhoids ร่วม. (FASCRS)
Summary
ริดสีดวง Grade 1–4 เป็นการแบ่งระดับของ ริดสีดวงภายในตามการยื่นหรือ prolapse
จำได้ง่ายที่สุดว่า
Grade 1 — ไม่ยื่นออก
Grade 2 — ยื่นออกตอนถ่าย แต่กลับเข้าเอง
Grade 3 — ยื่นออกและต้องใช้นิ้วดันกลับ
Grade 4 — ยื่นออกและดันกลับไม่ได้
(FASCRS)
แต่สิ่งสำคัญคือ
“มีก้อนยื่นออกมา” ไม่ได้แปลว่า “ต้องผ่าตัด”
Grade II ส่วนใหญ่และ Grade III บางรายสามารถใช้การรักษาแบบไม่ผ่าตัดใหญ่ เช่น rubber band ligation หลังการรักษาแบบ conservative ไม่เพียงพอ โดย ASCRS 2024 จัด banding เป็น office-based treatment ที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับ internal hemorrhoids ที่เหมาะสม. (FASCRS)
การผ่าตัดแบบ excisional hemorrhoidectomy จะถูกพิจารณามากขึ้นในผู้ป่วยที่มี
external hemorrhoids ที่มีอาการ
หรือ
combined internal + external hemorrhoids ระยะ III–IV
โดยเฉพาะเมื่อมี prolapse มาก อาการรบกวน หรือรักษาวิธีอื่นไม่สำเร็จ. (ASCRS U)
ดังนั้นสิ่งที่ควรถามไม่ใช่เพียง
“ฉันเป็นระยะเท่าไร?”
แต่ควรถามต่อว่า
ก้อนกลับเองไหม? ต้องดันไหม? มีเลือดออกหรือไม่? มี external hemorrhoid ร่วมไหม? และอาการรบกวนชีวิตมากแค่ไหน?
เพราะทั้งหมดนี้มีผลต่อการเลือกการรักษา
และอีกประเด็นที่สำคัญมากคือ
ก้อนที่ยื่นจากทวารไม่ได้เป็นริดสีดวงเสมอไป
อาจเป็น external hemorrhoid, thrombosed hemorrhoid หรือ rectal prolapse จึงควรตรวจให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจรักษาหรือคิดว่าตัวเองต้องผ่าตัด. (ASCRS U)

หมายเหตุสำคัญ
การแบ่ง Grade I–IV ใช้กับ internal hemorrhoids ตามระดับ prolapse ไม่ควรนำไปใช้จัดระยะของก้อนทุกชนิดที่พบรอบทวาร
ก้อนบริเวณทวารอาจเกิดจาก external hemorrhoid, thrombosed external hemorrhoid, skin tag, rectal prolapse หรือโรคอื่น จึงควรได้รับการตรวจหากลักษณะไม่ชัดเจน
นอกจากนี้ เลือดออกทางทวารไม่ควรถูกสรุปว่าเกิดจากริดสีดวงเสมอ โดยเฉพาะหากเลือดออกต่อเนื่อง ปริมาณมาก มีภาวะซีด น้ำหนักลด การขับถ่ายเปลี่ยน หรือมีปัจจัยเสี่ยงโรคลำไส้ ควรประเมินหาสาเหตุอื่นร่วมด้วย. (ASCRS U)
หากเลือดออกไม่หยุด มีเลือดจำนวนมากหรือก้อนเลือดใหญ่ หรือมีอาการปวดรุนแรง ควรเข้ารับการประเมินเร่งด่วน. (nhs.uk)
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com
References
- American Society of Colon and Rectal Surgeons (ASCRS). Clinical Practice Guidelines for the Management of Hemorrhoids, 2024. แนวทางการประเมิน การรักษาแบบ conservative, office procedures, rubber band ligation และข้อบ่งชี้ของ excisional hemorrhoidectomy ใน symptomatic Grade III–IV. (ASCRS U)
- Hawkins AT, et al. The American Society of Colon and Rectal Surgeons Clinical Practice Guidelines for the Management of Hemorrhoids. Diseases of the Colon & Rectum. 2024;67(5):614–623. (PubMed)
- NIDDK. Treatment of Hemorrhoids. ข้อมูลการดูแลด้วยอาหารและพฤติกรรม การรัดยาง sclerotherapy, infrared coagulation และ hemorrhoidectomy. (NIDDK)
- NIDDK. Hemorrhoids: Definition & Facts. ข้อมูลความแตกต่างระหว่าง internal และ external hemorrhoids รวมถึงภาวะแทรกซ้อน. (NIDDK)
- NIDDK. Diagnosis of Hemorrhoids. การตรวจรอบทวาร digital rectal examination และ anoscopy เพื่อช่วยแยกโรค. (NIDDK)
- NHS. Piles (haemorrhoids). ทบทวนเมษายน 2026 — การรักษาแบบไม่ผ่าตัด การผ่าตัด และสัญญาณที่ควรรับการรักษาเร่งด่วน. (nhs.uk)
- NIDDK. Rectal Prolapse. ข้อมูลก้อนจาก rectal prolapse ซึ่งอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นริดสีดวง prolapse. (NIDDK)






