ไม่มีแผลก็ติดซิฟิลิสได้ไหม? ซิฟิลิสระยะแฝงคืออะไร
ซิฟิลิสไม่จำเป็นต้องมีแผลให้เห็นเสมอไป แผลระยะแรกมักไม่เจ็บ อยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็น และหายเองได้ หากไม่ได้รักษาเชื้ออาจเข้าสู่ระยะแฝงที่ไม่มีอาการแต่ตรวจเลือดพบเชื้อ รู้จัก Early และ Late Latent Syphilis การติดต่อ การตรวจ และการรักษา
เคยมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยง
แต่ตรวจดูแล้ว ไม่มีแผล ไม่มีผื่น ไม่เจ็บ ไม่คัน และไม่มีความผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศเลย จึงเกิดคำถามว่า “ถ้าไม่มีแผล แปลว่าไม่ติดซิฟิลิสใช่ไหม?” คำตอบคือ ไม่ใช่ — คนที่ติดซิฟิลิสอาจไม่มีแผลให้เห็น หรืออาจไม่เคยสังเกตเห็นแผลเลยก็ได้
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า ผู้ติดเชื้อซิฟิลิสจำนวนมาก ไม่มีอาการหรือไม่ทันสังเกตอาการของตนเอง และเมื่อโรคเข้าสู่ ระยะแฝง หรือ Latent Syphilis ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการทางคลินิก แต่เชื้อยังไม่ได้หายไปจากร่างกายหากยังไม่ได้รับการรักษา. (องค์การอนามัยโลก)
กรมควบคุมโรคของไทยระบุเช่นกันว่า ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่แสดงอาการ แต่เชื้อยังคงอยู่ในร่างกาย และหลายคนทราบว่าติดเชื้อก็ต่อเมื่อได้รับการตรวจเลือด เช่น การตรวจคัดกรองหรือการฝากครรภ์. (กรมควบคุมโรค)
ดังนั้น “ไม่มีแผล” ไม่เท่ากับ “ไม่มีซิฟิลิส” และยิ่งไม่ควรใช้การมองด้วยตาเพียงอย่างเดียวเพื่อสรุปว่าปลอดเชื้อ
ซิฟิลิสคืออะไร?
ซิฟิลิส หรือ Syphilis เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากแบคทีเรีย Treponema pallidum โรคสามารถดำเนินผ่านหลายระยะ ได้แก่ Primary Syphilis — ระยะที่ 1 ↓ Secondary Syphilis — ระยะที่ 2 ↓ Latent Syphilis — ระยะแฝง ↓ ในผู้ที่ไม่ได้รับการรักษาบางส่วน อาจเกิด Tertiary Syphilis — ระยะที่ 3
WHO ระบุว่าซิฟิลิสสามารถรักษาให้หายได้ แต่หากไม่ได้รับการรักษา โรคสามารถดำเนินอยู่ในร่างกายเป็นเวลาหลายปีและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อระบบประสาท หัวใจ หลอดเลือด และอวัยวะอื่นได้. (องค์การอนามัยโลก)
ไม่มีแผลก็ติดซิฟิลิสได้จริงหรือ?
ได้ มีอย่างน้อย 3 สถานการณ์สำคัญที่ทำให้ผู้ติดเชื้อพูดได้ว่า “ผมไม่เคยเห็นแผลเลย” ทั้งที่มีซิฟิลิส สถานการณ์แรกคือ แผลมีอยู่ แต่ไม่ทันสังเกต สถานการณ์ที่สองคือ แผลหายไปเองแล้ว และสถานการณ์ที่สามคือ โรคเข้าสู่ระยะแฝงที่ไม่มีอาการแล้ว จึงต้องแยกคำว่า “ไม่มีแผลตอนนี้” ออกจาก “ไม่เคยติดเชื้อ” เพราะสองเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน
ทำไมแผลซิฟิลิสถึงถูกมองข้ามได้ง่าย?
แผลในระยะแรกเรียกว่า Chancre ลักษณะคลาสสิกคือ แผลค่อนข้างแข็ง ฐานสะอาด มักเป็นแผลเดี่ยว และสิ่งที่สำคัญมากคือ มักไม่เจ็บ
แนวทาง BASHH 2024 ระบุว่าระยะฟักตัวโดยทั่วไปประมาณ 21 วัน โดยมีช่วงกว้างประมาณ 9–90 วัน และ primary chancre แบบคลาสสิกมักเป็นแผล anogenital ที่ไม่เจ็บ แข็ง และมีฐานสะอาด อย่างไรก็ตามแผลจริงสามารถมีได้หลายรูปแบบ รวมถึงหลายแผล เจ็บ มีหนอง หรืออยู่ตำแหน่งนอกอวัยวะเพศ เช่น ช่องปาก. (Bashh)
แนวทางไทยปี 2568 ก็ระบุว่าเชื้อสามารถเข้าสู่เยื่อบุหรือผิวหนังที่มีรอยถลอก และเกิดแผลได้หลายตำแหน่ง เช่น อวัยวะเพศ ริมฝีปาก ลิ้น นิ้วมือ หัวนม และทวารหนัก. (กรมควบคุมโรค)
เพราะแผลมักไม่เจ็บ ผู้ติดเชื้อจึงอาจไม่มีเหตุผลให้ไปตรวจดูบริเวณนั้นเป็นพิเศษ
แผลซิฟิลิสอาจซ่อนอยู่ตรงไหน?
แผลไม่ได้เกิดเฉพาะบนอวัยวะเพศภายนอก สามารถพบได้บริเวณ ช่องคลอด ปากมดลูก รอบหรือภายในทวารหนัก ช่องปาก ลิ้น ริมฝีปาก รวมถึงตำแหน่งอื่นที่สัมผัสเชื้อ
WHO ระบุว่า primary chancre อาจเกิดที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือบริเวณอื่น และอาจเล็กหรืออยู่ในตำแหน่งที่ผู้ติดเชื้อไม่สังเกตเห็น. (องค์การอนามัยโลก)
BASHH ยังระบุว่าการติดเชื้อจำนวนหนึ่งในกลุ่มผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายเกิดที่ตำแหน่ง extra-genital เช่น anal, rectal และ oral sites ซึ่งเป็นตำแหน่งที่แผลอาจถูกมองข้ามได้ง่าย. (Bashh)
ดังนั้น การไม่มีแผลให้เห็นภายนอกไม่ได้ตัดการติดเชื้อออก

แผลซิฟิลิสหายเองได้หรือไม่?
หายเองได้ และนี่คือหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่า “หายแล้ว = ไม่เป็นอะไรแล้ว”
BASHH ระบุว่า primary ulcer สามารถหายได้เองในประมาณ 3–8 สัปดาห์ แม้ไม่ได้รับการรักษา. (Bashh)
WHO ก็ระบุว่าแผลระยะแรกสามารถหายไปเองได้โดยมีหรือไม่มีการรักษา และหากไม่ได้รับการรักษาโรคจะดำเนินเข้าสู่ระยะต่อไป. (องค์การอนามัยโลก)
ดังนั้นหลักที่ควรจำคือ แผลหาย ≠ เชื้อหาย ร่างกายสามารถทำให้รอยโรคบริเวณผิวหนังหายไปได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า T. pallidum ถูกกำจัดออกจากร่างกาย
หลังแผลหายแล้วจะเกิดอะไรขึ้น?
หากไม่ได้รักษา เชื้ออาจดำเนินไปสู่ Secondary Syphilis — ซิฟิลิสระยะที่ 2 ซึ่งอาจมีอาการ เช่น ผื่นตามตัว ผื่นฝ่ามือฝ่าเท้า ต่อมน้ำเหลืองโต ผมร่วงเป็นหย่อม มีรอยโรคในช่องปากหรือบริเวณอวัยวะเพศ แต่ปัญหาคือ อาการระยะที่ 2 ก็สามารถหายไปเองได้เช่นกัน
BASHH ระบุว่า secondary syphilis สามารถหายไปเองภายในประมาณ 3–12 สัปดาห์ และหลังจากนั้นโรคจะเข้าสู่ latent stage ซึ่งไม่มีอาการ. (Bashh)
กรมควบคุมโรคไทยปี 2568 ก็อธิบายว่า ผื่นของซิฟิลิสระยะที่ 2 สามารถค่อย ๆ หายไปเองแม้ไม่ได้รับการรักษา แต่ไม่ได้หมายความว่าโรคหาย หลังจากนั้นโรคจะเข้าสู่ระยะสงบหรือ ระยะแฝง. (กรมควบคุมโรค)
ซิฟิลิสระยะแฝงคืออะไร?
Latent Syphilis หรือซิฟิลิสระยะแฝง หมายถึงช่วงที่ ตรวจพบหลักฐานทางเลือดว่ามีซิฟิลิส แต่ผู้ป่วยไม่มีอาการหรืออาการแสดงของ primary, secondary หรือ tertiary syphilis
กรมควบคุมโรคไทยปี 2568 นิยาม latent syphilis ว่าเป็นระยะที่ ไม่แสดงอาการ การตรวจร่างกายทั่วไปอาจปกติ แต่ตรวจเลือดพบหลักฐานทางภูมิคุ้มกันต่อซิฟิลิส. (กรมควบคุมโรค)
CDC ให้นิยามคล้ายกันว่า latent syphilis คือภาวะที่ตรวจ serology เป็นบวก โดยไม่มีหลักฐานทางคลินิกของ primary, secondary หรือ tertiary disease. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
พูดง่าย ๆ คือ คนดูปกติดี แต่เชื้อยังไม่ได้รับการกำจัด
คนเป็นซิฟิลิสระยะแฝงจะรู้ตัวได้อย่างไร?
ปัญหาของระยะแฝงคือ แทบไม่มีอะไรให้สังเกตจากร่างกาย ไม่มีความจำเป็นว่าจะต้องมี แผล ผื่น ไข้ คัน หรือ ปวด
กรมควบคุมโรคระบุว่าผู้ติดเชื้อระยะแฝงหลายคนถูกค้นพบจากการตรวจเลือด เช่น
การตรวจคัดกรอง การฝากครรภ์ หรือการตรวจจากประวัติความเสี่ยง. (กรมควบคุมโรค)
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า การตรวจเลือดสำคัญกว่าการรอดูว่าจะมีแผลหรือไม่
ซิฟิลิสระยะแฝงแบ่งเป็นกี่ระยะ?
โดยทั่วไปแบ่งเป็น Early Latent Syphilis และ Late Latent Syphilis แต่มีรายละเอียดสำคัญมากคือ เกณฑ์ระยะเวลาของแต่ละ guideline ไม่เหมือนกัน สำหรับประเทศไทย แนวทางกรมควบคุมโรคปี 2568 กำหนดว่า Early latent syphilis
= สัมผัสเชื้อมา ไม่เกิน 1 ปี Late latent syphilis
= สัมผัสเชื้อมา เกิน 1 ปี หากไม่สามารถระบุได้ว่าติดเชื้อมานานเพียงใด เรียกว่า Latent Syphilis of Unknown Duration. (กรมควบคุมโรค)
CDC ก็ใช้เกณฑ์ประมาณ 1 ปี ในการจำแนก early latent กับ late latent/unknown duration. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
แต่ WHO และ BASHH ใช้เกณฑ์ที่กว้างกว่า โดยนิยาม early latent ในช่วง น้อยกว่า 2 ปีหลังติดเชื้อ. (Bashh)
ดังนั้นสำหรับบริบทการรักษาในประเทศไทย ควรยึดแนวทางไทยและการประเมินของแพทย์ ไม่ควรนำคำว่า “early latent” จากเว็บไซต์ต่างประเทศมาเทียบกันโดยไม่ดูนิยามของ guideline

ระยะแฝงหมายความว่าเชื้อ “หลับ” อยู่หรือไม่?
คำว่า “แฝง” อาจทำให้เข้าใจว่าเชื้อถูกปิดไว้และไม่สามารถทำอะไรได้เลย แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้น Latent syphilis หมายถึง ไม่มีอาการทางคลินิกที่ตรวจพบ ไม่ได้หมายความว่า เชื้อถูกกำจัดแล้ว และไม่ได้หมายความว่า ไม่จำเป็นต้องรักษา
WHO ระบุว่า untreated syphilis สามารถคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลาหลายปี และระยะแฝงอาจดำเนินต่อไปก่อนที่ภาวะแทรกซ้อนระยะท้ายจะเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางส่วน. (องค์การอนามัยโลก)
ซิฟิลิสระยะแฝงยังแพร่ให้คู่นอนได้ไหม?
คำถามนี้ต้องตอบอย่างระมัดระวัง เพราะคำว่า “ระยะแฝง” มีรายละเอียดเรื่อง infectiousness ต่างจาก primary และ secondary syphilis โดยหลัก การแพร่ซิฟิลิสทางเพศสัมพันธ์เกิดเด่นจาก การสัมผัสรอยโรคที่มีเชื้อโดยตรง เช่น chancre, mucous patch หรือ condylomata lata
WHO ระบุว่าการแพร่ทางเพศสัมพันธ์มักเกิดในระยะต้นของโรค โดยเฉพาะช่วงประมาณ 2 ปีแรกหลังติดเชื้อ. (องค์การอนามัยโลก)
ขณะที่ CDC ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า latent syphilis ที่ไม่มีรอยโรคไม่ได้ถือว่าแพร่ทางเพศสัมพันธ์เหมือน primary หรือ secondary syphilis อย่างไรก็ตาม หญิงตั้งครรภ์ที่มี latent syphilis ยังสามารถถ่ายทอดเชื้อไปยังทารกในครรภ์ได้. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
BASHH และ WHO จัด early latent syphilis อยู่ในกลุ่ม early/infectious disease เนื่องจากในช่วงต้นสามารถมีการกลับมาของ secondary mucocutaneous lesions ได้ โดย BASHH ระบุว่าประมาณหนึ่งในสี่ของผู้ไม่ได้รับการรักษาอาจเกิด secondary relapse ในช่วง early latent. (Bashh)
ดังนั้นสำหรับคนทั่วไป วิธีคิดที่ปลอดภัยที่สุดคือ อย่าใช้คำว่า “ไม่มีแผลตอนนี้” เป็นเหตุผลว่าปลอดภัยที่จะมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หากเพิ่งได้รับการวินิจฉัยซิฟิลิสหรือยังไม่ได้รับการรักษาครบ
ถ้าคู่นอนไม่มีแผลเลย เราสามารถติดซิฟิลิสจากเขาได้หรือไม่?
เป็นไปได้ในบริบทของการติดเชื้อระยะต้น เหตุผลคือคู่นอนอาจมี แผลที่ไม่เจ็บ แผลเล็ก แผลอยู่ในช่องปาก ช่องคลอด ปากมดลูก ทวารหนัก หรือมี secondary mucosal lesion ที่เขาเองไม่รู้ว่ามี
WHO ระบุว่าคนจำนวนมากที่มี syphilis ไม่ได้สังเกตอาการ และการติดต่อเกิดระหว่าง oral, vaginal และ anal sex โดยการสัมผัส infectious lesions ซึ่งบางครั้งไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ถุงยางครอบคลุม. (องค์การอนามัยโลก)
ดังนั้น “ผมดูแล้วคู่ไม่มีแผล” ไม่ใช่วิธีตรวจซิฟิลิส การทราบสถานะต้องอาศัย ประวัติความเสี่ยง + การตรวจเลือด + การตรวจร่างกายตามความเหมาะสม
ถ้าเป็น Late Latent ยังแพร่ทางเพศสัมพันธ์หรือไม่?
หากเป็น late latent จริงและไม่มีรอยโรคของ primary/secondary syphilis ความเสี่ยงการแพร่ทางเพศสัมพันธ์จะต่างจาก early infectious syphilis อย่างมาก
CDC ระบุว่า latent syphilis ไม่ถือว่า sexually transmitted ในระยะที่ไม่มีรอยโรค เป้าหมายหลักของการรักษา latent syphilis คือป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต และในหญิงตั้งครรภ์คือป้องกัน congenital syphilis. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
แต่สิ่งที่ไม่ควรทำคือพยายามวินิจฉัยด้วยตัวเองว่า “เราน่าจะเป็น late latent แล้ว จึงไม่ต้องกังวล” เพราะการจำแนกระยะต้องใช้ ผลเลือดเดิม ประวัติการตรวจครั้งก่อน ประวัติอาการ ประวัติคู่นอน และช่วงเวลาที่น่าจะติดเชื้อ
ระยะแฝงยังถ่ายทอดเชื้อให้ทารกในครรภ์ได้ไหม?
ได้ นี่คือความแตกต่างสำคัญระหว่าง sexual transmission กับ vertical transmission
กรมควบคุมโรคไทยระบุว่าแม้ในระยะแฝงและระยะที่ 3 มารดายังสามารถถ่ายทอดเชื้อไปยังทารกในครรภ์ได้. (กรมควบคุมโรค)
WHO ก็เน้นว่าซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องสามารถนำไปสู่
แท้ง ทารกเสียชีวิตในครรภ์ คลอดก่อนกำหนด หรือ congenital syphilis. (องค์การอนามัยโลก)
ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์ที่ตรวจพบ syphilis แม้ ไม่มีแผลและไม่มีอาการเลย ก็จำเป็นต้องได้รับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม
ถ้าไม่มีอาการแล้ว จะตรวจซิฟิลิสจากอะไร?
ระยะแฝงต้องอาศัย การตรวจเลือด เป็นหลัก โดยทั่วไปการตรวจซิฟิลิสประกอบด้วยการทดสอบสองกลุ่ม ได้แก่ Treponemal tests เช่น TPHA, TPPA, EIA หรือ rapid treponemal test และ Nontreponemal tests เช่น RPR หรือ VDRL
กรมควบคุมโรคไทยปี 2568 ระบุว่า latent syphilis เป็นระยะที่ไม่มีอาการ แต่ treponemal test ให้ผลบวก ขณะที่ nontreponemal test สามารถให้ผลบวกหรือลบได้ขึ้นกับบริบทและระยะของโรค. (กรมควบคุมโรค)
WHO ระบุว่าการวินิจฉัยซิฟิลิสต้องพิจารณาร่วมกันทั้งประวัติทางคลินิก ประวัติทางเพศ การตรวจร่างกาย และ laboratory testing ไม่ควรอาศัยอาการเพียงอย่างเดียว. (องค์การอนามัยโลก)
RPR เป็นบวกอย่างเดียว แปลว่าเป็นซิฟิลิสแน่นอนไหม?
ไม่ควรตีความจากผลเดียวโดยไม่มีบริบท RPR เป็น nontreponemal test ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งในการช่วยวินิจฉัยและติดตามการรักษา แต่โดยทั่วไปต้องพิจารณาร่วมกับ treponemal test และประวัติของผู้ตรวจ เพราะผลเลือดซิฟิลิสมีรายละเอียด เช่น เคยรักษามาก่อนหรือไม่ ผลครั้งก่อนเป็นอย่างไร ค่า titre เปลี่ยนหรือไม่ และ มีความเสี่ยงใหม่หรือไม่ จึงไม่ควรเห็นคำว่า “Reactive” แล้วซื้อยารักษาด้วยตัวเองโดยไม่ประเมินระยะ
ตรวจ Treponemal Test เป็นบวก หมายความว่าอย่างไร?
Treponemal tests ตรวจ antibody ที่จำเพาะต่อ T. pallidum สิ่งสำคัญคือ ในผู้ที่เคยติดซิฟิลิส Treponemal test จำนวนมากสามารถคงเป็นบวกได้นานมากหรือแม้ตลอดชีวิต แม้ได้รับการรักษาแล้ว ดังนั้นในคนที่เคยรักษา การเห็น TPHA positive หรือ treponemal test positive เพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่า “เชื้อยังไม่หายแน่นอน” แพทย์จึงต้องดูร่วมกับ nontreponemal titre เช่น RPR/VDRL ประวัติการรักษา และความเสี่ยงใหม่ นี่เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมการแปลผลซิฟิลิสไม่ควรดูผลเลือดหนึ่งช่องแยกจากทั้งหมด
ถ้าเคยตรวจซิฟิลิสเป็นลบ แล้วตอนนี้เป็นบวก ช่วยบอกระยะได้ไหม?
ช่วยได้มาก ตัวอย่างเช่น หากมีเอกสารยืนยันว่า 12 เดือนก่อนตรวจ syphilis เป็นลบ แต่ปัจจุบันตรวจ serology เป็นบวก ข้อมูลนี้ช่วยจำกัดช่วงเวลาที่น่าจะติดเชื้อและอาจช่วยจัดกลุ่มเป็น early syphilis/early latent ตามแนวทางที่ใช้
CDC ใช้ documented seroconversion ในช่วง 1 ปีก่อนหน้า เป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญที่ช่วยวินิจฉัย early latent syphilis. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
ดังนั้นผลตรวจเก่า อย่าทิ้ง เพราะอาจมีผลต่อทั้งการจำแนกระยะและ regimen การรักษา
ถ้าไม่รู้เลยว่าติดมานานแค่ไหน จะจัดเป็นระยะอะไร?
ในบริบทของแนวทางไทย หากไม่มีหลักฐานว่าเป็น early latent อาจถูกจัดเป็น Latent Syphilis of Unknown Duration
กรมควบคุมโรคปี 2568 แยก late syphilis เป็น
Late Latent Syphilis และ Latent Syphilis of Unknown Duration อย่างชัดเจน. (กรมควบคุมโรค)
การแบ่งนี้สำคัญมาก เพราะ ระยะของโรคมีผลต่อวิธีและระยะเวลาการรักษา ดังนั้นไม่ควรเดาระยะเองจากค่า RPR สูงหรือต่ำเพียงอย่างเดียว
CDC ก็ระบุว่า ระดับ nontreponemal titre เพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันว่าเป็น early latent ได้อย่างน่าเชื่อถือ. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)

ซิฟิลิสระยะแฝงต้องรักษาหรือไม่?
ต้องรักษา แม้จะ ไม่มีแผล ไม่มีผื่น ไม่เจ็บ และรู้สึกแข็งแรงดี เพราะเป้าหมายคือกำจัด T. pallidum และป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
WHO ระบุว่าซิฟิลิสสามารถรักษาให้หายได้ และใช้ benzathine penicillin เป็นยาหลัก โดยจำนวนครั้งขึ้นอยู่กับระยะของโรค. (องค์การอนามัยโลก)
BASHH 2024 แนะนำ benzathine penicillin G สำหรับ early syphilis และใช้ regimen ที่ยาวขึ้นสำหรับ late latent disease ซึ่งสะท้อนว่าการแยกระยะมีผลต่อการรักษาโดยตรง. (Bashh)
สำหรับผู้ป่วยในประเทศไทยควรใช้ แนวทางการรักษาของประเทศไทยและคำสั่งแพทย์เป็นหลัก ไม่ควรซื้อหรือฉีดยาปฏิชีวนะเองจาก regimen ที่พบในอินเทอร์เน็ต
ทำไม Early Latent กับ Late Latent รักษาไม่เหมือนกัน?
เพราะเมื่อไม่สามารถยืนยันได้ว่า infection อยู่ในระยะต้น ต้องเลือก regimen ที่ครอบคลุมโรคที่อาจติดมานานกว่า นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ประวัติผลเลือดเก่า วันที่มีความเสี่ยง อาการระยะก่อนหน้า และ ประวัติของคู่นอน มีความสำคัญต่อการวางแผนรักษา การบอกแพทย์ว่า “ไม่มีแผลเลยครับ” อย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะบอกว่าเป็น early หรือ late syphilis
ไม่มีแผลแล้วสามารถรอดูไปก่อนได้ไหม?
ไม่ควร หากมีผลตรวจยืนยันหรือมีความเสี่ยงสำคัญ
กรมควบคุมโรคไทยเน้นว่า แม้ไม่มีอาการ หากมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น มีเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกันหรือมีคู่นอนที่เสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง เพราะซิฟิลิสสามารถไม่มีอาการได้. (กรมควบคุมโรค)
การรอว่า “ถ้ามีแผลค่อยไปตรวจ” อาจทำให้พลาด primary lesion ที่มองไม่เห็น secondary symptoms ที่ไม่ชัด หรือเข้าสู่ latent syphilis ไปแล้ว
ถ้ามีความเสี่ยงแต่ตรวจเลือดครั้งแรกเป็นลบ แปลว่าปลอดภัยหรือยัง?
ไม่เสมอไป หากตรวจเร็วเกินไป หลังได้รับเชื้อ ร่างกายต้องใช้เวลาจึงจะสร้าง antibody ในระดับที่ตรวจพบได้ ดังนั้นในช่วงต้นมาก ๆ serology ยังอาจเป็นลบได้ โดยเฉพาะหากมีแผลที่สงสัย primary syphilis แต่ตรวจเลือดเร็ว จึงต้องพิจารณา เวลาหลัง exposure ลักษณะรอยโรค และ ความเสี่ยงของคู่นอน ร่วมกัน
Internal Link Recommendation:
“ตรวจซิฟิลิสหลังเสี่ยงกี่วัน? ตรวจเร็วเกินไปผลเชื่อถือได้ไหม”
ถ้าไม่มีแผลและตรวจครั้งแรกเป็นลบ ต้องตรวจซ้ำเมื่อไร?
ระยะเวลาตรวจซ้ำขึ้นกับ วันที่มีความเสี่ยง ชนิดการตรวจ ความเสี่ยงของคู่นอน และมีอาการสงสัยหรือไม่
BASHH ระบุว่าในผู้ที่ไม่มีอาการและมี exposure ที่ยังอยู่ในช่วง window period อาจต้องมีการตรวจติดตาม โดยในบางสถานการณ์ใช้การตรวจที่ประมาณ 12 สัปดาห์หลัง exposure ครั้งสุดท้าย เพื่อช่วยตัดการติดเชื้อ ส่วนผู้ที่มีแผลสงสัยแต่ direct test เป็นลบอาจต้องตรวจ serology ซ้ำเร็วกว่านั้น. (Bashh)
ดังนั้นไม่ควรมีกฎง่าย ๆ ว่า “ครบ X วันครั้งเดียวแล้วจบสำหรับทุกคน” แต่ควรเลือกเวลาตรวจตามความเสี่ยงจริง
ถุงยางป้องกันซิฟิลิสได้ 100% หรือไม่?
ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก แต่ไม่ใช่ 100% เพราะซิฟิลิสแพร่จากการสัมผัส infectious lesion ถ้าแผลอยู่ภายในบริเวณที่ถุงยางครอบคลุม การใช้ถุงยางอย่างถูกต้องช่วยลดการสัมผัสได้ แต่แผลสามารถอยู่ที่ โคนอวัยวะเพศ ถุงอัณฑะ รอบทวาร ช่องปาก หรือพื้นที่ผิวหนังอื่นที่ถุงยางไม่ได้ปิด
CDC จึงระบุว่าถุงยางช่วยลดการแพร่ซิฟิลิส แต่หากมี syphilitic sore อยู่ในบริเวณที่ถุงยางไม่ครอบคลุม การสัมผัสกับแผลนั้นยังสามารถแพร่เชื้อได้. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
ดังนั้นควรใช้ถุงยาง แต่ไม่ควรตีความว่า “ใช้ถุงยางแล้วไม่มีทางติดซิฟิลิส”
Oral sex ทำให้ติดซิฟิลิสได้ไหม แม้ไม่มีแผลที่อวัยวะเพศ?
ได้
WHO ระบุว่าซิฟิลิสสามารถแพร่ผ่าน
oral sex รวมถึง vaginal และ anal sex. (องค์การอนามัยโลก)
เชื้ออาจอยู่ในรอยโรคบริเวณ ริมฝีปาก ลิ้น ช่องปาก หรือบริเวณที่ oral contact สัมผัส ดังนั้น ไม่มีแผลที่อวัยวะเพศ ไม่ได้หมายความว่าไม่มี infectious lesion ที่ตำแหน่งอื่น
ซิฟิลิสติดต่อจากห้องน้ำ เสื้อผ้า หรือช้อนส้อมไหม?
โดยทั่วไป ไม่ใช่ช่องทางการแพร่ตามปกติ
CDC ระบุว่าซิฟิลิสไม่แพร่ผ่าน casual contact เช่น
โถสุขภัณฑ์ ลูกบิดประตู สระว่ายน้ำ อ่างอาบน้ำ การใช้เสื้อผ้าร่วมกัน หรือ การใช้ภาชนะรับประทานอาหารร่วมกัน. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
การแพร่ทางเพศสัมพันธ์เกิดจาก direct contact กับ infectious lesion ดังนั้นไม่ควรสร้างความกลัวเรื่องห้องน้ำสาธารณะหรือสิ่งของทั่วไปโดยไม่มีหลักฐาน
ซิฟิลิสระยะแฝงสามารถกลายเป็นระยะที่ 3 ได้ทุกคนไหม?
ไม่ใช่ทุกคน แต่มีความเสี่ยงหากไม่ได้รักษา
BASHH ระบุจากข้อมูลธรรมชาติของโรคในอดีตว่า late disease เกิดในประมาณหนึ่งในสามของผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษา โดยอาจเกิดหลังติดเชื้อเป็นเวลาหลายสิบปี. (Bashh)
ระยะท้ายสามารถเกี่ยวข้องกับ ระบบประสาท หัวใจและหลอดเลือด ผิวหนัง กระดูก และอวัยวะอื่น อย่างไรก็ตามปัจจุบันพบ tertiary syphilis น้อยลง เนื่องจากมีการตรวจและรักษาเร็วกว่าสมัยก่อน. (กรมควบคุมโรค)
ดังนั้นการตรวจพบระยะแฝง ไม่ควรถูกมองว่า “สายเกินไปแล้ว” ในทางตรงกันข้าม เป็นโอกาสรักษาก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนระยะยาว
Neurosyphilis เกิดเฉพาะระยะท้ายหรือไม่?
ไม่ใช่ จุดนี้สำคัญมาก Treponema pallidum สามารถเกี่ยวข้องกับระบบประสาทได้ในหลายระยะของโรค ไม่จำเป็นต้องรอเป็น tertiary syphilis
BASHH ระบุว่า neurosyphilis สามารถเกิดได้ ทุกระยะของ syphilis. (Bashh)
WHO ก็ระบุว่า neurosyphilis, ocular syphilis และ otosyphilis สามารถเกิดได้ทุกระยะ. (องค์การอนามัยโลก)
หากผู้ที่ตรวจพบซิฟิลิสมี ปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ การมองเห็นเปลี่ยน ได้ยินลดลง หูอื้อ แขนขาอ่อนแรงหรือชา ความจำหรือบุคลิกเปลี่ยน ควรแจ้งแพทย์ เพราะอาจต้องประเมินระบบประสาท ตา หรือหูเพิ่มเติม
รักษาซิฟิลิสแล้ว ยังตรวจเลือดเป็นบวกได้ไหม?
ได้ โดยเฉพาะ Treponemal test ซึ่งอาจยังเป็นบวกต่อเนื่องแม้รักษาสำเร็จแล้ว จึงไม่ได้ใช้หลักว่า “ต้องทำให้ผลทุกตัวกลายเป็น Negative จึงถือว่าหาย” การติดตามหลังรักษามักอาศัยการเปลี่ยนแปลงของ nontreponemal titre เช่น RPR/VDRL ร่วมกับประวัติและอาการ ดังนั้นหลังรักษาควรกลับไปตรวจตามนัด ไม่ควรเห็น treponemal test ยัง positive แล้วสรุปเองว่า “ยาฆ่าเชื้อไม่สำเร็จ”
เคยเป็นซิฟิลิสแล้ว จะติดใหม่ได้ไหม?
ติดใหม่ได้ การเคยติดเชื้อและรักษาหาย ไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันถาวรที่ป้องกันการติดเชื้อครั้งใหม่
BASHH ระบุว่าการติดเชื้อเดิมไม่ทำให้เกิด immunity และบุคคลยังสามารถเกิด reinfection ได้. (Bashh)
ดังนั้นหลังรักษาแล้ว หากกลับไปมี exposure ใหม่ และผล RPR เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ จำเป็นต้องประเมินว่ามี reinfection หรือไม่
ถ้าคู่ตรวจพบซิฟิลิส แต่เราไม่มีแผล ต้องตรวจไหม?
ควรได้รับการประเมิน ไม่ควรรอจนมีแผล เพราะ แผลอาจไม่เกิดให้เห็น หรือ อาจอยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็น
กรมควบคุมโรคไทยแนะนำว่าหากมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือสัมผัสคู่นอนที่อาจมีซิฟิลิส แม้ไม่มีอาการก็ควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง. (กรมควบคุมโรค)
WHO ก็แนะนำให้ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยซิฟิลิสแจ้ง sexual partners เพื่อให้ได้รับการตรวจและรักษาตามความเหมาะสม. (องค์การอนามัยโลก)
หลังตรวจพบซิฟิลิสควรตรวจ STI อื่นด้วยหรือไม่?
ควรพิจารณาตามความเสี่ยง เพราะ exposure ที่ทำให้ติดซิฟิลิสสามารถเป็น exposure เดียวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น เช่น HIV Gonorrhea Chlamydia หรือไวรัสตับอักเสบบางชนิด
WHO ระบุว่าซิฟิลิสสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อ HIV และ STI อื่นเพิ่มขึ้น และการประเมิน sexual health อย่างครอบคลุมจึงมีความสำคัญ. (องค์การอนามัยโลก)
Internal Link Recommendation:
“หนองใน vs หนองในเทียม ต่างกันอย่างไร? ดูจากอาการอย่างเดียวได้ไหม”
ไม่มีแผล ไม่มีผื่น แต่แบบไหนควรคิดถึงการตรวจซิฟิลิส?
ควรพิจารณาตรวจหาก
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยาง
- มีคู่นอนใหม่หรือหลายคน
- คู่นอนตรวจพบซิฟิลิส
- เคยมีแผลที่หายเองโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เคยมีผื่นผิดปกติที่ฝ่ามือหรือฝ่าเท้า
- เคยมีผมร่วงเป็นหย่อมร่วมกับอาการเสี่ยง
- มี oral หรือ anal sex ที่เสี่ยง
- เคยตรวจ STI อื่นพบ
ตั้งครรภ์หรือกำลังวางแผนตั้งครรภ์และควรได้รับการคัดกรองตามแนวทาง
มีความเสี่ยงที่ผ่านมาแต่ไม่เคยตรวจ
WHO ระบุชัดว่า syphilis จำนวนมากไม่มีอาการ การตรวจหา asymptomatic infection และการรักษาผู้ที่ตรวจพบช่วยลดทั้งภาวะแทรกซ้อนและการแพร่เชื้อ. (องค์การอนามัยโลก)
FAQ
ไม่มีแผลก็ติดซิฟิลิสได้ไหม?
ได้ แผลระยะแรกมักไม่เจ็บ อาจอยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็น หรือหายเองก่อนที่ผู้ติดเชื้อจะสังเกตเห็น และเมื่อโรคเข้าสู่ latent syphilis จะไม่มีอาการทางคลินิกเลย. (องค์การอนามัยโลก)
ซิฟิลิสระยะแฝงมีอาการอะไร?
โดยนิยาม ไม่มีอาการหรืออาการแสดงของซิฟิลิส แต่ตรวจเลือดพบหลักฐานของ infection. (กรมควบคุมโรค)
แผลซิฟิลิสหายเอง แปลว่าหายจากโรคไหม?
ไม่ใช่ Primary chancre สามารถหายเองได้แม้ไม่ได้รักษา แต่เชื้อสามารถดำเนินเข้าสู่ secondary และ latent syphilis ต่อไป. (Bashh)
ระยะแฝงยังแพร่ทางเพศสัมพันธ์ไหม?
การแพร่ทางเพศสัมพันธ์เกิดเด่นในระยะต้นจากการสัมผัส infectious lesions โดยตรง CDC ระบุว่าระยะแฝงที่ไม่มีรอยโรคไม่ได้ถือว่าแพร่ทางเพศสัมพันธ์แบบ primary/secondary แต่ WHO และ BASHH ให้ความสำคัญกับช่วง early latent/สองปีแรกเนื่องจากยังอยู่ในช่วง early disease และอาจมี mucocutaneous relapse. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
ระยะแฝงยังแพร่ให้ลูกในครรภ์ได้ไหม?
ได้ การถ่ายทอดจากแม่สู่ทารกสามารถเกิดขึ้นได้แม้มารดาไม่มีอาการ จึงต้องรักษาซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม. (กรมควบคุมโรค)
Early latent syphilis คือกี่ปี?
ประเทศไทยและ CDC ใช้เกณฑ์ประมาณ ไม่เกิน 1 ปี ขณะที่ WHO และ BASHH ใช้เกณฑ์ น้อยกว่า 2 ปี จึงต้องดูว่าอ้างอิง guideline ใด. (กรมควบคุมโรค)
ไม่มีอาการ ต้องตรวจซิฟิลิสไหม?
ถ้ามี exposure ที่เสี่ยง ควรตรวจ เพราะ syphilis จำนวนมากไม่มีอาการและ latent infection ตรวจพบได้จาก serology. (กรมควบคุมโรค)
สรุป
คำถามว่า “ไม่มีแผลก็ติดซิฟิลิสได้ไหม?” คำตอบคือ ได้ เพราะ primary chancre มัก ไม่เจ็บ สามารถอยู่ใน ช่องปาก ช่องคลอด ปากมดลูก ทวารหนัก หรือบริเวณอื่นที่มองไม่เห็น และแผลยังสามารถ หายเองโดยไม่ได้รับการรักษา ได้ด้วย. (Bashh)
หลังจากนั้นโรคอาจเข้าสู่ secondary syphilis และเมื่ออาการระยะที่ 2 หายไป สามารถเข้าสู่ Latent Syphilis — ซิฟิลิสระยะแฝง ซึ่งเป็นช่วงที่ ไม่มีแผล ไม่มีผื่น และไม่มีอาการ แต่ผลเลือดยังแสดงหลักฐานของ syphilis infection. (กรมควบคุมโรค)
สำหรับแนวทางประเทศไทยปี 2568 Early Latent Syphilis
= สัมผัสเชื้อมาไม่เกิน 1 ปี Late Latent Syphilis
= มากกว่า 1 ปี และหากไม่สามารถระบุช่วงเวลาการติดเชื้อได้ จะจัดเป็น Latent Syphilis of Unknown Duration. (กรมควบคุมโรค)
สิ่งที่ควรระวังคือคำว่า “ไม่มีแผล” ไม่ควรถูกใช้แทนคำว่า “ไม่ติดเชื้อ” และ “ไม่มีอาการ” ไม่ควรถูกใช้แทน “ไม่ต้องรักษา”
เพราะหากไม่ได้รับการรักษา ซิฟิลิสสามารถคงอยู่เป็นเวลาหลายปี และในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อระบบประสาท หัวใจ หลอดเลือด และอวัยวะอื่นในอนาคต. (องค์การอนามัยโลก)
ส่วนเรื่องการแพร่เชื้อ ต้องแยกให้ชัดว่า การแพร่ทางเพศสัมพันธ์เกิดเด่นใน primary และ secondary syphilis จากการสัมผัส infectious lesion
CDC ไม่ถือ latent syphilis ที่ไม่มีรอยโรคว่าแพร่ทางเพศสัมพันธ์เหมือนระยะดังกล่าว แต่ WHO และ BASHH ยังให้ความสำคัญกับช่วง early disease/early latent เนื่องจากอาจมีการกลับมาของ infectious mucocutaneous lesions. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
ที่สำคัญ หญิงตั้งครรภ์ที่มี latent syphilis ยังสามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ทารกได้ จึงต้องได้รับการรักษาแม้ไม่มีอาการ. (กรมควบคุมโรค)
ดังนั้นหากเคยมี เพศสัมพันธ์ที่เสี่ยง คู่นอนตรวจพบซิฟิลิส หรือเคยมีแผลที่หายเองโดยไม่ทราบสาเหตุ อย่ารอว่า “ต้องเห็นแผลก่อนจึงค่อยตรวจ” เพราะวิธีที่จะรู้ว่ามี syphilis infection หรือไม่คือ การประเมินความเสี่ยงและตรวจเลือดในช่วงเวลาที่เหมาะสม

หมายเหตุสำคัญ
ซิฟิลิสไม่สามารถวินิจฉัยหรือระบุระยะจากการมีหรือไม่มีแผลเพียงอย่างเดียว การวินิจฉัย latent syphilis ต้องพิจารณา ประวัติความเสี่ยง อาการที่ผ่านมา ผลตรวจครั้งก่อน ประวัติการรักษา การตรวจร่างกาย และผล serology ร่วมกัน. (องค์การอนามัยโลก)
เกณฑ์แบ่ง early latent และ late latent แตกต่างกันระหว่างแนวทาง โดย กรมควบคุมโรคประเทศไทยปี 2568 และ CDC ใช้เกณฑ์ประมาณ 1 ปี ขณะที่ WHO และ BASHH ใช้เกณฑ์ 2 ปีในนิยามบางชุด ดังนั้นในประเทศไทยควรยึดแนวทางของประเทศไทยและการประเมินของแพทย์เป็นหลัก. (กรมควบคุมโรค)
หากมีอาการทางตา หู หรือระบบประสาท เช่น ตามัว การมองเห็นลดลง หูอื้อ ได้ยินลดลง แขนขาอ่อนแรง ความจำหรือพฤติกรรมเปลี่ยน ควรแจ้งแพทย์โดยเร็ว เพราะ neurosyphilis, ocular syphilis และ otosyphilis สามารถเกิดได้ในหลายระยะของโรค. (องค์การอนามัยโลก)
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com
References
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการตรวจวินิจฉัยและการตรวจติดตามการรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ บี ซี ปี 2568. ระบุลักษณะ latent syphilis การแบ่ง early latent ไม่เกิน 1 ปี, late latent มากกว่า 1 ปี และ latent syphilis of unknown duration. (กรมควบคุมโรค)
- กรมควบคุมโรค. ซิฟิลิส รักษาเร็ว หายขาดได้. ระบุว่าผู้ติดเชื้อบางรายไม่มีอาการ แต่เชื้อยังอยู่ในร่างกายหากไม่ได้รับการรักษา. (กรมควบคุมโรค)
- กรมควบคุมโรค. ทำความรู้จักระยะซิฟิลิส. อธิบาย primary, secondary, latent และ tertiary syphilis รวมถึงการถ่ายทอดสู่ทารกในระยะแฝง. (กรมควบคุมโรค)
- World Health Organization. Syphilis, 29 May 2025. ข้อมูลอาการ การติดเชื้อแบบไม่มีอาการ การแพร่เชื้อ การวินิจฉัย ภาวะแทรกซ้อน และ congenital syphilis. (องค์การอนามัยโลก)
- World Health Organization. Syphilis – Global Health Topic. อธิบาย latent syphilis ว่าไม่มีอาการทางคลินิก และการแพร่ทางเพศสัมพันธ์พบเด่นในช่วงต้นของการติดเชื้อ. (องค์การอนามัยโลก)
- BASHH. UK Guidelines for the Management of Syphilis 2024. ข้อมูลระยะฟักตัว ลักษณะ chancre การหายของแผล การเข้าสู่ latent stage, early latent และภาวะ neurosyphilis. (Bashh)
- Centers for Disease Control and Prevention. Latent Syphilis – STI Treatment Guidelines. นิยาม latent syphilis, early latent, late latent/unknown duration และข้อมูลเรื่อง sexual transmission ใน latent stage. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
- Centers for Disease Control and Prevention. About Syphilis. ข้อมูลการติดต่อผ่านการสัมผัส syphilitic sore การป้องกันด้วยถุงยาง และการถ่ายทอดสู่ทารก. (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)






