เกลื้อนคืออะไร? ดวงขาว ดวงแดง ดวงน้ำตาลเกิดจากอะไร
เกลื้อนมีลักษณะอย่างไร? ทำไมบางคนเป็นดวงขาว บางคนเป็นแดงหรือสีน้ำตาล รู้จักเชื้อ Malassezia ตำแหน่งที่พบบ่อย วิธีแยจากด่างขาว การรักษา และสาเหตุที่สีผิวยังไม่กลับทันทีหลังเชื้อหาย
วันหนึ่งคุณส่องกระจกแล้วเห็น ดวงสีขาวจาง ๆ บริเวณหน้าอกหรือหลัง
ตอนแรกอาจคิดว่าเป็นรอยแดดไม่สม่ำเสมอ
แต่พอดูใกล้ ๆ กลับเห็นว่าบางจุดมีขุยละเอียด และอีกบริเวณหนึ่งกลับไม่ได้เป็นสีขาวเลย แต่ดูออก ชมพู แดง หรือน้ำตาล
จึงเกิดคำถามว่า
“ถ้าเป็นเกลื้อน ทำไมสีถึงไม่เหมือนกัน?”
นี่เป็นหนึ่งในลักษณะเฉพาะของ เกลื้อน หรือ Pityriasis versicolor / Tinea versicolor เพราะคำว่า versicolor มีความหมายถึงการมีได้หลายสี
รอยโรคสามารถมีสี ขาวหรือซีดกว่าผิว ชมพู แดง สีน้ำตาล หรือเข้มกว่าผิวรอบข้าง และมักมีขุยละเอียด โดยพบบ่อยบริเวณหน้าอก หลัง คอ และต้นแขน (DermNet®)
เกลื้อนคืออะไร?
เกลื้อนเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนมากผิดปกติของยีสต์ในสกุล Malassezia
ประเด็นที่น่าสนใจคือ Malassezia ไม่ใช่เชื้อแปลกปลอมที่ต้องไปรับมาจากคนอื่นเสมอไป
ยีสต์ชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของจุลชีพที่พบได้ตามปกติบนผิวหนังของคนเรา แต่ในบางสภาวะ เชื้อสามารถเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนเกิดรอยโรคเกลื้อนได้ (DermNet®)
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เกลื้อนแตกต่างจาก กลาก
แม้ภาษาอังกฤษจะนิยมเรียก tinea versicolor แต่ในเชิงเชื้อโรค เกลื้อนเกิดจาก Malassezia yeast ขณะที่กลากเกิดจากเชื้อราในกลุ่ม dermatophytes (DermNet®)
เกลื้อนมีอาการอย่างไร?
อาการที่พบได้บ่อยคือ
- เป็นดวงหรือปื้นสีผิวผิดไปจากบริเวณรอบข้าง
- มีได้ทั้งสีขาว ชมพู แดง น้ำตาล หรือสีแทน
- มีขุยละเอียด
- หลายดวงสามารถค่อย ๆ ขยายและรวมกันเป็นปื้นใหญ่
- บางคนมีอาการคันเล็กน้อย
- มักเห็นชัดขึ้นหลังผิวบริเวณรอบ ๆ ถูกแดด
AAD ระบุว่ารอยเกลื้อนอาจ แห้ง เป็นขุย คัน และค่อย ๆ โตหรือรวมกันเป็นปื้น และมักเห็นเด่นขึ้นหลังผิวส่วนอื่นเกิดสีแทน เพราะบริเวณที่มีเกลื้อนมีการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสี (American Academy of Dermatology)
ทำไมเกลื้อนถึงเป็น “ดวงขาว”?
ดวงขาวเกิดจากการที่ Malassezia และสารที่เชื้อสร้างขึ้นมีผลต่อ melanocytes หรือเซลล์สร้างเม็ดสี
DermNet อธิบายว่าเกลื้อนชนิดสีซีดหรือ hypopigmented เชื่อว่าเกิดจากสารที่สร้างโดย Malassezia ซึ่งสามารถรบกวนการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี ทำให้บริเวณนั้นสร้างเม็ดสีลดลง (DermNet®)
ผลที่เห็นจึงเป็น
ผิวปกติ
→ Malassezia เพิ่มจำนวน
→ การสร้างเม็ดสีบริเวณนั้นเปลี่ยนไป
→ เกิดดวงที่สีอ่อนกว่าผิวรอบข้าง
รอยสีขาวมักมองเห็นชัดขึ้นในคนผิวเข้มหรือหลังออกแดด เพราะผิวรอบข้างเข้มขึ้น แต่บริเวณที่เป็นเกลื้อนอาจไม่เข้มตาม (American Academy of Dermatology)

แล้วเกลื้อนดวงแดงหรือชมพูเกิดจากอะไร?
รอยสีชมพูหรือแดงสัมพันธ์กับ การอักเสบเล็กน้อยของผิวหนัง
DermNet อธิบายว่าเกลื้อนชนิดสีชมพูเกิดจาก dermatitis หรือการอักเสบที่สัมพันธ์กับ Malassezia หรือสารที่เชื้อสร้างขึ้น (DermNet®)
จึงอาจเห็นเป็น
ชมพู → แดงอ่อน → มีขุยละเอียด
โดยเฉพาะในคนที่มีผิวค่อนข้างขาว รอยสีชมพูหรือแดงอาจสังเกตง่ายกว่ารอยสีขาว
แต่ไม่ควรใช้สีแดงเพียงอย่างเดียววินิจฉัย เพราะผื่นเชื้อรา ผื่นแพ้ ผิวหนังอักเสบ และโรคผิวหนังอื่นจำนวนมากก็ทำให้เกิดรอยแดงได้
เกลื้อนดวงน้ำตาลเกิดจากอะไร?
เกลื้อนสามารถทำให้ผิวบริเวณนั้น เข้มขึ้นกว่าผิวปกติ ได้เช่นกัน
DermNet ระบุว่าในเกลื้อนชนิดสีน้ำตาล สามารถพบการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับเม็ดสี ทำให้เกิด hyperpigmented patches หรือปื้นสีเข้ม (DermNet®)
จึงไม่ควรคิดว่า
“เกลื้อนต้องเป็นดวงขาวเท่านั้น”
ในคนเดียวกันยังสามารถพบรอยเกลื้อนต่างสีอยู่ร่วมกันได้ด้วย
นี่คือที่มาของชื่อ versicolor — หลายสี
เกลื้อนมักขึ้นตรงไหน?
ตำแหน่งที่พบได้บ่อยคือบริเวณที่มีต่อมไขมันมากและค่อนข้างอับ เช่น
- หน้าอก
- หลัง
- ไหล่
- คอ
- ต้นแขน
DermNet ระบุว่า trunk, neck และ arms เป็นบริเวณที่พบบ่อยของ pityriasis versicolor (DermNet®)
ในบางคนสามารถพบตำแหน่งอื่นได้ แต่ถ้ามีรอยขาวเฉพาะที่ใบหน้า มือ หรือเท้า และไม่มีขุยเลย ก็อาจต้องคิดถึงโรคอื่นร่วมด้วย
ทำไมคนไทยถึงเป็นเกลื้อนได้ง่าย?
สภาพอากาศมีบทบาทอย่างมาก
Malassezia เจริญได้ดีในสภาวะ ร้อน ชื้น และมีความมันบนผิว
AAD ระบุปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเพิ่มจำนวนของเชื้อ ได้แก่
- อากาศร้อนและชื้น
- เหงื่อออกมาก
- ผิวมัน
และเกลื้อนพบได้บ่อยในพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (American Academy of Dermatology)
ประเทศไทยจึงเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเกิดเกลื้อน โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน ฝนตก และความชื้นสูง
เกลื้อนติดต่อจากคนอื่นไหม?
โดยทั่วไป ไม่ได้ถือเป็นโรคติดต่อในลักษณะเดียวกับกลาก
เหตุผลคือ Malassezia เป็นยีสต์ที่พบได้ตามธรรมชาติบนผิวหนังของคนอยู่แล้ว
DermNet ระบุว่า pityriasis versicolor ไม่ถือเป็นโรคติดต่อในความหมายทั่วไป แม้บางครั้งอาจพบหลายคนในครอบครัวเดียวกัน (DermNet®)
ดังนั้นถ้าคนหนึ่งในบ้านเป็นเกลื้อน ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะติดจากการใช้ชีวิตใกล้ชิดเหมือนโรคติดเชื้อบางชนิด
ตรงนี้ต่างจาก กลาก dermatophyte ซึ่งแพร่ผ่านคน สัตว์ หรือของใช้ร่วมกันได้ง่ายกว่า
เกลื้อนกับกลากต่างกันอย่างไร?
สองคำนี้มักถูกเรียกรวมกันว่า “เชื้อราผิวหนัง” แต่จริง ๆ แล้วมีลักษณะต่างกัน
กลาก มักเป็น
ผื่นเป็นวง → ขอบแดง/นูน → คัน → ขอบมีขุย
และเกิดจาก dermatophytes
ส่วน เกลื้อน มักเป็น
ดวงสีผิดปกติหลายดวง → ขุยละเอียด → มักอยู่หน้าอก หลัง คอ → คันน้อยหรือไม่คัน
และเกิดจาก Malassezia
DermNet ย้ำว่าแม้ใช้ชื่อ tinea versicolor กันแพร่หลาย แต่จริง ๆ แล้วเชื้อของเกลื้อนไม่ใช่ dermatophyte ซึ่งเป็นเชื้อของกลาก (DermNet®)
Internal Link Recommendation:
“กลากกับเกลื้อนต่างกันอย่างไร? ดูจากผื่นอย่างไรเบื้องต้น”
เกลื้อนกับด่างขาวต่างกันอย่างไร?
นี่เป็นคำถามสำคัญมาก โดยเฉพาะคนที่มี ดวงขาว
เกลื้อนสามารถถูกเข้าใจผิดว่าเป็น Vitiligo หรือโรคด่างขาว ได้
ลักษณะที่ช่วยให้นึกถึงเกลื้อนมากขึ้นคือ
- มีขุยละเอียด
- สีไม่จำเป็นต้องขาวสนิท
- มักมีหลายดวง
- พบหน้าอก หลัง คอ หรือต้นแขน
ส่วนด่างขาวเป็นภาวะสูญเสียเม็ดสีที่มักเห็นเป็นปื้นขาวค่อนข้างชัด และไม่มีขุยแบบเกลื้อน
AAD ระบุโดยตรงว่า tinea versicolor ที่เป็นรอยซีดสามารถถูกเข้าใจผิดว่าเป็น vitiligo ได้ (American Academy of Dermatology)
ถ้าดูไม่ออก ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อรามาทาต่อเนื่องเป็นเดือนเพียงเพราะเห็นรอยขาว

แพทย์ตรวจเกลื้อนอย่างไร?
หลายกรณีสามารถวินิจฉัยจากลักษณะผื่นได้
แต่ถ้าไม่แน่ใจ แพทย์ผิวหนังอาจ
- ขูดผิวหนังเล็กน้อยเพื่อดูเชื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์
- ใช้ Wood’s lamp ตรวจผิวหนัง
AAD ระบุว่าใต้ Wood’s lamp รอยเกลื้อนบางกรณีสามารถเห็นเป็นสีเหลืองอมเขียว และการขูดผิวตรวจด้วยกล้องเป็นอีกวิธีช่วยยืนยัน (American Academy of Dermatology)
การตรวจมีประโยชน์มากโดยเฉพาะกรณีที่ผื่นคล้ายด่างขาว ผื่นแพ้ หรือโรคผิวหนังชนิดอื่น
เกลื้อนรักษาอย่างไร?
การรักษามุ่งลดจำนวน Malassezia บนผิวหนัง
หากเป็นไม่มาก มักใช้ ยาฆ่าเชื้อราภายนอก
AAD ระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้รักษาอาจอยู่ในรูป
- แชมพู
- สบู่หรือ cleanser ที่มีตัวยา
- ครีม
- โลชั่น
ตัวยาที่พบได้ เช่น
- Selenium sulfide
- Ketoconazole
- Pyrithione zinc
- Miconazole
- Clotrimazole
ส่วนกรณีที่รอยโรคกว้าง หนามาก หรือกลับเป็นซ้ำบ่อย แพทย์อาจพิจารณายาฆ่าเชื้อราชนิดรับประทานในบางราย (American Academy of Dermatology)
วิธีใช้และระยะเวลาขึ้นกับ ตัวยา รูปแบบผลิตภัณฑ์ และพื้นที่ที่เป็น จึงไม่ควรใช้สูตรเดียวกับยารักษากลากทุกชนิดโดยอัตโนมัติ
ทำไมทายาแล้วเชื้อหาย แต่ดวงขาวยังอยู่?
นี่เป็นคำถามที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งของเกลื้อน
สีผิวที่ยังไม่กลับ ไม่ได้แปลว่าเชื้อยังอยู่เสมอไป
AAD ระบุว่าแม้ยาจะกำจัดยีสต์ได้แล้ว แต่สีผิวอาจยัง ซีดหรือเข้มกว่าปกติอยู่เป็นเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ก่อนจะค่อย ๆ กลับมาใกล้สีผิวเดิม (American Academy of Dermatology)
ดังนั้นหลังรักษาอาจเกิดสถานการณ์
ไม่มีขุยแล้ว
ไม่ขยายแล้ว
ไม่มีผื่นใหม่
แต่
ดวงขาวยังเห็นอยู่
ตรงนี้ไม่ควรเพิ่มยาหรือเปลี่ยนยาเองโดยดูจาก “สีผิว” เพียงอย่างเดียว
จะรู้ได้อย่างไรว่าเกลื้อนยังมีเชื้ออยู่หรือเหลือเพียงรอยสี?
โดยทั่วไปสิ่งที่ช่วยประเมิน ได้แก่
หากโรคยัง active อาจยังเห็น
- ขุยละเอียด
- รอยใหม่เพิ่มขึ้น
- ปื้นเดิมขยาย
- คันเล็กน้อย
แต่ถ้า
ไม่มีขุย + ไม่ขยาย + ไม่มีรอยใหม่
อาจเหลือเพียงความผิดปกติของสีผิวหลังการรักษา
อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่แน่ใจ แพทย์สามารถใช้การขูดผิวหรือ Wood’s lamp ช่วยประเมินได้ (American Academy of Dermatology
ทำไมเกลื้อนถึงกลับมาเป็นซ้ำบ่อย?
เพราะ Malassezia เป็นส่วนหนึ่งของจุลชีพที่อยู่บนผิวหนังตามธรรมชาติ
แม้รักษาจนรอยโรคดีขึ้นแล้ว หากกลับเข้าสู่สภาวะ
อากาศร้อน + เหงื่อมาก + ความชื้นสูง + ผิวมัน
ยีสต์สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นอีกได้
AAD ระบุว่าเกลื้อนมีโอกาสกลับมา โดยเฉพาะในอากาศร้อนและชื้น และบางคนอาจต้องใช้ medicated cleanser เป็นระยะเพื่อป้องกันการกำเริบซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์ (American Academy of Dermatology)
จึงไม่ได้หมายความว่า
“ยาครั้งก่อนรักษาไม่หาย”
เสมอไป
แต่อาจเป็น โรคกลับเป็นใหม่
วิธีลดโอกาสเกลื้อนกลับมา
หลักสำคัญคือควบคุมความชื้นและความมันของผิวหนัง
เช่น
- อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเหงื่อออกมาก
- หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่อับชื้นเป็นเวลานาน
- เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศ
- ลดผลิตภัณฑ์ผิวที่มีความมันมากหากทำให้ผิวอับ
- ใช้ยาหรือ cleanser ป้องกันตามคำแนะนำในผู้ที่เป็นซ้ำบ่อย
AAD ยังแนะนำการป้องกันแสงแดด เพราะการ tanning ทำให้ความแตกต่างของสีระหว่างผิวปกติกับบริเวณเกลื้อนเห็นชัดขึ้น (American Academy of Dermatology)
เมื่อไรควรพบแพทย์?
ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินหาก
- ไม่แน่ใจว่าเป็นเกลื้อนหรือด่างขาว
- รอยโรคกระจายกว้างมาก
- รักษาแล้วไม่ดีขึ้น
- เป็นซ้ำบ่อยมาก
- มีอาการอักเสบหรือคันมากผิดปกติ
- รอยโรคมีลักษณะไม่เหมือนเดิม
- เป็นเด็กเล็ก
- มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ใช้ยาฆ่าเชื้อราอย่างถูกต้องแล้วแต่ยังมีขุยหรือรอยใหม่เกิดขึ้น
เพราะรอยสีผิดปกติบนผิวหนังไม่ได้เกิดจากเกลื้อนทุกกรณี
FAQ
เกลื้อนเป็นสีอะไร?
เป็นได้หลายสี ได้แก่ ขาวหรือซีดกว่าผิว ชมพู แดง สีแทน หรือน้ำตาล จึงได้ชื่อว่า versicolor หรือ “หลายสี” (DermNet®)
เกลื้อนเกิดจากอะไร?
เกิดจากการเพิ่มจำนวนของยีสต์ Malassezia ซึ่งพบเป็นส่วนหนึ่งของจุลชีพบนผิวหนังตามธรรมชาติ (DermNet®)
เกลื้อนคันไหม?
ส่วนใหญ่อาจไม่มีอาการ แต่บางคนมีอาการ คันเล็กน้อย และมักมีขุยละเอียด (DermNet®)
เกลื้อนติดต่อไหม?
โดยทั่วไปไม่ได้ถือว่าเป็นโรคติดต่อแบบกลาก เพราะ Malassezia พบอยู่บนผิวคนตามธรรมชาติอยู่แล้ว (DermNet®)
รักษาเกลื้อนแล้วดวงขาวหายทันทีไหม?
ไม่จำเป็น เชื้อสามารถถูกกำจัดก่อน แต่สีผิวอาจใช้เวลา หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน จึงค่อยกลับมาใกล้ปกติ (American Academy of Dermatology)
Summary
เกลื้อน หรือ Pityriasis versicolor เป็นโรคผิวหนังจากการเพิ่มจำนวนของยีสต์ Malassezia
ลักษณะที่พบได้คือ
ดวงหรือปื้นสีผิดปกติ + ขุยละเอียด + มักอยู่หน้าอก หลัง คอ หรือต้นแขน
และไม่จำเป็นต้องเป็นดวงขาวเสมอไป
ดวงขาว เกี่ยวข้องกับการลดการสร้างเม็ดสีในบริเวณที่มีเชื้อ
ดวงชมพูหรือแดง เกี่ยวข้องกับการอักเสบเล็กน้อย
ดวงน้ำตาล เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีที่ทำให้บริเวณนั้นเข้มขึ้น (DermNet®)
เกลื้อนพบได้ง่ายในอากาศ ร้อนและชื้น และสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ แม้รักษาครั้งก่อนหายแล้ว (American Academy of Dermatology)
สิ่งที่ต้องเข้าใจมากที่สุดคือ
รักษาเชื้อหายแล้ว สีผิวไม่จำเป็นต้องกลับทันที
ดวงขาวหรือดวงน้ำตาลอาจยังเห็นได้หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ดังนั้นไม่ควรตัดสินว่ายาไม่ได้ผลจากสีผิวเพียงอย่างเดียว
หากรอยขาวชัด ไม่มีขุย รักษาเชื้อราแล้วไม่เปลี่ยน หรือสงสัยว่าอาจเป็น ด่างขาวหรือโรคผิวหนังชนิดอื่น ควรได้รับการประเมินก่อนใช้ยาต่อเนื่อง

หมายเหตุสำคัญ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป รอยสีขาว แดง หรือน้ำตาลบนผิวหนังสามารถเกิดจากโรคหลายชนิด ไม่ควรวินิจฉัยเกลื้อนจากสีของผื่นเพียงอย่างเดียว หากรอยโรคไม่มีขุย กระจายผิดปกติ ไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือสงสัยด่างขาว ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมิน
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com
References
- American Academy of Dermatology. Tinea versicolor: Signs and symptoms. ลักษณะรอยสีขาว ชมพู แดง สีน้ำตาล ขุยและอาการคัน (American Academy of Dermatology)
- American Academy of Dermatology. Tinea versicolor: Diagnosis and treatment. การตรวจด้วย skin scraping/Wood’s lamp การรักษา และสีผิวที่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนจึงกลับมา (American Academy of Dermatology)
- American Academy of Dermatology. Tinea versicolor: Who gets and causes. ปัจจัยอากาศร้อน ความชื้น เหงื่อและผิวมัน (American Academy of Dermatology)
- DermNet. Pityriasis versicolor. ข้อมูล Malassezia กลไกของรอยสีขาว ชมพู และน้ำตาล ตำแหน่งที่พบ และการกลับเป็นซ้ำ (DermNet®)
- DermNet. Dermoscopy of pityriasis versicolor. ลักษณะ hypopigmented, hyperpigmented และ pink patches พร้อมขุยละเอียด (DermNet®)






