ผมบางกลางหัว หัวเถิก M-shaped hairline ใช่ผมร่วงกรรมพันธุ์หรือไม่

ผมบางกลางหัว หัวเถิก M-shaped hairline ใช่ผมร่วงกรรมพันธุ์ไหม?

ผมบางกลางศีรษะ หัวเถิก ขมับลึก และ M-shaped hairline เป็น androgenetic alopecia หรือไม่? รู้จัก pattern ของ male pattern hair loss และสัญญาณที่ควรสงสัยสาเหตุอื่น

ถ่ายรูปจากด้านบนแล้วเห็นว่ากลางศีรษะเริ่มบาง เวลามองกระจกพบว่าขมับลึกขึ้น และแนวผมด้านหน้าค่อย ๆ เป็นรูปตัว M คำถามที่หลายคนเริ่มค้นคือ “นี่คือผมร่วงกรรมพันธุ์แล้วหรือยัง?”

คำตอบสั้น ๆ คือ ผมบางบริเวณ crown หรือกลางศีรษะ ร่วมกับแนวผมถอยและขมับลึกแบบ M-shaped เป็นรูปแบบที่เข้าได้มากกับ Male Pattern Hair Loss หรือ Androgenetic Alopecia

แต่ยังไม่ควรสรุปจากคำว่า “หัวเถิก” เพียงอย่างเดียว เพราะแนวผมสูงตามธรรมชาติ ผมร่วงจากการดึงรั้ง โรคผมร่วงเป็นแผลเป็น และภาวะอื่นบางชนิดสามารถทำให้ hairline ถอยได้เช่นกัน

American Academy of Dermatology – What is male pattern hair loss, and can it be treated? ระบุว่า male pattern hair loss มักเริ่มด้วย receding hairline หรือ bald spot บริเวณด้านบนของศีรษะ และดำเนินอย่างช้า ๆ ต่อเนื่องหลายปี

DermNet – Male pattern hair loss ก็ระบุรูปแบบคลาสสิกว่าเป็นการถอยของแนวผมด้านหน้า ร่วมกับการบางบริเวณด้านบนและด้านหน้าของศีรษะ


Male Pattern Hair Loss คืออะไร?

ชื่อทางการแพทย์คือ Androgenetic Alopecia เกิดจากการทำงานร่วมกันของพันธุกรรมและ Androgen โดยเฉพาะ DHT

ในผู้ชายที่มีรูขุมขนไวต่อ DHT รูขุมขนบริเวณที่ไวต่อฮอร์โมนจะค่อย ๆ เล็กลง เรียกว่า Hair Follicle Miniaturization

DermNet ระบุว่า male pattern hair loss เกิดจาก genetic predisposition ร่วมกับความไวของรูขุมขนต่อ DHT ทำให้ระยะการเจริญของเส้นผมสั้นลง และเส้นผมค่อย ๆ เล็กและบางลง DermNet – Male pattern hair loss


M-shaped hairline คืออะไร?

เมื่อแนวผมบริเวณขมับทั้งสองข้างค่อย ๆ ถอยลึก แต่เส้นผมตรงกลางหน้าผากยังอยู่มากกว่า จะเกิดลักษณะคล้ายตัว M จึงถูกเรียกว่า M-shaped hairline

รูปแบบนี้พบได้บ่อยใน male androgenetic alopecia โดยเฉพาะหากเมื่อเทียบกับภาพเมื่อ 1–3 ปีก่อนพบว่า ขมับลึกขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียง hairline สูงเหมือนเดิมตั้งแต่วัยรุ่น

Mature Hairline กับผมร่วงกรรมพันธุ์เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกันเสมอไป

ผู้ชายบางคนหลังพ้นวัยรุ่นอาจมีแนวผมถอยขึ้นเล็กน้อยและกลายเป็น mature hairline จากนั้นค่อนข้างคงที่หลายปี

แต่ androgenetic alopecia มักมีลักษณะ progressive คือขมับลึกขึ้นเรื่อย ๆ แนวผมบางลง หรือเริ่มมี crown thinning ร่วมด้วย

ดังนั้น สิ่งที่ช่วยแยกมากกว่ารูปทรงครั้งเดียวคือ การเปลี่ยนแปลงตามเวลา


ผมบางตรงกลางหัวหรือกระหม่อมเป็น pattern เดียวกันหรือไม่?

ใช่ เป็นอีก pattern ที่พบบ่อย

AAD ระบุว่า male pattern hair loss สามารถเริ่มเป็น bald spot ที่ด้านบนของศีรษะหรือ crown ได้ American Academy of Dermatology – Male pattern hair loss

DermNet ระบุว่า male pattern alopecia มักกระทบ vertex และ temporal scalp และมีลักษณะ frontotemporal recession ร่วมกับ hair loss บริเวณ vertex DermNet – Trichoscopy of generalised noncicatricial hair loss

ดังนั้น ผู้ชายที่มี M-shaped hairline + crown thinning พร้อมกัน ยิ่งสนับสนุน androgenetic alopecia มากขึ้น



ทำไมด้านข้างกับท้ายทอยยังหนา แต่ด้านบนบาง?

เพราะรูขุมขนแต่ละตำแหน่งบนศีรษะมีความไวต่อ androgen ไม่เท่ากัน

ใน androgenetic alopecia รูขุมขนบริเวณด้านหน้า ขมับ ด้านบน และ crown มีแนวโน้มไวต่อ DHT มากกว่า ขณะที่ด้านข้างและด้านหลังมักคงสภาพได้นานกว่า

นี่เป็นเหตุผลที่ผู้ชายบางคนแม้ผมด้านบนบางมาก แต่ยังมีแถบผมรอบด้านข้างและท้ายทอยอยู่


ผมร่วงเยอะตอนสระจำเป็นต้องเป็นกรรมพันธุ์ไหม?

ไม่จำเป็น

Male pattern hair loss ไม่ได้วัดจากจำนวนเส้นที่ร่วงในห้องน้ำเพียงอย่างเดียว ปัญหาสำคัญคือ เส้นผมรุ่นใหม่ค่อย ๆ เล็กลง

บางคนแทบไม่สังเกต shedding จำนวนมาก แต่ความหนาแน่นลดลงต่อเนื่อง

ในทางกลับกัน หากร่วงทั่วศีรษะจำนวนมากในช่วงสั้น ๆ อาจคิดถึง Telogen Effluvium เช่น หลังไข้สูง เจ็บป่วย ผ่าตัด ลดน้ำหนักเร็ว ความเครียดทางร่างกาย หรือการขาดสารอาหาร มากกว่า pattern hair loss เพียงอย่างเดียว


เส้นผมเล็กใหญ่ไม่เท่ากันสำคัญไหม?

สำคัญมาก

ใน androgenetic alopecia รูขุมขนแต่ละจุดกำลัง miniaturize ไม่พร้อมกัน จึงสามารถเห็นเส้นผมบริเวณเดียวกันมีเส้นหนา เส้นขนาดกลาง และเส้นเล็กมากปะปนกัน

DermNet – Trichoscopy of generalised noncicatricial hair loss ระบุว่า trichoscopy ของ androgenetic alopecia สามารถเห็นความหลากหลายของขนาดเส้นผม และกระบวนการ miniaturization ทำให้ diameter, length และ pigmentation ของเส้นผมลดลงเรื่อย ๆ


ถ้าขมับลึกอย่างเดียว แต่กลางหัวยังหนา เป็นกรรมพันธุ์ได้ไหม?

ได้

Male pattern hair loss ไม่จำเป็นต้องเกิด frontal recession และ crown thinning พร้อมกัน บางคนเริ่มที่ขมับและ frontal hairline ก่อน อีกหลายปีจึงเริ่มเห็น vertex thinning

บางคนกลับเริ่มที่ crown ก่อน

จึงควรดู trend ของตัวเอง มากกว่ารอให้เกิดครบทุก pattern


อายุ 20 กว่าก็เป็นได้ไหม?

ได้

AAD ระบุว่า male pattern hair loss สามารถเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายวัยรุ่นหรืออายุ 20 ต้น ๆ ได้ แม้โดยทั่วไปจะเห็นชัดมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น American Academy of Dermatology – Male pattern hair loss

ดังนั้น การอายุน้อยไม่ได้ตัด androgenetic alopecia ออก


พันธุกรรมต้องมาจากฝั่งแม่เท่านั้นหรือไม่?

ไม่ใช่

Androgenetic alopecia เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับหลายยีน จึงสามารถได้รับปัจจัยทางพันธุกรรมจากทั้งครอบครัวฝั่งพ่อและแม่

การดูเพียงว่า “คุณตาหัวล้านหรือไม่?” จึงไม่สามารถทำนายผลของคนหนึ่งได้อย่างแน่นอน


แล้ว hairline ถอยแบบไหนควรสงสัยโรคอื่น?

ถ้ามีอาการต่อไปนี้ควรระวังว่าอาจไม่ใช่ androgenetic alopecia ธรรมดา

  • คันหรือปวดหนังศีรษะมาก
  • ผิวบริเวณแนวผมแดงหรืออักเสบ
  • มีสะเก็ดรอบรูขุมขน
  • คิ้วร่วงร่วมด้วย
  • แนวผมถอยเป็นแถบเรียบเหมือนมีแผลเป็น

เพราะอาจพบในภาวะ เช่น Frontal Fibrosing Alopecia

AAD ระบุว่า FFA สามารถทำให้ hairline ด้านหน้าและขมับค่อย ๆ ถอย ร่วมกับอาการคันหรือเจ็บ และอาจมี eyebrow loss ซึ่งต่างจาก male pattern hair loss แบบทั่วไป


ถ้าผมร่วงเป็นวง ๆ เป็นผมร่วงกรรมพันธุ์หรือไม่?

โดยทั่วไป ไม่ใช่ pattern คลาสสิก

ผมร่วงเป็นหย่อมวงกลมควรคิดถึง Alopecia Areata หรือโรคอื่นมากกว่า androgenetic alopecia

เช่นเดียวกับผมที่ร่วงจากการดึงรั้งเป็นเวลานาน ซึ่งอาจเป็น Traction Alopecia

AAD ระบุว่าการดึงผมตึงซ้ำ ๆ สามารถทำให้แนวผมถอยได้ และการวินิจฉัยสาเหตุของผมร่วงควรพิจารณารูปแบบและประวัติร่วมกัน American Academy of Dermatology – Hair loss: Who gets and causes


ตรวจอย่างไรว่าเป็น androgenetic alopecia?

ในหลายคนแพทย์สามารถวินิจฉัยจาก pattern + ประวัติ + การตรวจหนังศีรษะ ได้

หากต้องการประเมินละเอียดขึ้นสามารถใช้ Dermoscopy หรือ Trichoscopy เพื่อดู

  • hair shaft diameter diversity
  • miniaturized hairs
  • follicular pattern

และช่วยแยกจากโรคผมร่วงชนิดอื่น

DermNet – Trichoscopy อธิบายว่า trichoscopy เป็นวิธีตรวจหนังศีรษะและเส้นผมแบบไม่รุกราน ซึ่งช่วยแยกโรคผมร่วงหลายชนิด รวมถึง early androgenetic alopecia กับ telogen effluvium ได้


ต้องตรวจ DHT ในเลือดหรือไม่?

โดยทั่วไป ผู้ชายที่มี pattern ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องตรวจ DHT ในเลือดทุกคน

เหตุผลคือปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระดับ DHT สูงผิดปกติเสมอไป แต่คือ รูขุมขนมีความไวต่อ DHT

ผู้ชายที่มีระดับ androgen ปกติก็สามารถมี androgenetic alopecia ได้


ถ้าสงสัยว่าเริ่มเป็น ควรรอดูอีกหลายปีก่อนไหม?

ไม่จำเป็นต้องรอจนบางมาก

AAD ระบุว่าการรักษา male pattern hair loss มักให้ผลดีกว่าเมื่อเริ่มหลังสังเกตผมบางในระยะแรก เพราะเมื่อรูขุมขนหดเล็กลงมาก การฟื้นตัวจะยากขึ้น American Academy of Dermatology – Male pattern hair loss

ดังนั้น หากสงสัย ควรถ่ายภาพ baseline ไว้ เช่น ด้านหน้า ขมับ ด้านบน และ crown แล้วติดตามในมุมและแสงเดียวกัน



การรักษามีอะไรบ้าง?

ในผู้ชายที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น androgenetic alopecia แนวทางการรักษาที่มีหลักฐาน ได้แก่ Minoxidil และ Finasteride โดยออกฤทธิ์คนละกลไก

Finasteride ลด DHT ซึ่งช่วยลดแรงกระตุ้นที่ทำให้รูขุมขนที่ไวต่อ androgen ค่อย ๆ miniaturize ส่วน Minoxidil ช่วยส่งเสริมการเจริญของเส้นผม

AAD ระบุทั้งสองเป็นตัวเลือกในการรักษา male pattern hair loss และเน้นว่าการเริ่มรักษาเร็วช่วยเพิ่มโอกาสคงผมที่ยังเหลืออยู่ American Academy of Dermatology – Male pattern hair loss


สรุป

ถ้ามี M-shaped hairline ขมับลึก แนวผมถอย และ/หรือกลางศีรษะหรือ crown บาง รูปแบบนี้เข้าได้มากกับ Male Pattern Hair Loss หรือ Androgenetic Alopecia โดยเฉพาะเมื่ออาการค่อย ๆ เป็นมากขึ้นหลายเดือนหรือหลายปี

AAD และ DermNet ระบุว่า male pattern hair loss มักมีลักษณะ receding hairline ร่วมกับ thinning หรือ bald spot ที่ด้านบน/vertex ของศีรษะ

แต่ หัวเถิกไม่ได้เท่ากับกรรมพันธุ์ 100%

หาก hairline คงที่มานาน อาจเป็น mature hairline แต่หากมีผมร่วงเป็นหย่อม คันหรือเจ็บหนังศีรษะ มีสะเก็ด คิ้วร่วง ผิวเป็นแผลเป็น หรือผมร่วงเร็วผิดปกติ ควรตรวจหาสาเหตุอื่น

สิ่งที่ช่วยมากคือ ดูการเปลี่ยนแปลงตามเวลา ไม่ใช่ดูรูปศีรษะเพียงวันเดียว



หมายเหตุสำคัญ

ผมร่วงมีหลายสาเหตุ หากมีอาการเกิดอย่างฉับพลัน ร่วงเป็นหย่อม หนังศีรษะแดงเจ็บ มีแผลเป็น หรือมีอาการผิดปกติอื่น ควรได้รับการประเมินก่อนเริ่มยารักษาผมร่วง



เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com



References

  1. American Academy of Dermatology. What is male pattern hair loss, and can it be treated?
  2. American Academy of Dermatology. Hair loss: Who gets and causes.
  3. DermNet. Male pattern hair loss.
  4. DermNet. Trichoscopy of generalised noncicatricial hair loss.

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี