ลมพิษกับผื่นแพ้ต่างกันอย่างไร? ผื่นนูนคัน หายแล้วขึ้นใหม่ควรทำอย่างไร
ลมพิษ หรือ Urticaria เป็นผื่นนูนคันที่มักเกิดขึ้นรวดเร็ว รูปร่างและตำแหน่งเปลี่ยนได้ รอยเดิมมักจางหรือหายภายในเวลาไม่นาน และอาจมีรอยใหม่ขึ้นที่ตำแหน่งอื่น
ส่วนคำว่า “ผื่นแพ้” เป็นคำกว้างที่อาจหมายถึง Contact Dermatitis, Eczema, Drug Rash หรือผื่นชนิดอื่น ซึ่งมักมีลักษณะและระยะเวลาต่างจากลมพิษ
หากเป็นลมพิษที่ไม่รุนแรง ยาแก้แพ้กลุ่ม Second-generation H1 Antihistamines เป็นยาหลักที่ใช้บ่อย แต่หากมีอาการบวมของริมฝีปาก ลิ้น หรือคอ หายใจลำบาก หน้ามืด หรือเป็นลม ต้องได้รับการประเมินฉุกเฉินทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับ Anaphylaxis หรือ Angioedema ที่รุนแรง
คำว่า “ผื่นแพ้” ถูกใช้กันบ่อยมาก แต่ในทางการแพทย์คำนี้กว้างเกินไป เพราะผื่นที่เกิดจากภูมิแพ้หรือปฏิกิริยาของผิวมีหลายชนิด และแต่ละชนิดมีลักษณะแตกต่างกัน
หนึ่งในผื่นที่คนสับสนมากที่สุดคือลมพิษ
ลมพิษมักเป็นผื่นนูน คัน ขึ้นเร็ว และเปลี่ยนตำแหน่งได้ ต่างจาก Eczema หรือ Contact Dermatitis ซึ่งมักอยู่บริเวณเดิมนานกว่า และมักมีผิวแห้ง ลอก แตก หรือระคายเคืองร่วมด้วย
การแยกให้ได้จึงช่วยให้เลือกการดูแลเหมาะสมขึ้น และสำคัญมากหากมีอาการบวมของปาก ลิ้น หรือหายใจลำบากร่วมด้วย
ลมพิษ หรือ Urticaria คืออะไร?
ลมพิษเกิดจากการหลั่งสาร เช่น Histamine จากเซลล์ในผิวหนัง ทำให้หลอดเลือดขยายและมีของเหลวรั่วออกสู่เนื้อเยื่อ จึงเกิดเป็นผื่นนูนหรือ Wheals ร่วมกับอาการคัน
ลักษณะที่พบได้บ่อยคือผื่นนูน คันมาก รูปร่างไม่แน่นอน ขอบค่อนข้างชัด และมีสีแดง ชมพู หรือสีเดียวกับผิว
ขนาดของผื่นอาจเล็กหรือรวมกันเป็นปื้นใหญ่ได้
ลักษณะที่สำคัญมากคือ รอยเดิมสามารถหายไป แล้วมีรอยใหม่ขึ้นที่บริเวณอื่น
American Academy of Dermatology ระบุว่าลมพิษสามารถเปลี่ยนขนาด รูปร่าง และตำแหน่งได้ และ Wheal แต่ละรอยมักหายภายในประมาณ 24 ชั่วโมง แม้อาจมีผื่นใหม่ขึ้นต่อเนื่อง
แล้ว “ผื่นแพ้” หมายถึงอะไร?
คำว่า “ผื่นแพ้” ไม่ใช่ชื่อโรคที่เฉพาะเจาะจง
คนทั่วไปอาจใช้เรียกลมพิษ Contact Dermatitis, Eczema, ผื่นจากยา ผื่นจากเครื่องสำอาง หรือผื่นที่สัมพันธ์กับอาหารและสิ่งแวดล้อม
ดังนั้น การบอกว่า “เป็นผื่นแพ้” เพียงอย่างเดียวยังไม่พอที่จะบอกว่าผื่นคือโรคอะไร
สิ่งที่ต้องดูเพิ่มคือ ลักษณะของผื่น รอยเดิมอยู่นานแค่ไหน อยู่ตำแหน่งเดิมหรือย้ายที่ มีผิวแห้งลอกหรือไม่ และมีสิ่งกระตุ้นอะไรก่อนเกิดอาการ
ลมพิษกับ Contact Dermatitis ต่างกันอย่างไร?
จุดต่างที่ช่วยแยกได้ดีคือ ระยะเวลาของรอยโรค
ลมพิษมักเกิดเร็วและเปลี่ยนตำแหน่งได้ รอยเดิมมักหายภายในเวลาไม่นาน
ส่วน Contact Dermatitis มักเกิดในบริเวณที่สัมผัสสารกระตุ้น เช่น สบู่ น้ำยา เครื่องสำอาง โลหะ หรือสารเคมี และมักมีอาการแดง คัน แห้ง ลอก แตก แสบ หรือมีตุ่มน้ำ
ผื่นชนิดนี้มักไม่หายภายในไม่กี่ชั่วโมงเหมือนลมพิษ
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ผื่นแพ้สัมผัสคืออะไร? มือคัน แดง ลอก จากสบู่ น้ำยา และสารเคมี รักษาอย่างไร
ลมพิษกับ Eczema ต่างกันอย่างไร?
Eczema มักเป็นผื่นเรื้อรังหรือเป็น ๆ หาย ๆ มีผิวแห้ง ลอก แตก และคันมาก โดยเฉพาะในผู้ที่มี Skin Barrier อ่อนแอ
ลมพิษกลับมีลักษณะเด่นเป็นผื่นนูนที่ “มาแล้วหาย” และสามารถไปขึ้นที่ตำแหน่งอื่นได้
หากรอยผื่นเดิมอยู่ที่ตำแหน่งเดียวหลายวันและมีผิวลอกหรือแตก ควรคิดถึง Eczema หรือ Dermatitis มากกว่าลมพิษ
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ผื่นผิวหนังอักเสบคืออะไร? ผื่นแดง คัน แห้ง ลอก เกิดจากอะไรและรักษาอย่างไร
ลมพิษเกิดจากอะไร?
ลมพิษเกิดได้จากหลายสาเหตุ และในบางคนอาจไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนได้
สิ่งกระตุ้นที่พบได้ เช่น อาหารบางชนิด ยา การติดเชื้อ ความร้อน ความเย็น เหงื่อ แรงกด การออกกำลังกาย ความเครียด แสงแดด และแมลงกัดต่อย
ในผู้ที่เป็น Chronic Spontaneous Urticaria จำนวนมาก อาจไม่สามารถระบุ Allergen เฉพาะชนิดได้
ดังนั้น การเป็นลมพิษ ไม่ได้แปลว่าแพ้อาหารเสมอไป
ลมพิษจากอาหารมีลักษณะอย่างไร?
หากเกิดจากอาหาร อาการมักเริ่มในช่วงเวลาค่อนข้างใกล้กับการรับประทาน และอาจมีอาการอื่นร่วม เช่น ปากคัน ปากบวม หน้าบวม คลื่นไส้ ปวดท้อง อาเจียน หรือหายใจไม่สะดวก
หากมีอาการเกิดขึ้นหลายระบบพร้อมกัน โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจหรือมีอาการหน้ามืด ความดันลดลง อาจเข้าสู่ภาวะ Anaphylaxis ซึ่งต้องได้รับการรักษาฉุกเฉิน
ลมพิษจากยาเกิดได้ไหม?
ได้
ยาหลายชนิดสามารถทำให้เกิดลมพิษหรือปฏิกิริยาแพ้ยาได้
หากผื่นเริ่มหลังใช้ยาใหม่หรือเพิ่มยา ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกร และไม่ควรนำยาที่สงสัยกลับมาใช้ซ้ำเองโดยไม่ประเมินก่อน
หากมีลมพิษร่วมกับหน้าบวม ลิ้นบวม หรือหายใจลำบาก ควรไปโรงพยาบาลทันที
ลมพิษเฉียบพลันกับลมพิษเรื้อรังต่างกันอย่างไร?
โดยทั่วไปแบ่งตามระยะเวลาของอาการ
Acute Urticaria คือมีอาการน้อยกว่า 6 สัปดาห์
ส่วน Chronic Urticaria คือมีอาการต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำเกิน 6 สัปดาห์
ในลมพิษเรื้อรัง หลายกรณีไม่ได้เกิดจากอาหารแพ้แบบตรงไปตรงมา และอาจเป็น Chronic Spontaneous Urticaria ซึ่งไม่พบสาเหตุเฉพาะ
หากอาการเกิดซ้ำต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์ ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
ลมพิษรักษาอย่างไร?
ในหลายกรณี ยาหลักคือ Second-generation H1 Antihistamines
ยากลุ่มนี้มักทำให้ง่วงน้อยกว่ายาแก้แพ้รุ่นเก่า และใช้ควบคุมอาการคันและผื่นนูนได้ดีในผู้ป่วยจำนวนมาก
แนวทางการรักษา Urticaria ใช้ Second-generation H1 Antihistamines เป็น First-line Treatment โดยเฉพาะใน Chronic Urticaria
หากอาการยังควบคุมไม่ได้ แพทย์อาจพิจารณาปรับการรักษาตามความรุนแรงและรูปแบบของโรค
ยาแก้แพ้แบบง่วงกับไม่ง่วงต่างกันอย่างไร?
ยาแก้แพ้รุ่นเก่าบางชนิดผ่านเข้าสมองได้มาก จึงอาจทำให้ง่วง มึนงง หรือปากแห้ง
Second-generation Antihistamines โดยทั่วไปทำให้ง่วงน้อยกว่า จึงมักถูกเลือกใช้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องใช้ควบคุมลมพิษต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ควรเลือกยาให้เหมาะกับอายุ โรคประจำตัว ยาอื่นที่ใช้อยู่ และกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ เช่น ขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร
สเตียรอยด์ใช้รักษาลมพิษได้ไหม?
Systemic Corticosteroids อาจมีบทบาทในบางกรณีของลมพิษเฉียบพลันที่รุนแรงภายใต้การประเมินของแพทย์ แต่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องระยะยาวเพื่อควบคุม Chronic Urticaria
การใช้สเตียรอยด์ระบบนานเกินไปมีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง จึงไม่ใช่การรักษาหลักระยะยาว
ลมพิษทาครีมสเตียรอยด์ช่วยไหม?
โดยทั่วไปมีประโยชน์ไม่มาก
ลมพิษเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดและการหลั่ง Histamine ในชั้นผิวที่ลึกกว่าการอักเสบผิวตื้น ๆ และผื่นยังเปลี่ยนตำแหน่งรวดเร็ว
ยา Antihistamine จึงมักมีบทบาทมากกว่าครีมสเตียรอยด์
หากผื่นอยู่ตำแหน่งเดิมหลายวันและมีผิวลอกหรือแห้งร่วมด้วย ควรประเมินว่าอาจไม่ใช่ลมพิษ

ลมพิษหายแล้วขึ้นใหม่ เป็นเรื่องปกติไหม?
พบได้บ่อย
ลักษณะเด่นของลมพิษคือรอยเดิมยุบหรือหาย แต่สามารถมีรอยใหม่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นได้ บางคนจึงรู้สึกว่าผื่น “เดินไปทั่วตัว”
อย่างไรก็ตาม หากรอยเดิมไม่หายภายในประมาณ 24 ชั่วโมง มีอาการเจ็บมาก มีรอยช้ำ หรือทิ้งรอยคล้ำ ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม เพราะอาจไม่ใช่ Urticaria แบบทั่วไป
ลมพิษอาบน้ำได้ไหม?
อาบได้
แต่ควรหลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัด เพราะความร้อนสามารถกระตุ้นอาการคันและลมพิษในบางคนได้
เลือกใช้น้ำอุ่นหรืออุณหภูมิที่สบาย และหลีกเลี่ยงสบู่หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคือง
ต้องงดอาหารทะเล ไข่ นม หรืออาหารทุกอย่างไหม?
ไม่ควรงดอาหารหลายชนิดโดยไม่มีเหตุผล
หากมีความสัมพันธ์ชัดเจนว่าอาการเกิดซ้ำหลังรับประทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง ควรบันทึกเวลา อาหารที่รับประทาน และอาการที่เกิดขึ้นเพื่อใช้ประกอบการประเมิน
แต่ Chronic Urticaria จำนวนมากไม่ได้เกิดจาก Food Allergy โดยตรง การงดอาหารหลายชนิดโดยไม่มีข้อบ่งชี้อาจทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอโดยไม่จำเป็น
ลมพิษเรื้อรังต้องตรวจภูมิแพ้ทุกคนไหม?
ไม่จำเป็น
ใน Chronic Spontaneous Urticaria มักไม่พบ Allergen เฉพาะชนิด
การตรวจ Allergy แบบกว้าง ๆ โดยไม่มีประวัติหรืออาการสนับสนุนอาจไม่ได้ช่วยหาสาเหตุ
แพทย์จึงมักเลือกตรวจตามประวัติ ลักษณะของผื่น และปัจจัยที่สงสัยมากกว่า
Angioedema คืออะไร?
Angioedema คือการบวมของเนื้อเยื่อชั้นลึกกว่า Wheal ของลมพิษ
ตำแหน่งที่พบได้ เช่น ริมฝีปาก เปลือกตา ใบหน้า มือ เท้า และลิ้น
อาจเกิดร่วมกับลมพิษ หรือเกิดโดยไม่มีผื่นลมพิษก็ได้
หากมีการบวมของลิ้นหรือคอ ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะอาจกระทบทางเดินหายใจ
เมื่อไรลมพิษเป็นภาวะฉุกเฉิน?
ควรไปโรงพยาบาลทันทีหากลมพิษเกิดร่วมกับ หายใจลำบาก หายใจมีเสียงผิดปกติ คอบวม ลิ้นบวม กลืนลำบาก เสียงเปลี่ยน หน้ามืด หรือเป็นลม
หากมีปากหรือหน้าบวมมาก ใจเต้นเร็วผิดปกติ หรือมีอาเจียนและปวดท้องรุนแรงร่วมกับอาการแพ้หลายระบบ ก็ควรได้รับการประเมินฉุกเฉินเช่นกัน
อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับ Anaphylaxis หรือ Angioedema ที่กระทบทางเดินหายใจ
เมื่อไรควรพบแพทย์แม้ไม่ฉุกเฉิน?
ควรได้รับการประเมินหากผื่นเป็นซ้ำบ่อย เป็นต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์ รบกวนการนอนหรือการทำงาน หรือต้องใช้ยาแก้แพ้เกือบทุกวัน
ควรพบแพทย์เช่นกันหากมี Angioedema ซ้ำ สงสัยเกิดจากยา หรือรอยผื่นแต่ละรอยอยู่นานเกิน 24 ชั่วโมง
หากผื่นเจ็บมากกว่าคัน หรือทิ้งรอยช้ำหรือรอยคล้ำ ก็ควรประเมินโรคอื่นเพิ่มเติม
FAQ
ลมพิษกับผื่นแพ้เหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกันทั้งหมด ลมพิษเป็นผื่นชนิดหนึ่ง ส่วนคำว่า “ผื่นแพ้” เป็นคำกว้างที่ครอบคลุมผื่นหลายชนิด
ลมพิษแต่ละรอยอยู่กี่ชั่วโมง?
โดยทั่วไป Wheal แต่ละรอยมักหายภายในประมาณ 24 ชั่วโมง แต่อาจมีรอยใหม่ขึ้นต่อเนื่องได้
ลมพิษย้ายที่ได้จริงไหม?
ได้ รอยเดิมสามารถหายแล้วมีรอยใหม่เกิดขึ้นบริเวณอื่น
ลมพิษเกิดจากอาหารทุกครั้งไหม?
ไม่ อาจเกิดจากยา การติดเชื้อ ความร้อน ความเย็น แรงกด หรือไม่มีสาเหตุชัดเจนก็ได้
ลมพิษกินยาแก้แพ้ได้ไหม?
Second-generation H1 Antihistamines เป็นยาหลักในหลายกรณี แต่ควรเลือกชนิดยาให้เหมาะกับผู้ใช้
ลมพิษทาครีมสเตียรอยด์ได้ไหม?
โดยทั่วไปไม่ใช่ยาหลักสำหรับลมพิษ ยา Antihistamine มักมีบทบาทมากกว่า
ลมพิษแบบไหนอันตราย?
ลมพิษที่มีลิ้น คอ หรือหน้าบวม หายใจลำบาก กลืนลำบาก หน้ามืด หรือเป็นลม ต้องได้รับการรักษาฉุกเฉิน
สรุป
ลมพิษ หรือ Urticaria มีลักษณะสำคัญคือ ผื่นนูน คัน เกิดเร็ว รูปร่างเปลี่ยนได้ และรอยเดิมมักหายภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนอาจมีรอยใหม่เกิดขึ้นที่ตำแหน่งอื่น
ส่วนคำว่า “ผื่นแพ้” เป็นคำกว้างที่อาจหมายถึง Eczema, Contact Dermatitis, ผื่นจากยา หรือผื่นชนิดอื่น
การสังเกตว่า ผื่นอยู่ที่เดิมหรือย้ายที่ เป็นผื่นนูนหรือผิวลอก และแต่ละรอยอยู่นานแค่ไหน สามารถช่วยแยกเบื้องต้นได้
Second-generation H1 Antihistamines เป็นการรักษาหลักในลมพิษหลายกรณี แต่หากอาการเกิดซ้ำต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์ ควรได้รับการประเมินเรื่อง Chronic Urticaria เพิ่มเติม
และหากมีการบวมของปาก ลิ้น หรือคอร่วมกับหายใจลำบาก กลืนลำบาก หน้ามืด หรือเป็นลม ต้องไปโรงพยาบาลทันที

บทความที่เกี่ยวข้อง
- ผื่นผิวหนังอักเสบคืออะไร? ผื่นแดง คัน แห้ง ลอก เกิดจากอะไรและรักษาอย่างไร
- ผื่นแพ้สัมผัสคืออะไร? มือคัน แดง ลอก จากสบู่ น้ำยา และสารเคมี รักษาอย่างไร
- ผิวคันแต่ไม่มีผื่น เกิดจากอะไร? ผิวแห้ง ภูมิแพ้ ยา หรือโรคอะไรได้บ้าง
- ทาครีมสเตียรอยด์กับผื่นได้ไหม? ผื่นแบบไหนไม่ควรทาเอง
References
American Academy of Dermatology. Hives: Overview.
American Academy of Dermatology
American Academy of Dermatology. Hives: Causes.
American Academy of Dermatology
American Academy of Dermatology. Hives: Diagnosis and Treatment.
American Academy of Dermatology
American Academy of Dermatology. Urticaria Clinical Guideline.
American Academy of Dermatology
Scientific References
American Academy of Dermatology. Clinical guideline for diagnosis and management of urticaria.
American Academy of Dermatology
Zuberbier T, Abdul Latiff AH, Abuzakouk M, et al. The international guideline for the definition, classification, diagnosis, and management of urticaria. Allergy. 2022;77:734–766.
หมายเหตุสำคัญ
ลมพิษส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายและสามารถควบคุมได้ แต่หากมีอาการบวมของปาก ลิ้น หรือคอ หายใจลำบาก กลืนลำบาก หน้ามืด หรือเป็นลม ควรได้รับการรักษาฉุกเฉินทันที
หากอาการเกิดซ้ำต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์ ควรได้รับการประเมินเพื่อแยก Chronic Urticaria และสาเหตุอื่น
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com






