แผลซิฟิลิสระยะแรกเป็นแบบไหน? ทำไมแผลไม่เจ็บและหายเองได้

แผลซิฟิลิสระยะแรกเป็นแบบไหน? ทำไมแผลไม่เจ็บและหายเองได้

แผลซิฟิลิสระยะแรกหรือ chancre มักเป็นแผลเดี่ยว ขอบค่อนข้างแข็ง พื้นแผลสะอาด และไม่เจ็บ สามารถหายเองในไม่กี่สัปดาห์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเชื้อซิฟิลิสหาย เพราะเชื้ออาจกระจายต่อไปสู่ระยะที่สอง


หลังมีเพศสัมพันธ์ที่กังวล บางคนสังเกตเห็นตุ่มหรือแผลเล็ก ๆ บริเวณอวัยวะเพศ ปาก หรือรอบทวารหนัก

สิ่งที่ทำให้หลายคนไม่คิดถึงซิฟิลิสคือ แผลไม่ค่อยเจ็บ บางครั้งไม่มีหนอง ไม่มีอาการแสบ และผ่านไปไม่กี่สัปดาห์แผลกลับค่อย ๆ หายไปเอง

จึงเกิดความเข้าใจว่า “ถ้าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แผลก็น่าจะต้องเจ็บไม่ใช่หรือ?” หรือ “แผลหายแล้ว แสดงว่าเชื้อหายแล้วหรือเปล่า?”

สำหรับ ซิฟิลิสระยะแรก หรือ Primary Syphilis คำตอบกลับตรงกันข้าม

แผลซิฟิลิสแบบคลาสสิกมักไม่เจ็บ และสามารถหายเองได้แม้ไม่ได้รักษา แต่เชื้อยังคงอยู่ในร่างกายและโรคสามารถดำเนินต่อไปได้

BASHH ระบุว่าแผลระยะแรกหรือ chancre แบบคลาสสิกมักเป็นแผลเดี่ยว ไม่เจ็บ ค่อนข้างแข็ง พื้นแผลสะอาด และอาจมีน้ำใสออกจากแผลโดยไม่มีหนอง ส่วน WHO ระบุว่าแผลมักมีลักษณะกลมหรือค่อนข้างกลม แข็ง และไม่เจ็บ จึงสามารถถูกมองข้ามได้ง่าย (Bashh)


แผลซิฟิลิสระยะแรกเรียกว่าอะไร?

แผลในระยะแรกเรียกว่า Chancre เกิดขึ้นตรงบริเวณที่เชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum เข้าสู่ร่างกาย

หลังเชื้อผ่านเยื่อบุหรือผิวหนังที่มีรอยถลอก เชื้อจะเพิ่มจำนวนบริเวณจุดที่เข้าสู่ร่างกาย ก่อนทำให้เกิดตุ่มและพัฒนาเป็นแผลของ primary syphilis ตามมา (Bashh)

เพราะเหตุนี้ ตำแหน่งของแผลจึงสัมพันธ์กับตำแหน่งที่เกิดการสัมผัสเชื้อ

เช่น

  • อวัยวะเพศ
  • รอบหรือภายในทวารหนัก
  • ริมฝีปากหรือช่องปาก
  • ช่องคลอดหรือปากมดลูก

ดังนั้นผู้ติดเชื้อบางรายจึงอาจมีแผลโดยไม่รู้ตัวเลย


หลังรับเชื้อกี่วันจึงเริ่มมีแผลซิฟิลิส?

แผลไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังสัมผัส

BASHH 2024 ระบุว่าระยะฟักตัวของ primary syphilis โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ

21 วัน

แต่สามารถอยู่ในช่วงประมาณ

9–90 วัน

ได้ (Bashh)

ดังนั้นหลังมีความเสี่ยง

Day 1–7
อาจยังไม่มีอะไรผิดปกติ

ประมาณสัปดาห์ที่ 2–4
เป็นช่วงที่อาจเริ่มเห็นแผลในผู้ที่แสดงอาการ

แต่บางคนอาจเกิดเร็วกว่าหรือช้ากว่านั้น

จึงไม่ควรคิดว่า

ผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วยังไม่มีแผล แปลว่าไม่ติดซิฟิลิส”

เพราะทั้งระยะฟักตัวมีความแปรปรวน และผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งอาจไม่สังเกตเห็นแผลตั้งแต่แรก


แผลซิฟิลิสระยะแรกหน้าตาเป็นแบบไหน?

แผล chancre แบบคลาสสิกมีลักษณะที่มักกล่าวถึง ได้แก่

  • มักเริ่มจากตุ่มเล็กก่อนกลายเป็นแผล
  • มักเป็นแผลเดี่ยว
  • ค่อนข้างกลมหรือรูปไข่
  • ขอบหรือฐานแผลค่อนข้างแข็ง
  • พื้นแผลค่อนข้างสะอาด
  • อาจมีน้ำใสออกจากแผล
  • โดยทั่วไปไม่มีหนอง
  • ที่สำคัญคือ มักไม่เจ็บ

BASHH ระบุลักษณะแบบคลาสสิกว่าเป็น single, painless, indurated chancre with a clean base และอาจมี clear serum แต่ไม่ใช่หนอง (Bashh)

WHO ก็อธิบาย primary chancre ว่าเป็นแผลที่โดยทั่วไป

กลม + แข็ง + ไม่เจ็บ

และอาจเกิดบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือบริเวณอื่นได้ (องค์การอนามัยโลก)


แผลซิฟิลิสต้องเป็นแผลเดียวเสมอไหม?

ไม่เสมอ แม้ภาพจำของ primary syphilis คือ แผลเดี่ยว + ไม่เจ็บ + แข็ง แต่ในชีวิตจริงสามารถพบ หลายแผล หรือบางรายมีแผลที่ เจ็บ มีหนอง หรือมีลักษณะที่ไม่เหมือน textbook ได้เช่นกัน

BASHH ระบุชัดว่า แม้ chancre แบบคลาสสิกจะเป็นแผลเดี่ยวและไม่เจ็บ แต่ผู้ป่วยส่วนน้อยจำนวนไม่น้อยสามารถมี multiple, painful หรือ purulent chancres ได้ (Bashh)

ดังนั้น

แผลเจ็บ” ไม่สามารถใช้ตัดซิฟิลิสออกได้

เช่นเดียวกับ

มีหลายแผล” ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ใช่ซิฟิลิส


ทำไมแผลซิฟิลิสระยะแรกถึงไม่เจ็บ?

นี่เป็นลักษณะที่ทำให้ซิฟิลิสถูกมองข้ามได้ง่ายมาก

แผล chancre เกิดจากการเพิ่มจำนวนของ Treponema pallidum บริเวณจุดที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย พร้อมกับการตอบสนองของเนื้อเยื่อและหลอดเลือดในบริเวณนั้น

แต่ลักษณะการอักเสบของ primary chancre โดยทั่วไป ไม่ได้กระตุ้นความเจ็บปวดรุนแรงเหมือนแผลติดเชื้อบางชนิด

จึงเกิดภาพที่ดูขัดกับความรู้สึกทั่วไป คือ

มีแผลจริง

แต่

เจ็บน้อยมากหรือไม่เจ็บเลย

WHO และ BASHH จึงใช้คำว่า painless chancre เป็นหนึ่งในลักษณะสำคัญของ primary syphilis (องค์การอนามัยโลก)

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรอธิบายว่าซิฟิลิส “ทำลายเส้นประสาทจนไม่เจ็บ” เพราะนั่นไม่ใช่คำอธิบายมาตรฐานของ primary chancre

สิ่งที่ถูกต้องกว่าคือ

ลักษณะของแผลและการอักเสบในระยะแรกของซิฟิลิสมักทำให้แผลไม่เจ็บ แต่กลไกระดับเนื้อเยื่อมีความซับซ้อนและไม่ควรตีความว่าเชื้อทำให้เส้นประสาทชา


ทำไมหลายคนมีแผลแต่ไม่รู้ตัว?

เพราะมีสองปัจจัยร่วมกัน

ข้อแรก — แผลมักไม่เจ็บ

จึงไม่มีอาการที่บังคับให้ผู้ป่วยสังเกต

ข้อที่สอง — แผลอาจอยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็น

เช่น

ภายในช่องคลอด

  • บริเวณปากมดลูก
  • ภายในทวารหนัก
  • ภายในช่องปาก

หรือบริเวณอื่นที่ไม่ได้ตรวจดูเป็นประจำ

WHO ระบุว่าผู้ติดเชื้อซิฟิลิสจำนวนมากอาจไม่มีอาการที่สังเกตได้ และ primary chancre สามารถถูกมองข้ามได้ง่าย (องค์การอนามัยโลก)

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม

ไม่เคยเห็นแผล”

ไม่ได้เท่ากับ

ไม่เคยมี primary syphilis”


แผลซิฟิลิสต่างจากแผลเริมอย่างไร?

ในลักษณะ “คลาสสิก” ทั้งสองโรคค่อนข้างต่างกัน

ซิฟิลิสระยะแรก มักเป็น แผลเดี่ยว แข็ง พื้นสะอาด ไม่ค่อยเจ็บ

ส่วน Genital Herpes มักเป็น ตุ่มน้ำหรือแผลหลายจุด แสบ เจ็บ

WHO ระบุว่า genital herpes มักมี painful sores, vesicles หรือ ulcerations ขณะที่ primary syphilis โดยทั่วไปเป็น solitary painless ulcer (องค์การอนามัยโลก)

แต่ในทางปฏิบัติไม่ควรใช้ลักษณะนี้วินิจฉัยเอง 100%

เพราะ ซิฟิลิสสามารถเจ็บได้ และ แผลจากโรคอื่นสามารถมีรูปแบบผิดไปจากตำรา

ดังนั้นถ้ามีแผลหลัง sexual exposure การตรวจทางห้องปฏิบัติการยังมีความสำคัญ



แผลซิฟิลิสมีหนองไหม?

แผล chancre แบบคลาสสิก มักไม่มีหนอง

BASHH อธิบายว่าแผลสามารถมี

clear serum

หรือของเหลวใส

แต่โดยทั่วไปไม่ใช่ purulent discharge (Bashh)

ดังนั้น

แผลมีน้ำใสเล็กน้อย

ไม่ได้หมายความว่าไม่ใช่ซิฟิลิส

อย่างไรก็ตาม BASHH ก็ระบุว่าแผลบางรายอาจมีลักษณะ atypical และเกิด purulent chancre ได้

จึงไม่ควรใช้คำว่า

มีหนอง = ไม่ใช่ซิฟิลิส”

เป็นกฎตายตัว


ต่อมน้ำเหลืองโตด้วยหรือไม่?

สามารถพบได้

Primary syphilis สามารถมี regional lymphadenopathy หรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงโตได้

BASHH ระบุว่าระยะ primary สามารถมี moderate regional lymphadenopathy ร่วมกับ chancre (Bashh)

เช่น หากแผลอยู่บริเวณอวัยวะเพศ อาจคลำพบต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบ

ลักษณะคลาสสิกมักไม่เจ็บมาก

แต่ผู้ป่วยแต่ละคนอาจแสดงอาการแตกต่างกัน


ทำไมแผลซิฟิลิสถึงหายเองได้?

นี่เป็นจุดที่สำคัญที่สุดของบทความนี้

แผลหายเพราะ ระบบภูมิคุ้มกันในบริเวณนั้นสามารถควบคุมการอักเสบและทำให้รอยโรคเฉพาะที่ยุบลง

แต่ในช่วงต้นของการติดเชื้อ Treponema pallidum ไม่ได้อยู่เฉพาะที่แผลเท่านั้น

BASHH ระบุว่าในระยะแรกหลังติดเชื้อ แบคทีเรียสามารถ กระจายผ่านระบบเลือดและระบบน้ำเหลืองไปทั่วร่างกายตั้งแต่ระยะต้น ขณะที่เกิด local immune clearance ที่บริเวณแผล (Bashh)

ดังนั้นภาพที่เกิดขึ้นคือ

แผลบริเวณจุดรับเชื้อ

ภูมิคุ้มกันทำให้แผลเฉพาะที่ค่อย ๆ หาย

แต่เชื้อบางส่วนได้กระจายเข้าสู่ร่างกายแล้ว

นี่จึงอธิบายประโยคสำคัญว่า

แผลหายเอง” ไม่เท่ากับ “เชื้อหายเอง”


แผลซิฟิลิสใช้เวลากี่สัปดาห์ถึงหาย?

ช่วงเวลาที่รายงานแตกต่างกันเล็กน้อยตามแหล่งข้อมูลและผู้ป่วย

BASHH ระบุว่า primary ulcer มักหายภายในประมาณ 3–8 สัปดาห์

CDC อธิบายว่า chancre โดยทั่วไปอยู่ประมาณ 3–6 สัปดาห์

และสามารถหายได้เองแม้ไม่ได้รักษา (Bashh)

WHO ระบุในข้อมูลปัจจุบันว่ารอยโรค primary สามารถหายได้เองภายในช่วงหลายสัปดาห์เช่นกัน (องค์การอนามัยโลก)

สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนวันคือ การหายของแผลไม่ควรถูกใช้เป็นหลักฐานว่าไม่ใช่ซิฟิลิสหรือว่าหายจากโรคแล้ว


ถ้าแผลหายเองแล้ว ไม่รักษาได้ไหม?

ไม่ได้

หากเป็นซิฟิลิสจริง การหายของ chancre เป็นเพียงการสิ้นสุดของรอยโรคในระยะแรก ไม่ได้หมายถึงการกำจัดเชื้อ

หากไม่ได้รับการรักษา โรคสามารถเข้าสู่ Secondary Syphilis ตามมา

BASHH ระบุว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาบางส่วนจะเกิดอาการของ secondary syphilis ประมาณ 3–10 สัปดาห์หลังเกิด chancre (Bashh)

WHO ก็ระบุว่า primary chancre สามารถหายเอง แต่หากไม่ได้รับการรักษา โรคจะดำเนินต่อเข้าสู่ระยะถัดไป (องค์การอนามัยโลก)

ดังนั้นสถานการณ์ แผลขึ้น แผลไม่เจ็บ แผลหาย ไม่ใช่ลำดับของ “ติดเชื้อ ร่างกายกำจัดเชื้อ หายแล้ว”

แต่ควรเข้าใจเป็น ติดเชื้อ Primary Syphilis → แผลหาย เชื้อยังอยู่ โรคสามารถดำเนินต่อ


หลังแผลหายแล้ว ซิฟิลิสระยะที่สองมีอาการอย่างไร?

Secondary syphilis เป็นช่วงที่เชื้อมีผลต่อหลายระบบมากขึ้น

อาการเด่นที่หลายคนรู้จักคือ

ผื่น โดยเฉพาะผื่นที่สามารถพบ ฝ่ามือ และ ฝ่าเท้า ซึ่งมักไม่คัน

อาจมีอาการอื่นร่วม เช่น

  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • มีไข้หรือรู้สึกไม่สบาย
  • จ็บคอ
  • อ่อนเพลีย

หรือมีรอยโรคตามเยื่อบุและผิวหนัง

WHO ระบุว่า secondary syphilis มักมีผื่นที่ไม่คัน และลักษณะที่ค่อนข้างจำเพาะคือสามารถขึ้นบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้าได้ (องค์การอนามัยโลก)

แต่บางคนมีอาการเพียงเล็กน้อยและไม่รู้ตัวเช่นกัน


แล้วอาการระยะที่สองก็หายเองได้อีกหรือไม่?

ได้

และนี่ทำให้ซิฟิลิสเป็นโรคที่หลอกให้ผู้ติดเชื้อคิดว่า “หายแล้ว” ได้หลายครั้ง

WHO ระบุว่าอาการและรอยโรคใน secondary syphilis สามารถหายไปเองได้แม้ไม่ได้รักษา

หลังจากนั้นผู้ป่วยสามารถเข้าสู่

Latent Syphilis

ซึ่งไม่มีอาการทางคลินิกชัดเจน (องค์การอนามัยโลก)

ดังนั้นซิฟิลิสสามารถมีลักษณะ

แผลขึ้น หาย

ผื่นขึ้น หาย

ไม่มีอาการ

แต่

เชื้อยังไม่ได้ถูกกำจัดหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม


แผลซิฟิลิสติดต่อได้ไหม?

ติดต่อได้

โดยเฉพาะ direct contact กับ infectious lesion

BASHH ระบุว่า Treponema pallidum ติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับรอยโรคที่มีเชื้อหรือผ่านเยื่อบุและผิวหนังที่มีรอยถลอก (Bashh)

WHO ระบุว่าซิฟิลิสสามารถแพร่ผ่าน

vaginal sex

anal sex

และ

oral sex

และ chancre เป็นรอยโรคที่สามารถแพร่เชื้อได้ (องค์การอนามัยโลก)

ดังนั้นไม่ควรมีเพศสัมพันธ์โดยคิดว่า

แผลไม่เจ็บจึงไม่น่าจะแพร่เชื้อ”

เพราะในทางตรงกันข้าม chancre เป็นรอยโรคที่มีความสำคัญต่อการแพร่เชื้อในระยะแรก


ใช้ถุงยางแล้วป้องกันได้ 100% ไหม?

ถุงยางช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมากเมื่อใช้อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ

แต่ ไม่สามารถลดความเสี่ยงเป็นศูนย์

เหตุผลคือ chancre หรือรอยโรคของซิฟิลิสอาจอยู่บนผิวหนังที่ถุงยางไม่ได้คลุม

WHO ระบุว่าการใช้ condom อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอช่วยป้องกันซิฟิลิส แต่แผลที่อยู่นอกบริเวณที่ถุงยางคลุมยังสามารถสัมผัสกับคู่นอนได้ (องค์การอนามัยโลก)

ดังนั้นหากมีแผลที่สงสัยซิฟิลิส

ไม่ควรพึ่งถุงยางเพื่อมีเพศสัมพันธ์ต่อ

ควรงดการสัมผัสทางเพศและเข้ารับการประเมิน


ถ้าเห็นแผลคล้ายซิฟิลิส ควรตรวจอะไร?

การดูด้วยตาเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอสำหรับยืนยันโรค

การวินิจฉัยซิฟิลิสพิจารณาร่วมกันจาก

ประวัติความเสี่ยง

ลักษณะทางคลินิก

และ

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

WHO ระบุว่าการวินิจฉัยต้องอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย และ laboratory testing เนื่องจากอาการสามารถไม่ชัดหรือถูกมองข้ามได้ (องค์การอนามัยโลก)

การตรวจเลือดที่ใช้มักประกอบด้วยการตรวจสองกลุ่ม ได้แก่

Treponemal tests

และ

Non-treponemal tests เช่น RPR หรือ VDRL

ในบางสถานพยาบาล หากแผลยังอยู่ อาจสามารถตรวจจากตัวอย่างบริเวณแผลด้วยวิธีที่เหมาะสมได้


มีแผลแต่ตรวจเลือดซิฟิลิสเป็นลบ ยังเป็นได้ไหม?

เป็นไปได้ โดยเฉพาะถ้าตรวจเร็วมากในระยะแรก

ช่วงแรกหลังรับเชื้อ ร่างกายอาจยังสร้าง antibody ไม่มากพอให้การตรวจเลือดบางชนิดตรวจพบ

ดังนั้นหากมี

แผลที่เข้าได้กับ primary syphilis

ร่วมกับ

ประวัติ sexual exposure

ผลเลือดลบครั้งแรกไม่ควรทำให้หยุดการประเมินทันที

BASHH แนะนำว่าหากสงสัย primary syphilis แต่ผลตรวจในช่วงต้นยังไม่สนับสนุน อาจต้อง ตรวจซ้ำตามระยะเวลาที่เหมาะสม โดยพิจารณาร่วมกับประวัติและลักษณะรอยโรค (Bashh)

Internal Link Recommendation:
“ตรวจซิฟิลิสหลังเสี่ยงกี่วัน? ตรวจเร็วเกินไปผลเชื่อถือได้ไหม”


อย่าเจาะ บีบ หรือทายาเองเพื่อดูว่าแผลจะหายไหม

หากเป็นแผลหลัง sexual exposure สิ่งที่ไม่ควรทำคือ

  • บีบ
  • เจาะ
  • แกะ

หรือทดลองใช้ยาหลายชนิดจนลักษณะแผลเปลี่ยน

เพราะไม่ได้ช่วยยืนยันว่าเป็นโรคอะไร และอาจทำให้แผลเกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อซ้ำซ้อนได้

ที่สำคัญคือ

แผลซิฟิลิสสามารถหายเองอยู่แล้ว

ดังนั้นการเห็นแผลดีขึ้นหลังทายาบางอย่าง

ไม่ได้พิสูจน์ว่า

ยานั้นรักษาซิฟิลิสได้”

และไม่ได้พิสูจน์ว่า

ไม่ใช่ซิฟิลิส”


ซิฟิลิสต้องรักษาด้วยอะไร?

ซิฟิลิสเป็นโรคที่ รักษาให้หายได้

WHO ระบุว่า benzathine penicillin เป็นยาหลักในการรักษาซิฟิลิส โดยจำนวนครั้งในการให้ขึ้นกับระยะของโรค (องค์การอนามัยโลก)

การรักษาที่ถูกต้องมีเป้าหมายคือ

กำจัด Treponema pallidum

ไม่ใช่เพียงทำให้แผลหาย

นี่เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมไม่ควรใช้ “สภาพของแผล” เป็นตัวบอกว่าการติดเชื้อหมดไปแล้วหรือไม่

เพราะแผลสามารถหายเองแม้เชื้อยังอยู่


ถ้ารักษาซิฟิลิสแล้ว แผลจะหายไหม?

เมื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม ร่างกายจะกำจัดเชื้อและรอยโรคจะค่อย ๆ ดีขึ้น

แต่แม้ไม่ได้รักษา chancre ก็สามารถหายเองได้อยู่แล้ว

ดังนั้นสิ่งที่ใช้ประเมินว่า

รักษาสำเร็จหรือไม่”

จึงไม่ควรมองเพียงว่า

แผลหาย

แต่ต้องติดตามตามแนวทาง เช่น

การประเมินอาการ

และ

การติดตามค่า non-treponemal test เช่น RPR/VDRL

ตามระยะเวลาที่เหมาะสม


แผลหายแล้ว ยังตรวจซิฟิลิสได้ไหม?

ได้

การตรวจซิฟิลิสไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าต้องมี chancre อยู่ตลอดเวลา

แม้แผลระยะแรกจะหายไปแล้ว การตรวจเลือดยังมีบทบาทในการวินิจฉัย

ดังนั้นถ้าเคยมีประวัติ

มีแผลไม่เจ็บหลัง sexual exposure

แต่ตอนนี้แผลหายไปแล้ว

ยังควรแจ้งข้อมูลนี้เมื่อไปตรวจ

เพราะประวัติของแผลมีความสำคัญต่อการประเมินระยะของโรค


ถ้าไม่เคยมีแผลเลย ยังติดซิฟิลิสได้ไหม?

ได้

บางคนมีแผลในตำแหน่งที่มองไม่เห็น

บางคนแผลเล็กจนไม่สังเกต

บางคนเข้าใจว่าเป็น

แผลถลอก

สิว

แผลจากการเสียดสี

หรือโรคผิวหนังอย่างอื่น

WHO ระบุว่าคนจำนวนมากที่ติดซิฟิลิสอาจไม่มีอาการที่รู้สึกได้หรือไม่สังเกตเห็นอาการของตนเอง (องค์การอนามัยโลก)

ดังนั้นการไม่มีประวัติ chancre ที่จำได้ไม่สามารถตัดซิฟิลิสออก


แผลแบบไหนควรสงสัยซิฟิลิสเป็นพิเศษ?

ควรพิจารณาซิฟิลิสมากขึ้นเมื่อมี

แผลบริเวณอวัยวะเพศ ทวาร ปาก หรือบริเวณที่มี sexual contact

โดยเฉพาะหาก

แผลเกิดหลังมี sexual exposure ช่วงหลายสัปดาห์ก่อน

และมีลักษณะ

ไม่ค่อยเจ็บ

ฐานหรือขอบค่อนข้างแข็ง

พื้นแผลดูสะอาด

หรือมี

ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงโต

แต่ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกข้อ

เพราะ BASHH ระบุว่า primary syphilis สามารถมีลักษณะที่ไม่เป็นแบบคลาสสิกได้ (Bashh)


FAQ

แผลซิฟิลิสระยะแรกเจ็บไหม?

โดยทั่วไป มักไม่เจ็บ และนี่เป็นหนึ่งในลักษณะเด่นของ primary chancre แต่บางคนสามารถมีแผลที่เจ็บได้ จึงไม่ควรใช้ความเจ็บเป็นเกณฑ์ตัดซิฟิลิสออก (Bashh)


แผลซิฟิลิสมีลักษณะอย่างไร?

แบบคลาสสิกมักเป็น แผลเดี่ยว ค่อนข้างกลม ฐานหรือขอบแข็ง พื้นสะอาด และไม่เจ็บ แต่อาจพบหลายแผลหรือแผลลักษณะอื่นได้เช่นกัน (องค์การอนามัยโลก)


แผลซิฟิลิสหายเองได้ไหม?

ได้ โดยแผลสามารถหายเองในช่วงประมาณหลายสัปดาห์ แม้ไม่ได้รักษา แต่ไม่ได้หมายความว่าเชื้อหาย (Bashh)


แผลหายแล้วแปลว่าหายจากซิฟิลิสไหม?

ไม่ใช่ เชื้อสามารถกระจายผ่านเลือดและระบบน้ำเหลืองตั้งแต่ระยะแรก และโรคสามารถเข้าสู่ secondary syphilis หลังแผลหายได้ (Bashh)


หลังเสี่ยงกี่วันแผลซิฟิลิสจึงขึ้น?

โดยทั่วไปประมาณ 21 วัน แต่ช่วงฟักตัวสามารถอยู่ประมาณ 9–90 วัน (Bashh)


Summary

แผลของ Primary Syphilis เรียกว่า

Chancre

เกิดบริเวณที่เชื้อ Treponema pallidum เข้าสู่ร่างกาย โดยมักเริ่มปรากฏหลังรับเชื้อประมาณ 21 วัน แต่ระยะฟักตัวสามารถอยู่ในช่วงประมาณ 9–90 วัน (Bashh)

ลักษณะคลาสสิกของแผลคือ

มักเป็นแผลเดี่ยว ค่อนข้างกลม ฐานหรือขอบแข็ง พื้นแผลสะอาด ไม่ค่อยเจ็บ

(Bashh)

แต่ไม่ควรจำว่า ซิฟิลิสต้องมีแผลเดียวและต้องไม่เจ็บเสมอ

เพราะในชีวิตจริงสามารถมีหลายแผล มีอาการเจ็บ หรือมีลักษณะที่ต่างออกไปได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ แผลซิฟิลิสสามารถหายเองได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าโรคหาย

ในช่วงที่ chancre กำลังเกิด เชื้อสามารถกระจายผ่านระบบเลือดและน้ำเหลืองไปทั่วร่างกายได้แล้ว เมื่อภูมิคุ้มกันควบคุมรอยโรคเฉพาะที่ แผลจึงค่อย ๆ หาย แต่หากไม่ได้รักษาเชื้อยังสามารถดำเนินต่อไปสู่ Secondary Syphilis ได้ (Bashh)

ดังนั้นถ้าเคยมี แผลบริเวณอวัยวะเพศ ปาก หรือทวาร หลังมี sexual exposure โดยเฉพาะแผลที่ ไม่เจ็บและหายไปเอง ไม่ควรใช้การหายของแผลเป็นหลักฐานว่าไม่มีโรค

วิธีที่เหมาะสมกว่าคือ ประเมินประวัติ + ตรวจซิฟิลิสให้เหมาะกับระยะเวลา + รับการรักษาหากตรวจพบเชื้อ

เพราะซิฟิลิสเป็นโรคที่รักษาให้หายได้ แต่การปล่อยไว้เพียงเพราะแผลหายเองอาจทำให้โรคดำเนินต่อโดยที่ผู้ติดเชื้อไม่รู้ตัว (องค์การอนามัยโลก)


หมายเหตุสำคัญ

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ Primary Syphilis และแผล Chancre เท่านั้น ลักษณะของแผลไม่สามารถใช้ยืนยันหรือปฏิเสธซิฟิลิสได้ด้วยตนเอง เพราะแผลสามารถมีรูปแบบที่ไม่เป็นแบบคลาสสิก และโรคอื่น เช่น genital herpes หรือแผลติดเชื้อชนิดอื่น สามารถมีลักษณะคล้ายกันได้

หากมีแผลหลัง sexual exposure ไม่ควรรอให้แผลหายก่อนเข้ารับการตรวจ และหากผลเลือดเป็นลบในช่วงที่สงสัยว่าตรวจเร็วเกินไป อาจจำเป็นต้องตรวจซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์หรือแนวทางการตรวจ

หากตรวจพบซิฟิลิส ควรรับการรักษาอย่างเหมาะสมและแจ้งคู่นอนตามคำแนะนำ เพราะการที่แผลหายเอง ไม่ได้หมายความว่าเชื้อถูกกำจัดออกจากร่างกาย



เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com



References

  • British Association for Sexual Health and HIV (BASHH). UK Guidelines for the Management of Syphilis 2024. ระบุระยะฟักตัวประมาณ 21 วัน ช่วง 9–90 วัน ลักษณะ chancre แบบคลาสสิกว่าเดี่ยว ไม่เจ็บ แข็ง พื้นสะอาด รวมถึงการกระจายเชื้อผ่านเลือดและน้ำเหลือง และแผลที่หายได้เองในหลายสัปดาห์ (Bashh)
  • World Health Organization. Syphilis Fact Sheet, 2025. ข้อมูล primary syphilis, painless chancre, ตำแหน่งของแผล การดำเนินโรค และการรักษาด้วย penicillin (องค์การอนามัยโลก)
  • World Health Organization. Syphilis — Health Topics. อธิบายแผลระยะแรกที่มักเดี่ยว ไม่เจ็บ แข็ง และสามารถหายเอง แต่โรคจะดำเนินต่อหากไม่ได้รักษา (องค์การอนามัยโลก)
  • World Health Organization. Sexually Transmitted Infections. เปรียบเทียบลักษณะ primary syphilis ที่มักเป็น solitary painless ulcer กับ genital herpes ที่มักมี painful sores หรือ vesicles (องค์การอนามัยโลก)
  • CDC Public Health Image Library. Primary Syphilitic Chancre. อธิบาย chancre ว่ามักแข็ง กลม ขนาดเล็ก ไม่เจ็บ อยู่ประมาณ 3–6 สัปดาห์และหายได้เอง แต่หากไม่รักษาโรคจะดำเนินต่อ (CDC

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี