ยารักษาริดสีดวงมีอะไรบ้าง? ยากิน ยาทา และยาเหน็บต่างกันอย่างไร
ริดสีดวงใช้ยาอะไรได้บ้าง? เปรียบเทียบยากิน ยาทา และยาเหน็บ ว่าแต่ละแบบช่วยอาการอะไร เหมาะกับริดสีดวงภายในหรือภายนอกแค่ไหน พร้อมข้อจำกัดและอาการที่ควรพบแพทย์
เมื่อเริ่มเป็นริดสีดวง หลายคนมักเจอคำแนะนำหลายแบบพร้อมกัน
“กินยาริดสีดวง”
“ทาครีมน่าจะหายเร็วกว่า”
หรือ
“ถ้าเป็นข้างในต้องใช้ยาเหน็บ”
จนเกิดคำถามว่า
ตกลงแล้วต้องใช้แบบไหน?
ความจริงคือ ยากิน ยาทา และยาเหน็บมีหน้าที่ต่างกัน และไม่ได้มีชนิดใดชนิดหนึ่งที่เหมาะกับริดสีดวงทุกแบบ
ริดสีดวงแบ่งกว้าง ๆ เป็น
ริดสีดวงภายใน ซึ่งอยู่บริเวณเยื่อบุทวารหนักและมักเด่นด้วยเลือดสดหรือก้อนยื่น
กับ
ริดสีดวงภายนอก ซึ่งอยู่ใต้ผิวหนังรอบทวารและมักเด่นด้วยก้อน คัน ระคายเคือง หรือปวด โดยเฉพาะเมื่อเกิดลิ่มเลือดในก้อนริดสีดวง (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
ดังนั้นก่อนเลือกยา คำถามที่สำคัญไม่ใช่เพียง
“ยาริดสีดวงตัวไหนดี?”
แต่ควรถามว่า
“ตอนนี้อาการหลักคืออะไร — เลือดออก ก้อนยื่น คัน แสบ ปวด หรือท้องผูก?”
ก่อนใช้ยา ต้องเข้าใจก่อนว่า “ยาริดสีดวง” ช่วยอะไรได้บ้าง
ยาส่วนใหญ่ที่ใช้กับริดสีดวงมีเป้าหมายหลักคือ บรรเทาอาการ
เช่น
- ลดเลือดออก
- ลดบวม
- ลดคัน
- ลดระคายเคือง
- ลดปวด
- ทำให้อุจจาระนุ่มเพื่อลดการเบ่ง
แต่ไม่ได้หมายความว่ายาทุกชนิดสามารถทำให้ ก้อนริดสีดวงที่ยื่นมากหายกลับเข้าไปอย่างถาวร
แนวทาง ASCRS ปี 2024 ระบุว่า medical therapy สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ แต่หลักฐานของยาทาหลายชนิดยังมีข้อจำกัด ขณะที่ผู้ที่มีริดสีดวงภายในเลือดออกหรือก้อนยื่นที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอนุรักษ์อาจต้องพิจารณาหัตถการ เช่น rubber band ligation หรือวิธีอื่นตามระดับโรค (FASCRS)
จึงควรคิดว่า
ยา = ควบคุมอาการ
ส่วน
หัตถการ/ผ่าตัด = อาจจำเป็นเมื่อโครงสร้างของริดสีดวงมีปัญหามากขึ้น
ยารักษาริดสีดวงแบ่งเป็นอะไรบ้าง?
ถ้าแบ่งให้ง่ายสำหรับคนทั่วไป สามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มสำคัญ
ยากิน
เช่นกลุ่ม phlebotonics หรือ flavonoids
ยาทา/ครีม/ขี้ผึ้ง
เน้นลดอาการบริเวณภายนอก
ยาเหน็บ
ออกฤทธิ์บริเวณภายในทวารหนัก
และอีกกลุ่มที่สำคัญมากแต่หลายคนไม่นึกว่าเป็น “ยาริดสีดวง” คือ
ยาหรือผลิตภัณฑ์ช่วยให้อุจจาระนุ่มและเพิ่มใยอาหาร
เพราะถ้ายัง
ท้องผูก → อุจจาระแข็ง → เบ่งแรง
ต่อให้ใช้ยาบรรเทาริดสีดวง อาการก็สามารถกลับมาได้อีก
NIDDK และ ASCRS ต่างให้ความสำคัญกับการเพิ่มใยอาหาร ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม ลดการเบ่ง และไม่ใช้เวลาในห้องน้ำนานเกินไป โดย ASCRS ระบุว่าการเพิ่มใยอาหารช่วยลดเลือดออกจากริดสีดวงได้อย่างมีนัยสำคัญในงานวิจัยที่รวบรวมไว้ (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)

ยากินริดสีดวงมีอะไรบ้าง?
กลุ่มที่พบได้ในการรักษาริดสีดวงคือ Phlebotonics หรือ venoactive drugs
กลุ่มนี้ประกอบด้วยสารหลายชนิด รวมถึง flavonoids เช่น diosmin และสารประกอบที่เกี่ยวข้อง
แนวทาง ASCRS 2024 อธิบายว่า phlebotonics ถูกใช้ทั้งในริดสีดวงเฉียบพลันและเรื้อรัง โดยเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการเพิ่ม venous tone ลด capillary permeability และช่วยระบบ lymphatic drainage แม้ว่ากลไกทั้งหมดจะยังไม่ชัดเจน (FASCRS)
เมื่อรวบรวมงานวิจัยแบบ randomized trials พบว่ากลุ่ม phlebotonics มีประโยชน์ต่ออาการบางอย่าง เช่น
เลือดออก
คัน
สารคัดหลั่ง/ความเปียกชื้นบริเวณทวาร
และ
อาการโดยรวม
แต่หลักฐานด้านการลดอาการปวดไม่ได้ชัดเจนเท่ากัน (FASCRS)
ดังนั้น
ยากินไม่ได้มีหน้าที่เป็น “ยาแก้ปวดริดสีดวง” โดยตรง
แต่มีบทบาทกับอาการบางชนิด โดยเฉพาะเลือดออกและอาการจาก hemorrhoidal disease ในผู้ป่วยที่เหมาะสม
Diosmin และ Hesperidin ช่วยริดสีดวงอย่างไร?
Diosmin และ flavonoid formulations ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม phlebotonics
จุดประสงค์ของการใช้คือช่วยเรื่องระบบหลอดเลือดดำและ microcirculation มากกว่าการออกฤทธิ์แบบยาชาเฉพาะที่
จึงมักถูกพิจารณาเมื่อมีอาการ เช่น
เลือดออก → บวม → ความรู้สึกไม่สบายบริเวณทวาร
โดย ASCRS ระบุว่าหลักฐานจาก Cochrane review ของ phlebotonics พบประโยชน์ต่อ bleeding และอาการโดยรวม แต่เนื่องจากกลุ่มยานี้มีหลายชนิดและสูตร การนำผลการศึกษามาใช้ต้องพิจารณาผลิตภัณฑ์และผู้ป่วยเป็นรายกรณี (FASCRS)
สิ่งที่สำคัญคือ
Diosmin ไม่ได้ทำให้ก้อนริดสีดวง Grade 3–4 หายเข้าไปอย่างถาวร
หากมีก้อนยื่นมาก ยื่นค้าง หรือมีเลือดออกซ้ำ อาจต้องประเมินหัตถการร่วมด้วย
Internal Link Recommendation:
“Diosmin และ Hesperidin ช่วยรักษาริดสีดวงได้อย่างไร?”
ยากินเหมาะกับริดสีดวงภายในหรือภายนอก?
เพราะยากินออกฤทธิ์ผ่านระบบ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่ด้านในหรือด้านนอกเหมือนครีมหรือยาเหน็บ
จึงอาจมีบทบาทใน symptomatic hemorrhoidal disease ทั้งสองรูปแบบตามอาการ
แต่ในทางปฏิบัติ ถ้าผู้ป่วยมี
เลือดออกจากริดสีดวงภายใน
phlebotonics มักถูกพูดถึงมากกว่า
ในขณะที่หากปัญหาหลักคือ
คันหรือระคายเคืองบริเวณผิวหนังด้านนอก
ยาทาอาจตอบโจทย์อาการตรงกว่า
ดังนั้นตำแหน่งและอาการมีความสำคัญมากกว่าการแบ่งว่า
“ยากินแรงกว่ายาทา”
เพราะจริง ๆ แล้วทำหน้าที่คนละแบบ
ยาทาริดสีดวงมีอะไรบ้าง?
ผลิตภัณฑ์สำหรับทาภายนอกมีส่วนประกอบได้หลายกลุ่ม เช่น
Corticosteroid
เช่น hydrocortisone เพื่อช่วยลดการอักเสบและคันในระยะสั้น
Local anaesthetic
เช่น pramoxine หรือสารยาชาเฉพาะที่บางชนิด เพื่อลดปวด แสบ หรือคัน
Protectant / Emollient
ช่วยเคลือบและลดการระคายเคืองของผิว
รวมถึงส่วนประกอบอื่นตามสูตรผลิตภัณฑ์
ASCRS ระบุว่ายาทา hemorrhoids มีทั้ง creams, ointments และ foams และส่วนประกอบที่พบได้ เช่น hydrocortisone, phenylephrine, pramoxine และ witch hazel แต่ข้อมูลสนับสนุนของผลิตภัณฑ์เหล่านี้โดยรวมยังมีจำกัด และควรใช้เพื่อ symptomatic relief มากกว่ามองว่าเป็นการแก้ริดสีดวงถาวร (FASCRS)
ยาทาเหมาะกับอาการแบบไหน?
ยาทาเหมาะกับอาการที่อยู่บริเวณ รอบปากทวารหรือริดสีดวงภายนอก
เช่น
- คัน
- แสบ
- ระคายเคือง
- บวมเล็กน้อย
- เจ็บบริเวณภายนอก
NIDDK ระบุว่า OTC creams หรือ ointments สามารถช่วยบรรเทา mild pain, swelling และ itching ของ external hemorrhoids ได้ (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
ดังนั้นถ้ามีปัญหาหลักคือ
“คันและแสบตรงก้อนด้านนอก”
ครีมหรือขี้ผึ้งอาจตรงกับอาการมากกว่ายาเหน็บ

ครีม Hydrocortisone ใช้ได้นานไหม?
ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่มีคำแนะนำ
NHS ระบุว่า hydrocortisone สำหรับ hemorrhoids ช่วยบรรเทาปวดและคัน แต่ ไม่ได้รักษาให้ริดสีดวงหายขาด และโดยทั่วไปไม่ควรใช้เกิน 7 วัน เพราะการใช้ steroid เฉพาะที่นานเกินไปอาจทำให้ผิวบาง ส่วน local anaesthetic บางชนิดก็อาจทำให้เกิดการ sensitization ได้ (nhs.uk)
ASCRS ก็เตือนว่าการใช้ ointments ที่มี steroid, local anaesthetic หรือส่วนประกอบอื่นในระยะยาวอาจทำให้เกิด allergic reaction หรือ sensitization และไม่มีหลักฐานรองรับประโยชน์จากการใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน (FASCRS)
ดังนั้น
ครีมริดสีดวงเหมาะกับการบรรเทาอาการระยะสั้น ไม่ใช่ใช้ทุกวันต่อเนื่องเป็นเดือนโดยไม่ประเมิน
ยาเหน็บริดสีดวงคืออะไร?
ยาเหน็บ หรือ Suppository เป็นรูปแบบยาที่ใส่เข้าไปภายในทวารหนัก
เมื่อเหน็บแล้ว ตัวผลิตภัณฑ์จะละลายหรืออ่อนตัวและออกฤทธิ์บริเวณภายใน
NIDDK ระบุว่ายาเหน็บสามารถช่วยบรรเทา mild pain, swelling และ itching ของ hemorrhoids ได้ในบางราย และ NHS ระบุว่า hydrocortisone suppositories ใช้สำหรับ hemorrhoids ที่อยู่ ภายในทวาร ขณะที่ cream/ointment บางสูตรใช้กับภายนอก (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
จึงจำง่าย ๆ ว่า
ครีม = ภายนอกเป็นหลัก
ยาเหน็บ = ภายในเป็นหลัก
แต่ต้องดูฉลากจริง เพราะบางผลิตภัณฑ์อาจมี applicator สำหรับใช้ภายในด้วย
ยาเหน็บเหมาะกับริดสีดวงภายในทุกระยะไหม?
ไม่ใช่
ยาเหน็บสามารถบรรเทาอาการของริดสีดวงภายในได้ในบางกรณี แต่ไม่ได้แก้ปัญหา prolapse หรือก้อนยื่นระดับสูง ได้อย่างถาวร
ถ้าริดสีดวงภายในเป็นระดับที่
ยื่นออกมาแล้วต้องใช้นิ้วดันกลับ
หรือ
ยื่นค้างและดันกลับไม่ได้
การใช้ยาเหน็บอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
NIDDK ระบุว่า hemorrhoids ภายในที่มี prolapse หรือ bleeding รุนแรงอาจต้องได้รับหัตถการ เช่น rubber band ligation, sclerotherapy, infrared treatment หรือการผ่าตัดตามความรุนแรง (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
ดังนั้นการที่ยา “เหน็บเข้าไปข้างในได้” ไม่ได้หมายความว่าสามารถรักษาริดสีดวงภายในทุกระยะ
ยาเหน็บกับยาทา แบบไหนดีกว่า?
ไม่มีแบบไหนดีกว่าทุกคน
ให้เลือกตามตำแหน่ง
อาการอยู่ด้านนอก
เช่น คัน แสบ ก้อนรอบปากทวาร
→ ยาทาอาจตรงจุดกว่า
อาการอยู่ภายในทวาร
→ ยาเหน็บอาจเหมาะกว่าในผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบ่งใช้
มีเลือดออกหรืออาการจาก hemorrhoidal disease โดยรวม
→ อาจพิจารณาการรักษาแบบ systemic เช่น phlebotonics ในผู้ที่เหมาะสม
แต่ถ้ามีทั้ง
ก้อนยื่น + คันด้านนอก + เลือดออก
อาจมีการใช้หลายแนวทางร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงอย่างเดียว
กินยา + ทายา + เหน็บพร้อมกันได้ไหม?
บางกรณีสามารถใช้ร่วมกันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ครบทุกอย่าง
ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มี internal hemorrhoids มีเลือดสดและมีอาการระคายเคืองภายนอกอาจได้รับการพิจารณา
ยากินเพื่ออาการ hemorrhoidal disease
ร่วมกับ
ยาทาเพื่อบรรเทาอาการด้านนอก
แต่ถ้าไม่มีอาการภายใน ก็ไม่ได้มีเหตุผลว่าต้องเพิ่มยาเหน็บเพียงเพื่อให้รู้สึกว่า “รักษาครบ”
หลักที่เหมาะสมคือ
ใช้ยาน้อยชนิดที่สุดที่สามารถตอบอาการที่มีได้
เพราะการเพิ่มผลิตภัณฑ์หลายตัวพร้อมกัน โดยเฉพาะครีมหรือยาเหน็บที่มี steroid หรือ local anaesthetic ซ้ำกัน อาจเพิ่มการระคายเคืองโดยไม่เพิ่มประโยชน์
ยาระบายและใยอาหารเกี่ยวอะไรกับริดสีดวง?
เกี่ยวมากกว่าที่หลายคนคิด
ริดสีดวงจำนวนมากกำเริบจากวงจร
ท้องผูก
↓
อุจจาระแข็ง
↓
เบ่งนาน
↓
แรงดันบริเวณทวารสูงขึ้น
↓
ริดสีดวงบวม/เลือดออก
NIDDK แนะนำอาหารที่มีใยอาหารสูง การใช้ fiber supplement หรือ stool softener ในผู้ที่เหมาะสม รวมทั้งดื่มน้ำและลดการเบ่ง เพื่อทำให้อุจจาระนุ่มและขับถ่ายง่ายขึ้น (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
ASCRS 2024 ให้ dietary and behavioral modification เป็น first-line therapy และพบว่าการเพิ่ม fiber ช่วยลด persistent symptoms และลด bleeding ได้ (FASCRS)
ดังนั้นในคนที่เป็นริดสีดวงจากท้องผูก
การแก้อุจจาระแข็งอาจสำคัญพอ ๆ กับการใช้ยาริดสีดวง

ใช้ยาแล้วกี่วันควรดีขึ้น?
ขึ้นกับอาการและผลิตภัณฑ์
ยาทาหรือยาเหน็บสำหรับอาการคัน แสบ หรือระคายเคืองควรเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นภายในไม่กี่วันในผู้ที่ตอบสนอง
NIDDK ระบุว่า OTC hemorrhoid creams และ suppositories มักใช้ในช่วงสั้น และแนะนำให้พบแพทย์หากใช้ประมาณ 1 สัปดาห์แล้วยังไม่ช่วย หรือเกิดผื่น/ผิวแห้งจากผลิตภัณฑ์ (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
NHS ก็แนะนำให้พบแพทย์หากรักษาที่บ้านแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง (nhs.uk)
ดังนั้น
ใช้ยา 7 วันแล้วอาการยังเหมือนเดิม ไม่ควรเพิ่มยาไปเรื่อย ๆ โดยไม่ประเมิน
อาจถึงเวลาต้องถามว่าเป็นริดสีดวงจริงหรือไม่ หรือระดับโรคต้องใช้หัตถการแล้วหรือยัง
ถ้าเลือดออก ควรเลือกยากินหรือยาเหน็บ?
คำตอบไม่ได้ขึ้นกับเลือดเพียงอย่างเดียว
หากเป็นเลือดแดงสดเล็กน้อยจากริดสีดวงภายในที่ได้รับการประเมินแล้ว phlebotonics มีหลักฐานช่วยลด bleeding ได้ในบางราย (FASCRS)
ยาเหน็บอาจช่วยอาการเฉพาะที่ภายใน แต่ไม่ได้หมายความว่ายาเหน็บทุกสูตรเป็น “ยาห้ามเลือด”
สิ่งสำคัญมากกว่าคือ
ต้องแน่ใจก่อนว่าเลือดเกิดจากริดสีดวง
เพราะ rectal bleeding สามารถเกิดจากโรคอื่นได้ และ NIDDK ระบุว่าริดสีดวงภายในที่มีเลือดออกมากหรือรุนแรงอาจต้องรักษาด้วยหัตถการ (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
Internal Link Recommendation:
“เป็นริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือด อันตรายไหม? เมื่อไรควรพบแพทย์”
ถ้าปวดมาก ควรใช้ยาทาริดสีดวงอย่างเดียวไหม?
ถ้าปวดมากควรระวังว่าอาจไม่ใช่ internal hemorrhoids ธรรมดา
เพราะริดสีดวงภายในโดยทั่วไปมักไม่ปวดมาก
อาการ
ปวดก้อนมากแบบฉับพลัน
สามารถพบใน thrombosed external hemorrhoid
และความปวดรุนแรงบริเวณทวารยังอาจเกิดจาก anal fissure, abscess หรือโรคอื่นได้
NIDDK แนะนำให้เข้ารับการประเมินทันทีหากมี severe anal pain ร่วมกับ rectal bleeding โดยเฉพาะถ้ามีปวดท้อง ท้องเสีย หรือมีไข้ (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
ดังนั้นอย่าพยายามแก้อาการปวดรุนแรงด้วยครีมยาชาเพียงอย่างเดียวหลายวัน
แบบไหนยาอาจไม่พอแล้ว?
ยามีข้อจำกัด โดยเฉพาะเมื่อมี ก้อนยื่นมากหรือโรคเป็นซ้ำบ่อย
ควรประเมินหัตถการมากขึ้นหากมี
- เลือดออกซ้ำ
- ก้อนยื่นบ่อย
- ต้องใช้นิ้วดันกลับ
- ก้อนยื่นค้าง
- อาการกลับมาเป็นซ้ำบ่อย
- รักษาแบบอนุรักษ์แล้วไม่ดีขึ้น
NIDDK ระบุว่าริดสีดวงภายในที่มี bleeding หรือ prolapse สามารถรักษาด้วย rubber band ligation, sclerotherapy, infrared photocoagulation หรือ electrocoagulation ส่วนก้อนขนาดใหญ่หรือไม่ตอบสนองอาจต้องผ่าตัด (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
NHS ก็ระบุแนวทางคล้ายกัน โดยมีทั้ง banding, sclerotherapy, electrotherapy, infrared coagulation และ surgery ในผู้ที่รักษาที่บ้านแล้วไม่ดีขึ้น (nhs.uk)
ถ้าเป็นริดสีดวงระยะ 1–2 ใช้ยาได้ไหม?
ในริดสีดวงภายในที่อาการไม่รุนแรง โดยเฉพาะระยะต้น มักเริ่มด้วย
เพิ่ม fiber
ลดท้องผูก
ลดการเบ่ง
ใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการตามความเหมาะสม
ได้ก่อน
แต่ถ้า Grade 2 มี bleeding หรือ prolapse บ่อย แม้ปรับพฤติกรรมแล้วไม่ดีขึ้น ก็อาจพิจารณาหัตถการในคลินิก เช่น rubber band ligation
ดังนั้นไม่ได้หมายความว่า
“Grade 1–2 ต้องใช้ยาเท่านั้น”
แต่เป็นกลุ่มที่มีโอกาสเริ่มจาก conservative therapy มากกว่า
แล้วริดสีดวงระยะ 3–4 ล่ะ?
ถ้ามีก้อนยื่นออกมามาก
Grade 3
ต้องใช้นิ้วดันกลับ
Grade 4
ยื่นค้างและไม่สามารถดันกลับ
การใช้ยาสามารถช่วยอาการบางอย่าง เช่น บวม คัน หรือเลือดออกได้ แต่ไม่ควรคาดหวังว่าจะทำให้โครงสร้างที่ยื่นมากกลับเป็นปกติถาวร
โดยเฉพาะ Grade 4 หรือก้อนใหญ่ที่มีอาการมาก ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ว่าจำเป็นต้องใช้หัตถการหรือการผ่าตัดหรือไม่
ควรเลือกยาริดสีดวงอย่างไรให้เหมาะกับอาการ?
จำแบบง่าย ๆ ได้ว่า
เลือดออก/อาการ hemorrhoidal disease โดยรวม
→ อาจพิจารณายากินกลุ่ม phlebotonics ในผู้ที่เหมาะสม
คัน แสบ ระคายเคืองด้านนอก
→ ครีมหรือขี้ผึ้งเฉพาะที่
อาการภายในทวาร
→ ยาเหน็บตามข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์
ท้องผูก/อุจจาระแข็ง
→ fiber หรือการช่วยให้อุจจาระนุ่ม พร้อมปรับพฤติกรรม
ก้อนยื่นมาก/เลือดออกซ้ำ/รักษาแล้วไม่ดีขึ้น
→ ประเมินหัตถการ
แนวคิดที่สำคัญที่สุดคือ
เลือกยาตาม “อาการ” ไม่ใช่พยายามใช้ทุกชนิดพร้อมกัน
FAQ
ยารักษาริดสีดวงมีอะไรบ้าง?
มีทั้ง ยากินกลุ่ม phlebotonics, ยาทาหรือครีมเฉพาะที่, ยาเหน็บ และผลิตภัณฑ์ช่วยลดท้องผูก/เพิ่มใยอาหาร โดยเลือกตามชนิดและอาการของริดสีดวง (FASCRS)
ยากินริดสีดวงช่วยอะไร?
Phlebotonics มีข้อมูลว่าช่วยอาการบางอย่าง เช่น เลือดออก คัน สารคัดหลั่ง และอาการโดยรวม แต่ไม่ได้มีหลักฐานเด่นด้านการลดปวด และไม่ได้ทำให้ก้อนริดสีดวงยื่นระดับสูงหายถาวร (FASCRS)
ยาทากับยาเหน็บต่างกันอย่างไร?
ยาทาหรือ ointment เหมาะกับอาการบริเวณภายนอก เช่น คัน แสบ และระคายเคือง ส่วน suppository ออกแบบให้ใช้ภายในทวารและเหมาะกับอาการภายในตามข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์ (nhs.uk)
ใช้ยาริดสีดวงนานแค่ไหน?
ขึ้นกับตัวยา แต่ยาทาบางชนิดโดยเฉพาะที่มี hydrocortisone ไม่ควรใช้ระยะยาว NHS แนะนำไม่ใช้ hydrocortisone hemorrhoid products นานเกิน 7 วันโดยทั่วไป (nhs.uk)
ถ้าใช้ยาแล้วไม่หายต้องทำอย่างไร?
หากดูแลที่บ้านและใช้ยาประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น อาการแย่ลง หรือกลับเป็นซ้ำบ่อย ควรได้รับการประเมิน เพราะอาจต้องใช้หัตถการหรืออาจมีโรคอื่นที่ไม่ใช่ริดสีดวง (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
Summary
ยารักษาริดสีดวงไม่ได้มีเพียง “ยาริดสีดวงหนึ่งตัว” แต่มีหลายรูปแบบและแต่ละแบบทำหน้าที่ต่างกัน
ยากิน
เน้นอาการ hemorrhoidal disease จากภายใน โดย phlebotonics มีข้อมูลว่าช่วยลดเลือดออก คัน และอาการโดยรวมในผู้ป่วยบางกลุ่ม (FASCRS)
ยาทา
เหมาะกับอาการด้านนอก เช่น คัน แสบ ระคายเคือง หรือบวมเล็กน้อย โดยเป็นการบรรเทาอาการ ไม่ได้ทำให้ริดสีดวงหายถาวร (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
ยาเหน็บ
ออกฤทธิ์ภายในทวารและมีบทบาทกับอาการภายในตามส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้แก้ prolapse ระดับสูงได้ถาวร (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
และสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ
Fiber + น้ำอย่างเหมาะสม + ลดการเบ่ง + ไม่นั่งห้องน้ำนาน
เพราะการแก้ท้องผูกเป็นพื้นฐานสำคัญของการรักษาและลดการกำเริบ ASCRS ระบุว่าการเพิ่ม fiber สามารถช่วยลด persistent symptoms และ bleeding ได้ (FASCRS)
ดังนั้นคำตอบของคำถาม
“ยากิน ยาทา หรือยาเหน็บ อะไรดีที่สุด?”
คือ
ไม่มีชนิดเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ต้องเลือกให้ตรงกับอาการ ตำแหน่ง และระดับของริดสีดวง
หากมีเลือดออกซ้ำ ก้อนยื่นมาก ต้องดันกลับ ก้อนดันกลับไม่ได้ หรือรักษาแบบอนุรักษ์แล้วไม่ดีขึ้น ยาอาจไม่เพียงพอและควรประเมินหัตถการเพิ่มเติม (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)

หมายเหตุสำคัญ
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ยารักษาริดสีดวงแต่ละผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบ ความแรง วิธีใช้ และข้อควรระวังแตกต่างกัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มี corticosteroid หรือ local anaesthetic ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่มีการประเมิน
หากมี เลือดออกมาก เลือดออกไม่หยุด อุจจาระดำ หน้ามืด เป็นลม ปวดรุนแรง มีไข้ ก้อนยื่นดันกลับไม่ได้ หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาประมาณ 1 สัปดาห์ ควรได้รับการประเมินเพื่อแยกโรคอื่นและพิจารณาการรักษาที่เหมาะสม (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com
References
- American Society of Colon and Rectal Surgeons. Clinical Practice Guidelines for the Management of Hemorrhoids, 2024. ข้อมูล first-line treatment, fiber, topical medications และ phlebotonics รวมถึงหลักฐานเรื่อง bleeding และ symptomatic relief. (FASCRS)
- National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Treatment of Hemorrhoids. ข้อมูล fiber, stool softener, creams, ointments, suppositories และหัตถการเมื่อริดสีดวงมี bleeding หรือ prolapse มาก. (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
- NIDDK. Eating, Diet & Nutrition for Hemorrhoids. ข้อมูลใยอาหารและการทำให้อุจจาระนุ่มเพื่อลดการเบ่งและป้องกันอาการกำเริบ. (สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหาร)
- NHS. Piles (haemorrhoids), reviewed April 2026. ข้อมูลการดูแลตนเอง การใช้ครีม การรักษาท้องผูก และอาการที่ควรพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาล. (nhs.uk)
- NHS. Hydrocortisone for piles and itchy bottom. ข้อมูลความแตกต่างระหว่าง cream/ointment สำหรับภายนอกกับ suppository สำหรับภายใน และข้อจำกัดของการใช้ hydrocortisone ระยะยาว. (nhs.uk)






