ไข้หวัดใหญ่กับ RSV ติดพร้อมกันได้ไหม? อาการแบบไหนควรตรวจมากกว่าหนึ่งเชื้อ
ไข้หวัดใหญ่และ RSV สามารถติดพร้อมกันได้ แม้การติดเชื้อร่วมจะไม่ได้พบในผู้ป่วยส่วนใหญ่ เนื่องจากอาการของ Influenza, RSV และไวรัสทางเดินหายใจอื่นคล้ายกัน การดูจากไข้ ไอ น้ำมูก หรือเสมหะเพียงอย่างเดียวจึงแยกเชื้อได้ไม่แน่นอน การตรวจมากกว่าหนึ่งเชื้อมีประโยชน์มากขึ้นในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคหัวใจหรือปอด ภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยอาการหนักหรือมีภาวะปอดอักเสบ รวมถึงเมื่อผลตรวจจะเปลี่ยนการรักษาหรือการควบคุมการแพร่เชื้อ.
ไข้หวัดใหญ่กับ RSV ติดพร้อมกันได้ไหม?
ได้ คนหนึ่งสามารถติด Influenza และ RSV พร้อมกันได้ เพราะเป็นไวรัสคนละชนิด และสามารถหมุนเวียนในชุมชนในช่วงเวลาเดียวกัน
ข้อมูลจากการตรวจด้วย Multiplex PCR มากกว่า 1.3 ล้านตัวอย่างพบผู้ที่ตรวจพบ Influenza และ RSV พร้อมกัน แม้อัตราการติดเชื้อร่วมโดยรวมจะค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการติดเชื้อเพียงชนิดเดียว.
ข้อมูลการเฝ้าระวังในประเทศไทยปี 2025 ยังพบว่า Influenza และ RSV มีการหมุนเวียนอยู่ในประเทศไทย และการติดเชื้อไวรัสมากกว่าหนึ่งชนิดพบได้ โดยเฉพาะในเด็กบางช่วงอายุ.
ดังนั้นผลตรวจ Influenza เป็นบวกไม่ได้หมายความว่าจะไม่มี RSV ร่วม และในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน
ไข้หวัดใหญ่กับ RSV อาการต่างกันอย่างไร?
อาการของสองโรคมีส่วนซ้อนทับกันมาก จึงไม่สามารถแยกเชื้อได้อย่างแม่นยำจากอาการเพียงอย่างเดียว
Influenza มักมีลักษณะเด่น เช่น
- ไข้
- หนาวสั่น
- ปวดศีรษะ
- ปวดเมื่อยตามตัว
- อ่อนเพลีย
- ไอ
- เจ็บคอ
- น้ำมูก
RSV อาจพบอาการ เช่น
- น้ำมูก
- ไอ
- ไข้
- เบื่ออาหาร
- หายใจเร็ว
- หอบ
- มีเสียงหวีด โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
อย่างไรก็ตาม RSV ในผู้ใหญ่สามารถมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่หรือหวัดทั่วไปได้มาก ขณะที่เด็กเล็กโดยเฉพาะทารกอาจมีอาการของหลอดลมฝอยอักเสบหรือหายใจลำบากเด่นกว่า
CDC ระบุว่าอาการของ RSV ไม่จำเพาะและสามารถซ้อนทับกับการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจชนิดอื่นได้ จึงอาจต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการในผู้ป่วยที่เหมาะสม.
อาการแบบไหนควรคิดถึงการตรวจมากกว่าหนึ่งเชื้อ?
ไม่ใช่ทุกคนที่มีไข้และไอต้องตรวจ Influenza + RSV + COVID-19 พร้อมกันทั้งหมด
การตรวจหลายเชื้อมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อผลตรวจสามารถเปลี่ยนแนวทางรักษา การเฝ้าระวัง หรือการป้องกันการแพร่เชื้อ
กลุ่มที่ควรพิจารณามากขึ้น ได้แก่
- เด็กเล็ก โดยเฉพาะทารก
- ผู้สูงอายุ
- ผู้มีโรคหัวใจ
- ผู้มีโรคปอดเรื้อรัง เช่น COPD หรือหอบหืด
- ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรืออาการแย่ลง
- ผู้ที่มีภาวะปอดอักเสบ
- ผู้ที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล
- ผู้ป่วยในสถานดูแลระยะยาวหรือสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก
CDC แนะนำให้พิจารณาตรวจ RSV ในผู้ป่วยบางกลุ่มที่มีความเสี่ยง เช่น ทารก ผู้มีโรคหัวใจแต่กำเนิด โรคปอดเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้สูงอายุ.
ตรวจ Influenza เป็นบวกแล้ว ยังต้องตรวจ RSV หรือไม่?
ไม่จำเป็นทุกคน
หากเป็นผู้ใหญ่สุขภาพแข็งแรง อาการไม่รุนแรง ตรวจพบ Influenza ชัดเจน และผล RSV ไม่ได้เปลี่ยนการรักษา อาจไม่จำเป็นต้องตรวจเพิ่ม
แต่การตรวจเพิ่มเติมมีเหตุผลมากขึ้นหาก
- เป็นเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
- มีโรคหัวใจหรือปอด
- มีภูมิคุ้มกันต่ำ
- หอบหรือออกซิเจนต่ำ
- มีปอดอักเสบ
- ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล
- อาการรุนแรงกว่าที่คาดจากไข้หวัดใหญ่ทั่วไป
- ผลตรวจจะมีผลต่อการจัดห้อง การแยกผู้ป่วย หรือมาตรการควบคุมการติดเชื้อ
การตรวจพบเชื้อชนิดหนึ่งจึงไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ของการมีไวรัสอีกชนิดร่วมเสมอไป
ไข้สูง ปวดตัวมาก เป็น Influenza มากกว่า RSV หรือไม่?
อาการไข้สูงและปวดเมื่อยอย่างชัดเจนอาจทำให้นึกถึง Influenza มากขึ้น แต่ไม่สามารถใช้ยืนยันการติดเชื้อได้
การศึกษาในผู้ใหญ่ที่นอนโรงพยาบาลซึ่งเปรียบเทียบ RSV กับ Influenza A พบว่าไข้พบเด่นใน Influenza มากกว่า ขณะที่ผู้ป่วย RSV มีเสมหะมากกว่าในบางกลุ่ม แต่ก็ยังมีการซ้อนทับของอาการอย่างมาก และพบผู้ติดเชื้อ Influenza A กับ RSV พร้อมกันด้วย.
ดังนั้นการตัดสินใจตรวจควรดูอายุ โรคประจำตัว ความรุนแรง และระยะเวลาของอาการร่วมกัน
ถ้าไอ หอบ หรือมีเสียงหวีด ควรตรวจ RSV หรือไม่?
ควรพิจารณามากขึ้นโดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคปอดเดิม แต่เสียงหวีดไม่ได้หมายความว่าเป็น RSV แน่นอน
Influenza และไวรัสชนิดอื่นก็สามารถทำให้อาการทางเดินหายใจส่วนล่างรุนแรงได้เช่นกัน
หากมีอาการต่อไปนี้ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์
- หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก
- หน้าอกบุ๋มในเด็ก
- มีเสียงหวีดมาก
- ออกซิเจนในเลือดต่ำ
- ริมฝีปากหรือใบหน้าเขียวคล้ำ
- เด็กกินนมหรือดื่มน้ำได้น้อยมาก
- ซึมผิดปกติ
- หอบมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อาการเหล่านี้มีความสำคัญมากกว่าการพยายามเดาว่าเป็นไวรัสชนิดใดจากอาการเพียงอย่างเดียว
เป็นไข้หวัดใหญ่แล้วอาการดีขึ้น แต่กลับมีไข้ใหม่ ต้องตรวจ RSV ไหม?
การมีไข้กลับมาใหม่หลังจากอาการดีขึ้นควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม แต่สาเหตุไม่ได้มีเพียง RSV
ต้องพิจารณาทั้ง
- การติดเชื้อไวรัสอีกชนิด
- ปอดอักเสบ
- การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
- ไซนัสอักเสบ
- หูชั้นกลางอักเสบในเด็ก
- ภาวะแทรกซ้อนอื่นจาก Influenza
IDSA แนะนำให้ประเมินการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมในผู้ป่วย Influenza ที่อาการแย่ลงหลังจากเคยดีขึ้น หรือไม่ดีขึ้นตามที่ควร.
ดังนั้นกรณี “ไข้กลับมาใหม่” ไม่ควรสรุปว่าเป็น RSV ซ้อนทันที แต่ควรประเมินภาพรวม
Multiplex PCR คืออะไร? ตรวจ Influenza กับ RSV พร้อมกันได้ไหม?
ได้
Multiplex Test คือการตรวจตัวอย่างทางเดินหายใจครั้งเดียวเพื่อค้นหาไวรัสหลายชนิดพร้อมกัน โดยบางชุดสามารถตรวจ
- Influenza A
- Influenza B
- RSV
- SARS-CoV-2
และบางระบบสามารถตรวจไวรัสทางเดินหายใจได้มากกว่านี้
Molecular Test เช่น PCR หรือ NAAT มีความไวโดยทั่วไปสูงกว่าการตรวจแบบ Antigen และช่วยแยกเชื้อที่มีอาการคล้ายกันได้ดีขึ้น.
Rapid Test ลบ แปลว่าไม่มี Influenza หรือ RSV แน่นอนหรือไม่?
ไม่แน่นอน
การตรวจแบบ Antigen ให้ผลเร็ว แต่โดยทั่วไปมีความไวน้อยกว่า Molecular Test เช่น PCR หรือ NAAT
ดังนั้นถ้าผล Rapid Antigen Test เป็นลบ แต่อาการและประวัติยังทำให้น่าสงสัย โดยเฉพาะผู้ป่วยความเสี่ยงสูงหรือผู้ที่มีอาการรุนแรง อาจต้องพิจารณาตรวจ Molecular Test เพิ่มเติม.
ผลตรวจจึงต้องแปลร่วมกับ
- ระยะเวลาหลังเริ่มอาการ
- วิธีเก็บตัวอย่าง
- ชนิดของชุดตรวจ
- การระบาดในช่วงนั้น
- อาการและความเสี่ยงของผู้ป่วย
ถ้าตรวจพบ Influenza และ RSV พร้อมกัน รักษาอย่างไร?
การรักษาจะพิจารณาแต่ละเชื้อแยกกัน
สำหรับ Influenza มียาต้านไวรัส เช่น Oseltamivir โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน มีอาการรุนแรง หรือเข้ารักษาในโรงพยาบาล ควรได้รับการประเมินเรื่องยาต้านไวรัสโดยเร็ว
ส่วน RSV ในผู้ป่วยส่วนใหญ่รักษาตามอาการและให้การดูแลประคับประคอง เช่น ดูแลภาวะขาดน้ำและการหายใจตามความรุนแรง
การพบ RSV ร่วมไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดยารักษา Influenza หากผู้ป่วยมีข้อบ่งชี้ในการใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่
CDC แนะนำว่าในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงหรืออาการรุนแรงที่สงสัย Influenza ไม่ควรรอผลตรวจจนทำให้การเริ่มยาต้านไวรัสล่าช้า.
ติด Influenza กับ RSV พร้อมกันอันตรายกว่าติดเชื้อเดียวหรือไม่?
อาจรุนแรงขึ้นในผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่ไม่สามารถสรุปว่าการติดสองเชื้อจะรุนแรงกว่าสำหรับทุกคน
หลักฐานเกี่ยวกับ Viral Coinfection มีความแตกต่างกันตามชนิดของไวรัส อายุ โรคประจำตัว และกลุ่มประชากร งานทบทวนในเด็กพบว่าผลกระทบของการติดไวรัสหลายชนิดขึ้นกับคู่ของเชื้อและปัจจัยของผู้ป่วย มากกว่าจำนวนเชื้อเพียงอย่างเดียว.
การศึกษาผู้ใหญ่ที่นอนโรงพยาบาลในปี 2026 พบผู้ติด Influenza A และ RSV ร่วมกัน และกลุ่มติดเชื้อร่วมมีภาวะออกซิเจนต่ำและหายใจลำบากค่อนข้างมาก แต่ข้อมูลนี้เป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล จึงไม่ควรนำไปสรุปว่าผู้ติดเชื้อร่วมทุกคนจะมีอาการรุนแรง.
สิ่งที่มีผลต่อความเสี่ยงมาก ได้แก่ อายุ โรคหัวใจ โรคปอด ภูมิคุ้มกัน และความรุนแรงของอาการ
เมื่อไรไม่ควรรอผลตรวจที่บ้าน?
ควรไปโรงพยาบาลหรือพบแพทย์หากมีอาการ เช่น
- หายใจลำบากหรือหอบมาก
- เจ็บหรือแน่นหน้าอก
- ริมฝีปากหรือใบหน้าเขียว
- ซึม สับสน หรือปลุกยาก
- ดื่มน้ำไม่ได้หรือมีภาวะขาดน้ำ
- ไข้หรืออาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง
- เด็กเล็กกินนมหรือดื่มได้น้อยมาก
- เด็กมีหน้าอกบุ๋ม หายใจเร็ว หรือมีช่วงหยุดหายใจ
- ผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัวมีอาการทรุดลง
ในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนของ Influenza การไปพบแพทย์เร็วมีความสำคัญ เพราะยาต้านไวรัสให้ประโยชน์มากที่สุดเมื่อเริ่มเร็ว และในกลุ่มอาการรุนแรงไม่ควรรอผลตรวจเพื่อเริ่มการรักษาที่เหมาะสม.
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
- ไข้หวัดใหญ่ A กับ B ต่างกันอย่างไร? ตัวไหนอาการหนักกว่าและใช้ยาเหมือนกันไหม
- RSV ในเด็กอันตรายแค่ไหน? อาการต่างจากไข้หวัดใหญ่อย่างไร
- ไข้หวัดใหญ่ดีขึ้นแล้วกลับมามีไข้ใหม่ เป็นปอดอักเสบหรือการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนหรือไม่?
- Oseltamivir ควรกินภายในกี่ชั่วโมง? เกิน 48 ชั่วโมงยังใช้ได้ไหม?

FAQ
ตรวจ Influenza เป็นบวกแล้ว ยังเป็น RSV พร้อมกันได้ไหม?
ได้ แม้การติดร่วมไม่ได้พบในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่ Influenza และ RSV สามารถตรวจพบพร้อมกันได้ การพบเชื้อหนึ่งชนิดจึงไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ของอีกเชื้อโดยสมบูรณ์.
เด็กเป็นไข้และไอทุกคนต้องตรวจ RSV กับ Influenza พร้อมกันไหม?
ไม่จำเป็นทุกคน การตรวจมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อเด็กอายุน้อย มีอาการรุนแรง มีโรคประจำตัว ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล หรือผลตรวจจะเปลี่ยนแนวทางดูแล
RSV มีไข้สูงได้ไหม?
ได้ แม้ RSV อาจมีน้ำมูก ไอ หรือหายใจมีเสียงหวีดเด่นในบางราย แต่สามารถมีไข้ได้ และไม่สามารถใช้ระดับไข้เพียงอย่างเดียวแยก RSV จาก Influenza ได้
ตรวจแบบ PCR ดีกว่า Rapid Antigen หรือไม่?
Molecular Test เช่น PCR หรือ NAAT โดยทั่วไปมีความไวสูงกว่า Antigen Test แต่การเลือกวิธีตรวจขึ้นกับผู้ป่วย สถานพยาบาล ระยะเวลาของอาการ และวัตถุประสงค์ของการตรวจ.
ตรวจพบ RSV แล้วจำเป็นต้องกิน Oseltamivir ไหม?
Oseltamivir เป็นยาต้านไวรัส Influenza ไม่ใช่ยารักษา RSV หากตรวจพบเฉพาะ RSV จึงไม่ใช้ Oseltamivir เพื่อรักษา RSV แต่ถ้ามี Influenza ร่วมและมีข้อบ่งชี้ ก็อาจใช้ยารักษา Influenza ตามการประเมินของแพทย์
สรุป
ไข้หวัดใหญ่และ RSV สามารถติดพร้อมกันได้ แม้การติดร่วมจะไม่ได้เกิดกับผู้ป่วยส่วนใหญ่
เนื่องจากอาการของทั้งสองโรคซ้อนทับกันมาก การดูอาการเพียงอย่างเดียวไม่สามารถระบุเชื้อได้แน่นอน
การตรวจมากกว่าหนึ่งเชื้อควรพิจารณามากขึ้นเมื่อ
- เป็นเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
- มีโรคหัวใจหรือปอด
- ภูมิคุ้มกันต่ำ
- มีหอบ ออกซิเจนต่ำ หรือปอดอักเสบ
- อาการรุนแรงหรือทรุดลง
- ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล
- ผลตรวจจะเปลี่ยนการรักษาหรือการควบคุมการแพร่เชื้อ
สำหรับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงและไม่มีปัจจัยเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องตรวจไวรัสทุกชนิดเสมอไป
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “เป็น Influenza หรือ RSV?” แต่ควรถามเพิ่มเติมว่า “ผู้ป่วยมีความเสี่ยงหรืออาการรุนแรงจนผลตรวจหลายเชื้อจะเปลี่ยนการดูแลหรือไม่?”

บทความที่เกี่ยวข้อง
- ไข้หวัดใหญ่ A กับ B ต่างกันอย่างไร? ตัวไหนอาการหนักกว่าและใช้ยาเหมือนกันไหม
- RSV ในเด็กอันตรายแค่ไหน? อาการต่างจากไข้หวัดใหญ่อย่างไร
- ไข้หวัดใหญ่ดีขึ้นแล้วกลับมามีไข้ใหม่ ต้องระวังปอดอักเสบหรือไม่?
- Oseltamivir ควรกินภายในกี่ชั่วโมง? เกิน 48 ชั่วโมงยังได้ผลไหม?
References
Centers for Disease Control and Prevention. Clinical Guidance for Hospitalized and Non-Hospitalized Patients When SARS-CoV-2, RSV, and Influenza Viruses are Co-Circulating.
https://www.cdc.gov/flu/hcp/clinical-guidance/testing-guidance-for-clinicians.html
Centers for Disease Control and Prevention. Multiplex Tests to Detect Influenza, SARS-CoV-2, and RSV.
https://www.cdc.gov/flu/hcp/testing-methods/flu-covid19-detection.html
Centers for Disease Control and Prevention. Diagnostic Testing for RSV.
https://www.cdc.gov/rsv/hcp/clinical-overview/diagnostic-testing.html
Centers for Disease Control and Prevention. Diagnosis for Flu.
https://www.cdc.gov/flu/testing/
Centers for Disease Control and Prevention. Influenza Antiviral Medications: Summary for Clinicians.
https://www.cdc.gov/flu/hcp/antivirals/summary-clinicians.html
Infectious Diseases Society of America. Clinical Practice Guidelines for Seasonal Influenza.
https://www.idsociety.org/practice-guideline/influenza/
Lee B, Alfego D, Dale SE. Prevalence and trends in mono- and co-infection of COVID-19, influenza A/B, and respiratory syncytial virus, January 2018–June 2023.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38162614/
Clinical characteristics and prognostic differences between RSV and influenza A virus infections in hospitalized adult patients. 2026.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41520773/
Epidemiology, Distinct Seasonal Dynamics, and Age-Specific Characteristics of Eight Respiratory Viruses in Thailand, 2025.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/42518373/
สำคัญ
อาการของ Influenza, RSV, COVID-19 และไวรัสทางเดินหายใจอื่นสามารถคล้ายกันได้ การตรวจควรเลือกตามอายุ ความเสี่ยง ความรุนแรง ระยะเวลาของอาการ และผลว่าการทราบชนิดเชื้อจะเปลี่ยนการรักษาหรือไม่
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่หรือมีอาการรุนแรงควรได้รับการประเมินเร็ว เพราะในบางกรณีแพทย์อาจเริ่มยาต้านไวรัส Influenza โดยไม่รอผลตรวจ
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com






