ซิฟิลิสมีอาการอย่างไร? อาการแต่ละระยะต่างกันอย่างไร

ซิฟิลิสมีอาการอย่างไร? อาการแต่ละระยะต่างกันอย่างไร

อาการของซิฟิลิส (Syphilis) สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามระยะของโรค ตั้งแต่ระยะแรกที่อาจเกิดแผล Chancre ซึ่งมักไม่เจ็บ ระยะที่สองที่อาจมีผื่นตามตัว รวมถึงฝ่ามือและฝ่าเท้า ไปจนถึงระยะแฝงที่ไม่มีอาการให้เห็นเลย ส่วนซิฟิลิสระยะท้ายอาจส่งผลต่ออวัยวะหลายระบบ นอกจากนี้ Neurosyphilis, Ocular Syphilis และ Otosyphilis สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายระยะ ไม่จำเป็นต้องรอจนถึงระยะท้าย (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

สิ่งสำคัญคือ ไม่มีอาการไม่ได้หมายความว่าไม่ติดซิฟิลิส เพราะผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งอาจไม่มีอาการหรือไม่ทันสังเกตอาการของตนเอง หากมีประวัติเพศสัมพันธ์ที่อาจมีความเสี่ยง การตรวจจึงมีความสำคัญมากกว่าการรอดูว่าจะเกิดแผลหรือผื่นหรือไม่ (องค์การอนามัยโลก)


ซิฟิลิสเป็นโรคที่ทำให้หลายคนสับสนได้ง่าย เพราะอาการไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบเดียวตลอดเวลา คนหนึ่งอาจเริ่มจากแผลที่ไม่เจ็บบริเวณอวัยวะเพศ ขณะที่อีกคนอาจไม่สังเกตเห็นแผลเลยและมาพบความผิดปกติภายหลังเมื่อมีผื่นตามตัว หรือบางคนอาจไม่มีอาการให้เห็นเป็นเวลานานแต่ตรวจเลือดพบการติดเชื้อ

ลักษณะดังกล่าวเกิดจากธรรมชาติของโรคซิฟิลิส ซึ่งสามารถดำเนินผ่านหลายระยะ ได้แก่ Primary Syphilis, Secondary Syphilis, Latent Syphilis และ Tertiary Syphilis โดยแต่ละระยะมีอาการแตกต่างกัน สิ่งที่ทำให้โรคนี้ซับซ้อนยิ่งขึ้นคืออาการในระยะแรกและระยะที่สองสามารถหายไปเองได้แม้ไม่ได้รับการรักษา จึงทำให้บางคนเข้าใจผิดว่าโรคหายแล้ว ทั้งที่เชื้อ Treponema pallidum ยังสามารถอยู่ในร่างกายได้ (องค์การอนามัยโลก)


อาการซิฟิลิสเกิดหลังได้รับเชื้อทันทีหรือไม่?

หลังได้รับเชื้อซิฟิลิส โดยทั่วไปจะไม่เกิดอาการทันที ระยะแรกจะเริ่มเมื่อเกิด Chancre บริเวณตำแหน่งที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย WHO ระบุว่าระยะ Primary Syphilis โดยทั่วไปสัมพันธ์กับช่วงประมาณ 21 วันหลังการติดเชื้อ แม้ในแต่ละคนอาจแตกต่างกันได้ (องค์การอนามัยโลก)

ดังนั้นคนที่เพิ่งมีความเสี่ยงไม่กี่วันแล้วไม่มีแผลหรืออาการ ยังไม่สามารถใช้การไม่มีอาการมายืนยันว่าไม่ติดเชื้อได้ เช่นเดียวกับการตรวจเลือดที่ต้องพิจารณาช่วงเวลาหลังสัมผัสเชื้อร่วมด้วย


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ตรวจซิฟิลิสหลังเสี่ยงกี่วัน? ตรวจเร็วเกินไปผลเชื่อถือได้ไหม


ซิฟิลิสระยะแรก หรือ Primary Syphilis มีอาการอย่างไร?

อาการที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของ Primary Syphilis คือ Chancre หรือแผลบริเวณตำแหน่งที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย แผลแบบคลาสสิกมักมีลักษณะค่อนข้างกลม แข็ง และไม่เจ็บ แต่ในผู้ป่วยจริงไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกคน CDC ระบุว่าสามารถพบแผลเดียวหรือหลายแผล รวมถึงแผลที่มีลักษณะผิดจากแบบคลาสสิกหรือมีอาการเจ็บได้เช่นกัน (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ตำแหน่งของแผลขึ้นอยู่กับบริเวณที่สัมผัสเชื้อ จึงอาจเกิดบนหรือรอบอวัยวะเพศ ช่องคลอด รอบทวารหนัก ภายในไส้ตรง ริมฝีปาก หรือภายในช่องปาก หากแผลเกิดในตำแหน่งที่มองเห็นยาก ผู้ติดเชื้ออาจไม่รู้เลยว่าเคยมีแผลเกิดขึ้น

แผลใน Primary Syphilis สามารถหายเองได้โดยไม่ได้รับการรักษา CDC ระบุว่าแผลมักอยู่ประมาณ 3–6 สัปดาห์แล้วหายไป แต่เชื้อไม่ได้หายตามแผล หากไม่ได้รับการรักษา การติดเชื้อสามารถดำเนินเข้าสู่ Secondary Syphilis ต่อไปได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

จึงควรระวังความเข้าใจว่า แผลหายเอง = ไม่เป็นซิฟิลิสแล้ว” เพราะอาการหายไม่ได้หมายความว่าเชื้อถูกกำจัดออกจากร่างกาย


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ซิฟิลิสที่อวัยวะเพศมีลักษณะอย่างไร? แผลแบบไหนที่ควรสงสัยและควรตรวจเมื่อไร


แผลซิฟิลิสต้องเป็นแผลเดียวและไม่เจ็บเสมอไปหรือไม่?

ไม่จำเป็น คำอธิบายว่า “แผลเดียว แข็ง และไม่เจ็บ” เป็นลักษณะคลาสสิกที่ช่วยให้นึกถึง Primary Syphilis แต่ไม่ใช่กฎที่ใช้ตัดสินโรค ผู้ติดเชื้อสามารถมีหลายแผล แผลผิดรูปแบบ หรือมีอาการเจ็บได้ การตัดซิฟิลิสออกเพียงเพราะแผลเจ็บจึงไม่เหมาะสม (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ในทางกลับกัน การมีแผลไม่เจ็บก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นซิฟิลิส เพราะโรคและภาวะอื่นสามารถทำให้เกิดแผลบริเวณอวัยวะเพศได้ การวินิจฉัยจึงต้องพิจารณาประวัติความเสี่ยง การตรวจร่างกาย และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมกัน


ซิฟิลิสระยะที่สอง หรือ Secondary Syphilis มีอาการอย่างไร?

Secondary Syphilis สามารถมีอาการได้หลากหลายกว่าระยะแรก โดยหนึ่งในอาการสำคัญคือผื่นตามผิวหนัง ซึ่งสามารถขึ้นหลายตำแหน่งของร่างกาย รวมถึงบริเวณ ฝ่ามือและฝ่าเท้า ผื่นอาจมีสีแดงหรือแดงออกน้ำตาล และโดยทั่วไปมักไม่คันหรือคันไม่เด่นจนบางคนไม่ทันสังเกต (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

นอกจากผื่นแล้ว ผู้ป่วยอาจมีรอยโรคบริเวณช่องปาก ช่องคลอด หรือรอบทวารหนัก ต่อมน้ำเหลืองโต รวมถึงอาการทั่วร่างกาย เช่น ไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย หรือน้ำหนักลดได้ CDC ยังระบุว่า Secondary Syphilis สามารถทำให้เกิด ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ ได้ด้วย (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดครบทุกข้อในผู้ป่วยทุกคน และหลายอาการไม่จำเพาะต่อซิฟิลิส จึงไม่ควรใช้เพียงอาการใดอาการหนึ่งวินิจฉัยโรคด้วยตนเอง


อาการที่อาจพบใน Secondary Syphilis

  • ผื่นตามร่างกาย
  • ผื่นบริเวณฝ่ามือหรือฝ่าเท้า
  • รอยโรคบริเวณเยื่อบุช่องปากหรือบริเวณอวัยวะเพศ/ทวารหนัก
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • ไข้
  • เจ็บคอ
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • อ่อนเพลีย
  • น้ำหนักลด
  • ผมร่วงเป็นหย่อม


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ผื่นซิฟิลิสเป็นแบบไหน? ทำไมมักพบที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า


ผื่นซิฟิลิสต้องขึ้นฝ่ามือและฝ่าเท้าเสมอหรือไม่?

ไม่จำเป็น การพบผื่นที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าเป็นลักษณะที่ช่วยให้นึกถึง Secondary Syphilis แต่ผื่นสามารถเกิดที่บริเวณอื่นของร่างกายได้ และบางรายอาจมีผื่นจางมากจนแทบไม่สังเกตเห็น CDC ระบุว่าผื่นสามารถเกิดขึ้นขณะที่แผล Primary Syphilis กำลังหาย หรือเกิดขึ้นหลายสัปดาห์หลังแผลหายไปแล้ว (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ดังนั้นการไม่มีผื่นที่ฝ่ามือหรือฝ่าเท้าจึงไม่สามารถใช้ตัดซิฟิลิสออกได้ เช่นเดียวกับการมีผื่นบริเวณดังกล่าวที่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นซิฟิลิสเสมอไป


ซิฟิลิสทำให้ผมร่วงได้ไหม?

ได้ ผมร่วงเป็นหย่อมสามารถเป็นหนึ่งในอาการของ Secondary Syphilis โดยบางครั้งเรียกว่า Syphilitic Alopecia และอาจมีลักษณะผมร่วงเป็นหย่อมไม่สม่ำเสมอที่ถูกอธิบายว่า moth-eaten alopecia อย่างไรก็ตาม ผมร่วงมีสาเหตุได้อีกจำนวนมาก จึงไม่ควรสรุปว่าผมร่วงเป็นซิฟิลิสเพียงจากลักษณะของเส้นผม

CDC Laboratory Recommendations for Syphilis Testing ปี 2024 ระบุว่า Secondary Syphilis สามารถมีต่อมน้ำเหลืองโต ผมร่วง รวมถึงอาการทางระบบประสาทหรือดวงตาในบางรายได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)


ซิฟิลิสระยะแฝง หรือ Latent Syphilis มีอาการอะไร?

จุดสำคัญของ Latent Syphilis คือ ไม่มีอาการหรือรอยโรคของซิฟิลิสให้เห็น แต่การตรวจทางซีโรโลยียังคงแสดงหลักฐานของการติดเชื้ออยู่ WHO อธิบายว่าระยะแฝงไม่มีอาการทางคลินิก และสามารถคงอยู่เป็นเวลานานได้หากไม่ได้รับการรักษา (องค์การอนามัยโลก)

ผู้ที่เคยมีแผลหรือผื่นแล้วอาการหายไปจึงไม่ควรสรุปว่าโรคหาย โดยเฉพาะหากยังไม่เคยได้รับการตรวจหรือรักษา การเข้าสู่ Latent Syphilis ทำให้ภายนอกดูเหมือนร่างกายปกติ แต่ยังจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม


ไม่มีอาการเลย สามารถเป็นซิฟิลิสได้หรือไม่?

ได้ และเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ไม่ควรใช้การสังเกตอาการเป็นวิธีเดียวในการประเมินซิฟิลิส WHO ระบุว่าผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการหรืออาการไม่ชัดจนผู้ติดเชื้ออาจไม่ทันสังเกตเห็น (องค์การอนามัยโลก)

คนที่มีเพศสัมพันธ์เสี่ยงจึงไม่ควรรอว่า “ถ้าติดต้องมีแผลหรือผื่น” ก่อนค่อยตรวจ เพราะบางคนอาจไม่พบอาการเหล่านี้เลย หรือเคยมีอาการเพียงเล็กน้อยจนไม่ได้สังเกต


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ตรวจซิฟิลิสหลังเสี่ยงกี่วัน? ตรวจเร็วเกินไปผลเชื่อถือได้ไหม


ซิฟิลิสระยะท้าย หรือ Tertiary Syphilis มีอาการอย่างไร?

Tertiary Syphilis เป็นภาวะที่พบได้น้อยกว่าระยะก่อนหน้า และไม่ใช่ทุกคนที่ไม่ได้รับการรักษาจะเข้าสู่ระยะนี้ CDC ระบุว่าเมื่อเกิดขึ้นสามารถส่งผลต่ออวัยวะหลายระบบ โดยเฉพาะหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท และอาจเกิดรอยโรคแบบ gumma ที่ทำลายเนื้อเยื่อได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

CDC ระบุว่า Tertiary Syphilis อาจเกิดประมาณ 10–30 ปีหลังเริ่มติดเชื้อในผู้ป่วยบางรายที่ไม่ได้รับการรักษา และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะภายในอย่างรุนแรงได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่าอาการเกี่ยวกับสมอง ตา หรือหูจะเกิดเฉพาะตอนเป็น Tertiary Syphilis เพราะ Neurosyphilis, Ocular Syphilis และ Otosyphilis สามารถเกิดขึ้นได้ในระยะอื่นเช่นกัน


Neurosyphilis มีอาการอย่างไร?

เชื้อซิฟิลิสสามารถเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางได้ในทุกระยะ และทำให้เกิด Neurosyphilis ได้ อาการขึ้นอยู่กับตำแหน่งและรูปแบบที่ระบบประสาทถูกกระทบ โดยอาจพบปวดศีรษะรุนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือควบคุมการเคลื่อนไหวผิดปกติ มีปัญหาด้านสมาธิ สับสน บุคลิกภาพเปลี่ยน หรือความจำและการคิดผิดปกติได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ภาวะทางระบบประสาทบางชนิดสามารถเกิดในช่วงเดือนหรือปีแรก ๆ ของการติดเชื้อ ขณะที่ภาวะทางระบบประสาทระยะท้ายบางรูปแบบอาจเกิดหลังติดเชื้อนานหลายปีหรือหลายสิบปี จึงไม่ควรใช้เพียงระยะเวลาที่คิดว่าติดเชื้อมาตัดความเป็นไปได้ของ Neurosyphilis ออก


ซิฟิลิสขึ้นตาและขึ้นหู มีอาการอย่างไร?

Ocular Syphilis สามารถกระทบส่วนต่าง ๆ ของดวงตาและเกิดได้ในทุกระยะของซิฟิลิส อาการอาจประกอบด้วยปวดตา ตาแดง การมองเห็นเปลี่ยนไป ตามัว หรือในกรณีรุนแรงอาจสูญเสียการมองเห็นได้ ส่วน Otosyphilis อาจทำให้การได้ยินลดลง หูอื้อ เวียนศีรษะ หรือบ้านหมุน และอาจเกิดกับหูข้างเดียวหรือทั้งสองข้างได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

หากมีประวัติหรือผลตรวจที่สงสัยซิฟิลิสร่วมกับการมองเห็นหรือการได้ยินเปลี่ยนแปลง ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว เพราะการปล่อยไว้สามารถทำให้เกิดความเสียหายถาวรต่อการมองเห็นหรือการได้ยินได้


อาการอย่างเดียวสามารถยืนยันซิฟิลิสได้ไหม?

ไม่ได้ แม้แผลไม่เจ็บ ผื่นฝ่ามือฝ่าเท้า หรือผมร่วงเป็นหย่อมจะเป็นลักษณะที่พบร่วมกับซิฟิลิสได้ แต่ไม่มีอาการใดเพียงอาการเดียวที่สามารถใช้ยืนยันการวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ

แผลบริเวณอวัยวะเพศอาจเกิดจากเริม แผลจากการเสียดสี การติดเชื้อชนิดอื่น หรือโรคผิวหนัง ส่วนผื่นสามารถเกิดจากยา การติดเชื้อไวรัส ภูมิแพ้ หรือโรคผิวหนังหลายชนิด ดังนั้นหากสงสัยซิฟิลิสควรใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมกับประวัติและการตรวจทางคลินิก (องค์การอนามัยโลก)


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ตรวจซิฟิลิสแบบไหน? RPR, VDRL, TPHA และ TPPA ต่างกันอย่างไร


เมื่อไรควรตรวจซิฟิลิส แม้อาการยังไม่ชัด?

หากมีแผลบริเวณอวัยวะเพศ รอบทวารหนัก หรือช่องปากโดยไม่ทราบสาเหตุ มีผื่นผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์เสี่ยง มีคู่นอนแจ้งว่าตรวจพบซิฟิลิส หรือมีประวัติเสี่ยงแม้ยังไม่มีอาการ ควรพิจารณาเข้ารับการประเมินและตรวจ

หากมีอาการทางระบบประสาท การมองเห็น หรือการได้ยินร่วมกับความเสี่ยงหรือผลตรวจซิฟิลิส เช่น ตามัว มองเห็นลดลง หูอื้อ ได้ยินลดลง เวียนศีรษะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง สับสน หรือการรับรู้เปลี่ยนแปลง ควรพบแพทย์โดยเร็ว เนื่องจาก Neurosyphilis, Ocular Syphilis และ Otosyphilis สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกระยะและอาจส่งผลถาวรได้หากไม่ได้รับการดูแล (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการซิฟิลิส

อาการแรกของซิฟิลิสคืออะไร?

อาการที่พบได้ใน Primary Syphilis คือแผล Chancre บริเวณที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย โดยมักไม่เจ็บ แต่บางคนอาจมีหลายแผลหรือแผลเจ็บได้ และบางคนไม่ทันสังเกตแผลเลย


แผลซิฟิลิสขึ้นตรงไหนได้บ้าง?

แผลสามารถเกิดบริเวณอวัยวะเพศ ช่องคลอด รอบทวารหนัก ไส้ตรง ริมฝีปาก ภายในช่องปาก หรือบริเวณอื่นที่สัมผัสเชื้อ ไม่ได้จำกัดเฉพาะอวัยวะเพศเท่านั้น


แผลซิฟิลิสคันหรือเจ็บไหม?

โดยทั่วไปแผลแบบคลาสสิกมักไม่เจ็บ แต่ไม่ใช่ทุกกรณี ผู้ป่วยสามารถมีแผลเจ็บหรือมีลักษณะไม่典型ได้ ดังนั้นไม่ควรใช้ความเจ็บหรือไม่เจ็บเพียงอย่างเดียวตัดสินว่าเป็นซิฟิลิสหรือไม่


ผื่นซิฟิลิสคันไหม?

ผื่นของ Secondary Syphilis โดยทั่วไปมักไม่คันหรือคันไม่เด่น แต่ลักษณะผื่นสามารถแตกต่างกันได้มาก จึงไม่ควรตัดซิฟิลิสออกเพียงเพราะผื่นมีอาการคันหรือมีรูปร่างไม่เหมือนภาพตัวอย่าง


ซิฟิลิสทำให้ผมร่วงได้ไหม?

ได้ Secondary Syphilis สามารถทำให้เกิดผมร่วงเป็นหย่อมได้ แต่ผมร่วงมีสาเหตุอื่นอีกมาก จึงต้องพิจารณาร่วมกับอาการ ความเสี่ยง และผลตรวจ


แผลหายแล้ว ยังเป็นซิฟิลิสอยู่ได้ไหม?

ได้ แผล Primary Syphilis สามารถหายเองโดยไม่ได้รักษา แต่เชื้อยังสามารถอยู่ในร่างกายและดำเนินเข้าสู่ระยะต่อไปได้


ไม่มีแผล ไม่มีผื่น เป็นซิฟิลิสได้ไหม?

ได้ โดยเฉพาะ Latent Syphilis ซึ่งไม่มีอาการให้เห็นแต่ยังตรวจพบหลักฐานการติดเชื้อได้ และผู้ติดเชื้อบางคนอาจไม่ทันสังเกตอาการในระยะก่อนหน้าเลย


ซิฟิลิสระยะไหนอันตรายที่สุด?

ไม่ควรประเมินความสำคัญของโรคจากคำว่า “ระยะไหนอันตรายที่สุด” เพียงอย่างเดียว เพราะภาวะเกี่ยวกับระบบประสาท ดวงตา และการได้ยินสามารถเกิดขึ้นได้หลายระยะ หากสงสัยการติดเชื้อ การตรวจและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ มีความสำคัญกว่าการรอให้โรคเข้าสู่ระยะรุนแรง


สรุป

อาการของซิฟิลิสสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามระยะของโรค ระยะแรกมักพบแผล Chancre ซึ่งมักไม่เจ็บ แต่อาจมีหลายแผลหรือมีอาการเจ็บได้ ระยะที่สองอาจพบผื่นตามร่างกาย รวมถึงฝ่ามือและฝ่าเท้า ต่อมน้ำเหลืองโต อ่อนเพลีย ไข้ ปวดเมื่อย หรือผมร่วงเป็นหย่อม หลังจากนั้นโรคสามารถเข้าสู่ระยะแฝงที่ไม่มีอาการให้เห็นได้

หากไม่ได้รับการรักษา ผู้ติดเชื้อบางรายอาจเกิด Tertiary Syphilis ในระยะยาว ขณะเดียวกัน Neurosyphilis, Ocular Syphilis และ Otosyphilis สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายระยะ ไม่จำเป็นต้องรอจนเป็นซิฟิลิสระยะท้าย

สิ่งสำคัญที่สุดคือ การไม่มีอาการไม่ได้ยืนยันว่าไม่ติดซิฟิลิส และการที่แผลหรือผื่นหายไปไม่ได้ยืนยันว่าเชื้อหายแล้ว หากมีประวัติเสี่ยง มีแผลหรือผื่นที่สงสัย หรือคู่นอนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นซิฟิลิส ควรพิจารณาการตรวจและประเมินอย่างเหมาะสมแทนการวินิจฉัยจากอาการด้วยตนเอง


บทความที่เกี่ยวข้อง



References

  1. World Health Organization. Syphilis – Fact Sheet.
    https://www.who.int/news-room/fact-sheets/syphilis
  2. World Health Organization. Syphilis – Global Health Topic.
    https://www.who.int/health-topics/syphilis
  3. Centers for Disease Control and Prevention. About Syphilis.
    https://www.cdc.gov/syphilis/about/index.html
  4. Centers for Disease Control and Prevention. Syphilis – STI Treatment Guidelines.
    https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/syphilis.htm
  5. Centers for Disease Control and Prevention. CDC Laboratory Recommendations for Syphilis Testing, United States, 2024.
    https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/73/rr/rr7301a1.htm




Scientific References

Centers for Disease Control and Prevention. CDC Laboratory Recommendations for Syphilis Testing, United States, 2024. MMWR Recommendations and Reports. 2024;73(No. RR-1).
https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/73/rr/rr7301a1.htm

Workowski KA, Bachmann LH, Chan PA, et al. Sexually Transmitted Infections Treatment Guidelines, 2021. MMWR Recommendations and Reports. 2021;70(4):1–187.
https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/default.htm



หมายเหตุสำคัญ

ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพ ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ ลักษณะของแผล ผื่น หรืออาการอื่นสามารถแตกต่างกันในแต่ละบุคคลและอาจคล้ายโรคอื่น ผู้ที่มีประวัติเสี่ยง มีแผลหรือผื่นที่สงสัย ได้รับแจ้งว่าคู่นอนเป็นซิฟิลิส หรือมีอาการทางระบบประสาท การมองเห็น หรือการได้ยินผิดปกติ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์อย่างเหมาะสม



เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี