Androgen คืออะไร? เกี่ยวอะไรกับ Testosterone, DHT และผมร่วง
Androgen คือกลุ่มฮอร์โมนที่มีทั้งในผู้ชายและผู้หญิง เช่น Testosterone และ DHT มีบทบาทต่อกล้ามเนื้อ กระดูก ความต้องการทางเพศ และเส้นผม พร้อมอธิบายว่าทำไม DHT จึงเกี่ยวข้องกับผมร่วงจากกรรมพันธุ์
เวลาพูดถึง ผมร่วงจากกรรมพันธุ์, Finasteride หรือ Dutasteride มักมีคำหนึ่งปรากฏอยู่เสมอ นั่นคือ Androgen
หลายคนจึงเข้าใจว่า Androgen คือ Testosterone หรือเป็น “ฮอร์โมนเพศชาย” เพียงชนิดเดียว แต่จริง ๆ แล้ว Androgen ไม่ใช่ชื่อของฮอร์โมนตัวเดียว แต่เป็นชื่อเรียก “กลุ่มฮอร์โมน” ที่มีคุณสมบัติออกฤทธิ์ผ่าน Androgen Receptor
ฮอร์โมนในกลุ่มนี้ประกอบด้วยหลายชนิด เช่น
- Testosterone
- Dihydrotestosterone หรือ DHT
- Androstenedione
- DHEA
- DHEA-S
โดย Testosterone และ DHT ถือเป็น androgen ที่มีความสำคัญมากต่อร่างกาย
และถึงแม้จะถูกเรียกกันทั่วไปว่า “ฮอร์โมนเพศชาย” แต่ความจริงคือ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงมี Androgenเพียงแต่โดยทั่วไปผู้ชายมีระดับ Testosterone สูงกว่าผู้หญิงมาก
Androgen ไม่ได้มีหน้าที่เฉพาะเรื่องเพศ แต่ยังมีบทบาทต่อ กล้ามเนื้อ กระดูก การสร้างเม็ดเลือด ความต้องการทางเพศ เส้นขน และเส้นผม อีกด้วย (Cleveland Clinic)
Androgen คืออะไร?
คำว่า Androgen หมายถึงกลุ่มของ steroid hormones ที่ออกฤทธิ์ผ่านตัวรับที่เรียกว่า Androgen Receptor หรือ AR
Testosterone เป็น androgen หลักที่หมุนเวียนอยู่ในเลือด ส่วน DHT เป็น metabolite ที่เกิดขึ้นเมื่อ Testosterone ถูกเปลี่ยนโดยเอนไซม์ 5-alpha reductase (NCBI)
จึงสามารถเข้าใจง่าย ๆ ว่า Androgen = ชื่อของกลุ่มฮอร์โมน
ขณะที่ Testosterone = androgen ชนิดหนึ่ง
และ DHT = androgen อีกชนิดหนึ่งที่สร้างต่อจาก Testosterone
ดังนั้นประโยคว่า “Androgen กับ Testosterone คือสิ่งเดียวกัน” จึงไม่ถูกต้องทั้งหมด ควรพูดว่า Testosterone เป็นหนึ่งในฮอร์โมนกลุ่ม Androgen
Androgen มีอะไรบ้าง?
Androgen ที่สำคัญในร่างกายประกอบด้วย
- Testosterone
- Dihydrotestosterone หรือ DHT
- Androstenedione
- Dehydroepiandrosterone หรือ DHEA
- DHEA-S
ในบรรดาทั้งหมดนี้ Testosterone เป็น androgen หลักในระบบไหลเวียนเลือด ส่วน DHT เป็น androgen ที่มีความแรงในการจับและกระตุ้น androgen receptor สูงกว่า Testosterone ในเนื้อเยื่อหลายชนิด (NCBI)
Androstenedione และ DHEA มีบทบาทเป็นสารตั้งต้นที่ร่างกายสามารถนำไปสร้าง Testosterone หรือฮอร์โมนชนิดอื่นต่อไปได้ (Cleveland Clinic)

Androgen สร้างจากที่ไหน?
ในผู้ชาย Testosterone ส่วนใหญ่ผลิตจาก Leydig cells ในอัณฑะ
ส่วนต่อมหมวกไต หรือ Adrenal glands ก็สามารถสร้าง androgen precursors เช่น DHEA และ androstenedione ได้
ในผู้หญิงก็มี Androgen เช่นกัน โดยผลิตจาก
- รังไข่
- ต่อมหมวกไต
และยังเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย
Cleveland Clinic ระบุว่า androgen มีอยู่ในทุกคน โดยอัณฑะ รังไข่ และต่อมหมวกไตมีส่วนในการสร้างฮอร์โมนกลุ่มนี้ (Cleveland Clinic)
จึงไม่ควรเข้าใจว่า “ผู้หญิงไม่มี Testosterone หรือ Androgen” เพราะผู้หญิงก็ต้องใช้ฮอร์โมนกลุ่มนี้เพื่อการทำงานตามปกติของร่างกายเช่นกัน
Androgen ทำหน้าที่อะไร?
Androgen มีหน้าที่มากกว่าการสร้างลักษณะเพศชาย ในภาพรวมมีบทบาทต่อ
- การเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์
- การพัฒนาอวัยวะสืบพันธุ์และลักษณะทางเพศ
- การสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อ
- สุขภาพกระดูก
- การสร้างเม็ดเลือดแดง
- ความต้องการและการทำงานทางเพศ
- การเจริญของเส้นขน
- การทำงานของรูขุมขนในบางตำแหน่ง
MedlinePlus ระบุว่า androgen และ androgen receptor มีหน้าที่สำคัญทั้งต่อการพัฒนาทางเพศ รวมถึงการควบคุม hair growth และ sex drive (MedlinePlus)
ดังนั้น Androgen ไม่ใช่ “ฮอร์โมนที่ไม่ดี” ตรงกันข้าม เป็นฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการทำงานตามปกติของร่างกาย
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อบางเนื้อเยื่อมีความไวต่อ androgen แตกต่างกัน หรือระดับฮอร์โมนและการตอบสนองไม่เหมาะสมกับบริบทนั้น
Testosterone คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ Androgen อย่างไร?
Testosterone เป็น androgen ที่สำคัญที่สุดชนิดหนึ่ง
ในผู้ชาย Testosterone มีบทบาทต่อ
- กล้ามเนื้อ
- กระดูก
- การสร้างอสุจิ
- ความต้องการทางเพศ
- ลักษณะทางเพศในวัยเจริญพันธุ์
- เส้นขนบางตำแหน่ง
แต่ Testosterone ไม่ได้ออกฤทธิ์เพียงรูปแบบเดียว เมื่อเข้าสู่เนื้อเยื่อบางชนิด Testosterone สามารถถูกเปลี่ยนเป็น DHT โดยเอนไซม์ 5-alpha reductase หรือสามารถเปลี่ยนเป็น Estradiol ผ่านเอนไซม์ aromatase ได้เช่นกัน (NCBI)
ดังนั้น Testosterone สามารถมองได้ว่าเป็นเหมือน ฮอร์โมนหลักและสารตั้งต้น ที่ร่างกายสามารถนำไปสร้างฮอร์โมนที่มีหน้าที่เฉพาะมากขึ้น
DHT คืออะไร?
DHT ย่อมาจาก Dihydrotestosterone เป็น androgen ที่สร้างมาจาก Testosterone
กระบวนการเกิดคือ
Testosterone
↓
5-alpha reductase
↓
DHT
ทั้ง Testosterone และ DHT จับกับ Androgen Receptor ได้ แต่ DHT จับกับ receptor ได้แน่นและมี androgenic potency สูงกว่า Testosterone ในหลายเนื้อเยื่อ (NCBI)
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม DHT จึงมีบทบาทสำคัญต่ออวัยวะบางชนิด เช่น ต่อมลูกหมาก รวมถึง รูขุมขนบริเวณหนังศีรษะที่ไวต่อ androgen
Androgen Receptor คืออะไร?
ต่อให้มี Testosterone หรือ DHT อยู่ในเลือด ฮอร์โมนก็ต้องมี “จุดรับสัญญาณ” เพื่อออกฤทธิ์
จุดรับนั้นเรียกว่า Androgen Receptor หรือ AR สามารถเปรียบเทียบแบบง่าย ๆ ว่า
Androgen = กุญแจ
Androgen Receptor = แม่กุญแจ
เมื่อ Testosterone หรือ DHT จับกับ androgen receptor จะเกิด hormone-receptor complex แล้วไปควบคุมการแสดงออกของยีนในเซลล์เป้าหมาย (MedlinePlus)
ความสำคัญของ receptor ทำให้คนสองคนที่มีระดับฮอร์โมนใกล้เคียงกันสามารถตอบสนองต่อ Androgen แตกต่างกันได้ เพราะ ระดับฮอร์โมนไม่ใช่ปัจจัยเพียงอย่างเดียว ความไวของเนื้อเยื่อต่อ androgen ก็สำคัญเช่นกัน

แล้วทำไม Androgen ถึงทำให้ขนขึ้น แต่กลับทำให้ผมบนศีรษะร่วง?
นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก
เพราะ Androgen ไม่ได้ให้ผลเหมือนกันกับรูขุมขนทุกตำแหน่ง
ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ Androgen สามารถช่วยกระตุ้นให้เส้นขนบางบริเวณหนาและชัดขึ้น เช่น
หนวด → เครา → ขนหน้าอก → ขนตามร่างกาย
แต่ในคนที่มีพันธุกรรมของ Androgenetic Alopecia
รูขุมขนบางตำแหน่งบนหนังศีรษะกลับตอบสนองต่อ androgen โดยเฉพาะ DHT ในทิศทางตรงกันข้าม
นั่นคือ
DHT จับ Androgen Receptor ในรูขุมขนที่ไวต่อฮอร์โมน
↓
วงจรการเจริญของเส้นผมเปลี่ยนไป
↓
รูขุมขนค่อย ๆ เล็กลง
↓
เส้นผมบางและสั้นลง
กระบวนการนี้เรียกว่า
Hair Follicle Miniaturization
งานทบทวนกลไกของ androgenetic alopecia ระบุว่า DHT และ androgen receptor เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้รูขุมขนที่มีความไวต่อ androgen เกิด miniaturization และช่วง anagen หรือระยะเจริญของเส้นผมสั้นลง (PubMed Central (PMC))
ผมร่วงจาก Androgen แปลว่า Testosterone สูงเกินไปหรือไม่?
ไม่จำเป็น
นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมาก
ผู้ชายที่มี androgenetic alopecia ไม่จำเป็นต้องมี Testosterone ในเลือดสูงผิดปกติ
สิ่งสำคัญคือ
พันธุกรรม + DHT + ความไวของ Androgen Receptor ในรูขุมขน
AAD ระบุว่าผมร่วงจากกรรมพันธุ์เกิดจากยีนที่ทำให้รูขุมขนค่อย ๆ หดเล็กลงจนเส้นผมบางและอาจหยุดสร้างเส้นผมในที่สุด (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)
ดังนั้นผู้ชายสามารถมี Testosterone อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ยังเกิด male pattern hair loss ได้
เพราะรูขุมขนบริเวณ
หน้าผาก → ขมับ → กลางศีรษะ → กระหม่อม
อาจมีความไวต่อ DHT ตามพันธุกรรม
ทำไมท้ายทอยมักไม่ล้านเหมือนด้านหน้าและกระหม่อม?
รูขุมขนแต่ละตำแหน่งมีความไวต่อ androgen ไม่เท่ากัน
บริเวณที่มีแนวโน้มเป็น androgenetic alopecia จะมี biology ของ androgen receptor และการตอบสนองต่อ DHT แตกต่างจากบริเวณท้ายทอย
งานทบทวนกลไก AGA ระบุว่ารูขุมขนบริเวณที่ไม่ล้าน เช่น occipital scalp มีความไวต่อ androgen แตกต่างจากบริเวณที่เกิด miniaturization (PubMed Central (PMC))
นี่เป็นหลักการที่ช่วยอธิบายว่าทำไม male pattern hair loss จึงเกิดเป็น “รูปแบบ”
แทนที่จะทำให้ผมร่วงเท่ากันทั้งศีรษะ
และยังเป็นเหตุผลหนึ่งที่เส้นผมบริเวณท้ายทอยมักถูกนำมาใช้เป็น donor hair ในการปลูกผม
DHT ทำให้รูขุมขนตายทันทีหรือไม่?
ไม่ใช่
โดยทั่วไปกระบวนการเกิด androgenetic alopecia เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป
เริ่มจาก
เส้นผมปกติ
↓
เส้นเล็กลง
↓
สั้นลง
↓
บางลง
↓
มองเห็นหนังศีรษะมากขึ้น
AAD ระบุว่า hereditary hair loss มักค่อย ๆ ดำเนินไป และการเริ่มรักษาตั้งแต่ช่วงต้นช่วยเพิ่มโอกาสในการป้องกันการลุกลามและรักษาเส้นผมที่ยังมีอยู่ (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)
ดังนั้นช่วงที่ยังเห็น
เส้นผมเล็ก ๆ บาง ๆ
มักเป็นช่วงที่น่าสนใจสำหรับการรักษามากกว่าปล่อยให้บริเวณนั้นไม่มีเส้นผมเป็นเวลานาน
ถ้า DHT เกี่ยวกับผมร่วง ทำไมไม่กำจัด Androgen ทั้งหมด?
เพราะ Androgen เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายต้องใช้เป้าหมายของการรักษา androgenetic alopecia จึงไม่ใช่ “ทำให้ร่างกายไม่มี Androgen”
แต่เป็นการ ลดผลของ DHT ต่อรูขุมขนในระดับที่เหมาะสม นี่คือหลักการของยากลุ่ม 5-alpha reductase inhibitors เช่น
Finasteride และ Dutasteride ยากลุ่มนี้ไม่ได้กำจัด Testosterone ออกจากร่างกาย แต่ลดการเปลี่ยน Testosterone → DHT โดยการยับยั้ง 5-alpha reductase
จึงเป็นการจัดการที่ “ขั้นตอนการสร้าง DHT” มากกว่าการปิดระบบฮอร์โมนเพศชายทั้งหมด
Finasteride เกี่ยวอะไรกับ Androgen?
Finasteride เป็นยาในกลุ่ม 5-alpha reductase inhibitor โดยออกฤทธิ์ยับยั้งเด่นที่ Type II 5-alpha reductase เมื่อเอนไซม์ถูกยับยั้ง
Testosterone
↓
การเปลี่ยนเป็น DHT ลดลง
↓
DHT ในหนังศีรษะลดลง
↓
แรงกระตุ้นต่อ androgen-sensitive hair follicles ลดลง
ผลที่ต้องการคือ ชะลอ miniaturization และช่วยรักษาเส้นผมที่ยังเหลืออยู่
หลักฐานด้านกลไกของ androgenetic alopecia สนับสนุนว่า DHT และ type II 5-alpha reductase มีบทบาทสำคัญ และการลด DHT ด้วย Finasteride สามารถช่วยการเจริญของเส้นผมในผู้ชายที่มี male pattern hair loss ได้ (PubMed)
Internal Link Recommendation:
“Finasteride 1 mg รักษาผมร่วงได้อย่างไร? เห็นผลกี่เดือน”
Dutasteride เกี่ยวอะไรกับ Androgen?
Dutasteride อยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่มีความแตกต่างสำคัญ
Finasteride
→ ยับยั้ง 5-alpha reductase เด่นที่ Type II
Dutasteride
→ ยับยั้งทั้ง Type I และ Type II
จึงทำให้ Dutasteride สามารถลดการสร้าง DHT ได้ครอบคลุมกว่า
อย่างไรก็ตาม หลักการของทั้งสองยาเหมือนกันคือ ไม่ได้กำจัด Testosterone แต่ลดการเปลี่ยน Testosterone ไปเป็น DHT
ดังนั้นเวลาพูดถึง “ยาลด androgen” ในบริบทผมร่วง ควรอธิบายให้แม่นยำว่า Finasteride และ Dutasteride เป็นยา ลดการสร้าง DHT ผ่านการยับยั้ง 5-alpha reductase ไม่ใช่ยาที่ทำให้ androgen ทั้งระบบหายไป
Internal Link Recommendation:
“Dutasteride 0.5 mg กับ Finasteride ต่างกันอย่างไรในการรักษาผมร่วง”

Androgen สูงทำให้ผมร่วงทุกคนไหม?
ไม่ใช่ เพราะ androgenetic alopecia ต้องอาศัยหลายองค์ประกอบร่วมกัน โดยเฉพาะ พันธุกรรม ความไวของรูขุมขนต่อ DHT Androgen Receptor อายุและการเปลี่ยนแปลงของรูขุมขน
จึงมีผู้ชายจำนวนมากที่มีระดับ Testosterone ปกติและไม่ล้านมาก ในขณะที่บางคนเริ่มผมบางตั้งแต่อายุยังน้อย
ดังนั้นการตรวจ Testosterone เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถบอกได้ว่าใครจะเป็น male pattern hair loss หรือรุนแรงแค่ไหน
หญิงมี Androgen แล้วทำให้ผมร่วงได้ไหม?
ผู้หญิงมี androgen ตามธรรมชาติ และ androgenetic alopecia สามารถเกิดในผู้หญิงได้เช่นกัน
AAD ระบุว่า hereditary hair loss พบได้ทั้งชายและหญิง โดยในผู้หญิงมักเห็นเป็น ผมบางกระจายบริเวณกลางศีรษะ หรือ รอยแสกกว้างขึ้น มากกว่าการเกิดแนวผมร่นแบบผู้ชาย (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)
อย่างไรก็ตาม กลไกของ female pattern hair loss มีความซับซ้อนกว่า และไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงทุกคนที่ผมบางมี androgen สูง
หากผู้หญิงมีผมบางร่วมกับ
- ขนตามใบหน้าเพิ่มผิดปกติ
- สิวมากขึ้น
- ประจำเดือนผิดปกติ
อาจต้องประเมินภาวะฮอร์โมนเพิ่มเติม
Androgen มากเกินไปมีอาการอย่างไร?
อาการจะแตกต่างกันตามเพศ อายุ และสาเหตุ ในผู้หญิง androgen ที่สูงผิดปกติอาจสัมพันธ์กับ
- สิว
- ขนขึ้นมากผิดปกติ
- ประจำเดือนผิดปกติ
- ผมบางแบบ androgen-related
และอาการอื่นตามสาเหตุ
ในผู้ชาย การประเมิน “androgen สูง” ไม่ควรทำจากลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียว เพราะระดับ Testosterone มีช่วงอ้างอิงตามอายุ เวลาเก็บเลือด และบริบททางคลินิก
ดังนั้นคำว่า “ผมร่วงเพราะฮอร์โมนเพศชายสูง” มักง่ายเกินไปสำหรับ androgenetic alopecia คำอธิบายที่เหมาะสมกว่าคือ รูขุมขนมีความไวต่อผลของ androgen โดยเฉพาะ DHT ตามพันธุกรรม
Androgen ต่ำมีผลอะไร?
Androgen ในระดับที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อสุขภาพ Cleveland Clinic ระบุว่า androgen มีบทบาทต่อ กล้ามเนื้อ กระดูก การสร้างเม็ดเลือดแดง การพัฒนาทางเพศ และ sexual function (Cleveland Clinic)
ดังนั้นการมีระดับ androgen ต่ำผิดปกติ โดยเฉพาะ Testosterone ในผู้ชาย สามารถสัมพันธ์กับอาการ เช่น
- ความต้องการทางเพศลดลง
- มวลกล้ามเนื้อลดลง
- พลังงานลดลง
หรือปัญหาอื่นตามสาเหตุ
นี่เป็นอีกเหตุผลที่การรักษาผมร่วงไม่ได้มีเป้าหมายให้ “ฮอร์โมนเพศชายต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้” แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่างประโยชน์และความเหมาะสมของผู้ใช้แต่ละคน
Androgen กับ DHT คือสิ่งเดียวกันไหม?
ไม่ใช่ ให้จำตามนี้
Androgen = กลุ่มฮอร์โมน ภายในกลุ่มประกอบด้วยหลายตัว
Testosterone = androgen ชนิดหนึ่ง
และ DHT = androgen ชนิดหนึ่งที่สร้างจาก Testosterone
ดังนั้น DHT เป็นส่วนหนึ่งของระบบ androgen แต่คำว่า androgen ไม่ได้หมายถึง DHT เพียงตัวเดียว
Androgen กับ Testosterone ต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างหลักคือ Androgen เป็นชื่อเรียกกลุ่ม ขณะที่ Testosterone เป็นชื่อของฮอร์โมนหนึ่งตัวในกลุ่มนั้น
เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือน
“ผลไม้” = กลุ่ม และ “แอปเปิล” = สมาชิกหนึ่งชนิดในกลุ่ม
เช่นเดียวกับ Androgen = กลุ่ม Testosterone / DHT / DHEA = สมาชิกในกลุ่ม
Androgen เป็นฮอร์โมนที่ไม่ดีต่อเส้นผมหรือไม่?
ไม่ควรมองแบบนั้น
Androgen เป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่จำเป็นต่อร่างกาย ปัญหาผมร่วงจากกรรมพันธุ์เกิดขึ้นเพราะ รูขุมขนบางตำแหน่งมีความไวต่อ androgen โดยเฉพาะ DHT
ดังนั้น คนหนึ่งอาจมี DHT ระดับปกติแต่ผมบางมาก ขณะที่อีกคนอาจมีระดับฮอร์โมนใกล้เคียงกันแต่ผมยังหนา
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ Genetics + Androgen Receptor + Hair Follicle Sensitivity ไม่ใช่เพียงตัวเลข Testosterone หรือ DHT อย่างเดียว
FAQ
Androgen คือฮอร์โมนเพศชายใช่ไหม?
Androgen มักเรียกว่า “ฮอร์โมนเพศชาย” เพราะมีบทบาทเด่นต่อพัฒนาการทางเพศชาย แต่จริง ๆ แล้ว ทั้งผู้ชายและผู้หญิงมี androgen และต้องใช้ฮอร์โมนกลุ่มนี้ในการทำงานตามปกติของร่างกาย (Cleveland Clinic)
Testosterone เป็น Androgen หรือไม่?
ใช่ Testosterone เป็น androgen หลักชนิดหนึ่ง และสามารถถูกเปลี่ยนเป็น DHT หรือ estradiol ได้ในร่างกาย (NCBI)
DHT คือ Androgen หรือไม่?
ใช่ DHT หรือ Dihydrotestosterone เป็น androgen ที่เกิดจาก Testosterone ผ่านเอนไซม์ 5-alpha reductase และจับ androgen receptor ได้แรงกว่า Testosterone ในหลายเนื้อเยื่อ (NCBI)
Androgen ทำให้ผมร่วงหรือไม่?
ในคนที่มีพันธุกรรมของ androgenetic alopecia ผลของ DHT ต่อ androgen receptor ในรูขุมขนที่ไวต่อฮอร์โมนสามารถทำให้เกิด hair follicle miniaturization และเส้นผมบางลงเรื่อย ๆ (PubMed Central (PMC))
ผมร่วงจากกรรมพันธุ์แปลว่า Testosterone สูงไหม?
ไม่จำเป็น การเกิด androgenetic alopecia ขึ้นกับพันธุกรรมและความไวของรูขุมขนต่อ androgen โดยเฉพาะ DHT ไม่ใช่ระดับ Testosterone เพียงอย่างเดียว (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)
Summary
ถ้าต้องการเข้าใจคำว่า Androgen แบบง่ายที่สุด ให้จำว่า Androgen คือ “กลุ่มฮอร์โมน” ไม่ใช่ฮอร์โมนเพียงตัวเดียว
สมาชิกสำคัญ ได้แก่ Testosterone และ DHT หรือ Dihydrotestosterone
โดย Testosterone สามารถถูกเปลี่ยนเป็น DHT ผ่านเอนไซม์ 5-alpha reductase (NCBI)
ทั้ง Testosterone และ DHT ออกฤทธิ์ผ่าน Androgen Receptor หรือ AR และมีบทบาทสำคัญต่อร่างกายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ กระดูก การพัฒนาทางเพศ ความต้องการทางเพศ และเส้นขน (MedlinePlus)
สำหรับเรื่อง ผมร่วงจากกรรมพันธุ์ ตัวที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ DHT เพราะในผู้ที่มีพันธุกรรมไวต่อ androgen
Testosterone → DHT → Androgen Receptor → Hair Follicle Miniaturization → ผมค่อย ๆ บางลง
ดังนั้นการรักษาด้วยยาอย่าง Finasteride หรือ Dutasteride จึงไม่ได้มีเป้าหมายทำให้ร่างกาย “ไม่มีฮอร์โมนเพศชาย” แต่เน้น ลดการเปลี่ยน Testosterone ไปเป็น DHT เพื่อลดแรงกระตุ้นต่อรูขุมขนที่ไวต่อ androgen
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการเข้าใจคำว่า Androgen, Testosterone, DHT และ Androgen Receptor จึงเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนทำความเข้าใจการรักษาผมร่วงจากกรรมพันธุ์

หมายเหตุสำคัญ
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบบ Androgen และความเกี่ยวข้องกับ androgenetic alopecia ไม่ควรใช้ระดับ Testosterone หรือ DHT เพียงอย่างเดียวเพื่อวินิจฉัยสาเหตุของผมร่วง
ผมร่วงสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น กรรมพันธุ์ ภาวะ telogen effluvium โรคไทรอยด์ ภาวะขาดสารอาหาร alopecia areata การติดเชื้อ หรือโรคหนังศีรษะ หากผมร่วงรวดเร็ว ร่วงเป็นหย่อม หนังศีรษะมีการอักเสบ หรือไม่แน่ใจว่าเป็นผมร่วงจากกรรมพันธุ์ ควรได้รับการประเมินก่อนเริ่มยาที่มีผลต่อระบบ androgen
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com
References
- Endotext, NCBI Bookshelf. Androgen Physiology, Pharmacology, Use and Misuse. อธิบาย Testosterone, DHT การสร้าง androgen และการออกฤทธิ์ผ่าน androgen receptor. (NCBI)
- Endotext, NCBI Bookshelf. Androgen Physiology: Receptor and Metabolic Disorders. อธิบาย Testosterone เป็น androgen หลัก การเปลี่ยนเป็น DHT ผ่าน 5-alpha reductase และความแตกต่างในการจับ androgen receptor. (NCBI)
- Cleveland Clinic. Androgens: Function, Levels & Related Disorders. ข้อมูลชนิดของ androgen บทบาทในทั้งชายและหญิง รวมถึง Testosterone, DHT, DHEA และ androstenedione. (Cleveland Clinic)
- MedlinePlus Genetics. AR Gene — Androgen Receptor. อธิบายกลไก androgen receptor และบทบาทต่อ hair growth, sexual development และ gene regulation. (MedlinePlus)
- American Academy of Dermatology. Hair loss: Who gets and causes. ข้อมูล hereditary hair loss และกระบวนการที่รูขุมขนค่อย ๆ เล็กลงใน androgenetic alopecia. (สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน)
- Androgenetic Alopecia: An Update. Review อธิบาย DHT, androgen receptor และ hair follicle miniaturization ใน AGA. (PubMed Central (PMC))
- Trüeb RM. Molecular mechanisms of androgenetic alopecia. อธิบายบทบาทสำคัญของ DHT, androgen receptor และ 5-alpha reductase ต่อการเกิดผมร่วงแบบกรรมพันธุ์. (PubMed)






