เริมรักษาหายขาดไหม? ทำไมเชื้อ HSV ถึงกลับมากำเริบได้

เริมรักษาหายขาดไหม? ทำไม HSV ถึงกลับมากำเริบได้

เริมรักษาให้แผลหายได้ แต่เชื้อ HSV สามารถหลบอยู่ในปมประสาทและกลับมากำเริบภายหลังได้ รู้จักสาเหตุที่ทำให้เริมเป็นซ้ำ อาการเตือน ยาต้านไวรัส และวิธีลดการแพร่เชื้อ


หลายคนที่เป็นเริมครั้งแรกมักรู้สึกโล่งใจเมื่อ

ตุ่มน้ำยุบ แผลแห้ง อาการเจ็บแสบหายไป

แต่พอผ่านไปหลายเดือน กลับเริ่มรู้สึก

คันยิบ ๆ แสบ เสียวบริเวณเดิม

แล้วตุ่มเริมก็กลับมาอีก

คำถามที่เกิดขึ้นทันทีคือ

ตกลงเริมรักษาไม่หายหรือ?”

หรือบางคนกังวลว่า

ถ้ากลับมาเป็นอีก แปลว่าได้รับเชื้อใหม่หรือเปล่า?”

คำตอบสำคัญที่สุดคือ

แผลเริมสามารถรักษาจนหายได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่กำจัดเชื้อ HSV ออกจากร่างกายได้ทั้งหมด

หลังติดเชื้อครั้งแรก เชื้อ Herpes Simplex Virus หรือ HSV สามารถเคลื่อนเข้าสู่เส้นประสาทและเข้าสู่ภาวะ latent infection หรือการแฝงตัว อยู่ในปมประสาท เมื่อมีปัจจัยบางอย่างมากระตุ้น เชื้อสามารถกลับมาทำงานอีกครั้งและทำให้เกิดแผลเริมบริเวณเดิมหรือใกล้เคียงได้

WHO ระบุว่าหลังติดเชื้อ HSV แล้ว การติดเชื้อจะคงอยู่ตลอดชีวิต และการรักษาด้วยยาต้านไวรัสช่วยลดความรุนแรง ระยะเวลา และความถี่ของอาการได้ แต่ไม่สามารถกำจัด latent virus reservoir ออกจากร่างกายได้ทั้งหมด (องค์การอนามัยโลก)


เริมคืออะไร?

เริมเกิดจาก Herpes Simplex Virus หรือ HSV

มี 2 ชนิดสำคัญคือ

HSV-1
มักสัมพันธ์กับเริมบริเวณปากและใบหน้า แต่สามารถทำให้เกิด genital herpes ได้จากการสัมผัสทางปากกับอวัยวะเพศ

HSV-2
เป็นสาเหตุสำคัญของ genital herpes และติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ลักษณะของแผลจาก HSV-1 และ HSV-2 บริเวณอวัยวะเพศสามารถเหมือนกันมากจน ดูจากแผลอย่างเดียวไม่สามารถแยกชนิดได้แน่นอน WHO ระบุว่าการแยก HSV-1 กับ HSV-2 ที่อวัยวะเพศต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (HHS)

จึงไม่ควรใช้กฎว่า

เริมปากต้องเป็น HSV-1”

หรือ

เริมอวัยวะเพศต้องเป็น HSV-2”

เสมอไป


เริมรักษาหายไหม?

ต้องแยกคำว่า แผลหาย” กับ เชื้อหาย”

ถ้าหมายถึง ตุ่มน้ำและแผลที่กำลังเกิดอยู่ คำตอบคือ หายได้ แผลเริมสามารถค่อย ๆ แห้งและหายได้เอง และยาต้านไวรัสช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของอาการได้ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มรักษาเร็ว

แต่ถ้าหมายถึง กำจัด HSV ออกจากร่างกายอย่างถาวร ปัจจุบันยังทำไม่ได้

NHS ระบุชัดว่า genital herpes ยังไม่มีวิธีรักษาให้เชื้อหายจากร่างกาย แต่สามารถรักษาอาการและควบคุมการกำเริบได้ (nhs.uk)

ดังนั้นควรเข้าใจว่า เริมเป็นโรคที่ “ควบคุมได้” มากกว่าจะมองว่าเป็นโรคที่กินยาครบคอร์สแล้วเชื้อหมดไป


ทำไมเชื้อ HSV ถึงไม่หายไปหลังแผลหาย?

เพราะ HSV มีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถ หลบเข้าไปอยู่ในเซลล์ประสาท

หลังการติดเชื้อครั้งแรก เชื้อจะเพิ่มจำนวนบริเวณผิวหนังหรือเยื่อบุ

จากนั้นบางส่วนจะเคลื่อนผ่านเส้นประสาทเข้าสู่ sensory ganglia หรือปมประสาทรับความรู้สึก

แล้วเข้าสู่ภาวะสงบ

ผิวหนังไม่มีแผล

ตรวจด้วยตาไม่เห็นโรค

แต่
HSV ยังแฝงอยู่ในปมประสาท

เมื่อมีปัจจัยบางอย่างกระตุ้น เชื้อสามารถกลับลงมาตามเส้นประสาทมายังผิวหนังอีกครั้ง ทำให้เกิด อาการเตือน ตุ่มน้ำ แผลเริม นี่เรียกว่า reactivation

WHO อธิบายว่า recurrent genital herpes เกิดจากการ reactivation ของ HSV ที่แฝงอยู่หลังการติดเชื้อครั้งแรก (World Health Organization)


เริมเป็นซ้ำแปลว่าได้รับเชื้อใหม่หรือไม่?

ไม่จำเป็น

การกลับมาเกิดตุ่มหรือแผลบริเวณเดิมหลังเคยเป็นเริม สามารถเกิดจาก เชื้อเดิมที่แฝงอยู่แล้วกลับมากำเริบ

ไม่ได้หมายความว่าต้องไปได้รับ HSV จากคนอื่นมาใหม่ทุกครั้ง ตัวอย่างเช่น

เป็น genital herpes ครั้งแรก

แผลหาย

ไม่มีอาการหลายเดือน

เกิดความเครียดหรือเจ็บป่วย

เชื้อเดิม reactivation

เกิดตุ่มบริเวณใกล้ตำแหน่งเดิม

นี่เป็นธรรมชาติของโรค

ดังนั้นการเกิดเริมซ้ำ ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานเรื่องพฤติกรรมของคู่นอนได้


อะไรทำให้เริมกลับมากำเริบ?

การกำเริบสามารถเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจนได้

แต่ปัจจัยที่มีรายงานว่าสัมพันธ์กับการกำเริบ เช่น

  • เจ็บป่วย
  • ความเครียด
  • ภูมิคุ้มกันลดลง
  • การผ่าตัด
  • รอบประจำเดือนในบางคน
  • การเสียดสีบริเวณอวัยวะเพศ
  • แสง UV ในเริมบางตำแหน่ง
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอในบางคน

NHS ระบุ trigger ที่พบได้ เช่น ความเจ็บป่วย ความเครียด menstrual cycle การเสียดสี การผ่าตัดบริเวณอวัยวะเพศ และภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ (nhs.uk)

อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องพยายามหาสาเหตุทุกครั้ง

เพราะบาง episode เกิดขึ้นโดยไม่มี trigger ที่ชัดเจน


HSV-1 กับ HSV-2 แบบไหนกลับเป็นซ้ำมากกว่า?

ถ้าเป็น genital herpes

โดยทั่วไป HSV-2 มีแนวโน้มกลับเป็นซ้ำบ่อยกว่า genital HSV-1

WHO ระบุว่าคนส่วนใหญ่ที่มี symptomatic HSV-2 จะมี recurrence อย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในปีแรก ขณะที่ genital HSV-1 มี symptomatic recurrence น้อยกว่ามาก (IRIS)

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการรู้ชนิด HSV อาจช่วยในการให้คำปรึกษาเรื่องอนาคตได้

ตัวอย่างเช่น

Genital HSV-1
→ โดยทั่วไปกลับเป็นซ้ำน้อยกว่า

Genital HSV-2
→ มีแนวโน้ม recurrence และ asymptomatic shedding มากกว่า

แต่ความถี่จริงแตกต่างกันมากในแต่ละคน


เริมที่กลับมาเป็นซ้ำจะรุนแรงเท่าครั้งแรกไหม?

ส่วนใหญ่ ไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก

WHO ระบุว่า recurrent episodes โดยทั่วไปมี

  • แผลน้อยกว่า
  • ปวดน้อยกว่า
  • อาการทั่วร่างกายน้อยกว่า
  • ระยะเวลาสั้นกว่า

และ recurrent lesions มักหายภายในประมาณ 5–10 วันแม้ไม่ได้รับยาต้านไวรัส (IRIS)

NHS ระบุเช่นกันว่า recurrence มักเบากว่า first episode และเมื่อเวลาผ่านไป หลายคนจะกำเริบน้อยลงและรุนแรงน้อยลง (nhs.uk)

ดังนั้นการเป็น HSV ไม่ได้หมายความว่า

ทุกครั้งจะต้องหนักเหมือนครั้งแรก”


ก่อนเริมขึ้น มีอาการเตือนได้ไหม?

มีได้

เรียกว่า Prodromal Symptoms

ก่อนตุ่มน้ำปรากฏ บางคนรู้สึก

  • ยิบ ๆ
  • คัน
  • แสบ
  • เสียว
  • ปวด
  • ชาเล็กน้อย

บริเวณที่เคยเป็นเริม

WHO ระบุว่า recurrent herpes มักมี prodromal symptoms เช่น tingling, paresthesia และ pain ก่อนเกิดรอยโรค (IRIS)

การรู้จักอาการเตือนของตัวเองมีประโยชน์มาก

เพราะถ้าจะใช้ episodic antiviral therapy

การเริ่มยาเร็วตั้งแต่ช่วง prodrome หรือเริ่มมีตุ่มใหม่ ๆ มักเป็นช่วงที่ได้ประโยชน์มากกว่าเริ่มเมื่อแผลเกิดเต็มที่แล้ว


ยารักษาเริมมีอะไรบ้าง?

ยาที่ใช้คือ ยาต้านไวรัส

ตัวอย่างที่ใช้ในแนวทาง ได้แก่

Acyclovir
Valacyclovir
Famciclovir

ยากลุ่มนี้ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของ HSV

จึงช่วย

ลดระยะเวลาอาการ
ลดความรุนแรงของแผล
ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
และในบาง regimen สามารถ ลดความถี่ของ recurrence และ viral shedding

WHO ระบุ oral antiviral medications ทั้ง aciclovir, valaciclovir และ famciclovir สำหรับ initial, episodic และ suppressive treatment แต่ยังไม่มี antiviral therapy ใดที่กำจัด latent infection ได้หมด (IRIS)


ถ้าแผลกำลังขึ้น ควรเริ่มยาตอนไหน?

ยิ่งเริ่มเร็วโดยทั่วไปยิ่งมีประโยชน์

สำหรับ first episode ควรประเมินและเริ่มรักษาเร็ว

NHS ระบุว่าผู้ที่เป็น genital herpes ครั้งแรกอาจได้รับยาต้านไวรัส โดยการเริ่มภายในประมาณ 5 วันหลังอาการเริ่ม ช่วยลดไม่ให้อาการแย่ลง (nhs.uk)

ส่วน recurrent episode หลักการ episodic therapy คือเริ่มตั้งแต่

รู้สึก prodrome

หรือ

เห็นตุ่ม/แผลเริ่มขึ้น

เพราะเป็นช่วงที่ไวรัสกำลังเพิ่มจำนวน

ดังนั้นคนที่เป็นซ้ำบ่อยและรู้จักอาการเตือนของตัวเอง อาจได้รับแผนยาที่เตรียมไว้ใช้ตั้งแต่เริ่มกำเริบตามคำแนะนำของแพทย์


กินยาต้านไวรัสแล้วเชื้อ HSV จะหายจากร่างกายไหม?

ไม่

นี่เป็นจุดที่ควรเข้าใจให้ชัดที่สุด

Acyclovir, Valacyclovir และ Famciclovir มีประสิทธิภาพขณะเชื้อกำลังเพิ่มจำนวน

แต่ไม่สามารถเข้าไปกำจัด HSV ที่อยู่ในภาวะ latent ภายในปมประสาทได้ทั้งหมด

ดังนั้นหลังจบยา

แผลอาจหาย

แต่

latent HSV ยังอยู่

และสามารถ reactivation ได้ในอนาคต

WHO ระบุว่าการรักษาด้วย nucleoside analogue สามารถลด severity, duration, recurrence และ transmission แต่ latent virus reservoir ไม่ถูกกำจัด (องค์การอนามัยโลก)


ถ้าเริมเป็นซ้ำบ่อย ต้องกินยาทุกครั้งไหม?

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน

ถ้า recurrence น้อย อาการไม่รุนแรง และหายเร็ว บางคนอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาทุก episode

NHS ระบุว่า recurrent outbreaks จำนวนมากสามารถหายเองได้ และบาง episode อาจไม่จำเป็นต้องรักษา (nhs.uk)

แต่ถ้า

  • เป็นซ้ำบ่อย
  • แผลรบกวนชีวิตมาก
  • ปวดมาก
  • ต้องการลด recurrence
  • ต้องการลดโอกาสแพร่ HSV-2 ให้คู่นอน

อาจพิจารณา Suppressive Therapy

คือรับประทานยาต้านไวรัสทุกวันต่อเนื่องตามแผนการรักษา


Suppressive Therapy คืออะไร?

เป็นการใช้ยาต้านไวรัส ทุกวัน แทนการรอให้เริมขึ้นแล้วค่อยรักษา

จุดประสงค์คือ

  • ลดจำนวนครั้งที่กำเริบ
  • ลดความรุนแรง
  • ลด asymptomatic viral shedding
  • ใน HSV-2 บางบริบทช่วยลดโอกาสแพร่เชื้อให้คู่นอน

WHO มีแนวทางสำหรับ suppressive therapy ในผู้ที่มี recurrence บ่อย รุนแรง หรือสร้างความทุกข์ต่อผู้ป่วย โดยเลือก acyclovir, valacyclovir หรือ famciclovir ตามความเหมาะสม (IRIS)

NHS ระบุว่าผู้ที่มี genital herpes กำเริบมากกว่า 6 ครั้งต่อปีอาจได้รับประโยชน์จาก antiviral medicine ต่อเนื่อง 6–12 เดือน (nhs.uk)

จึงไม่ควรคิดว่า

กินทุกวันแปลว่าโรครุนแรงมาก”

บางครั้งเป็นเพียงกลยุทธ์ควบคุมโรคให้เหมาะกับชีวิตผู้ป่วย


ไม่มีแผล ยังแพร่เชื้อได้ไหม?

ได้

นี่เป็นเรื่องสำคัญมากของ HSV

ผู้ติดเชื้อสามารถมี Asymptomatic Viral Shedding

หมายถึงมีเชื้อออกมาบริเวณผิวหนังหรือเยื่อบุแม้ไม่มีตุ่ม ไม่มีแผล และไม่มีอาการ

WHO ระบุว่า chronic HSV-2 infection สามารถมี intermittent viral shedding จาก genital mucosa แม้ไม่มีอาการ และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ HSV-2 ถูกแพร่โดยคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีเชื้อ (IRIS)

ดังนั้น

ไม่มีแผล ไม่มีโอกาสแพร่เชื้อ

แต่ความเสี่ยงแพร่เชื้อจะสูงมากขึ้นเมื่อกำลังมีตุ่ม แผล หรืออาการเตือนก่อนกำเริบ


ถ้ามีอาการเตือนแต่ยังไม่มีตุ่ม สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม?

ควรหลีกเลี่ยง

เพราะ prodrome เช่น

ยิบ ๆ คัน แสบ เสียว

อาจเป็นสัญญาณว่า HSV กำลัง reactivation

NHS แนะนำให้หลีกเลี่ยง vaginal, anal และ oral sex หากมี blisters, sores หรือ tingling/itching ที่บ่งว่า outbreak กำลังจะเกิด (nhs.uk)

ดังนั้นไม่ควรรอจนเห็นตุ่มก่อนถึงค่อยหยุดกิจกรรมทางเพศ


ถุงยางป้องกันเริมได้ 100% ไหม?

ไม่ 100%

ถุงยางช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ HSV สามารถอยู่บนผิวบริเวณที่ถุงยางไม่ได้ปกคลุม

NHS แนะนำให้ใช้ถุงยางในการลดความเสี่ยง แต่ย้ำว่า genital herpes ยังสามารถแพร่ได้หากบริเวณที่มีเชื้ออยู่นอกพื้นที่ที่ถุงยางปิดอยู่ (nhs.uk)

ดังนั้นวิธีลดความเสี่ยงที่ดีที่สุดคือใช้หลายมาตรการร่วมกัน

ถุงยาง + หลีกเลี่ยงเพศสัมพันธ์ช่วงมีอาการ/แผล + พิจารณา suppressive therapy ในบางราย


เริมจาก HSV-1 ที่อวัยวะเพศ ต้องกังวลเรื่องเป็นซ้ำมากไหม?

โดยทั่วไป น้อยกว่า HSV-2

WHO ระบุว่า genital HSV-1 มี symptomatic recurrence น้อยกว่า HSV-2 อย่างชัดเจน (IRIS)

ดังนั้นคนที่ตรวจยืนยันว่าเป็น genital HSV-1 อาจพบว่า

ครั้งแรกค่อนข้างชัด

แต่หลังจากนั้น recurrence น้อยหรือแทบไม่มีเลย

ในทางกลับกัน HSV-2 มีแนวโน้มเกิด recurrence และ asymptomatic shedding บ่อยกว่า

นี่เป็นเหตุผลที่การตรวจชนิดของ HSV มีคุณค่ามากกว่าการบอกเพียงว่า

เป็นเริม”


ตุ่มเริมกลับมาที่เดิมทุกครั้งไหม?

มักเกิดบริเวณเดิมหรือใกล้เคียง แต่ไม่จำเป็นต้องตรงจุดเดิมเป๊ะ

เพราะเชื้อ reactivation จากเส้นประสาทที่เลี้ยงบริเวณนั้น

NHS อธิบายว่าเชื้อ HSV อยู่ในเส้นประสาทใกล้บริเวณเดิม และเมื่อกลับมากำเริบมักทำให้เกิดแผลในพื้นที่เดียวกัน (nhs.uk)

บางคนอาจมีอาการ

  • บริเวณอวัยวะเพศ
  • ก้น
  • ต้นขา
  • รอบทวารหนัก

ในโซนใกล้เคียงกันได้


เริมกับหูดหงอนไก่ต่างกันอย่างไร?

ต่างกันมาก เริม เกิดจาก HSV ลักษณะมักเป็น ตุ่มน้ำ แตก เป็นแผล เจ็บ/แสบ

ส่วน หูดหงอนไก่ เกิดจาก HPV ลักษณะมักเป็น ตุ่มเนื้อ ผิวขรุขระ โตหรือรวมกันเป็นกลุ่ม และมักไม่เปลี่ยนจากตุ่มน้ำเป็นแผลแบบเริม

ดังนั้นการรักษาก็คนละแบบ

HSV → antiviral

HPV genital warts → Imiquimod / Podophyllotoxin / จี้เย็น / หัตถการอื่น

Internal Link Recommendation:
“หูดหงอนไก่รักษาหายไหม? ทำไมรักษาแล้วกลับมาเป็นซ้ำได้”


ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นเริม ควรตรวจอย่างไร?

ถ้ามีตุ่มหรือแผลที่ยังใหม่ การตรวจจากรอยโรคมีประโยชน์มาก

WHO ระบุว่า genital HSV สามารถวินิจฉัยทางคลินิกได้ในบางกรณี แต่เมื่อรอยโรคไม่ชัด การตรวจทางห้องปฏิบัติการช่วยยืนยันและแยก HSV-1 กับ HSV-2 ได้ (HHS)

NHS ระบุว่าสถานพยาบาลสามารถใช้ swab จากตุ่มหรือแผลเพื่อตรวจหาเชื้อได้ และการตรวจแบบนี้ต้องมี visible lesion ที่สามารถเก็บตัวอย่างได้ (nhs.uk)

ดังนั้นหากมี ตุ่มน้ำหรือแผลใหม่ ควรตรวจในช่วงที่ยังมีรอยโรค มากกว่ารอจนแผลหายแล้วค่อยไปตรวจ


เมื่อไรควรพบแพทย์?

ควรได้รับการประเมินหาก

  • เป็นเริมครั้งแรก
  • แผลรุนแรงหรือมีจำนวนมาก
  • ปวดมาก
  • ปัสสาวะลำบากหรือปัสสาวะไม่ออก
  • มีไข้หรืออาการทั่วร่างกายมาก
  • แผลไม่หายตามปกติ
  • เป็นซ้ำบ่อยมาก
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ
  • กำลังตั้งครรภ์
  • แผลอยู่ใกล้ตาหรือมีอาการตา
  • ไม่แน่ใจว่าเป็นเริม ซิฟิลิส หรือโรคอื่น

สำหรับหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะ genital herpes ครั้งแรกช่วงปลายการตั้งครรภ์ ต้องได้รับการประเมิน เพราะมีความเสี่ยงต่อ neonatal herpes ซึ่งอาจรุนแรงในทารกได้ (nhs.uk)


FAQ

เริมรักษาหายขาดไหม?

แผลเริมสามารถหายได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มียาที่กำจัด HSV ออกจากร่างกายทั้งหมด เพราะเชื้อสามารถแฝงอยู่ในปมประสาทหลังการติดเชื้อครั้งแรก (องค์การอนามัยโลก)

ทำไมเริมถึงกลับมาเป็นซ้ำ?

เพราะเชื้อ HSV ที่แฝงอยู่ใน sensory ganglion สามารถ reactivation และกลับมาตามเส้นประสาทมายังผิวหนังอีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการรับเชื้อใหม่

เริมเป็นซ้ำบ่อยไหม?

แตกต่างตามชนิดของ HSV และแต่ละคน โดย genital HSV-2 มี recurrence มากกว่า genital HSV-1 และอาการมักลดความถี่และความรุนแรงลงเมื่อเวลาผ่านไป (IRIS)

กิน Acyclovir แล้วเชื้อจะหายไหม?

Acyclovir ช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของ HSV และลดอาการ แต่ไม่สามารถกำจัด latent HSV ในปมประสาทได้ทั้งหมด (IRIS)

ไม่มีตุ่มเริม สามารถแพร่เชื้อได้ไหม?

ได้ เพราะ HSV โดยเฉพาะ HSV-2 สามารถเกิด asymptomatic viral shedding แม้ไม่มีแผลหรืออาการ (IRIS)


Summary

เริมเกิดจาก Herpes Simplex Virus หรือ HSV

หลังติดเชื้อครั้งแรก

แผลสามารถหายได้ แต่เชื้อไม่ได้หายออกจากร่างกายทั้งหมด

เชื้อบางส่วนจะเข้าสู่เส้นประสาทและ แฝงตัวในปมประสาท

เมื่อมีการ reactivation

HSV กลับลงมาตามเส้นประสาท เกิดอาการยิบ คัน แสบ ตุ่มน้ำ แผลเริม

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเริมสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับเชื้อใหม่

ข่าวดีคือ

การเป็นซ้ำส่วนใหญ่มักเบากว่าครั้งแรก หายเร็วกว่า และในหลายคนจะค่อย ๆ กำเริบน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป (IRIS)

Genital HSV-2 มีแนวโน้มกลับเป็นซ้ำมากกว่า genital HSV-1 ส่วนยาต้านไวรัส เช่น Acyclovir, Valacyclovir และ Famciclovir สามารถช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของอาการได้ แต่ไม่ได้กำจัด latent virus ออกจากปมประสาท (องค์การอนามัยโลก)

หากเป็นซ้ำไม่บ่อย อาจรักษาเฉพาะช่วงที่กำเริบ

แต่ถ้าเป็นซ้ำบ่อยหรือส่งผลต่อชีวิต สามารถพิจารณา Suppressive Therapy เพื่อช่วยลด recurrence และ viral shedding ได้

และควรจำอีกข้อหนึ่งว่า

ไม่มีแผล ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาสแพร่เชื้อ

เพราะ HSV สามารถมี asymptomatic shedding ได้ จึงยังควรใช้ถุงยางและหลีกเลี่ยงเพศสัมพันธ์เมื่อมีตุ่ม แผล หรือเริ่มมีอาการเตือนก่อนกำเริบ (IRIS)


หมายเหตุสำคัญ

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป รอยแผลบริเวณอวัยวะเพศอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น HSV, ซิฟิลิส แผลจากการเสียดสี หรือโรคผิวหนังอื่น ไม่ควรวินิจฉัยจากภาพเพียงอย่างเดียว

หากเป็นครั้งแรก มีแผลรุนแรง ปัสสาวะลำบาก เป็นซ้ำบ่อย มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือกำลังตั้งครรภ์ ควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะหากมีตุ่มหรือแผลใหม่ การเก็บตัวอย่างจากรอยโรคสามารถช่วยยืนยัน HSV และแยก HSV-1 กับ HSV-2 ได้



เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com



References

  • World Health Organization. Guidelines for the Treatment of Genital Herpes Simplex Virus. ระบุว่า HSV ไม่มีการรักษาที่กำจัดเชื้อได้ทั้งหมด การใช้ aciclovir, valaciclovir และ famciclovir มีบทบาททั้ง initial, episodic และ suppressive therapy. (IRIS)
  • World Health Organization. Genital HSV — Natural history and recurrence. ระบุว่า HSV-2 มักกำเริบหลัง first episode ขณะที่ genital HSV-1 มี recurrence น้อยกว่า และ recurrent episodes โดยทั่วไปเบากว่าครั้งแรก. (IRIS)
  • World Health Organization. HSV biological reference document. อธิบาย latent HSV reservoir, recurrent infection และข้อจำกัดของ antiviral therapy ที่ไม่สามารถกำจัด latent virus ได้. (องค์การอนามัยโลก)
  • NHS. Genital herpes. ข้อมูลการกลับเป็นซ้ำ trigger อาการ prodrome การใช้ยาต้านไวรัส และการป้องกันการแพร่เชื้อ. (nhs.uk)

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี