หูดหงอนไก่รักษาหายไหม? ทำไมรักษาแล้วกลับมาเป็นซ้ำได้

หูดหงอนไก่รักษาหายไหม? ทำไมรักษาแล้วกลับมาเป็นซ้ำได้

หูดหงอนไก่รักษาหายได้ไหม? เข้าใจความแตกต่างระหว่าง “หูดหาย” กับ “HPV หาย” ทำไมจี้หรือทายาแล้วกลับมาเป็นซ้ำ วิธีรักษา Imiquimod จี้เย็น และแนวทางลดโอกาสเกิดหูดใหม่


รักษาหูดหงอนไก่จนตุ่มหายไปแล้ว หลายคนรู้สึกโล่งใจและคิดว่า

เท่านี้ก็น่าจะหายแล้ว”

แต่ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน กลับคลำเจอตุ่มเล็ก ๆ เกิดขึ้นบริเวณใกล้เคียงอีกครั้ง

คำถามที่ตามมาทันทีคือ

ทำไมกลับมาเป็นอีก?”

ยาไม่ได้ผลหรือเปล่า?”

หรือที่ทำให้หลายคนกังวลมากที่สุดคือ

หูดหงอนไก่รักษาไม่หายขาดเลยหรือ?”

คำตอบต้องแยกออกเป็น 2 เรื่อง

รอยหูดที่มองเห็นสามารถรักษาจนหายได้
แต่ การกำจัดรอยหูดไม่ได้หมายความว่า HPV ถูกกำจัดออกจากร่างกายทันที

CDC ระบุว่าการรักษา genital warts มีเป้าหมายเพื่อกำจัดหูดและลดอาการ แต่การรักษาเหล่านี้ ไม่ได้รักษาเชื้อ HPV ที่เป็นต้นเหตุโดยตรง จึงสามารถเกิดหูดใหม่หลังการรักษาได้ โดยพบการกลับเป็นซ้ำได้บ่อยเป็นพิเศษในช่วงประมาณ 3 เดือนแรก หลังรักษา (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ดังนั้นการกลับเป็นซ้ำไม่ได้หมายความว่า

รักษาผิด”

เสมอไป

แต่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติของโรค HPV ที่ควรรู้ตั้งแต่ก่อนเริ่มรักษา


หูดหงอนไก่เกิดจากอะไร?

หูดหงอนไก่ หรือ Anogenital Warts / Condyloma acuminata เกิดจากเชื้อ Human Papillomavirus หรือ HPV

แนวทาง BASHH 2024 ระบุว่า ประมาณ 90% ของหูดบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนักสัมพันธ์กับ HPV type 6 หรือ 11 ซึ่งเป็น HPV กลุ่มความเสี่ยงต่ำและแตกต่างจากชนิดที่เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็ง (Bashh)

หูดอาจมีลักษณะเป็น

ตุ่มเล็ก
ติ่งเนื้อ
ตุ่มแบน
ตุ่มนูน
หรือหลายตุ่มรวมกันคล้ายดอกกะหล่ำ

และอาจเกิดบริเวณอวัยวะเพศ รอบทวารหนัก ช่องคลอด ปากมดลูก หรือบริเวณอื่นที่มีการสัมผัสเชื้อ

กรมควบคุมโรคไทยระบุว่าหูดมักเริ่มจากตุ่มขนาดเล็กและสามารถค่อย ๆ โตขึ้นได้ (กรมควบคุมโรค)


หูดหงอนไก่ “รักษาหาย” ได้ไหม?

ถ้าคำว่า “หาย” หมายถึง

ตุ่มหรือก้อนหูดที่มองเห็นหายไป

คำตอบคือ

รักษาให้หายได้ในผู้ป่วยจำนวนมาก

CDC ระบุว่าการรักษาสามารถทำให้หูดหายได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ และถ้าปล่อยไว้โดยไม่รักษา หูดบางรายก็สามารถยุบหายเองได้ ขณะที่บางรายคงเดิมหรือเพิ่มจำนวนขึ้นได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

แต่ถ้าคำว่า “หาย” หมายถึง

กำจัด HPV ออกจากร่างกายทันทีหลังจี้หรือทายา

คำตอบคือ

ไม่ใช่แบบนั้น

WHO ระบุว่าปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่ใช้กำจัด HPV infection โดยตรง แต่สามารถรักษาโรคที่เกิดจาก HPV เช่น genital warts ได้ (องค์การอนามัยโลก)

ดังนั้นควรเข้าใจเป็น

รักษาหูด = กำจัดรอยโรคที่เห็น

ไม่ใช่

รักษาหูด = ฆ่า HPV ทั้งหมดในร่างกายทันที


แล้ว HPV จะอยู่ในร่างกายตลอดชีวิตหรือไม่?

ไม่จำเป็น

นี่เป็นอีกประเด็นที่มักทำให้คนกังวลเกินไป

แม้การรักษาหูดไม่ได้กำจัด HPV โดยตรง แต่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถควบคุมการติดเชื้อได้เมื่อเวลาผ่านไป

CDC ระบุว่า HPV infection จำนวนมากสามารถถูกควบคุมหรือหายไปเองตามธรรมชาติ และไม่ได้ทำให้เกิดโรคเรื้อรังในคนส่วนใหญ่ ส่วนในกรณีของ genital warts แม้หูดจะกลับมาได้ในช่วงแรกหลังรักษา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องกลับเป็นซ้ำไปตลอดชีวิต (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

จึงไม่ควรตีความว่า

ติด HPV = จะมีหูดไปตลอดชีวิต”

สิ่งที่พบจริงคือการตอบสนองของภูมิคุ้มกันแตกต่างกันในแต่ละคน


ทำไมรักษาหูดแล้วถึงกลับมาเป็นซ้ำ?

สาเหตุสำคัญที่สุดคือ

การรักษารอยหูดไม่ได้กำจัดเชื้อ HPV ที่อยู่ในผิวหนังทั้งหมด

แม้จะจี้หูดจนมองไม่เห็นแล้ว ผิวบริเวณใกล้เคียงอาจยังมี HPV อยู่ในระดับที่ยังไม่ทำให้เกิดรอยโรคให้เห็น

ต่อมาเมื่อเชื้อทำให้เซลล์ผิวหนังเกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น

ตุ่มใหม่จึงสามารถเกิดขึ้น

CDC ระบุว่าด้วยเหตุนี้ genital warts จึงมักเกิดซ้ำหลังรักษา โดยเฉพาะใน 3 เดือนแรก (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

การกลับมาเป็นซ้ำจึงอาจเกิดจาก

เชื้อเดิมที่ยังถูกควบคุมไม่หมด

ไม่จำเป็นต้องหมายความว่า

ติด HPV ใหม่จากคู่นอนทุกครั้ง”


ถ้าหูดกลับมา แปลว่าคู่นอนนอกใจหรือไม่?

สรุปแบบนั้นไม่ได้

HPV มีลักษณะที่ต่างจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด เพราะระยะเวลาระหว่างรับเชื้อกับการเกิดหูดสามารถนานมาก

BASHH ระบุว่าช่วงเวลาระหว่างการติด HPV และการเกิด genital warts มีความแปรปรวนสูง และสามารถใช้เวลาหลายเดือนก่อนหูดจะปรากฏ (Bashh)

CDC ระบุเช่นกันว่า genital warts อาจเกิด หลายเดือนหรือหลายปีหลังได้รับ HPV และไม่สามารถใช้เวลาที่หูดปรากฏเพื่อระบุได้อย่างแน่นอนว่าได้รับเชื้อมาจากใครหรือเมื่อไร (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ดังนั้นการพบหูดหรือการกลับเป็นซ้ำ

ไม่ใช่หลักฐานว่าเพิ่งได้รับเชื้อจากคู่นอนปัจจุบัน


รักษาแบบไหนแล้วหูดกลับเป็นซ้ำน้อยที่สุด?

ไม่มีวิธีหนึ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

BASHH 2024 ระบุว่าการเปรียบเทียบ clearance และ recurrence rate ของแต่ละวิธีทำได้ยาก เพราะแต่ละการศึกษามีประชากรและวิธีรักษาแตกต่างกัน และ ไม่มี single best treatment สำหรับหูดทุกลักษณะ (Bashh)

การเลือกวิธีจึงต้องดู

ขนาดของหูด
จำนวน
ตำแหน่ง
ความสะดวก
ความต้องการของผู้ป่วย
และประสบการณ์การรักษาก่อนหน้า

แนวทางกรมควบคุมโรคไทยปี 2567 ก็ระบุว่า ไม่มีวิธีรักษาวิธีใดดีที่สุดหรือรับประกันว่าจะหายในครั้งเดียว และผู้ป่วยส่วนใหญ่ตอบสนองต่อการรักษาภายในประมาณ 3 เดือน (STISQSA)


หูดหงอนไก่รักษาด้วยอะไรได้บ้าง?

แนวทาง WHO 2024 และ BASHH แบ่งการรักษาเป็นทั้งยาที่ผู้ป่วยใช้เองและการรักษาโดยบุคลากรทางการแพทย์

ตัวเลือกสำคัญ ได้แก่

Imiquimod
เป็นยาที่กระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันบริเวณผิวหนัง

Podophyllotoxin
ออกฤทธิ์ทำลายเซลล์ของหูด

Cryotherapy
จี้เย็นด้วยความเย็นจัด

Electrosurgery / Electrocautery

Laser

Trichloroacetic acid หรือ TCA

WHO ระบุว่า external anogenital warts สามารถใช้ Imiquimod หรือ Podophyllotoxin เป็นทางเลือกแบบ patient-applied และหากการรักษาไม่สำเร็จสามารถพิจารณา cryotherapy, electrosurgery, laser หรือ TCA ตามความเหมาะสม (HHS)


Imiquimod ช่วยรักษาหูดอย่างไร?

Imiquimod ไม่ได้เป็นยาที่ “กัดหูด” โดยตรงเหมือนสารบางชนิด

แต่ทำหน้าที่เป็น immune response modifier

BASHH ระบุว่า Imiquimod กระตุ้น cytokines เช่น alpha-interferon เพื่อเสริมการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อบริเวณที่มี HPV (Bashh)

สำหรับ Imiquimod 5% แนวทาง BASHH ระบุการใช้ก่อนนอน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ล้างออกหลังประมาณ 6–10 ชั่วโมง และใช้ได้จนหูดหาย โดยไม่เกินประมาณ 16 สัปดาห์ (Bashh)

ระหว่างรักษาอาจเกิด

แดง
แสบ
ถลอก
ผิวลอก
หรือระคายเคือง

ได้ค่อนข้างบ่อย

จึงไม่ควรคิดว่า

ยิ่งแดงมาก ยิ่งต้องทาเพิ่ม”

เพราะหากการอักเสบรุนแรงอาจต้องปรับการใช้


จี้เย็นแล้วหูดจะหายขาดไหม?

Cryotherapy สามารถกำจัดรอยหูดได้ดีในผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ยังมีโอกาสเกิดหูดใหม่หลังรักษา เพราะเช่นเดียวกับวิธีอื่น

การกำจัดหูดไม่ได้รับประกันว่า HPV บริเวณรอบ ๆ ถูกกำจัดหมด

BASHH ระบุว่าการจี้เย็นอาจต้องทำ หลายครั้ง จึงจะได้ wart clearance และแนะนำ cryotherapy ประมาณรายสัปดาห์ตามเทคนิคที่เหมาะสม (Bashh)

ดังนั้นการทำครั้งเดียวแล้วยังเหลือหูดเล็ก ๆ หรือเกิดใหม่ ไม่ได้หมายความว่าการจี้เย็น “ใช้ไม่ได้”

บางรายต้องรักษาต่อเป็นรอบ ๆ


ตัดหรือเลเซอร์หูดออก ทำไมยังกลับมาได้?

เพราะการผ่าตัด เลเซอร์ หรือ electrosurgery มีเป้าหมายหลักคือ กำจัดเนื้อเยื่อที่เป็นหูด

ข้อดีคือสามารถกำจัดรอยโรคจำนวนมากได้เร็ว โดยเฉพาะหูดขนาดใหญ่หรือหูดที่ไม่ตอบสนองต่อยาทา

แต่หลักการเดียวกันยังคงอยู่

กำจัดก้อน กำจัด HPV ทั้งหมดทันที

BASHH ระบุว่า laser therapy และ surgical/ablative approaches เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังไม่มีวิธีเดียวที่เหมาะหรือเหนือกว่าทุกวิธีในผู้ป่วยทั้งหมด (Bashh)


ถ้าหูดกลับมา ควรใช้ยาเดิมหรือเปลี่ยนวิธีรักษา?

ขึ้นอยู่กับการตอบสนองครั้งก่อน

หากหูดเคยตอบสนองดีและกลับมาเพียงเล็กน้อย แพทย์อาจพิจารณาวิธีเดิมได้

แต่ถ้ารักษาแล้ว

จำนวนหูดแทบไม่ลด
หูดโตขึ้น
ระคายเคืองยามาก
หรือ
ใช้ยาต่อเนื่องแล้วไม่ตอบสนอง

อาจต้องเปลี่ยนวิธี

BASHH แนะนำว่า หากใช้ Imiquimod แล้ว ปริมาตรหูดลดลงน้อยกว่า 50% หลังประมาณ 8 สัปดาห์ ควรพิจารณาเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่น (Bashh)

กรมควบคุมโรคไทยก็ระบุให้พิจารณาเปลี่ยนวิธีเมื่อมีผลข้างเคียงรุนแรงหรือหูดไม่ตอบสนองต่อการรักษา (STISQSA)


หูดหงอนไก่หายเองได้ไหม?

บางรายหายเองได้

CDC ระบุว่า หากไม่รักษา genital warts สามารถ

หายเอง
คงเดิม
หรือ
เพิ่มขนาดและจำนวน

ได้ และในผู้ป่วยบางรายการเฝ้าดูอาการเป็นทางเลือกที่ยอมรับได้ เพราะหูดอาจหายเองภายในระยะเวลาน้อยกว่า 1 ปี (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

แต่การรอดูไม่ได้เหมาะกับทุกคน

หากหูด

โตเร็ว
มีจำนวนมาก
มีเลือดออก
เจ็บ
อยู่ในตำแหน่งภายใน
หรือไม่แน่ใจว่าเป็นหูดจริง

ควรได้รับการประเมิน


หูดหงอนไก่เป็นมะเร็งไหม?

หูดหงอนไก่ทั่วไปเป็นรอยโรคที่ไม่ใช่มะเร็ง

HPV type 6 และ 11 ซึ่งเป็นสาเหตุของหูดประมาณ 90% เป็น HPV กลุ่มความเสี่ยงต่ำ (Bashh)

CDC ระบุว่าชนิด HPV ที่ทำให้ genital warts โดยทั่วไปเป็นคนละชนิดกับ HPV ที่ทำให้มะเร็ง (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

อย่างไรก็ตาม คนหนึ่งคนสามารถติด HPV ได้มากกว่าหนึ่ง type และบางรอยโรคที่ดูคล้ายหูดอาจเป็นโรคอื่น

ดังนั้นถ้ามีลักษณะผิดปกติ เช่น

เลือดออกง่าย
เป็นแผล
ก้อนแข็ง
สีผิดปกติ
โตเร็ว
รักษาไม่ตอบสนอง

ควรได้รับการประเมินหรือ biopsy

BASHH และกรมควบคุมโรคไทยต่างแนะนำการตรวจชิ้นเนื้อในกรณีรอยโรคผิดปกติหรือวินิจฉัยไม่แน่ชัด (Bashh)


HPV Vaccine ช่วยไม่ให้หูดกลับมาไหม?

ต้องแยกคำว่า ป้องกันการติดเชื้อใหม่ ออกจาก รักษาเชื้อเดิม

วัคซีน HPV มีประโยชน์ในการป้องกัน HPV ชนิดที่อยู่ในวัคซีน และสามารถลดโอกาสเกิด genital warts จาก HPV 6 และ 11 ได้ในผู้ที่ยังไม่เคยได้รับเชื้อชนิดนั้น

แต่

วัคซีน HPV ไม่ใช่ยารักษาหูดที่มีอยู่ และไม่ได้กำจัด HPV ที่ติดอยู่แล้ว

CDC ระบุชัดว่าวัคซีนป้องกัน new HPV infections แต่ไม่รักษา existing HPV infection หรือ disease (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ดังนั้นผู้ที่เคยเป็นหูดอาจยังมีเหตุผลให้พิจารณาวัคซีนตามอายุและประวัติการฉีด เพราะอาจยังไม่เคยสัมผัส HPV ทุกชนิดที่วัคซีนครอบคลุม แต่ไม่ควรฉีดโดยคาดหวังว่าจะทำให้หูดที่กำลังมีอยู่ยุบลงทันที


ใช้ถุงยางแล้วหูดจะไม่กลับเป็นซ้ำหรือไม่?

ถุงยาง ช่วยลดความเสี่ยงการแพร่ HPV แต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด

เพราะ HPV สามารถอยู่บนผิวหนังบริเวณที่ถุงยางไม่ได้ปกคลุม

CDC ระบุว่าการใช้ถุงยางอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอสามารถลดโอกาสการแพร่ genital HPV ได้ แต่ไม่ให้การป้องกัน 100% (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ดังนั้นถุงยางมีประโยชน์ โดยเฉพาะในการลดความเสี่ยง STI อื่นร่วมด้วย แต่ไม่ควรใช้เป็นเครื่องยืนยันว่าจะไม่มี HPV transmission หรือ recurrence


ถ้าคู่นอนไม่มีหูด แปลว่าไม่มี HPV ไหม?

ไม่จำเป็น

การไม่มีหูดไม่ได้หมายความว่าไม่มีเชื้อ

BASHH ระบุว่า HPV สามารถแพร่ระหว่างคู่นอนได้แม้ ไม่มี visible warts และ CDC ระบุว่าคู่นอนมักมี HPV ร่วมกัน แม้อาจมีหูดให้เห็นเพียงคนเดียวหรือไม่มีใครเห็นเลย (Bashh)

ดังนั้นไม่ควรใช้วิธี

ตรวจดูด้วยตาแล้วไม่เห็นหูด = ไม่ติด HPV”

เพียงอย่างเดียว


ทำอย่างไรเพื่อลดโอกาสหูดกลับมา?

ไม่มีวิธีที่รับประกันว่าจะไม่เกิดซ้ำ 100%

แต่การดูแลที่เหมาะสมช่วยลดปัญหาที่ตามมาได้ โดยหลักควร รักษาตามแผนให้ครบ ไม่แกะหรือบีบหูดเอง ลดการสัมผัสบริเวณที่มีรอยโรค ใช้ถุงยางเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ STI และพิจารณาวัคซีน HPV ตามอายุและประวัติการฉีด

หากสูบบุหรี่หรือมีภาวะที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ ควรแจ้งแพทย์ เพราะการตอบสนองต่อ HPV และการรักษาอาจแตกต่างจากคนทั่วไป

และถ้ามีหูดเกิดใหม่หลังรักษา

ไม่ควรรอจนมีจำนวนมาก

การประเมินตั้งแต่รอยโรคยังเล็กมักทำให้วางแผนรักษาได้ง่ายกว่า


ต้องตรวจ HPV หลังหูดหายไหม?

โดยทั่วไป ไม่ใช้ HPV test เพื่อยืนยันว่าหูดหายหรือเพื่อวินิจฉัย genital warts

CDC ระบุว่า HPV testing ไม่ได้แนะนำสำหรับการวินิจฉัย genital warts เพราะผลตรวจไม่ได้ช่วยยืนยันว่ารอยโรคนั้นคือหูดและไม่ได้ช่วยกำหนดแนวทางรักษาหูด (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

การติดตามจึงมักดูจาก

รอยหูดยังมีหรือไม่
มีตุ่มใหม่หรือไม่
การรักษาตอบสนองหรือไม่

ส่วนการตรวจ HPV เพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นคนละวัตถุประสงค์ และควรทำตามแนวทางการคัดกรองตามอายุและความเสี่ยง


รักษาหูดหายแล้ว ยังแพร่ HPV ได้ไหม?

ยังเป็นไปได้

CDC ระบุว่า HPV อาจยังคงอยู่และสามารถแพร่ให้คู่นอนได้แม้รอยหูดจะหายแล้ว และยังไม่สามารถระบุได้อย่างแม่นยำว่าหลังหูดหายต้องใช้เวลานานเท่าไรจึงหมดโอกาสแพร่ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ดังนั้นการไม่มีหูดให้เห็น

ไม่ได้หมายความว่า

เชื้อเป็นศูนย์และไม่มีโอกาสแพร่ทันที”

แต่ในระยะยาว ระบบภูมิคุ้มกันของคนส่วนใหญ่สามารถควบคุม HPV ได้ดีขึ้น


ถ้าหูดกลับมา ต้องกังวลมากไหม?

โดยทั่วไป ไม่ควรตกใจทันที

การกลับเป็นซ้ำเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติของ genital warts โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังรักษา

สิ่งที่ควรทำคือดูว่า

กลับมาเพียงเล็กน้อยหรือจำนวนมาก
อยู่ตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งใหม่
มีเลือดออกหรือแผลหรือไม่
การรักษาครั้งก่อนใช้วิธีใดและตอบสนองดีแค่ไหน

จากนั้นค่อยวางแผนรักษารอบใหม่

แต่หากรอยโรคมีหน้าตาเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น แข็ง เป็นแผล มีเลือดออก หรือสีผิดปกติ ควรตรวจให้แน่ใจก่อนว่าเป็นหูดจริง


FAQ

หูดหงอนไก่รักษาหายขาดไหม?

รอยหูดที่มองเห็นสามารถรักษาจนหายได้ แต่การรักษาไม่ได้กำจัด HPV ออกจากร่างกายทันที จึงสามารถเกิดหูดใหม่หลังรักษาได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ทำไมหูดหงอนไก่กลับมาเป็นซ้ำ?

เพราะแม้รอยหูดถูกกำจัดแล้ว HPV อาจยังคงอยู่ในผิวบริเวณใกล้เคียง โดย CDC ระบุว่าการกลับเป็นซ้ำพบได้บ่อยโดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกหลังรักษา (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

หูดกลับมาแปลว่าติดเชื้อจากคู่นอนใหม่ไหม?

ไม่จำเป็น เพราะ HPV สามารถแฝงอยู่ก่อนหน้าและหูดอาจเกิดหลายเดือนหรือหลายปีหลังได้รับเชื้อ จึงไม่สามารถระบุเวลาที่ได้รับเชื้อจากวันที่หูดปรากฏได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

จี้หูดแล้วทำไมยังขึ้นใหม่?

การจี้กำจัดรอยหูดที่เห็น แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะกำจัด HPV ในผิวหนังรอบบริเวณนั้นทั้งหมด จึงสามารถเกิดรอยโรคใหม่ได้

ฉีดวัคซีน HPV แล้วหูดที่มีอยู่จะหายไหม?

ไม่ วัคซีน HPV ใช้ ป้องกันการติดเชื้อ HPV ใหม่ และไม่ได้ใช้รักษา HPV infection หรือ genital warts ที่มีอยู่แล้ว (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)


Summary

หูดหงอนไก่ รักษาได้ และในผู้ป่วยจำนวนมากสามารถกำจัดรอยหูดจนมองไม่เห็นได้

แต่ต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง

หูดหาย”
กับ
“HPV ถูกกำจัดออกจากร่างกายทันที”

การรักษา เช่น

Imiquimod
Podophyllotoxin
จี้เย็น
เลเซอร์
Electrosurgery

มุ่งรักษา รอยโรคที่เกิดจาก HPV ไม่ได้เป็นยาที่กำจัดเชื้อ HPV ทั้งหมดในทันที (องค์การอนามัยโลก)

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม

หูดสามารถกลับเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะในช่วงประมาณ 3 เดือนแรกหลังรักษา

การกลับเป็นซ้ำจึงไม่ได้แปลว่า “ยารักษาไม่ได้ผล” หรือ “เพิ่งติดจากคู่นอนใหม่” เสมอไป

ในระยะยาวระบบภูมิคุ้มกันสามารถช่วยควบคุม HPV ได้ และไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เคยเป็นหูดจะต้องเป็นซ้ำไปตลอดชีวิต

สิ่งที่เหมาะสมที่สุดคือ

รักษารอยหูดให้เหมาะกับขนาดและตำแหน่ง ติดตามช่วงแรกหลังรักษา หากมีตุ่มใหม่ให้ประเมินเร็ว ลดความเสี่ยง STI → พิจารณาวัคซีน HPV ตามความเหมาะสม

และถ้ารอยโรคมีเลือดออก เป็นแผล แข็ง สีผิดปกติ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา ควรตรวจให้แน่ชัดว่าเป็นหูดจริงก่อนรักษาต่อ (Bashh)


หมายเหตุสำคัญ

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป หูดหงอนไก่สามารถมีลักษณะคล้ายกับรอยโรคอื่นบริเวณอวัยวะเพศ เช่น molluscum contagiosum, condyloma lata จากซิฟิลิส ติ่งเนื้อ หรือรอยโรคก่อนมะเร็ง จึงไม่ควรซื้อยามาทาตุ่มทุกชนิดโดยวินิจฉัยจากภาพเพียงอย่างเดียว

หากหูดมีเลือดออก เป็นแผล แข็ง สีผิดปกติ โตเร็ว อยู่ภายในช่องคลอด ปากมดลูก ท่อปัสสาวะ หรือทวารหนัก หรือรักษาแล้วไม่ตอบสนอง ควรได้รับการประเมินโดยบุคลากรทางการแพทย์



เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com



References

  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567 — หูดอวัยวะเพศและทวารหนัก. ระบุหลักการเลือกวิธีรักษา ไม่มีวิธีเดียวดีที่สุด และผู้ป่วยส่วนใหญ่ตอบสนองต่อการรักษาภายในประมาณ 3 เดือน (STISQSA)
  • British Association for Sexual Health and HIV. Anogenital Warts 2024 Guideline. ข้อมูล HPV 6/11 การเลือกวิธีรักษา Imiquimod, Podophyllotoxin, Cryotherapy และหลักติดตามผู้ป่วย (Bashh)
  • World Health Organization. Recommendations for the treatment of anogenital warts, 2024. แนวทาง Imiquimod, Podophyllotoxin, Cryotherapy, Electrosurgery, Laser และ TCA (องค์การอนามัยโลก)
  • CDC. Anogenital Warts — STI Treatment Guidelines. ระบุว่าการรักษากำจัดหูดแต่ไม่ได้รักษา HPV โดยตรง หูดสามารถเกิดซ้ำได้โดยเฉพาะ 3 เดือนแรก และ HPV อาจแพร่ได้แม้ไม่มีหูด (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
  • CDC. HPV Vaccine Recommendations. วัคซีน HPV ป้องกันการติดเชื้อใหม่แต่ไม่ใช้รักษา HPV หรือหูดที่มีอยู่แล้ว (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี