ท้องผูกทำให้ริดสีดวงกำเริบจริงไหม? ทำอย่างไรให้อุจจาระนิ่มและลดการเบ่ง

ท้องผูกทำให้ริดสีดวงกำเริบจริงไหม? วิธีทำให้อุจจาระนิ่ม

ท้องผูก เบ่งแรง และนั่งห้องน้ำนาน ทำให้ริดสีดวงกำเริบได้อย่างไร? รู้จักวิธีเพิ่มใยอาหาร ดื่มน้ำ ทำให้อุจจาระนิ่ม และลดการเบ่งเพื่อป้องกันริดสีดวงกลับเป็นซ้ำ

ช่วงที่ถ่ายคล่องแทบไม่มีอาการ แต่พอท้องผูก 2–3 วัน อุจจาระแข็ง ต้องนั่งนาน ต้องออกแรงเบ่ง วันต่อมากลับรู้สึกว่าก้อนริดสีดวงบวมขึ้น บางคนมีเลือดสดติดกระดาษชำระ บางคนคัน เจ็บ หรือรู้สึกว่าก้อนยื่นออกมามากกว่าเดิม

จึงเกิดคำถามว่า “ท้องผูกทำให้ริดสีดวงกำเริบจริงหรือ?”

คำตอบคือ จริง

ท้องผูก การเบ่งถ่าย และพฤติกรรมนั่งห้องน้ำนานเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มแรงดันบริเวณหลอดเลือดและเนื้อเยื่อรอบทวารหนัก

National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK) – Hemorrhoids ระบุว่าท้องผูก อาหารที่มีกากใยน้อย และพฤติกรรมการขับถ่ายบางอย่างเกี่ยวข้องกับการเกิดริดสีดวง และการป้องกันควรเน้นอาหารใยสูง ดื่มน้ำ หลีกเลี่ยงการเบ่ง และไม่ควรนั่งห้องน้ำนาน

ดังนั้น สำหรับคนที่เป็นริดสีดวง การทำให้อุจจาระนิ่มอาจสำคัญไม่แพ้ยาทาหรือยาเหน็บ


ทำไมท้องผูกถึงทำให้ริดสีดวงกำเริบ?

เมื่ออุจจาระแข็ง ร่างกายต้องใช้แรงมากขึ้นในการขับออก ขณะเบ่ง ความดันภายในช่องท้องและบริเวณหลอดเลือดรอบทวารหนักจะเพิ่มขึ้น ถ้าเกิดซ้ำบ่อย ๆ เนื้อเยื่อและหลอดเลือดที่ช่วยรองรับบริเวณ anal canal อาจถูกกดและยืดมากขึ้น

ผู้ที่มีริดสีดวงอยู่แล้วจึงอาจรู้สึกว่าก้อนบวมขึ้น ยื่นออกมามากขึ้น มีเลือดออกง่ายขึ้น หรือเจ็บและระคายเคืองหลังถ่าย

จึงเกิดวงจร ท้องผูก → เบ่งมาก → ริดสีดวงบวม → กลัวเจ็บจึงกลั้นอุจจาระ → อุจจาระแข็งขึ้น → ต้องเบ่งมากขึ้น

สิ่งที่ควรทำคือหยุดวงจรนี้ตั้งแต่เรื่องอุจจาระ


เป้าหมายไม่ใช่ “ถ่ายทุกวัน” แต่คือ “ถ่ายโดยไม่ต้องเบ่ง”

บางคนคิดว่าถ้าไม่ได้ถ่ายทุกวันแสดงว่าท้องผูก จริง ๆ แล้วความถี่ในการขับถ่ายแตกต่างกันในแต่ละคน

สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้มีริดสีดวงคือ อุจจาระควรนิ่ม เป็นก้อนที่ผ่านได้ง่าย และไม่ต้องออกแรงเบ่งมาก

หากถ่ายวันเว้นวันแต่ถ่ายง่าย ไม่แข็ง และไม่ต้องเบ่ง อาจดีกว่าคนที่ถ่ายทุกวันแต่ต้องนั่ง 20 นาทีและเบ่งแรง


ใยอาหารช่วยอย่างไร?

ใยอาหาร หรือ fiber ช่วยเพิ่มปริมาตรและปรับลักษณะอุจจาระ ใยอาหารบางชนิดสามารถดูดน้ำ ทำให้อุจจาระนุ่มและผ่านลำไส้ได้ง่ายขึ้น

NIDDK – Treatment of Hemorrhoids แนะนำอาหารที่มี fiber สูงเพื่อช่วยทำให้อุจจาระนิ่มและง่ายต่อการขับ รวมทั้งสามารถใช้ fiber supplement เช่น psyllium หรือ methylcellulose ได้ในบางคน

อาหารที่มีใยอาหาร เช่น

  • ผัก
  • ผลไม้
  • ธัญพืชไม่ขัดสี
  • ถั่ว
  • เมล็ดพืชบางชนิด

ควรเพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะหากเพิ่มเร็วมากอาจทำให้ท้องอืด มีแก๊ส หรือไม่สบายท้องได้



เพิ่มใยอาหารแล้ว ทำไมต้องดื่มน้ำด้วย?

เพราะ fiber ต้องอาศัยน้ำ

NIDDK ระบุว่าการดื่มน้ำและของเหลวที่เหมาะสมช่วยให้ fiber ทำงานได้ดีขึ้นในการทำให้อุจจาระนุ่ม

หากเพิ่มใยอาหารจำนวนมากแต่ดื่มน้ำน้อย อาจทำให้บางคนรู้สึกแน่นท้อง และในบางสถานการณ์อุจจาระอาจไม่ดีขึ้นตามที่หวัง จึงควรคิดเป็นคู่กันว่า Fiber + Fluid ไม่ใช่เพิ่มเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

แต่ปริมาณน้ำที่เหมาะสมไม่เท่ากันทุกคน ผู้ที่มีโรคไต หัวใจล้มเหลว หรือต้องจำกัดน้ำ ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรเพิ่มน้ำปริมาณมากเอง


Psyllium ช่วยริดสีดวงได้ไหม?

Psyllium เป็น bulk-forming fiber ช่วยดูดน้ำและปรับลักษณะอุจจาระให้ผ่านได้ง่ายขึ้น

NIDDK ระบุ psyllium เป็นหนึ่งใน fiber supplements ที่สามารถใช้ในการดูแลริดสีดวงและปัญหาท้องผูกได้ แต่ต้องใช้ร่วมกับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมตามฉลากและคำแนะนำ

และควรแยกเวลาจากยาบางชนิด เพราะ fiber supplement อาจรบกวนการดูดซึมยาบางตัวได้


Stool softener จำเป็นทุกคนไหม?

ไม่จำเป็น

ถ้าปรับอาหาร น้ำ และพฤติกรรมแล้วอุจจาระนิ่มเพียงพอ อาจไม่ต้องใช้ยา แต่ในผู้ที่ยังมีอุจจาระแข็ง NIDDK ระบุว่าสามารถพิจารณา stool softener หรือ fiber supplement ได้ตามความเหมาะสม

สิ่งสำคัญคือหาสาเหตุของท้องผูกด้วย โดยเฉพาะถ้าท้องผูกเกิดใหม่อย่างชัดเจน เป็นเรื้อรัง หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย


นั่งห้องน้ำนานทำให้ริดสีดวงแย่จริงไหม?

จริง

ปัญหายุคนี้คือหลายคนไม่ได้ใช้เวลานั่งนานเพราะถ่ายไม่ออกอย่างเดียว แต่เพราะถือโทรศัพท์เข้าไปด้วย จากที่ควรใช้เวลาไม่นาน กลายเป็น 15–30 นาที

การนั่งบนโถสุขภัณฑ์นานทำให้บริเวณทวารอยู่ในตำแหน่งที่รับแรงกดต่อเนื่อง และหากมีการเบ่งเป็นระยะก็ยิ่งเพิ่มแรงดัน

NIDDK แนะนำชัดเจนว่าไม่ควรนั่งบนโถสุขภัณฑ์เป็นเวลานานเพื่อป้องกันและดูแลริดสีดวง

แนวคิดง่าย ๆ คือ เข้าห้องน้ำเพื่อถ่าย ไม่ใช่เพื่อเล่นโทรศัพท์


ถ้าถ่ายไม่ออก ควรนั่งรอจนออกไหม?

ไม่ควรนั่งเบ่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ถ้านั่งแล้วไม่มีแรงกระตุ้นให้ถ่ายภายในเวลาไม่นาน ให้ลุกออกก่อน รอให้เกิด urge ใหม่แล้วกลับมา

การฝืนเบ่งโดยไม่มีอุจจาระพร้อมขับออกมีแต่เพิ่มแรงกดต่อหลอดเลือดบริเวณทวาร


กลั้นอุจจาระทำให้ท้องผูกมากขึ้นไหม?

สามารถทำได้

เมื่อมีความรู้สึกอยากถ่ายแต่กลั้นไว้นาน ลำไส้ใหญ่ยังดูดน้ำจากอุจจาระต่อ อุจจาระจึงมีโอกาสแข็งขึ้น

ผู้ที่เป็นริดสีดวงควรพยายามสร้างนิสัย มี urge → เข้าห้องน้ำเมื่อสะดวก → ไม่กลั้นเป็นเวลานาน แทนการเลื่อนการขับถ่ายไปเรื่อย ๆ


ท่านั่งช่วยลดการเบ่งได้ไหม?

สำหรับบางคน การปรับท่าทาง เช่น รองเท้าให้หัวเข่าสูงขึ้นเล็กน้อยกว่าสะโพก อาจทำให้มุม anorectal เหมาะกับการขับถ่ายมากขึ้นและช่วยลดการเบ่ง

แต่สิ่งสำคัญกว่าการซื้ออุปกรณ์คือ อุจจาระต้องนิ่มและไม่ฝืน เพราะถ้าอุจจาระแข็งมาก ต่อให้ปรับท่าก็ยังอาจต้องเบ่ง


ออกกำลังกายช่วยเรื่องท้องผูกไหม?

การเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอสามารถช่วยระบบขับถ่ายในบางคน ตรงกันข้าม การนั่งนานและเคลื่อนไหวน้อยอาจสัมพันธ์กับท้องผูกในบางกลุ่ม จึงควรมีการเคลื่อนไหวและออกกำลังกายตามสภาพร่างกาย

แต่ถ้ามีริดสีดวงกำลังอักเสบมาก การออกแรงหนักหรือยกของหนักมากอาจเพิ่มแรงดันในช่องท้องและกระตุ้นอาการได้ในบางคน

NIDDK แนะนำให้หลีกเลี่ยงการยกของหนักเป็นประจำเพื่อช่วยป้องกันริดสีดวง


ถ้ามีเลือดหลังถ่าย แก้ท้องผูกอย่างเดียวพอไหม?

ไม่ควรสรุปแบบนั้น

แม้ท้องผูกและริดสีดวงจะทำให้มีเลือดสดหลังถ่ายได้ แต่ เลือดออกทางทวารไม่ได้เกิดจากริดสีดวงทุกครั้ง

หากมีเลือดออกครั้งแรก เลือดออกซ้ำ หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรตรวจหาสาเหตุ โดยเฉพาะถ้ามี

  • การขับถ่ายเปลี่ยนไป
  • น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
  • ปวดท้อง
  • อ่อนเพลียหรือซีด
  • อุจจาระดำ
  • ประวัติครอบครัวมะเร็งลำไส้

ไม่ควรซื้อยาริดสีดวงใช้ต่อเนื่องโดยไม่ประเมิน


ริดสีดวงกำเริบ ใช้ยาทาอย่างเดียวพอไหม?

ยาทา ยาเหน็บ หรือผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการอาจช่วยลดอาการปวด คัน บวม และระคายเคือง แต่ถ้าท้องผูกและยังเบ่งทุกวัน ต้นเหตุของแรงกดยังคงอยู่

NIDDK แนะนำการรักษาที่บ้านโดยเน้น อาหารใยสูง + stool softener/fiber supplement ตามความเหมาะสม + น้ำ + ไม่เบ่ง + ไม่นั่งห้องน้ำนาน ร่วมกับยาบรรเทาอาการ

จึงควรมองว่า ยา = ลดอาการ ขณะที่ แก้ท้องผูก = ลดตัวกระตุ้น



ถ้าปรับอาหารแล้วยังท้องผูกนาน ควรทำอย่างไร?

หากท้องผูกต่อเนื่องหรือกลับเป็นบ่อย ควรประเมินว่าเกิดจาก

  • อาหารใยต่ำ
  • ดื่มน้ำน้อย
  • เคลื่อนไหวน้อย
  • ยาบางชนิด
  • โรคไทรอยด์
  • ความผิดปกติทางระบบประสาท
  • ปัญหาการทำงานของ pelvic floor
  • โรคของลำไส้

ไม่ควรใช้ยาระบายชนิดกระตุ้นต่อเนื่องเองโดยไม่ทราบสาเหตุ


เมื่อไรควรพบแพทย์เรื่องริดสีดวง?

ควรได้รับการประเมินหากดูแลตัวเองประมาณ 1 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น หรือมีเลือดออกทางทวาร

NIDDK – Treatment of Hemorrhoids แนะนำว่าผลิตภัณฑ์ OTC สำหรับริดสีดวงมักใช้ประมาณ 1 สัปดาห์ และควรพบแพทย์หากไม่ช่วยลดอาการหลังช่วงดังกล่าว

และควรพบแพทย์เร็วขึ้นหากมี ปวดมาก เลือดออกมาก มีไข้ หรือมีอาการปวดท้องหรือท้องเสียร่วมกับเลือดออก ซึ่ง NIDDK ระบุว่าเป็นสถานการณ์ที่ควรเข้ารับการดูแลโดยเร็ว


สรุป

ท้องผูกสามารถทำให้ริดสีดวงกำเริบได้จริง เพราะอุจจาระแข็งทำให้ต้องใช้แรงเบ่งมากขึ้น เพิ่มแรงดันบริเวณหลอดเลือดและเนื้อเยื่อรอบทวาร

ดังนั้น หัวใจของการลดริดสีดวงกำเริบไม่ใช่เพียงซื้อยามาทาหรือเหน็บ แต่ต้องทำให้ “ถ่ายง่ายขึ้น” ด้วยการเพิ่มใยอาหาร ดื่มน้ำให้เหมาะสม พิจารณา fiber supplement หรือ stool softener หากจำเป็น ไม่กลั้นอุจจาระ ไม่เบ่งแรง และไม่ใช้เวลานั่งบนโถสุขภัณฑ์นาน

NIDDK ระบุว่าการดูแลเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญทั้งในการรักษาและป้องกันริดสีดวง

จำง่าย ๆ ว่า เป้าหมายไม่ใช่แค่ “ถ่ายทุกวัน” แต่คือ “อุจจาระนิ่ม ถ่ายง่าย และไม่ต้องเบ่ง”



หมายเหตุสำคัญ

เลือดออกทางทวารไม่ควรสรุปว่าเป็นริดสีดวงทุกครั้ง หากเลือดออกครั้งแรก เลือดออกซ้ำ มีอาการซีด น้ำหนักลด การขับถ่ายเปลี่ยน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ควรได้รับการตรวจ

ผู้ที่มีโรคไต หัวใจ หรือมีข้อจำกัดเรื่องน้ำและอาหาร ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนเพิ่มน้ำหรือใยอาหารในปริมาณมาก



เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com



References

  1. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Treatment of Hemorrhoids.
  2. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Hemorrhoids.

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี