โรคริดสีดวงทวารสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตามความรุนแรงของอาการ ตั้งแต่ระยะที่มีเพียงเลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ ไปจนถึงระยะที่ก้อนริดสีดวงยื่นออกมาตลอดเวลาและดันกลับไม่ได้ การทราบระยะของโรคช่วยให้เลือกแนวทางการรักษาได้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรม การใช้ยา การทำหัตถการ หรือการผ่าตัด หากมีเลือดออก ก้อนยื่น หรือปวดมาก ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

ริดสีดวงมีกี่ระยะ?
โรคริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) เป็นโรคที่พบได้บ่อย และสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการท้องผูก เบ่งอุจจาระเป็นประจำ นั่งทำงานเป็นเวลานาน หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ
หลายคนเข้าใจว่าเมื่อเป็นริดสีดวงแล้วจะต้องผ่าตัดเสมอ แต่ในความเป็นจริง โรคริดสีดวงแบ่งออกเป็น 4 ระยะ และแต่ละระยะมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
การทราบว่าตนเองอยู่ในระยะใด จะช่วยให้เลือกการรักษาได้เหมาะสม และลดโอกาสที่โรคจะลุกลามจนต้องทำหัตถการหรือผ่าตัด
ทำไมต้องรู้ว่าริดสีดวงอยู่ระยะไหน?
ระยะของโรคเป็นปัจจัยสำคัญที่แพทย์ใช้ในการวางแผนการรักษา เพราะผู้ป่วยแต่ละรายมีอาการแตกต่างกัน
การประเมินระยะของโรคช่วยให้
- เลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
- ลดการใช้ยาที่ไม่จำเป็น
- ประเมินความจำเป็นในการทำหัตถการหรือผ่าตัด
- ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
- วางแผนป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
โดยทั่วไป ริดสีดวงภายในจะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตามลักษณะของก้อนริดสีดวงและอาการที่เกิดขึ้น
ระยะที่ 1 : มีเลือดออก แต่ก้อนไม่ยื่นออกมา
ริดสีดวงระยะที่ 1 เป็นระยะเริ่มต้น หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักเริ่มโป่งพอง แต่ก้อนริดสีดวงยังอยู่ภายในคลองทวารหนัก
อาการที่พบ
- 🩸 มีเลือดสีแดงสดขณะถ่ายอุจจาระ
- 🚽 เลือดติดกระดาษชำระหรือหยดลงโถสุขภัณฑ์
- 😌 ส่วนใหญ่มักไม่เจ็บ
- 🔴 ยังไม่มีก้อนยื่นออกมาภายนอก
ผู้ป่วยหลายรายอาจไม่ทราบว่าตนเองเป็นริดสีดวง เพราะไม่มีอาการปวด ทำให้ละเลยการรักษา

ระยะที่ 2 : ก้อนยื่นขณะถ่าย และหดกลับเอง
เมื่อโรคดำเนินต่อไป ก้อนริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ แต่สามารถหดกลับเข้าไปเองได้เมื่อถ่ายเสร็จ
อาการที่พบ
- 🩸 เลือดออกขณะถ่าย
- 🔴 ก้อนยื่นออกมาชั่วคราว
- ↩️ ก้อนหดกลับเองได้
- 😣 อาจเริ่มรู้สึกระคายเคืองหรือไม่สบายบริเวณทวารหนัก
ผู้ป่วยหลายรายเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในระยะนี้ และมักเป็นช่วงที่เข้ารับการรักษา
ระยะที่ 3 : ก้อนยื่นออกมา และต้องใช้นิ้วดันกลับ
ริดสีดวงระยะที่ 3 เป็นระยะที่ก้อนริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น จนไม่สามารถหดกลับเข้าไปเองหลังถ่ายอุจจาระ ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้นิ้วดันก้อนกลับเข้าไปในทวารหนัก
อาการในระยะนี้มักส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น และควรได้รับการประเมินจากแพทย์
อาการที่พบ
- 🩸 มีเลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ
- 🔴 ก้อนยื่นออกมาหลังถ่าย
- ✋ ต้องใช้นิ้วดันก้อนกลับ
- 😣 ปวดหรือระคายเคืองมากขึ้น
- 🚶 อาจรู้สึกไม่สบายเวลานั่งหรือเดินนาน ๆ
ผู้ป่วยบางรายอาจเข้าใจผิดว่าเมื่อดันก้อนกลับได้ แสดงว่าอาการไม่รุนแรง แต่ความจริงแล้วริดสีดวงระยะที่ 3 มีโอกาสกำเริบซ้ำ และอาจลุกลามเป็นระยะที่ 4 หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
ระยะที่ 4 : ก้อนยื่นออกมาตลอดเวลา ดันกลับไม่ได้
ริดสีดวงระยะที่ 4 ถือเป็นระยะที่มีความรุนแรงมากที่สุด ก้อนริดสีดวงยื่นออกมาภายนอกตลอดเวลา และไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้
ผู้ป่วยมักมีอาการปวด บวม และระคายเคืองอย่างชัดเจน บางรายอาจเกิดลิ่มเลือดภายในก้อนริดสีดวง หรือเกิดการอักเสบร่วมด้วย
อาการที่พบ
- 🔴 ก้อนยื่นตลอดเวลา
- ❌ ดันกลับไม่ได้
- 🔥 ปวดมาก
- 🩸 อาจมีเลือดออก
- 😣 นั่งหรือเดินลำบาก
- 🧼 ดูแลความสะอาดได้ยากขึ้น
ผู้ป่วยที่มีอาการในระยะนี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ เพื่อพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงการทำหัตถการหรือการผ่าตัด

แต่ละระยะรักษาเหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน
แม้ว่าผู้ป่วยทุกระยะจะได้รับคำแนะนำให้ปรับพฤติกรรม เช่น เพิ่มใยอาหาร ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการเบ่งอุจจาระ แต่แนวทางการรักษาเฉพาะจะแตกต่างกันตามความรุนแรงของโรค
โดยทั่วไป
ระยะที่ 1
- ปรับพฤติกรรม
- ใช้ยาตามอาการ
- ติดตามอาการ
ระยะที่ 2
- ปรับพฤติกรรม
- ใช้ยา
- หากอาการไม่ดีขึ้น อาจพิจารณาหัตถการ
ระยะที่ 3
- ใช้ยาร่วมกับการประเมินเพื่อทำหัตถการในผู้ป่วยหลายราย
- หากก้อนยื่นบ่อยหรือรบกวนการใช้ชีวิต อาจต้องรักษาเพิ่มเติม
ระยะที่ 4
- ประเมินโดยแพทย์
- อาจพิจารณาการผ่าตัดหรือแนวทางรักษาอื่นที่เหมาะสม
การรักษาจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ไม่ใช่ทุกคนในระยะเดียวกันจะได้รับการรักษาแบบเดียวกัน
การรักษาตั้งแต่ระยะแรก มีข้อดีอย่างไร?
ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะรอจนกว่าจะมีอาการมากจึงเข้ารับการรักษา แต่ในความเป็นจริง การดูแลตั้งแต่ระยะแรกมีข้อดีหลายประการ ได้แก่
- ช่วยบรรเทาอาการได้เร็วขึ้น
- ลดโอกาสที่โรคจะลุกลาม
- ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน
- ลดโอกาสที่ต้องทำหัตถการหรือผ่าตัด
- ช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเร็วขึ้น
หากเริ่มมีอาการ เช่น เลือดออกขณะถ่าย มีก้อนยื่น หรือรู้สึกผิดปกติบริเวณทวารหนัก ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ริดสีดวงทุกระยะต้องผ่าตัดหรือไม่?
ไม่จำเป็น ผู้ป่วยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะริดสีดวงระยะที่ 1 และระยะที่ 2 สามารถรักษาได้ด้วยการปรับพฤติกรรมร่วมกับการใช้ยา หากได้รับการดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อาการมักดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
ส่วนการทำหัตถการหรือการผ่าตัด มักพิจารณาในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น
ระยะที่ 2 กับระยะที่ 3 ต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างสำคัญคือ การหดกลับของก้อนริดสีดวง
- ระยะที่ 2 ก้อนยื่นออกมาขณะถ่ายอุจจาระ และสามารถหดกลับเข้าไปเองได้
- ระยะที่ 3 ก้อนยื่นออกมาแล้ว ต้องใช้นิ้วดันกลับ จึงจะกลับเข้าไป
หากไม่แน่ใจว่าตนเองอยู่ในระยะใด ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย
ริดสีดวงระยะที่ 1 สามารถหายได้หรือไม่?
หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เช่น
- รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการเบ่งอุจจาระ
- ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
อาการของริดสีดวงระยะเริ่มต้นมักสามารถบรรเทาได้ดี และช่วยลดโอกาสที่โรคจะลุกลาม
ถ้ามีก้อนยื่นออกมา แสดงว่าเป็นระยะที่ 4 เสมอหรือไม่?
ไม่เสมอไป
ก้อนริดสีดวงที่ยื่นออกมาอาจเป็นได้ทั้ง
- ระยะที่ 2 (หดกลับเอง)
- ระยะที่ 3 (ต้องดันกลับ)
- ระยะที่ 4 (ดันกลับไม่ได้)
จึงไม่ควรประเมินระยะของโรคจากการมีก้อนยื่นเพียงอย่างเดียว
ริดสีดวงระยะที่ 4 รักษาได้หรือไม่?
สามารถรักษาได้ แต่แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการ ความรุนแรง และการประเมินของแพทย์
ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยหัตถการหรือการผ่าตัด เพื่อช่วยลดอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน
สรุปบทความ
โรคริดสีดวงทวารสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตั้งแต่ระยะที่มีเพียงเลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ ไปจนถึงระยะที่ก้อนริดสีดวงยื่นออกมาตลอดเวลาและไม่สามารถดันกลับได้
การทราบระยะของโรคมีความสำคัญ เพราะช่วยให้แพทย์เลือกแนวทางการรักษาได้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรม การใช้ยา การทำหัตถการ หรือการผ่าตัด
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น สามารถควบคุมอาการได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการเบ่งอุจจาระ และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
หากมีอาการเลือดออก ก้อนริดสีดวงยื่นออกมาบ่อย ปวดมาก หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังการดูแลตนเอง ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

บทความที่เกี่ยวข้อง (Internal Links)
- ริดสีดวงทวารคืออะไร?
- ยารักษาริดสีดวงมีกี่ประเภท?
- ริดสีดวงรักษาอย่างไร?
- ริดสีดวงภายในและภายนอก ต่างกันอย่างไร?
- ริดสีดวงหายเองได้ไหม?
- ถ่ายเป็นเลือดเกิดจากริดสีดวงหรือมะเร็ง?
- Diosmin คืออะไร?
- Diosmin ช่วยรักษาริดสีดวงได้อย่างไร?
References
- American Society of Colon and Rectal Surgeons (ASCRS). Clinical Practice Guidelines for the Management of Hemorrhoids.
- European Society of Coloproctology (ESCP). Guidelines for Haemorrhoidal Disease.
- National Institute for Health and Care Excellence (NICE). Haemorrhoids: Diagnosis and Management.
- กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวาร
- สมาคมศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนักแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการรักษาโรคริดสีดวงทวาร
Scientific References
- Rivadeneira DE, Steele SR, Ternent C, et al. Practice Parameters for the Management of Hemorrhoids. Diseases of the Colon & Rectum.
- Mott T, Latimer K, Edwards C. Hemorrhoids: Diagnosis and Treatment Options. American Family Physician.
- Jacobs D. Clinical Practice. Hemorrhoids. New England Journal of Medicine.
- Ganz RA. The Evaluation and Treatment of Hemorrhoids. Clinical Gastroenterology and Hepatology.
หมายเหตุสำคัญ
ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีเลือดออกทางทวารหนัก ก้อนริดสีดวงยื่นออกมา ปวดรุนแรง หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตนเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
เรียบเรียงโดย (Compiled by) www.chulalakpharmacy.com






