มาทำความรู้จัก “โรคอ้วน” กันเถอะ

โรคอ้วน เกิดขึ้นเมื่อมีปริมาณไขมันในร่างกายที่มากเกินไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และมะเร็ง โรคที่ซับซ้อนนี้อาจเป็นผลมาจากปัจจัยที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม อาหาร ปัจจัยส่วนบุคคล ตลอดจนการเลือกออกกำลังกาย การลดน้ำหนักสามารถช่วยรักษาและป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ โดยอาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง รวมถึงการเปลี่ยนวิธีการรับประทานอาหาร และออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ทั้งนี้แพทย์อาจให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่คนไข้ เช่น การให้ยา หรือขั้นตอนทางการแพทย์อื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการลดน้ำหนัก

ตรวจสุขภาพเบื้องต้น จำเป็นแค่ไหนที่ต้องตรวจ

การมีสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ยิ่งในปัจจุบันที่มีโรคระบาด และกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือที่เรียกว่าโรค NCDs ที่เป็นเสมือนภัยเงียบที่เราควรต้องเฝ้าระวังสุขภาพของเราให้ห่างไกลโรคเหล่านี้ ดังนั้นหมอจึงอยากเรียนเชิญทุกท่านมาตรวจสุขภาพประจำปีกัน

หูดข้าวสุก (Molluscum contagiosum) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่แม้ถุงยางก็กันไม่ได้

หูดข้าวสุก (Molluscum Contagiosum) เป็นโรคติดต่อทางผิวหนังชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสมอลลัสคุม คอนทาจิโอซุม (Molluscum Contagiosum Virus) ทำให้เกิดตุ่มเนื้อและมีรอยนูนขนาดเล็กบนผิวหนังชั้นนอกทั่วร่างกาย ยกเว้นฝ่ามือและฝ่าเท้า สามารถติดต่อได้ผ่านทางการสัมผัส การใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่มีเชื้อไวรัสของหูดข้าวสุกอยู่แล้ว หรือการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนมากมักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ มักติดต่อในสถานที่ที่ค่อนข้างชื้น อย่างเช่น ในสถานที่ออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ เป็นต้น ยิ่งในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นเชื้อไวรัสชนิดนี้จะยิ่งเติบโตได้ดี จึงมีโอกาสจะเกิดอาการแทรกซ้อนได้

ยา Colchicine (โคลชิซิน) – ข้อมูล ข้อบ่งใช้ ผลข้างเคียง

โคลชิซิน (Colchicine) คือ ยาที่ใช้ลดอาการอักเสบของข้อจากโรคเกาต์ ทั้งแบบเฉียบพลันและใช้ในระยะยาวเพื่อป้องกันอาการดังกล่าว แต่ยานี้ไม่มีฤทธิ์ในการระงับปวด เมื่อเริ่มมีอาการหากใช้ยาเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งออกฤทธิ์ได้ดีเท่านั้น นอกจากนี้ยา Colchicine ยังสามารถใช้รักษาโรคหายากอย่างโรค Familial Mediterranean Fever (FMF) และปัจจุบันได้มีการนำมารักษาโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune Diseases) ได้อีกด้วย ตัวยามีผลข้างเคียงบางอย่างที่ค่อนข้างรุนแรงจึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา และต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งยาให้เท่านั้น

ยาที่มีชื่อการค้าต่างกัน แต่ชื่อสามัญเดียวกัน ที่คนมักเข้าใจผิด

ชื่อการค้า (Brand name หรือ Trade name) แล้วแต่บริษัทที่ผลิตจะตั้ง ชื่อนี้ผู้บริโภคจำเป็นต้องระวัง เพราะหลายครั้งที่กินยาต่างชื่อการค้า แต่เป็นยาชื่อสามัญเดียวกัน อาจได้รับยาซ้ำซ้อน จนเกิดพิษจากยาได้

ชื่อสามัญ (Generic name หรือ Officail name) ชื่อนี้เป็นชื่อที่เป็นข้อบังคับทางกฎหมาย เป็นชื่อสากลของยา ซึ่งแสดงถึงสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์ยา โดยทั่วไปมักจะเรียกเป็นชื่อเรียกมาตรฐานที่องค์กรอนามัยโลกกำหนด

ชื่อทางเคมี (Chemical names) เป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่มักตั้งตามโครงสร้างเคมีของยา

ไดฟลูคอร์โทโลน Diflucortolone สารประเภทคอร์ติโคสเตียรอยด์กดการอักเสบและการแพ้ของผิวหนัง

ยาไดฟลูคอร์โทโลน (Diflucortolone หรือ Diflucortolone valerate) เป็นสารประเภทคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteriod) มีรูปแบบผลิตภัณฑ์เป็นยาทาภายนอกในรูปแบบยาครีมและขี้ผึ้ง รู้จักกันในชื่อการค้าว่า Nerisone ยาไดฟลูคอร์โทโลนจะกดการอักเสบและการแพ้ของผิวหนังเช่น อาการแสบคัน อาการปวด รวมถึงช่วยป้องกันมิให้พื้นที่การอักเสบบนผิวหนังขยายออกเป็นบริเวณกว้างอีกด้วย ตัวยาสามารถแทรกซึมผ่านผิวหนังและกระจายไปสู่เนื้อเยื่อของอวัยวะในร่างกายได้ทั้งนี้ขึ้นกับปริมาณยาที่ทาลงบนผิวหนัง, พื้นที่ของผิวหนังที่มีการทายา, ระยะเวลาที่ผิวหนังสัมผัสยา, รวมถึงส่วนประกอบในสูตรตำรับยาก็มีผลต่อการดูดซึมตัวยาดังกล่าว ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 4 – 5 ชั่วโมงเพื่อกำจัดยานี้ในกระแสเลือดทิ้งไปกับปัสสาวะและอุจจาระ

กลากเกลื้อน เชื้อรากลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ รีบรักษาเพื่อสุขภาพผิวที่ดี

เกิดจากเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ (Dermatophytes) สามารถติดต่อได้ง่าย หากไปสัมผัสกับคนที่เป็นโรคนี้ หรือไปใช้ของใช้ของคนที่เป็นโรคนี้ก็มีโอกาสติดโรคมาได้ สัตว์เลี้ยงในบ้านอย่างสุนัข แมว ก็อาจนำโรคนี้มาให้ได้ เพราะคนที่เลี้ยงมักจะคลุกคลีกอดอุ้มสัตว์เลี้ยงเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ บางทีไปรับมาจากร้านตัดผม ร้านเสริมสวยโดยไม่รู้ตัวก็มี เนื่องจากติดต่อได้ง่ายจึงพบ โรคกลาก ได้ในคนทุกเพศทุกวัย แต่จะพบบ่อยในเด็ก คนที่มีเหงื่อออกมาก หรือผิวหนังอับชื้นง่าย มากกว่ากลุ่มอื่น

ยาเทอร์บินาฟีน Terbinafine ยาต้านเชื้อรารักษาการติดเชื้อราตามร่างกาย

ยาเทอร์บินาฟีน (Terbinafine) เป็นยาต่อต้านเชื้อรา ทางคลินิกนำมารักษาการติดเชื้อราตามร่างกายเช่น หนังศีรษะ ผิวหนังตามร่างกาย ที่ขาหนีบ เท้า นิ้ว เล็บมือ เล็บเท้า ผู้ที่จะสั่งจ่ายยานี้ควรต้องเป็นแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น
รูปแบบยาแผนปัจจุบันของยาเทอร์บินาฟีนจะเป็นยาชนิดรับประทานและยาทาเฉพาะที่ เมื่อรับประทานตัวยาสามารถถูกดูดซึมจากระบบทางเดินอาหารและกระจายตัวเข้าสู่กระแสเลือดได้ประมาณ 40% โดยประมาณ และจะเข้าจับกับพลาสมาโปรตีนได้มากกว่า 99% ตับจะเป็นอวัยวะที่คอยทำลายโครงสร้างของยานี้อย่างต่อเนื่อง ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 7 – 36 ชั่วโมงในการกำจัดยานี้ออกจากกระแสเลือด 50% โดยผ่านทิ้งไปกับปัสสาวะ

ยาไซโปรฟลอกซาซิน Ciprofloxacin กลไกการออกฤทธิ์เข้าไปยับยั้งการเจริญเติบโตและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

Ciprofloxacin (ไซโปรฟลอกซาซิน) เป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลน (Quinolones) ที่ช่วยรักษาหรือป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น การติดเชื้อทางเดินหายใจ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ต่อมลูกหมากติดเชื้อ โรคหนองใน ปอมบวม โรคแอนแทรกซ์ รวมไปถึงการติดเชื้อที่ผิวหนัง กระดูก ข้อต่อ และช่องท้อง โดยกลไกการออกฤทธิ์ของยาจะเข้าไปยับยั้งการเจริญเติบโตและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่ไม่มีผลต่อการรักษาเชื้อไวรัส

ยาคลินดามัยซิน Clindamycin ยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาการติดเชื้อจากแบคทีเรียที่นยมใช้รักษาสิวอักเสบ ผิวหนังอักเสบ

คลินดามัยซิน (Clindamycin) เป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย มักใช้รักษาสิวอักเสบ ผิวหนังอักเสบ การติดเชื้อในข้อต่อกระดูก ระบบทางเดินหายใจ ช่องปาก ช่องท้อง หรือรักษาแบคทีเรียในช่องคลอด เป็นต้น อาจใช้เป็นยารักษาเพียงอย่างเดียว ใช้ควบคู่กับยาปฏิชีวนะตัวอื่น หรือใช้เมื่อใช้ยาตัวอื่นแล้วไม่ได้ผล

ยาเพนิซิลลิน Penicillin ยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาการติดเชื้อจากแบคทีเรีย

Penicillin (เพนิซิลลิน) คือยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาการติดเชื้อจากแบคทีเรียอย่างแพร่หลาย อีกทั้งยังเป็นยาปฏิชีวนะที่ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่แรกเริ่มมาจนถึงปัจจุบัน เดิมทียานี้ได้มาจากเชื้อราเพนิซิลเลียม (Penicillium) นับแต่นั้นก็มียา Penicillin ตัวอื่นพัฒนาขึ้นมา เช่น Penicillin G (เพนิซิลลิน จี) หรือ Penicillin V (เพนิซิลลิน วี) ส่วนยาปฏิชีวนะอื่นที่มีส่วนผสมของ Penicillin ได้แก่ อะม็อกซี่ซิลลิน (Amoxicillin) แอมพิซิลลิน (Ampicillin)

ยาอะม็อกซี่ซิลลิน Amoxicillin ยารรักษาโรคที่มีการติดเชื้อจากแบคทีเรีย

อะม็อกซี่ซิลลิน จะใช้ในการรักษาโรคที่มีการติดเชื้อจากแบคทีเรียเท่านั้น และจะไม่มีผลช่วยในการรักษาการติดเชื้อที่มาจากไวรัส ซึ่งยาชนิดนี้จะกำจัดแบคทีเรียด้วยการยับยั้งการก่อตัวของผนังเซลล์แบคทีเรียนั้น ๆ อะม็อกซี่ซิลลิน เป็นยาที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย มักมีการเข้าใจผิดจากผู้ป่วยเวลาเป็นไข้หวัดแล้วจะขอยานี้เพื่อแก้เจ็บคอ แต่ไข้หวัดมีสาเหตุจากเชื้อไวรัส ซึ่งอะม็อกซี่ซิลลินฆ่าเชื้อไวรัสไม่ได้