กลากติดต่อไหม? เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว เตียง และสัตว์เลี้ยงแพร่เชื้อได้ไหม
กลากเป็นเชื้อราที่ติดต่อได้ ทั้งจากคน สัตว์เลี้ยง และสิ่งของปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และเครื่องนอน รู้วิธีป้องกันไม่ให้แพร่กันในบ้านและลดโอกาสเป็นซ้ำ
เป็นกลากอยู่คนเดียว แต่ไม่นานกลับพบว่า คนในบ้านเริ่มมีผื่นเป็นวงและคันเหมือนกัน
หรือรักษากลากจนเกือบหายแล้ว ผ่านไปไม่นานกลับมาเป็นอีก
หลายคนจึงสงสัยว่า
“กลากติดต่อกันได้จริงไหม?”
“ใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวกันได้หรือเปล่า?”
“เชื้ออยู่บนเสื้อผ้าหรือผ้าปูที่นอนได้ไหม?”
และถ้าที่บ้านมีแมวหรือสุนัข
“สัตว์เลี้ยงเป็นต้นเหตุให้เราติดกลากได้หรือไม่?”
คำตอบคือ
กลากติดต่อได้ และไม่ได้ติดต่อเฉพาะจากการสัมผัสผิวหนังกับผู้ป่วยโดยตรงเท่านั้น
เชื้อราที่ทำให้เกิดกลาก หรือ dermatophytes สามารถแพร่ผ่านคน สัตว์ และสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว หวี หรือเครื่องนอนได้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางครอบครัวจึงพบกลากมากกว่าหนึ่งคน หรือรักษาแล้วกลับมาเป็นซ้ำหากแหล่งเชื้อยังไม่ได้รับการจัดการ (American Academy of Dermatology)
กลากคืออะไร?
กลาก หรือ Tinea เป็นโรคติดเชื้อราบริเวณผิวหนัง เกิดจากเชื้อราในกลุ่ม dermatophytes
หากเกิดบริเวณผิวหนังลำตัวหรือแขนขา มักเรียกว่า Tinea corporis หรือ Ringworm
คำว่า Ringworm อาจทำให้เข้าใจผิด เพราะกลาก
ไม่ได้เกิดจากหนอน
แต่เกิดจาก เชื้อรา
ลักษณะที่พบบ่อยคือผื่น
แดงหรือคล้ำ → คัน → มีขุย → ค่อย ๆ ขยายออก → ขอบผื่นมักเด่นกว่าตรงกลาง
บางครั้งจึงเห็นเป็นวงคล้ายวงแหวน
American Academy of Dermatology ระบุว่า ringworm สามารถเกิดได้หลายตำแหน่ง เช่น ผิวหนัง เท้า มือ ขาหนีบ หนังศีรษะ และเล็บ โดยการรักษาจะแตกต่างกันตามตำแหน่งของการติดเชื้อ (American Academy of Dermatology)
Internal Link Recommendation:
“กลากคืออะไร? ผื่นเป็นวง คัน ขอบแดงแบบไหนอาจเป็นเชื้อรา”
กลากติดต่อไหม?
ติดต่อได้
และถือเป็นโรคผิวหนังจากเชื้อราที่สามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนได้ค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีการสัมผัสใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกัน
ช่องทางสำคัญ ได้แก่
คน → คน
จากการสัมผัสผิวหนังของผู้ที่มีเชื้อ
สัตว์ → คน
จากสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น แมว สุนัข หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น
สิ่งของ → คน
เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว หวี เครื่องนอน หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีเชื้อปนเปื้อน
สิ่งแวดล้อม → คน
เช่น พื้นหรือบริเวณที่ชื้นซึ่งมีเชื้อปนเปื้อน
AAD ระบุว่าเชื้อที่ทำให้เกิด ringworm สามารถแพร่จากการสัมผัสผู้ติดเชื้อ สัตว์ ดิน หรือวัตถุที่ปนเปื้อน และเชื้อสามารถคงอยู่บนสิ่งของได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง (American Academy of Dermatology)
กลากติดต่อจากการสัมผัสตัวกันได้อย่างไร?
วิธีที่เข้าใจง่ายที่สุดคือ
ผิวผู้มีเชื้อ
↓
สัมผัสผิวอีกคนโดยตรง
↓
เชื้อเข้าสู่ผิวหนัง
↓
เกิดการติดเชื้อ
จึงพบการแพร่ได้ง่ายขึ้นในสถานการณ์ที่มีการสัมผัสใกล้ชิด เช่น
- คนในครอบครัว
- เด็กเล่นใกล้ชิดกัน
- กีฬาที่มีการสัมผัสตัว
- คู่รัก
- คนที่พักอาศัยร่วมกัน
แต่การไม่ได้สัมผัสผื่นโดยตรง ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสติด
เพราะยังมีอีกช่องทางสำคัญคือ สิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อน

เสื้อผ้าแพร่เชื้อกลากได้ไหม?
ได้
โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่สัมผัสบริเวณผื่นโดยตรง
เช่น หากมีกลากบริเวณลำตัว ขาหนีบ หรือแขน แล้วเสื้อผ้าสัมผัสบริเวณดังกล่าว เชื้อสามารถปนเปื้อนอยู่บนเนื้อผ้าได้
AAD ระบุว่าการใช้เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และสิ่งของส่วนตัวร่วมกันเพิ่มความเสี่ยงต่อ ringworm และแนะนำให้ผู้ที่กำลังรักษากลาก เปลี่ยนเสื้อผ้า รวมถึงชุดชั้นในและถุงเท้าทุกวัน และซักก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ (American Academy of Dermatology)
ดังนั้นในช่วงที่เป็นกลาก
ไม่ควรใส่เสื้อผ้าร่วมกัน แม้จะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซัก
ผ้าเช็ดตัวแพร่เชื้อกลากได้ไหม?
ได้ และเป็นหนึ่งในสิ่งของที่ไม่ควรใช้ร่วมกัน
เพราะผ้าเช็ดตัวสัมผัสผิวโดยตรง และมักมีความชื้นซึ่งเหมาะกับเชื้อรา
NHS ระบุว่ากลากสามารถแพร่ผ่านสิ่งของที่มีเชื้อ เช่น ผ้าเช็ดตัว และแนะนำไม่ให้ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้ที่มีกลาก (nhs.uk)
AAD ยังแนะนำว่า หากต้องเช็ดบริเวณที่เป็นกลาก ควรใช้ผ้าสะอาดแยกจากผ้าที่ใช้เช็ดส่วนอื่นของร่างกาย และซักผ้าก่อนนำกลับมาใช้ (American Academy of Dermatology)
จึงควรแยกให้ชัดเจนว่า
ผ้าเช็ดตัวของผู้ป่วย = ใช้คนเดียว
ไม่ควรใช้ต่อกันในครอบครัว
เตียงและผ้าปูที่นอนแพร่เชื้อกลากได้ไหม?
เครื่องนอนที่มีเชื้อปนเปื้อนสามารถเป็นช่องทางแพร่เชื้อได้
โดยเฉพาะ
- ผ้าปูที่นอน
- ปลอกหมอน
- ผ้าห่ม
- ผ้าที่สัมผัสบริเวณผื่น
NHS ระบุโดยตรงว่า ringworm สามารถแพร่จาก bedsheets ที่มีเชื้อปนเปื้อนได้ และแนะนำให้ซักผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่นอนเป็นประจำ (nhs.uk)
AAD ก็แนะนำให้ซัก clothes, towels และ bedding ที่ใช้ในช่วงเป็นกลาก เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อและติดกลับจากสิ่งของเดิม (American Academy of Dermatology)
ดังนั้นประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่า
“เตียงทั้งหลังมีเชื้อหรือไม่”
แต่คือสิ่งทอที่สัมผัสผิวของผู้ป่วยควรได้รับการซักและดูแลอย่างเหมาะสม
แล้วต้องเปลี่ยนที่นอนใหม่ไหม?
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องทิ้งที่นอนเพียงเพราะเป็นกลาก
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือ
ซักผ้าปูที่นอน → ปลอกหมอน → ผ้าห่ม → เสื้อผ้า → ผ้าเช็ดตัว
และหลีกเลี่ยงการใช้ของเหล่านี้ร่วมกันในช่วงที่ยังติดเชื้อ
AAD แนะนำให้ซักเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และเครื่องนอนด้วย น้ำร้อนและสบู่/ผงซักฟอกตามความเหมาะสมของเนื้อผ้า เพื่อลดการปนเปื้อนและการติดกลับซ้ำ (American Academy of Dermatology)
ไม่จำเป็นต้องทำให้การรักษากลากกลายเป็นการทิ้งของทุกอย่างในบ้าน

สัตว์เลี้ยงแพร่กลากให้คนได้จริงหรือ?
ได้
นี่เป็นอีกสาเหตุที่สำคัญ โดยเฉพาะบ้านที่มี
แมว → สุนัข → สัตว์เลี้ยงอื่น
สัตว์สามารถติด dermatophytes และแพร่เชื้อมาสู่คนจากการสัมผัสได้
AAD ระบุว่าสุนัข แมว และสัตว์อื่นสามารถแพร่ ringworm สู่คนได้ และหากสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงเป็นกลากควรนำไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการประเมินและรักษา (American Academy of Dermatology)
ดังนั้นหาก
คนในบ้านเป็นกลากซ้ำ ๆ
และมีสัตว์เลี้ยง
ควรนึกถึงสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในแหล่งเชื้อที่เป็นไปได้
จะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขหรือแมวอาจเป็นกลาก?
สัตว์ที่ติดเชื้ออาจมีลักษณะ เช่น
ขนร่วงเป็นหย่อม → ผิวเป็นขุย → ผิวแดง → มีบริเวณขนบางผิดปกติ
แต่ไม่ควรวินิจฉัยสัตว์จากลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียว
NHS แนะนำว่าหากสัตว์เลี้ยงมีบริเวณขนร่วงเป็นหย่อมและสงสัย ringworm ควรนำสัตว์ไปพบสัตวแพทย์ (nhs.uk)
ที่สำคัญคือ
รักษาคนอย่างเดียว แต่ไม่ประเมินสัตว์ที่เป็นแหล่งเชื้อ อาจทำให้เกิดวงจรติดซ้ำได้
ถ้าแมวเป็นกลาก คนในบ้านต้องเป็นทุกคนไหม?
ไม่จำเป็น
การสัมผัสเชื้อไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเกิดผื่น
ความเสี่ยงขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น
- ระดับการสัมผัส
- ระยะเวลาที่สัมผัส
- ความชื้นของผิว
- สภาพผิวหนัง
- ภูมิคุ้มกัน
- การใช้ของร่วมกัน
แต่ถ้าพบสัตว์ติดเชื้อ ควรเพิ่มความระมัดระวัง
ล้างมือหลังสัมผัสสัตว์
หลีกเลี่ยงการให้สัตว์นอนบนเครื่องนอนร่วมกับคนระหว่างรักษา
และดูแลสิ่งของหรือพื้นที่ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
กลากแพร่จากคนหนึ่งไปยังอีกส่วนของร่างกายตัวเองได้ไหม?
ได้
เรียกว่าเกิดการแพร่เชื้อจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่งจากการสัมผัสหรือเกา
ตัวอย่างเช่น
เกาผื่นกลาก
↓
เชื้อติดมือ
↓
ไปสัมผัสผิวอีกบริเวณ
↓
เกิดผื่นใหม่
AAD แนะนำให้ล้างมือหลังสัมผัสบริเวณที่เป็น ringworm เพราะการสัมผัสหรือเกาผื่นแล้วไปจับผิวหนังส่วนอื่นสามารถทำให้เชื้อแพร่ไปยังตำแหน่งใหม่ได้ (American Academy of Dermatology)
ดังนั้น
อย่าเกา และล้างมือหลังทายาหรือสัมผัสผื่นทุกครั้ง
ทำไมกลากถึงชอบกลับมาเป็นซ้ำ?
บางครั้งสิ่งที่คิดว่า
“ยารักษาไม่หาย”
อาจไม่ได้เกิดจากตัวยาเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากวงจร
ทายา → ผื่นดีขึ้น → หยุดยาเร็ว → เชื้อยังไม่หมด
หรือ
รักษาผื่นแล้ว → กลับไปใช้ผ้า/เสื้อผ้าที่มีเชื้อ → ติดซ้ำ
หรือ
รักษาคน → แต่สัตว์เลี้ยงยังมีเชื้อ → สัมผัสกันอีก
AAD แนะนำให้ใช้ยาต้านเชื้อราต่อเนื่อง ครบระยะเวลาที่กำหนด แม้ผื่นจะดูดีขึ้นแล้ว เพราะการหยุดเร็วเกินไปอาจทำให้โรคกลับมาได้ (American Academy of Dermatology)
จึงควรแก้ทั้ง
“เชื้อบนผิว” + “แหล่งเชื้อรอบตัว”
ไปพร้อมกัน
ถ้าเป็นกลาก ต้องแยกห้องนอนไหม?
โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องแยกห้องแบบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ
แต่ควรลดการสัมผัสผื่นโดยตรง และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน
โดยเฉพาะ
ผ้าเช็ดตัว
เสื้อผ้า
ผ้าปูที่นอน
หวี
หมวก
หรือสิ่งของที่สัมผัสผิวและเส้นผม
NHS เน้นการไม่ใช้ towels, combs หรือ bedsheets ร่วมกับผู้ติดเชื้อ และการซักเครื่องนอนอย่างสม่ำเสมอ มากกว่าการแยกตัวออกจากสมาชิกในบ้านทั้งหมด (nhs.uk)
กลากรักษาด้วยยาอะไร?
หลักของการรักษาคือ ยาต้านเชื้อรา หรือ Antifungal
กลากบริเวณผิวหนังที่ไม่รุนแรงมักรักษาด้วยยาทาฆ่าเชื้อรา เช่น
Clotrimazole
Miconazole
Terbinafine
หรือ antifungal อื่นตามตำแหน่งและลักษณะการติดเชื้อ
AAD ระบุว่า ringworm บนผิวหนังส่วนใหญ่มักรักษาด้วย antifungal cream หรือ ointment ส่วนการติดเชื้อที่กว้างมาก หนังศีรษะ หรือบางตำแหน่งอาจต้องใช้ยารับประทาน (American Academy of Dermatology)
NHS ระบุว่าการรักษาบางชนิดอาจต้องใช้ยาต้านเชื้อราทุกวันนานถึงประมาณ 4 สัปดาห์ และควรใช้ให้ครบระยะ แม้ว่าผื่นจะหายไปก่อนแล้วก็ตาม (nhs.uk)
Internal Link Recommendation:
“ยาทากลากมีอะไรบ้าง? Clotrimazole, Miconazole และ Terbinafine ต่างกันอย่างไร”
กลากใช้ยาสเตียรอยด์ทาได้ไหม?
นี่เป็นเรื่องที่ควรระวัง
ไม่ควรใช้ครีม steroid เดี่ยวเพื่อรักษากลากเอง
เพราะ steroid ลดการอักเสบ ทำให้
แดงลดลง → คันลดลง → ผื่นดูเหมือนดีขึ้น
แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อรา
ผลคือเชื้ออาจยังอยู่และลักษณะผื่นเปลี่ยนไปจนวินิจฉัยยากขึ้น
CDC แนะนำไม่ให้ใช้ steroid creams กับ ringworm โดยไม่ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม และเน้นการใช้ antifungal เป็นหลัก (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
หากเคยทาครีมแล้วผื่นยุบเร็วแต่กลับลามหรือกลับมาเป็นอีก ควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์นั้นมี corticosteroid ผสมอยู่หรือไม่
ต้องซักเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนอย่างไร?
ระหว่างรักษา ควรเน้นหลักง่าย ๆ คือ
ของที่สัมผัสผื่น → ซักก่อนนำกลับมาใช้
AAD แนะนำให้ซัก
- เสื้อผ้า
- ผ้าเช็ดตัว
- เครื่องนอน
ที่ใช้ระหว่างมี ringworm และสำหรับสิ่งทอที่รองรับได้ แนะนำการซักด้วย น้ำร้อนร่วมกับ detergent (American Academy of Dermatology)
สำหรับเสื้อผ้าบางชนิดที่ไม่เหมาะกับน้ำร้อน ควรทำตามคำแนะนำการซักของเนื้อผ้า
สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรใช้ผ้าที่ยังไม่ได้ซักหมุนเวียนร่วมกัน

ต้องทำความสะอาดบ้านทั้งหลังไหม?
ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกจนต้องฆ่าเชื้อทุกพื้นผิวในบ้าน
ควรเน้นบริเวณและสิ่งของที่มีโอกาสสัมผัสผู้ติดเชื้อโดยตรง เช่น
เสื้อผ้า → ผ้าเช็ดตัว → เครื่องนอน → อุปกรณ์ส่วนตัว → พื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงใช้เป็นประจำ
รวมถึงรักษาความสะอาดและลดความชื้น เพราะ dermatophytes เจริญได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและชื้น (American Academy of Dermatology)
คนในบ้านยังไม่มีผื่น ต้องทายาป้องกันไหม?
โดยทั่วไป ไม่ควรทายาต้านเชื้อราทั่วร่างกายเพียงเพราะอยู่บ้านเดียวกับผู้ป่วย
สิ่งที่เหมาะสมกว่าคือ
ไม่ใช้ของร่วมกัน → รักษาผิวให้สะอาดและแห้ง → สังเกตผิวหนัง
หากเริ่มพบ
ผื่นคัน → มีขุย → ขอบผื่นชัด → ค่อย ๆ ขยาย
ควรประเมินว่าเป็นกลากหรือโรคผิวหนังชนิดอื่นก่อนเริ่มการรักษา
เป็นกลากแล้วยังไปทำงานหรือไปโรงเรียนได้ไหม?
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องหยุดกิจกรรมทั้งหมด
NHS ระบุว่าเด็กสามารถกลับไปโรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กได้เมื่อ เริ่มการรักษาแล้ว แต่ควรแจ้งสถานศึกษาและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อ (nhs.uk)
สำหรับผู้ใหญ่ หลักสำคัญคือ
เริ่มรักษาเร็ว
ปกปิดบริเวณผื่นเมื่อเหมาะสม
ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน
และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีการสัมผัสผิวหนังใกล้ชิดหากยังมีโอกาสแพร่เชื้อ
เมื่อไรควรพบแพทย์?
ควรได้รับการประเมินหาก
- ผื่นลามกว้าง
- มีหลายตำแหน่ง
- เป็นบริเวณหนังศีรษะ
- มีผมร่วงร่วมด้วย
- เป็นบริเวณเล็บ
- ใช้ antifungal อย่างถูกต้องแล้วไม่ดีขึ้น
- เป็นซ้ำบ่อย
- ผื่นมีหนอง บวม หรือเจ็บมาก
- ไม่แน่ใจว่าเป็นกลากหรือโรคผิวหนังอื่น
- มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
โดยเฉพาะ กลากที่หนังศีรษะ มักต้องใช้ยาต้านเชื้อราแบบรับประทาน ไม่ควรหวังผลจากครีมทาเพียงอย่างเดียว (nhs.uk)
FAQ
กลากติดต่อจากคนสู่คนไหม?
ได้ โดยเฉพาะจากการสัมผัสผิวหนังโดยตรงกับผู้ที่มีเชื้อ และสามารถแพร่ผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อนได้ด้วย (American Academy of Dermatology)
ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับคนเป็นกลากได้ไหม?
ไม่ควร เพราะผ้าเช็ดตัวสามารถเป็นสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนและแพร่ ringworm ได้ (nhs.uk)
นอนเตียงเดียวกับคนเป็นกลากได้ไหม?
ความเสี่ยงเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดและเครื่องนอนที่ปนเปื้อน จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าปู ผ้าห่ม หรือของใช้ส่วนตัวร่วมกันระหว่างที่ยังรักษาการติดเชื้ออยู่ และควรซักเครื่องนอนเป็นประจำ (American Academy of Dermatology)
แมวหรือสุนัขแพร่กลากให้คนได้ไหม?
ได้ หากสัตว์ติดเชื้อ dermatophytes สามารถแพร่เชื้อมาสู่คนได้ หากสัตว์มีขนร่วงเป็นหย่อมหรือรอยโรคที่น่าสงสัยควรพบสัตวแพทย์ (American Academy of Dermatology)
กลากรักษาหายแล้วกลับมาเป็นอีกได้ไหม?
ได้ โดยอาจเกิดจากการหยุดยาก่อนครบระยะ การติดเชื้อใหม่จากคนหรือสัตว์ หรือกลับไปสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อน จึงควรรักษาให้ครบระยะและจัดการแหล่งเชื้อร่วมด้วย (American Academy of Dermatology)
Summary
กลากเป็นโรคติดต่อจากเชื้อรา และไม่ได้แพร่เฉพาะจากการสัมผัสผื่นโดยตรงเท่านั้น เชื้อสามารถเดินทางผ่านวงจร
คน → คน
สัตว์ → คน
เสื้อผ้า → คน
ผ้าเช็ดตัว → คน
เครื่องนอน → คน
ได้ (American Academy of Dermatology)
ดังนั้นถ้ามีคนในบ้านเป็นกลาก สิ่งสำคัญคือ เริ่มยาต้านเชื้อราให้เหมาะสมและใช้ครบระยะ พร้อมกับ
แยกผ้าเช็ดตัว → ไม่ใช้เสื้อผ้าร่วมกัน → ซักเครื่องนอน → เปลี่ยนเสื้อผ้าสม่ำเสมอ → ล้างมือหลังสัมผัสผื่น → ตรวจสัตว์เลี้ยงหากมีรอยโรคน่าสงสัย (American Academy of Dermatology)
โดยเฉพาะบ้านที่ รักษาคนแล้วหาย → ผ่านไปไม่นานกลับมาเป็นอีก
ควรย้อนกลับไปดูว่า
- มีคนอื่นเป็นกลากหรือไม่?
- ยังใช้ของร่วมกันหรือไม่?
- สัตว์เลี้ยงมีขนร่วงหรือรอยโรคหรือไม่?
เพราะการรักษากลากให้ได้ผล ไม่ได้มีเพียงการเลือกยาทาที่ถูกต้อง
แต่ต้องตัดวงจรการแพร่เชื้อและการติดกลับซ้ำไปพร้อมกัน

หมายเหตุสำคัญ
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ผื่นเป็นวงและคันไม่ได้หมายความว่าเป็นกลากทุกกรณี เพราะโรคผิวหนังหลายชนิดอาจมีลักษณะคล้ายกัน
หากผื่นลามมาก เป็นซ้ำบ่อย อยู่บริเวณหนังศีรษะหรือเล็บ ใช้ยาต้านเชื้อราอย่างถูกต้องแล้วไม่ดีขึ้น หรือสัตว์เลี้ยงมีรอยโรคที่น่าสงสัย ควรได้รับการประเมินจากแพทย์หรือสัตวแพทย์ตามความเหมาะสม
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com
References
- American Academy of Dermatology — Ringworm: Who gets and causes — ช่องทางการแพร่จากคน สัตว์ สิ่งของ และปัจจัยเสี่ยงของ ringworm (American Academy of Dermatology)
- American Academy of Dermatology — Ringworm self-care — การแยกผ้าเช็ดตัว ซักเสื้อผ้าและเครื่องนอน ป้องกันการแพร่เชื้อ และการประเมินสัตว์เลี้ยง (American Academy of Dermatology)
- American Academy of Dermatology — Ringworm treatment — การรักษาด้วยยาต้านเชื้อราและความแตกต่างของการรักษาตามตำแหน่ง (American Academy of Dermatology)
- NHS — Ringworm — การแพร่ผ่านคน สัตว์ ผ้าเช็ดตัว เครื่องนอน และแนวทางป้องกันการแพร่เชื้อ (nhs.uk)






