ทา Imiquimod บริเวณหัวองคชาต หนังหุ้มปลาย หรือแคมได้ไหม? ตำแหน่งไหนต้องระวังเป็นพิเศษ
Imiquimod ใช้รักษาหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศภายนอกได้ รวมถึงบริเวณ Penis, Vulva และใต้หนังหุ้มปลายในบางกรณี แต่ต้องใช้เฉพาะรอยโรคภายนอกและทาบาง ๆ เฉพาะหูด ห้ามทาเข้าไปในช่องคลอด ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก หรือภายในทวารหนัก บริเวณหัวองคชาต ใต้หนังหุ้มปลาย และปากช่องคลอดมีผิวบางและชื้น จึงระคายเคือง บวม หรือเกิดแผลได้ง่ายกว่า หากมีแผลเปิด บวมมาก ปัสสาวะลำบาก หรือหนังหุ้มปลายรูดกลับยาก ควรหยุดยาและรับการประเมิน
Imiquimod ใช้ทาหูดบริเวณอวัยวะเพศตรงไหนได้บ้าง?
Imiquimod 3.75% และ 5% เป็นหนึ่งในยาที่ CDC แนะนำสำหรับ External Anogenital Warts หรือหูดหงอนไก่ที่อยู่บริเวณอวัยวะเพศและรอบทวารหนักภายนอก
ตำแหน่งที่ CDC จัดอยู่ในกลุ่ม external anogenital warts ได้แก่
- Penis
- Groin
- Scrotum
- Vulva
- Perineum
- External Anus
- Perianal Skin
ดังนั้นคำตอบไม่ได้ขึ้นกับว่าเป็น “อวัยวะเพศ” หรือไม่เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับว่ารอยโรคนั้นอยู่บนผิวภายนอกหรืออยู่ลึกเข้าไปในเยื่อบุภายใน
หลักสำคัญคือ
Imiquimod ใช้กับหูดภายนอก แต่ไม่ควรทาเข้าไปในอวัยวะภายในหรือช่องเปิดต่าง ๆ
ทา Imiquimod บริเวณหัวองคชาตได้ไหม?
อาจใช้ได้ในกรณีที่เป็นหูดหงอนไก่ภายนอกบน Penis และได้รับการวินิจฉัยว่าเหมาะกับ Imiquimod
อย่างไรก็ตามหัวองคชาตหรือ Glans Penis เป็นบริเวณที่มีผิวบางและไวต่อการระคายเคืองมากกว่าผิวบริเวณ Shaft
จึงควร
- ทาบางมากเฉพาะตัวหูด
- ไม่ป้ายกว้างลงบนผิวปกติ
- หลีกเลี่ยงรูเปิดท่อปัสสาวะ
- หลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นแผล ถลอก หรือมี erosion
- สังเกตอาการบวม แสบ และเจ็บอย่างใกล้ชิด
หากรอยโรคอยู่ชิด Urethral Meatus หรือรูเปิดท่อปัสสาวะ ไม่ควรทาเข้าไปในรูเปิด เพราะ CDC แนะนำการรักษาหูดที่ urethral meatus ด้วยวิธีอื่น เช่น Cryotherapy หรือ Surgical Removal มากกว่า Imiquimod
ถ้าหูดอยู่ใต้หนังหุ้มปลาย ใช้ Imiquimod ได้ไหม?
ใช้ได้ในบางกรณี แต่เป็นตำแหน่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
เอกสารกำกับยาระบุโดยตรงว่า ผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบและใช้ Imiquimod กับหูดใต้หนังหุ้มปลาย ควรรูดหนังหุ้มปลายออกและทำความสะอาดบริเวณนั้นทุกวัน
เหตุผลคือบริเวณใต้หนังหุ้มปลายมีความชื้นสูงและครีมอาจค้างอยู่ได้ง่าย ทำให้เกิด
- บวม
- แดง
- Erosion
- Ulceration
- หนังหุ้มปลายตึง
- รูดหนังหุ้มปลายกลับยาก
มีรายงานภาวะ Phimosis รุนแรงและการตีบของหนังหุ้มปลายในผู้ที่ไม่ได้ดูแลความสะอาดใต้หนังหุ้มปลายอย่างเหมาะสมระหว่างรักษา
ดังนั้นตำแหน่งนี้ไม่ควรใช้ยาแบบ “ทาแล้วปล่อยไว้หลายวัน”
ใช้ Imiquimod ใต้หนังหุ้มปลายอย่างไรให้ปลอดภัยขึ้น?
หากแพทย์หรือเภสัชกรประเมินแล้วว่าสามารถใช้ได้ ควร
- รูดหนังหุ้มปลายก่อนทา
- ล้างและเช็ดบริเวณให้แห้ง
- ทาบาง ๆ เฉพาะรอยหูด
- ไม่ทาเกินพื้นที่จำเป็น
- หลังครบเวลาทา 6–10 ชั่วโมง ให้ล้างออกด้วยสบู่อ่อนและน้ำ
- รูดหนังหุ้มปลายและล้างใต้หนังหุ้มปลายทุกวัน
- ไม่ปล่อยครีมตกค้าง
หากเริ่มรู้สึกว่าหนังหุ้มปลายตึงขึ้น รูดยากขึ้น บวม หรือเจ็บ ควรหยุดยาและประเมินทันที
ทา Imiquimod บริเวณแคมได้ไหม?
ใช้ได้กับหูดบริเวณ Vulva ภายนอกในบางตำแหน่ง
CDC ระบุ Vulva เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่สามารถใช้ Imiquimod สำหรับ external anogenital warts ได้
แต่ต้องแยกคำว่า “แคม” ให้ชัด เพราะบริเวณภายนอกกับบริเวณที่ชิดปากช่องคลอดมีความบอบบางต่างกัน
บริเวณที่เป็นผิวภายนอก เช่น Labia Majora มักทนต่อยาทาได้มากกว่าบริเวณเยื่อบุชื้น เช่น Labia Minora หรือ Vaginal Introitus
ยิ่งอยู่ใกล้ปากช่องคลอดมากเท่าไร ยิ่งต้องระวังการอักเสบและบวมมากขึ้น
แคมด้านในหรือ Labia Minora ทาได้ไหม?
ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าผิวภายนอก
Labia Minora เป็นบริเวณที่ผิวบางและมีลักษณะใกล้เคียง mucosal surface มากกว่า Labia Majora
แม้หูดบริเวณ Vulva ภายนอกอาจได้รับการรักษาด้วย Imiquimod แต่ไม่ควรทาครีมกว้าง ๆ ลงบนเยื่อบุหรือปล่อยให้ยาไหลเข้าไปในช่องคลอด
หากรอยโรคอยู่บริเวณ Labia Minora หรือชิด Vaginal Opening ควรให้แพทย์ประเมินตำแหน่งก่อน เพราะ local reaction อาจรุนแรงกว่า
ทาบริเวณปากช่องคลอดได้ไหม?
ต้องระวังเป็นพิเศษ
เอกสารกำกับยา Imiquimod ระบุว่าผู้หญิงที่มีหูดบริเวณใกล้ Vaginal Opening ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะผิวบริเวณนี้มีความบอบบางและชื้น
หากเกิด local inflammatory reaction มาก อาจทำให้
- ปวด
- บวม
- แสบ
- ปัสสาวะลำบาก
FDA ระบุว่ามีรายงาน severe vulvar swelling ซึ่งบางกรณีรุนแรงจนเกิด urinary retention และต้องหยุดยา
ดังนั้นบริเวณปากช่องคลอดไม่ใช่ตำแหน่งที่ควรทาปริมาณมากหรือทากว้างเกินรอยโรค
Imiquimod ทาเข้าไปในช่องคลอดได้ไหม?
ไม่ได้
FDA ระบุชัดว่า Imiquimod 5% เป็นยาสำหรับใช้ภายนอก และไม่ใช้ทาง Intravaginal
ดังนั้นไม่ควรทา
- ภายในช่องคลอด
- บนผนังช่องคลอด
- ลึกเข้าไปใน Vaginal Canal
หากมี Vaginal Warts CDC แนะนำวิธีรักษาอื่น เช่น
- Cryotherapy
- Surgical Removal
- TCA หรือ BCA
ไม่ใช่การทา Imiquimod เข้าไปภายในช่องคลอด
ทาที่ปากมดลูกได้ไหม?
ไม่ควร
Cervical Warts ควรได้รับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ และ CDC แนะนำให้พิจารณา
- Cryotherapy
- Surgical Removal
- TCA/BCA
พร้อมทั้งประเมินรอยโรคเพื่อแยก HSIL หรือความผิดปกติของปากมดลูกก่อนรักษา
Imiquimod ไม่ใช่ยาที่ควรนำไปทาปากมดลูกด้วยตนเอง
ทาเข้าไปในท่อปัสสาวะได้ไหม?
ไม่ได้
Imiquimod ไม่แนะนำสำหรับ Urethral Warts ภายในท่อปัสสาวะ
หากหูดอยู่ตรง Urethral Meatus หรือภายใน Urethra CDC แนะนำการรักษาแบบที่ผู้ให้บริการทำ เช่น
- Cryotherapy
- Surgical Removal
ไม่ควรป้ายครีมเข้าไปในรูท่อปัสสาวะ เพราะเสี่ยงต่อการอักเสบ บวม เจ็บ และปัสสาวะลำบาก

ทารอบทวารหนักได้ไหม?
ได้ หากเป็น External Perianal Warts หรือหูดบนผิวรอบทวารหนักภายนอก
CDC ระบุว่าบริเวณ External Anus และ Perianus สามารถใช้ Imiquimod เป็นหนึ่งใน patient-applied treatments ได้
แต่ต้องไม่ทาเข้าไปภายใน Anal Canal
ผู้ที่มีหูดรอบทวารหนักอาจมีหูดภายในทวารร่วมด้วย จึงอาจต้องตรวจ Digital Rectal Examination หรือ Anoscopy ตามความเหมาะสม
ทาเข้าไปในทวารหนักได้ไหม?
ไม่ควร
ทั้ง FDA และข้อมูลกำกับยาระบุว่า Imiquimod ไม่ได้ใช้สำหรับ Intra-anal หรือ Rectal Warts
หากมีหูดภายใน Anal Canal CDC แนะนำ
- Cryotherapy
- Surgical Removal
- TCA/BCA
และควรได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน colorectal หรือผู้ที่มีประสบการณ์กับ intra-anal warts
ตำแหน่งไหนต้องระวังเป็นพิเศษที่สุด?
ตำแหน่งที่ควรระวังมาก ได้แก่
- Glans Penis
- ใต้หนังหุ้มปลาย
- Urethral Meatus
- Labia Minora
- Vaginal Introitus
- Perianal mucosal margin
- บริเวณที่มีแผลเปิดหรือ erosion
เพราะบริเวณเหล่านี้
- ผิวบาง
- มีความชื้นสูง
- ดูดซึมยาได้มากกว่า
- ระคายเคืองง่าย
- บวมแล้วรบกวนการปัสสาวะหรือการรูดหนังหุ้มปลายได้
จึงควรใช้ยาน้อยกว่าการทาบริเวณผิวหนาทั่วไปและทาเฉพาะรอยโรค
ถ้ามีแผลหรือถลอกอยู่แล้ว ทาได้ไหม?
ไม่ควรเริ่มทาบนผิวที่ยังมี open sore หรือ wound
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าควรรอให้ผิวหายก่อน เพราะการทาบนผิวแตกหรือเป็นแผลอาจเพิ่ม systemic absorption และเพิ่มโอกาสเกิด adverse effects
นอกจากนี้ Imiquimod เองสามารถทำให้เกิด
- Erythema
- Erosion
- Ulceration
- Weeping
- Edema
ได้
ดังนั้นหากผิวถูกทำลายอยู่ก่อนแล้ว การทาต่ออาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น
ต้องทาเลยขอบหูดเหมือนยาฆ่าเชื้อราหรือไม่?
ไม่ควรทากว้างออกไปโดยไม่จำเป็น
สำหรับ Genital Warts ให้ทาบาง ๆ เฉพาะบริเวณรอยโรคที่ต้องรักษา และถูจนครีมไม่เห็นชัด
ไม่ควรทาเป็นวงกว้างบนผิวปกติรอบหูด เพราะการระคายเคืองจาก Imiquimod มักเกิดตามพื้นที่ที่สัมผัสยา
ดังนั้นหลักคือ
ทาเฉพาะหูด ไม่ใช่ทาครอบพื้นที่กว้าง
ทาหนา ๆ ทำให้หูดหายเร็วขึ้นไหม?
ไม่
การทาปริมาณมากขึ้นไม่ได้ทำให้ Imiquimod มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นแบบเป็นสัดส่วน
ในทางกลับกันอาจเพิ่ม
- แดง
- แสบ
- บวม
- Erosion
- Ulceration
- ปวด
- ผลข้างเคียงระบบ เช่น อ่อนเพลีย ไข้ ปวดเมื่อย
ข้อมูลกำกับยาระบุว่าการใช้ครีมมากเกินไปหรือปล่อยสัมผัสผิวนานเกินกำหนดสามารถทำให้เกิด severe local reaction ได้
ทา Imiquimod แล้วแดง แสบ ลอก ถือว่าปกติไหม?
เกิดได้และเป็น local reaction ที่พบได้บ่อย
CDC ระบุว่า Imiquimod สามารถทำให้เกิด
- Redness
- Irritation
- Induration
- Ulceration
- Erosion
- Vesicles
ได้
อาการอักเสบบางระดับสัมพันธ์กับกลไกการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของยา
แต่คำว่า “ยิ่งแดงยิ่งได้ผล” ไม่ถูกต้อง
หากปวดมาก บวมมาก เป็นแผลลึก น้ำเหลืองออก หรือรบกวนการปัสสาวะ ควรพักยาและประเมิน ไม่ควรฝืนใช้ต่อ
ถ้าหัวองคชาตบวมหลังทา ต้องทำอย่างไร?
ควรล้างครีมออกด้วยน้ำและสบู่อ่อน และหยุดทาชั่วคราว
หากบวมมาก เจ็บมาก หรือมีอาการ
- ปัสสาวะลำบาก
- หนังหุ้มปลายติดอยู่หลังหัวองคชาต
- รูดหนังหุ้มปลายกลับไม่ได้
- มีแผลหรือหนอง
ควรได้รับการประเมินเร็ว
โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ขลิบ เพราะ edema ใต้หนังหุ้มปลายอาจทำให้เกิด phimosis หรือ paraphimosis ได้
ถ้าแคมบวมมากหลังทา ต้องทำอย่างไร?
ควรหยุดยาและล้างออก
FDA ระบุว่ามีรายงาน severe vulvar swelling และในบางกรณีทำให้ปัสสาวะไม่ออก
หากมี
- บวมมาก
- ปวดมาก
- เดินหรือนั่งลำบาก
- ปัสสาวะลำบากหรือปัสสาวะไม่ออก
ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว ไม่ควรรอให้ครบวันทายาตามตาราง
ควรล้าง Imiquimod ออกเมื่อไร?
สำหรับ Imiquimod 5% ที่ใช้รักษา External Genital Warts โดยทั่วไป
- ทาก่อนนอน
- สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
- ทิ้งไว้ประมาณ 6–10 ชั่วโมง
- จากนั้นล้างออกด้วยสบู่อ่อนและน้ำ
- ใช้ต่อจนหูดหายหรือไม่เกิน 16 สัปดาห์ตามคำแนะนำ
Imiquimod 3.75% มีตารางการใช้แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำ regimen ของ 5% ไปใช้กับทุกสูตร
ทาครีมแล้วต้องปิดพลาสเตอร์ไหม?
โดยทั่วไปไม่ควรปิดแบบ airtight หรือ occlusive dressing
การปิดทับอาจเพิ่มการสัมผัสยาและเพิ่ม local reaction
สามารถสวมชุดชั้นในผ้าฝ้ายได้ แต่ไม่ควรทำให้บริเวณที่ทายาอับชื้นหรือถูกปิดแน่นโดยไม่จำเป็น
ระหว่างทายามีเพศสัมพันธ์ได้ไหม?
ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ขณะที่ครีมยังอยู่บนผิว
ควรล้างยาออกก่อน เพราะ
- ครีมอาจสัมผัสผิวของคู่
- อาจทำให้คู่ระคายเคือง
- อาจทำให้ condom หรือ diaphragm อ่อนแอลง
- การเสียดสีอาจทำให้บริเวณที่อักเสบเจ็บหรือถลอกมากขึ้น
หลังล้างยาออกหมด ผิวแห้ง และไม่มีแผลหรือการอักเสบรุนแรง จึงค่อยพิจารณากิจกรรมทางเพศ
ถ้าหูดอยู่บริเวณที่ไม่แน่ใจว่าเป็น “ภายนอก” หรือ “ภายใน” ควรทำอย่างไร?
ไม่ควรทดลองทาเอง
ตำแหน่งที่ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรตรวจให้ชัดก่อน ได้แก่
- ตรงรูเปิดท่อปัสสาวะ
- บริเวณด้านในของหนังหุ้มปลายที่มีรอยโรคลึก
- ปากช่องคลอด
- ภายในช่องคลอด
- ปากมดลูก
- ภายในทวารหนัก
เพราะการรักษาที่เหมาะสมอาจเปลี่ยนจาก patient-applied cream เป็น Cryotherapy, TCA/BCA หรือ Surgical Removal
หูดทุกตุ่มบริเวณอวัยวะเพศใช้ Imiquimod ได้ไหม?
ไม่
รอยโรคบริเวณอวัยวะเพศไม่ได้เป็น HPV ทุกชนิด
สิ่งที่อาจดูคล้ายหูด ได้แก่
- Pearly Penile Papules
- Fordyce Spots
- Molluscum Contagiosum
- Skin Tags
- Vestibular Papillomatosis
- Condyloma Lata จาก Secondary Syphilis
- รอยโรคก่อนมะเร็งหรือมะเร็งบางชนิด
CDC ระบุว่าหากรอยโรคมีลักษณะผิดปกติ เช่น
- สีเข้มผิดปกติ
- แข็ง
- ติดแน่นกับเนื้อเยื่อด้านล่าง
- เลือดออก
- เป็นแผล
หรือรักษาแล้วไม่ตอบสนอง ควรพิจารณา biopsy
ดังนั้นก่อนทายาบริเวณหัวองคชาตหรือแคม ควรแน่ใจก่อนว่ารอยนั้นเป็น Condyloma Acuminata จริง
FAQ
Imiquimod ทาที่หัวองคชาตได้ไหม?
อาจใช้ได้หากเป็น External Genital Wart ที่ได้รับการวินิจฉัยถูกต้อง แต่ควรทาบางเฉพาะตัวหูด หลีกเลี่ยงรูท่อปัสสาวะและสังเกตการระคายเคืองอย่างใกล้ชิด
Imiquimod ทาใต้หนังหุ้มปลายได้ไหม?
ได้ในบางกรณี แต่ต้องรูดหนังหุ้มปลายและทำความสะอาดทุกวัน หากเกิดบวม หนังหุ้มปลายตึง หรือรูดยาก ต้องหยุดยาและประเมินทันที
Imiquimod ทาแคมด้านในได้ไหม?
ควรระวังมาก เพราะ Labia Minora และบริเวณปากช่องคลอดเป็นผิวบางและชื้น อาจเกิดปวด บวม หรือ erosion ได้ง่าย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินตำแหน่งก่อน
Imiquimod ทาเข้าไปในช่องคลอดได้ไหม?
ไม่ได้ FDA ระบุชัดว่าไม่ใช้ Intravaginal หากมี Vaginal Warts ควรใช้วิธีรักษาอื่นตามแนวทาง
ถ้าทาแล้วบวมมากหรือปัสสาวะลำบากควรทำอย่างไร?
ให้ล้างยาออกและหยุดยา หากบวมมาก ปวดมาก หรือปัสสาวะลำบากควรได้รับการประเมินโดยเร็ว เพราะมีรายงาน severe vulvar swelling และปัญหาจาก foreskin edema ได้
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
- ทา Imiquimod ปริมาณเท่าไรถึงพอดี? ทาหนาเกินไปทำให้หายเร็วขึ้นจริงไหม
- ทา Imiquimod แล้วมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม? ต้องรอยาหายจากผิวกี่ชั่วโมง
- Imiquimod ทำให้ถุงยางเสื่อมได้ไหม? ทำไมไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ขณะครีมยังอยู่บนผิว
- ลืมทา Imiquimod 1–2 ครั้ง ต้องทาชดเชยไหม? กลับมาใช้ต่ออย่างไร
สรุป
Imiquimod ใช้กับ External Anogenital Warts ได้ แต่ต้องแยก “ผิวภายนอก” ออกจาก “เยื่อบุหรืออวัยวะภายใน”
ตำแหน่งที่สามารถใช้ได้ในบางกรณี ได้แก่
- Penis
- หัวองคชาตที่เป็นรอยโรคภายนอก
- ใต้หนังหุ้มปลาย
- Scrotum
- External Vulva
- Perineum
- ผิวรอบทวารหนัก
แต่บริเวณที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ ได้แก่
- Glans Penis
- ใต้ Foreskin
- Labia Minora
- Vaginal Introitus
- Urethral Meatus
เพราะผิวบาง ชื้น และเกิด edema หรือ erosion ได้ง่าย
ส่วนตำแหน่งที่ ไม่ควรทา Imiquimod เข้าไป ได้แก่
- ภายใน Urethra
- ภายใน Vagina
- Cervix
- ภายใน Anal Canal
ผู้ชายที่ใช้ยาบริเวณใต้หนังหุ้มปลายควรรูดและทำความสะอาดทุกวัน หากหนังหุ้มปลายเริ่มตึง บวม หรือรูดยากควรหยุดยา
ผู้หญิงที่ใช้ยาใกล้ Vaginal Opening ต้องระวัง severe swelling เพราะอาจทำให้ปัสสาวะลำบากได้
ดังนั้นหลักจำง่ายคือ
External Wart → อาจใช้ Imiquimod ได้
Internal / Mucosal Wart → ไม่ควรทาเอง ต้องประเมินวิธีรักษาอื่น
และไม่ว่าทาตำแหน่งใด ควรทาบางเฉพาะรอยโรค ไม่ทาหนา ไม่ป้ายกว้าง และไม่ใช้บนแผลเปิด

บทความที่เกี่ยวข้อง
- ทา Imiquimod ปริมาณเท่าไรถึงพอดี? ทาหนาเกินไปทำให้หายเร็วขึ้นจริงไหม
- ทา Imiquimod แล้วมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม? ต้องรอยาหายจากผิวกี่ชั่วโมง
- Imiquimod ทำให้ถุงยางเสื่อมได้ไหม? ทำไมไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ขณะครีมยังอยู่บนผิว
- ลืมทา Imiquimod 1–2 ครั้ง ต้องทาชดเชยไหม? กลับมาใช้ต่ออย่างไร
- หูดหงอนไก่รักษาหายแล้วกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม?
References
Centers for Disease Control and Prevention. Human Papillomavirus (HPV) Infection – Anogenital Warts.
https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/anogenital-warts.htm
U.S. Food and Drug Administration. ALDARA (Imiquimod) Cream 5% Prescribing Information.
https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2024/020723s028lbl.pdf
Electronic Medicines Compendium. Aldara 5% Cream – Summary of Product Characteristics.
https://www.medicines.org.uk/emc/product/823/smpc
Electronic Medicines Compendium. Aldara 5% Cream – Patient Information Leaflet.
https://www.medicines.org.uk/emc/files/pil.823.pdf
หมายเหตุสำคัญ
รอยโรคบริเวณอวัยวะเพศไม่ใช่หูด HPV ทุกชนิด ก่อนใช้ Imiquimod โดยเฉพาะบริเวณหัวองคชาต ใต้หนังหุ้มปลาย แคมด้านใน หรือใกล้ช่องเปิดต่าง ๆ ควรแน่ใจก่อนว่าเป็น External Anogenital Wart จริง
หากเกิดแผลลึก บวมมาก ปวดมาก มีน้ำเหลือง หนังหุ้มปลายรูดยาก หรือปัสสาวะลำบาก ควรล้างยาออก หยุดใช้ และได้รับการประเมินโดยเร็ว
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com






